รับแอปรับแอป

มือใหม่งานไม้ต้องอ่าน! เลือกแชล็คใสหรือขุ่นให้เป๊ะกับโปรเจกต์ DIY

ปกรณ์ ศรีสุวรรณ01-29

แชล็คไม่เหมือนกัน แล้วงานไม้จะออกมาฟีลไหนก็ไม่เหมือนกัน

แชล็ค (Shellac) คือฟินิชสำคัญที่ทำให้งานไม้ DIY ของคุณดูแพงขึ้นทันที ทั้งช่วยปกป้องพื้นผิวและดันลายไม้ให้เด่นขึ้น แต่เบื้องหลังความสวยนี้ มีให้เลือกทั้ง แชล็คสูตรใส และ แชล็คสูตรขุ่น ซึ่งให้ผลลัพธ์ต่างกันชัดเจน

ถ้าเลือกผิด ฟีลงานจะเปลี่ยนเลยนะ ทั้งโทนสี ลุค และบรรยากาศของไม้ เพราะฉะนั้นมาดูให้ชัด ว่าควรใช้แบบไหนกับโปรเจกต์แบบใด

แชล็คสูตรใส (Clear Shellac)

ลักษณะเด่น

แชล็คสูตรใสจะมีสีใสไปจนถึงเหลืองอ่อนๆ เน้นโชว์เนื้อไม้เดิมแบบแทบไม่เปลี่ยนโทนมากนัก

จุดเด่นคือช่วยขับลายไม้ให้ชัด โดยยังคงความธรรมชาติของเนื้อไม้เดิม

เหมาะกับงานแบบไหน

  • งานไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สน ไม้เบิร์ช

  • เฟอร์นิเจอร์ใหม่ ที่ต้องการโชว์ลายไม้จริงแบบเนียนๆ

  • โปรเจกต์ DIY ที่อยากได้ลุคเรียบง่าย ดูสว่าง โปร่ง สบายตา

  • เครื่องดนตรีไม้ เช่น กีตาร์ ไวโอลิน ที่ต้องการทั้งความสวยและคงคาแรกเตอร์ไม้

ข้อดีของแชล็คใส

  • เพิ่มความเงาและความใส โดยไม่ดรอปสีเนื้อไม้ให้เข้มเกินไป

  • ทำให้ลายไม้เด่นชัด ดูสะอาดและคมขึ้น

  • เหมาะมากกับงานที่ต้องการฟินิชใสๆ เป็นธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งสีเยอะ

ถ้าโปรเจกต์ของคุณเน้นโชว์ “ความจริงของไม้” แชล็คสูตรใสคือคำตอบ

แชล็คสูตรขุ่น (Cloudy / Amber Shellac)

ลักษณะเด่น

แชล็คสูตรขุ่นมักมีโทนสีเหลืองเข้มไปจนถึงน้ำตาลทอง และจะดูขุ่นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสูตรใส

ฟินิชที่ได้จะให้ความรู้สึกอบอุ่น ลึก และดูมีมิติมากขึ้น

เหมาะกับงานแบบไหน

  • งานไม้เก่า หรืองานซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์วินเทจ

  • งานตกแต่งที่อยากได้โทนอบอุ่น คลาสสิก

  • โปรเจกต์ DIY สไตล์วินเทจ หรือไม้โบราณที่อยากเพิ่มความเก่าแบบตั้งใจ

  • งานไม้เนื้อเข้ม เช่น ไม้มะฮอกกานี ไม้สัก ที่อยากให้สีดูลึกและหรู

ข้อดีของแชล็คขุ่น

  • ช่วยพรางรอยตำหนิเล็กๆ เช่น รอยขีดข่วน ผิวไม้ไม่เนียนมาก

  • ให้โทนสีอบอุ่น ดูลึก มีมิติ เหมาะกับงานที่อยากได้ความคลาสสิก

  • เติมฟีล “เก่าอย่างมีเสน่ห์” ให้ชิ้นงานไม้ ดูวินเทจขึ้นทันที

ถ้าคุณอยากให้งานไม้ดูมีเรื่องราว และไม่กลัวสีเข้มขึ้น แชล็คสูตรขุ่นคือเพื่อนซี้ของคุณ

เช็กลิสต์เลือกแชล็คให้ตรงงาน DIY

มาดูแบบเป็นข้อๆ ว่าแชล็คสูตรไหนเหมาะกับเคสไหน จะได้เลือกง่าย ไม่ต้องเดา

1. โทนสีหลังเคลือบ

  • แชล็คใส: โทนสีอ่อน โปร่ง ใกล้เคียงธรรมชาติของไม้

  • แชล็คขุ่น: โทนสีเข้มขึ้น ชวนอบอุ่น ดูลึกมีมิติ

ถ้าอยากให้สีไม้แทบไม่เปลี่ยนมาก ให้ไปทางสูตรใส แต่ถ้าอยากเพิ่มความจัดของโทนสี เลือกสูตรขุ่นได้เลย

2. งานไม้ใหม่ vs งานไม้เก่า

งานไม้ใหม่

  • แชล็คใส: เหมาะมากสำหรับเฟอร์นิเจอร์หรือชิ้นงานใหม่ที่ไม้สวยอยู่แล้ว

  • แชล็คขุ่น: ใช้ได้ แต่ต้องยอมรับว่าสีจะเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

งานไม้เก่า

  • แชล็คใส: ใช้ได้ แต่จะไม่ช่วยพรางรอยมากนัก รอยเก่าๆ ยังพอมองเห็น

  • แชล็คขุ่น: เหมาะสุด ช่วยกลบรอยและทำให้ไม้เก่าดูดีขึ้นแบบเนียนๆ

3. ลุคที่คุณอยากได้

  • แชล็คใส: เหมาะกับลุคโมเดิร์น มินิมอล งานสไตล์คลีนๆ ดูใหม่ สว่าง

  • แชล็คขุ่น: เหมาะกับลุควินเทจ คลาสสิก อบอุ่น มีเสน่ห์แบบงานเก่า

ก่อนเลือกถามตัวเองให้ชัดว่า คุณอยากได้ฟีล “ใหม่ ใส” หรือ “เก่า อย่างน่าเชื่อ”

สรุปให้สั้นแบบคนทำ DIY เข้าใจง่าย

การเลือกแชล็คไม่ใช่แค่เรื่องความเงา แต่คือการเลือกคาแรกเตอร์ให้ชิ้นงานของคุณ

  • ถ้าเป้าหมายคือ โชว์ลายไม้เดิมแบบใสสะอาด ดูคลีนและเป็นธรรมชาติ ให้ไปทาง แชล็คสูตรใส

  • ถ้าอยากได้ฟีล อบอุ่น วินเทจ ดูลึกมีมิติ จัดไป แชล็คสูตรขุ่น จะตอบโจทย์กว่า

เลือกให้ตรงกับสไตล์งานและสภาพไม้ แชล็คจะกลายเป็นตัวช่วยชูงาน DIY ของคุณให้ดูเหมือนมือโปรทำ ไม่ใช่แค่โปรเจกต์เล่นๆ ในวันหยุดอีกต่อไป