รับแอปรับแอป

AI ย้อมสีเซลล์แบบเสมือนจริง: เปิดไฟฉายส่องชีวิตลึกถึงระดับจุลภาค

ศิริพร วัฒนานุกูล01-30

AI แอบมองเข้าไปในเซลล์ โดยไม่ต้องแตะต้อง

นักวิจัยอิสราเอลกำลังพลิกเกมการมองโลกระดับเซลล์ ด้วยการใช้ AI “ย้อมสีเซลล์” แบบเสมือนจริง ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสอดส่องโครงสร้างภายในเซลล์ที่ยังมีชีวิต และติดตามการเคลื่อนไหวภายในได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆ มารบกวนเซลล์เลย

ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา เวลานักวิทยาศาสตร์อยากรู้ว่าในเซลล์กำลังเกิดอะไรขึ้น พวกเขาต้องพึ่งพาเทคนิคการย้อมสีเรืองแสง เหมือนการใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในห้องมืด เพื่อดูตำแหน่งและพฤติกรรมขององค์ประกอบต่างๆ ภายในเซลล์

แต่ปัญหาคือ การเปิดไฟฉายแบบนี้อาจทำให้ “ห้อง” เสียสภาพเดิม การย้อมสีด้วยสารเรืองแสงอาจทำลายเซลล์ หรือเปลี่ยนพฤติกรรมตามธรรมชาติของมันไป ทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

จากการย้อมสีด้วยสารเคมี สู่การย้อมสีเสมือนด้วย AI

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดการ “ย้อมสีแบบเสมือน” เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อปัญญาประดิษฐ์สามารถเรียนรู้จากภาพเซลล์ขาวดำหรือภาพดิบจากกล้องจุลทรรศน์ แล้วแปลงให้เป็นภาพสีที่ชัดเจนและละเอียดได้ โดยไม่ต้องแตะต้องเซลล์ด้วยสารย้อมใดๆ

พูดง่ายๆ คือ แทนที่จะใส่สารเคมีลงไปในเซลล์ นักวิทยาศาสตร์ให้ AI “เดาอย่างมีหลักการ” ว่าแต่ละโครงสร้างควรมีลักษณะและสีแบบไหนจากข้อมูลภาพที่มองเห็น

อย่างไรก็ดี แนวทางนี้ยังมีข้อจำกัดสำคัญอยู่จุดหนึ่ง นั่นคือ AI ส่วนใหญ่เรียนรู้จากภาพเซลล์ทีละจุดหรือทีละส่วนเล็กๆ ทำให้มันมองเห็นแค่เศษหนึ่งส่วนของความจริง โดยไม่เข้าใจบริบทภาพรวมของเซลล์หรือสภาพแวดล้อมรอบข้าง

ผลลัพธ์คือ เมื่อเจอสถานการณ์ที่ซับซ้อนหรือผิดไปจาก “ภาพมาตรฐาน” เช่น เซลล์กำลังแบ่งตัว ระบบก็อาจสับสนและตีความผิดได้ง่าย

เติม “บริบท” ให้ AI มองเซลล์เหมือนนักวิทยาศาสตร์ตัวจริง

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Methods ชิ้นใหม่จากมหาวิทยาลัยเบนกูเรียนแห่งเนเกฟ เดินเกมต่างออกไป ด้วยการสอนให้ AI ไม่ได้มองแค่ตัวเซลล์โดดๆ แต่ให้มันอ่านบริบทโดยรอบไปพร้อมกัน

ทีมนักวิจัยฝึกอัลกอริทึมให้ผสานข้อมูลหลากหลายมิติ เช่น

  • รูปร่างและโครงร่างของเซลล์แต่ละเซลล์

  • ลักษณะของเซลล์เพื่อนบ้านรอบข้าง

  • ตำแหน่งของเซลล์ภายในกลุ่มหรือเนื้อเยื่อ

โดยไม่ได้จำกัดให้เรียนรู้จากภาพของเซลล์เดี่ยวๆ เพียงอย่างเดียว

เมื่อ AI ได้เห็นทั้งภาพใหญ่และภาพเล็กไปพร้อมกัน ความแม่นยำในการย้อมสีเสมือนก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะมันเข้าใจว่าโครงสร้างหนึ่งๆ อยู่ในบริบทแบบไหน ไม่ได้อาศัยแค่รูปทรงหรือความสว่างในพิกเซลเพียงอย่างเดียว

ที่น่าสนใจคือ แนวทางนี้ช่วยให้ AI ตรวจจับเหตุการณ์ที่พบได้ยากอย่างการแบ่งเซลล์ ซึ่งมักเป็นจุดที่ระบบตรวจจับแบบเดิมสับสน เพราะรูปทรงและโครงสร้างเปลี่ยนไปจากปกติ

ก้าวต่อไป: โมเดลพื้นฐานของ “เซลล์” สำหรับโลกชีววิทยา

ในงานต่อยอด ทีมนักวิจัยวางแผนจะขยายขอบเขตของแนวคิดเรื่อง “บริบท” ให้ลึกและกว้างขึ้นไปอีก โดยจะใส่ข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปในการเรียนรู้ของ AI เช่น

  • ประเภทของเซลล์ (เช่น เซลล์มะเร็ง เซลล์ประสาท เซลล์ภูมิคุ้มกัน)

  • เทคโนโลยีหรือวิธีการถ่ายภาพที่ใช้

  • สภาวะของโรคที่เกี่ยวข้อง

  • ประวัติการได้รับยา หรือการตอบสนองต่อการรักษา

เมื่อ AI เข้าใจทั้งชนิดของเซลล์ วิธีถ่ายภาพ สถานะของโรค และผลของยา มันก็จะสามารถตีความภาพจากกล้องจุลทรรศน์ได้อย่างลึกและแม่นยำมากขึ้นไปอีกระดับ

เป้าหมายใหญ่: แผนที่เชิงลึกของชีวิตระดับเซลล์

ทีมนักวิจัยตั้งเป้าไว้สูงมาก พวกเขาอยากสร้าง “โมเดลพื้นฐานของเซลล์” (cell foundation model) ที่มีความครอบคลุม สามารถอ่านและตีความข้อมูลทางชีววิทยาที่ซับซ้อนจากทั้งกล้องจุลทรรศน์และเซลล์หลายประเภทได้ในโมเดลเดียว

หากทำสำเร็จ โมเดลแบบนี้จะช่วยให้เรามองเห็นรายละเอียดเชิงลึกของระบบสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่ระดับเซลล์เดี่ยวไปจนถึงกลุ่มเนื้อเยื่อ โดยมีข้อได้เปรียบน่าทึ่งคือ

  • ไม่ต้องใช้สารย้อมที่อาจทำร้ายหรือเปลี่ยนแปลงเซลล์

  • ลดขั้นตอนการทดลองที่ยุ่งยากและสิ้นเปลือง

  • เปิดทางให้การติดตามการเปลี่ยนแปลงของเซลล์แบบเรียลไทม์ในสภาพใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว ภาพที่ได้จะไม่ใช่แค่ภาพสวยๆ จากกล้องจุลทรรศน์ แต่คือข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้เราเข้าใจกลไกของชีวิต การเกิดโรค และการตอบสนองต่อการรักษา โดยมี AI เป็น “แว่นขยายอัจฉริยะ” ช่วยเปิดโลกภายในเซลล์ อย่างที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน