ผู้นำอาชีวะยุคใหม่ ต้องคิดแบบดิจิทัล ทำแบบใช้ข้อมูล
สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา (สสอ.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
โครงการนี้มุ่งเตรียมความพร้อมผู้นำรุ่นใหม่ ให้บริหารจัดการสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบาย “เรียนดี มีคุณธรรม” และเท่าทันโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงเร็วในศตวรรษที่ 21
เวิร์กชอปดิจิทัลและ AI เพื่อการบริหารสถานศึกษา
ในการอบรมครั้งนี้ ผู้เข้ารับการพัฒนาจำนวน 18 ท่าน ได้เข้าร่วมการบรรยายและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “เทคโนโลยีดิจิทัลและการวิจัย เพื่อการบริหารสถานศึกษา”
เนื้อหาหลักถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริหารอาชีวะยุคใหม่สามารถนำดิจิทัลและ AI ไปใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ฟังแล้วจบ แต่ต่อยอดเป็นแนวทางปฏิบัติในสถานศึกษาของตนเอง
ไฮไลต์เนื้อหาการอบรม
การอบรมครอบคลุมสาระสำคัญที่ตอบโจทย์การบริหารสถานศึกษาเชิงรุก ได้แก่
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการวิจัย
เน้นการประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลและแนวทางการวิจัย เพื่อช่วยสนับสนุนการบริหารงานในทุกมิติ ทั้งงานวิชาการ งานงบประมาณ งานบุคลากร และการพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นระบบการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบริหาร
ชวนผู้เข้าร่วมคิดและออกแบบนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงในสถานศึกษา ทำงานร่วมกับผู้อำนวยการและทีมงาน เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก
ฝึกมุมมองการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลสำคัญของสถานศึกษา ผสานกับกระบวนการวิจัย เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีหลักฐานรองรับ
หัวใจสำคัญของการอบรม คือทำให้ผู้นำอาชีวะคิดเป็นระบบ ใช้ข้อมูลเป็น และกล้าทดลองนวัตกรรมใหม่ ๆ บนพื้นฐานของการวิจัย ไม่บริหารด้วยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
บรรยากาศการเรียนรู้แบบมืออาชีพ
กิจกรรมจัดขึ้นในห้องประชุมที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงผู้ฟัง แต่ได้แชร์ประสบการณ์ ปัญหาหน้างาน และมุมมองการบริหารของแต่ละสถานศึกษา
รูปแบบการอบรมเน้นการมีส่วนร่วม ให้ผู้บริหารได้ทดลองคิด วางแผน และออกแบบแนวทางนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ไปใช้ในบริบทของตนเอง



ทำไมผู้นำการศึกษา ต้องเข้าใจดิจิทัลและ AI
ในยุคที่ข้อมูลคือทรัพยากรสำคัญ และเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว การบริหารสถานศึกษาแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้นำอาชีวะจำเป็นต้องมีทักษะใหม่ ๆ เพิ่มเติม ได้แก่
การมองเห็นโอกาสจากเทคโนโลยีดิจิทัล
การใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ
การออกแบบนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้เรียนและตลาดแรงงาน
การใช้กระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง
เมื่อผู้นำสามารถใช้ดิจิทัลและ AI ได้อย่างชำนาญ ก็จะขับเคลื่อนสถานศึกษาให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีพลัง



จากห้องอบรมสู่การลงมือทำจริงในสถานศึกษา
สิ่งที่ผู้เข้าร่วมได้รับ ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่เป็นมุมมองและเครื่องมือที่สามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีในสถานศึกษา เช่น
การออกแบบโครงการพัฒนาสถานศึกษาที่มีฐานข้อมูลรองรับ
การสร้างนวัตกรรมด้านการบริหารและการเรียนรู้ร่วมกับครูและบุคลากร
การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยจัดเก็บ วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจ
เป้าหมายปลายทาง คือให้สถานศึกษามีระบบบริหารที่ชัดเจน โปร่งใส ต่อยอดได้ และพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะแห่งอนาคต พร้อมก้าวสู่ตลาดแรงงานและโลกอาชีพอย่างมั่นใจ










สรุป: ดิจิทัลและ AI คือเครื่องมือประจำตัวผู้นำอาชีวะยุคใหม่
เมื่อโลกการทำงานเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้นำสถานศึกษาจะยิ่งต้องเข้าใจเทคโนโลยีดิจิทัล การใช้ข้อมูล และกระบวนการวิจัยให้มากขึ้น
การอบรมลักษณะนี้จึงไม่ใช่แค่การ “อัปเดตเทรนด์” แต่คือการวางรากฐานให้ผู้นำอาชีวะยุคใหม่มีกรอบคิดแบบมืออาชีพ ใช้ดิจิทัลและ AI เป็นอาวุธสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และพัฒนาผู้เรียนให้พร้อมสู่อนาคตอย่างแท้จริง

