รับแอปรับแอป

ETL ดัน Smart Logistics ใช้ AI ลดต้นทุน ดันรายได้ปี 68 โตทะลุ 15%

ชยุต ชัยมงคล01-30

วิสัยทัศน์ใหม่ของ ETL: จากโลจิสติกส์ทั่วไปสู่ Smart Logistics ตัวจริง

ETL เปิดแผนธุรกิจปี 2025 เดินหน้าต่อยอดจุดแข็งในฐานะ Business Partner ด้านขนส่งข้ามพรมแดน พร้อมยกระดับบริการสู่ Smart Logistics อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการผสานเทคโนโลยี AI เข้าในทุกขั้นตอนของการขนส่ง

เป้าหมายชัดเจนมาก: ดันรายได้ปี 2568 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% พร้อมรองรับดีมานด์ขนส่งที่พุ่งต่อเนื่องทั้งในไทยและภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดข้ามพรมแดนที่ยังมีโอกาสอีกมาก

รุกหนัก Sea-to-Land, Sea-to-Rail และขนส่งหลายรูปแบบ

หนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของปีนี้ คือการขยายบริการขนส่งให้หลากหลายขึ้น และเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็น

  • การขนส่งแบบ Sea-to-Land

  • การขนส่งแบบ Sea-to-Rail

  • ระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal) ที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

แนวทางนี้ช่วยให้ ETL สามารถ

  • ครอบคลุมพื้นที่บริการได้กว้างขึ้นในระดับภูมิภาค

  • เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในด้านเวลาและต้นทุน

  • ยกระดับคุณภาพการให้บริการให้ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง

เป้าคือไม่ใช่แค่ขนส่งให้ถึง แต่ต้องขนส่งให้คุ้ม ประหยัด และทันเวลา

บุกตลาด Cold Chain รองรับสินค้าที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิ

อีกเสาหลักที่ ETL ให้ความสำคัญ คือการรุกตลาด โลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มสินค้าที่ไวต่อความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ เช่น

  • อาหารสด

  • ยา

  • เวชภัณฑ์

ตลาดนี้ยังเติบโตต่อเนื่อง และต้องการผู้เล่นที่มีมาตรฐานสูง ETL จึงวางแผน

  • ลงทุนในระบบควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ

  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังและขนส่งให้ทันสมัย

  • ยกระดับมาตรฐานด้าน ความปลอดภัย เสถียรภาพ และความเชื่อถือได้

เป้าหมายคือการเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เมื่อพูดถึง Cold Chain ข้ามพรมแดนในภูมิภาค

ใช้ AI ปั้น Smart Logistics: ขนส่งฉลาด ประหยัดต้นทุน

ในฝั่งการบริหารจัดการ ETL ไม่ได้โฟกัสแค่การเพิ่มรถหรือเพิ่มเส้นทาง แต่เลือกใช้ AI มาช่วยคิดแทนคน ในงานวางแผนที่ซับซ้อน

บริษัทพัฒนาระบบ Smart Logistics ที่ใช้ AI เพื่อ

  • วิเคราะห์และวางแผนเส้นทางแบบเรียลไทม์

  • เลือกเส้นทางที่ทั้งเร็วและคุ้มต้นทุน

  • ลดเที่ยววิ่งรถเปล่าด้วยการทำ Backhaul Matching หรือการจับคู่เที่ยวกลับอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร

  • ลดต้นทุนการขนส่งต่อเที่ยว

  • ทำให้ลูกค้าได้บริการที่ทั้งเร็วและแข่งขันได้ด้านราคา

ควบคู่กันไป ETL ยังเร่ง

  • ขยายฐานลูกค้าไปในพื้นที่ใหม่ ๆ

  • สร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับผู้เล่นรายอื่นใน ecosystem โลจิสติกส์

เป้ารายได้ปี 2568: โตไม่น้อยกว่า 15% พร้อมรักษากำไร

สำหรับปี 2568 ETL ตั้งเป้าชัดเจนว่า รายได้ต้อง โตอย่างน้อย 15% พร้อมรักษาอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิให้อยู่ในช่วง 5–10%

แรงหนุนสำคัญมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและตลาด เช่น

  • การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม

  • การส่งออกผลไม้ไทยไปจีน โดยเฉพาะทุเรียนที่ยังเป็นดาวเด่น

  • ความต้องการขนส่งข้ามพรมแดนที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งหมดนี้ทำให้โครงสร้างรายได้ของ ETL มีโอกาสขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ

เร่งขยายคลังสินค้า, Cold Chain และตลาด LTL

เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น ETL วางแผนขยายบริการในหลายมิติ ทั้งด้านคลังและการขนส่งเฉพาะทาง

ขยายคลังและขนส่งควบคุมอุณหภูมิ

บริษัทเตรียมเสริมบริการด้าน

  • คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ

  • ระบบขนส่งแบบ Cold Chain ที่เชื่อมต่อปลายน้ำ–ต้นน้ำอย่างครบวงจร

เป้าหมายคือรองรับสินค้าที่ต้องการมาตรฐานสูง และช่วยให้ลูกค้าบริหาร supply chain ได้เนียนยิ่งขึ้น

เจาะตลาด LTL (Less than Truck Load)

อีกหนึ่งโอกาสเติบโตสำคัญคือบริการขนส่งแบบ ไม่ต้องเหมารถเต็มตู้ (LTL) ซึ่งตอบโจทย์ธุรกิจที่มีปริมาณสินค้าไม่มากแต่ต้องขนส่งบ่อย

ตลาด LTL มีจุดเด่นคือ

  • ศักยภาพการเติบโตสูง

  • ได้ฐานลูกค้ากว้าง ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงรายเล็ก

ETL วางแผน

  • ขยายเส้นทางบริการให้ครอบคลุมจุดหมายปลายทางมากขึ้น

  • เพิ่มความคล่องตัวในการจัดเส้นทางและการรวมโหลดสินค้า

ยิ่งเส้นทางครอบคลุมมากเท่าไร ความยืดหยุ่นและความคุ้มค่าของบริการ LTL ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

สรุป: จากโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน สู่ Smart Logistics ขับเคลื่อนด้วย AI

เมื่อมองภาพรวม แผนของ ETL ในปี 2025–2568 ไม่ใช่แค่การขยายจำนวนรถหรือเส้นทาง แต่คือการยกระดับทั้งระบบไปสู่การเป็น Smart Logistics ที่ใช้ AI เป็นหัวใจหลัก

ด้วยการผสาน

  • การขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal)

  • การรุกตลาด Cold Chain

  • การขยายบริการ LTL

  • การใช้ AI บริหารเส้นทางและต้นทุน

จุดยืนของ ETL จึงชัดเจนมาก: เป็นมากกว่าผู้ขนส่ง แต่คือ Business Partner ที่ช่วยให้โลจิสติกส์ของลูกค้าฉลาดขึ้น ประหยัดขึ้น และโตไปพร้อมกัน