รับแอปรับแอป

เลี้ยงหมาแมวอยู่กรุงเทพฯ ต้องรู้! กฎหมายใหม่ 10 ม.ค. 69 ฝังชิป-จดทะเบียนให้ทัน ไม่งั้นมีสะดุ้ง

ศุภชัย เจริญผล01-29

กฎหมายเลี้ยงสัตว์ฉบับใหม่ กทม. กำลังจะเริ่มใช้แล้ว

กทม. เตรียมบังคับใช้ข้อบัญญัติเรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ในวันที่ 10 มกราคม 2569 เป้าหมายหลักคือควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยง และลดปัญหา สุนัข-แมวจรจัด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ข้อบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2568 และตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งเตรียมความพร้อม ทั้งระบบจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงแบบอิเล็กทรอนิกส์ การประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงทำสื่อเพื่อให้ประชาชนเข้าใจเงื่อนไขการเลี้ยงสัตว์รูปแบบใหม่ให้มากที่สุด

1. ภาพรวมข้อบัญญัติ: เลี้ยงได้ แต่ต้องมีระบบ

ใจความสำคัญของข้อบัญญัตินี้ คือการทำให้การเลี้ยงสัตว์ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เป็นระบบ ระบุเจ้าของได้ และควบคุมจำนวนได้

  • ลดปัญหาสัตว์จรจัดที่ไม่มีคนรับผิดชอบ

  • ทำให้รู้ว่าสุนัขหรือแมวตัวไหนมีเจ้าของ หากหลุดออกมานอกบ้านจะติดตามได้

  • วางกรอบเรื่อง “จำนวนสัตว์เลี้ยง” ต่อพื้นที่ ไม่ให้หนาแน่นเกินไปจนกระทบคนรอบข้าง

พูดง่าย ๆ คือจากเดิมที่ใครจะเลี้ยงอะไร เลี้ยงเท่าไหร่ก็ได้แบบลอย ๆ ต่อไปนี้จะมี กติกาชัดเจน แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้คนที่เลี้ยงอยู่แล้วปรับตัวทัน

2. ขั้นตอนการจดทะเบียนสุนัขและแมว

สำหรับคนที่เลี้ยง สุนัขและแมว ต้องทำ 3 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

  • ขั้นที่ 1: พาไปฝังไมโครชิป
    เจ้าของต้องพาสุนัขหรือแมวไปฉีดฝังไมโครชิปก่อน

  • ขั้นที่ 2: ยื่นคำขอจดทะเบียนสัตว์ (แบบ คลส. 2)
    ใช้ใบรับรองจากสัตวแพทย์มายื่นขอจดทะเบียน

  • ขั้นที่ 3: รับบัตรประจำตัวสัตว์ (แบบ คลส. 3)
    เมื่อจดทะเบียนเสร็จ จะได้รับบัตรประจำตัวสัตว์อย่างเป็นทางการ

ฝังชิปที่ไหนได้บ้าง

  • คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร 8 แห่ง

  • หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ของ กทม.

สองช่องทางนี้ ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการฝังไมโครชิป

ถ้าไม่สะดวก สามารถไปที่

  • คลินิก / โรงพยาบาลสัตว์เอกชน

  • โรงพยาบาลสัตว์ของรัฐ หรือคณะสัตวแพทย์

กรณีนี้จะมีค่าใช้จ่ายตามที่แต่ละแห่งกำหนด แต่ต้องขอใบรับรอง แบบ คลส. 1 จากสัตวแพทย์ เพื่อนำมาใช้ในการยื่นจดทะเบียน

3. เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียน

เวลาจะไปจดทะเบียนสัตว์ ให้เตรียมเอกสารให้ครบ จะได้จบในรอบเดียว

  • บัตรประชาชนของเจ้าของสัตว์

  • ทะเบียนบ้านที่สัตว์อาศัยอยู่ (ต้องเป็นที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร)

  • ใบรับรองการฝังไมโครชิป (แบบ คลส. 1)

  • หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า (กรณีพักอาศัยแบบเช่า)

ยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่ไหน

  • คลินิกสัตวแพทย์ของกรุงเทพมหานคร

  • หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ของกรุงเทพมหานคร
    (สองช่องทางนี้ครบวงจร ทั้งฝังชิปและจดทะเบียน)

  • สำนักงานเขต

  • ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์ระบบจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง

สรุปคือ เจ้าของไม่จำเป็นต้องวิ่งหลายที่ เลือกช่องทางที่สะดวกที่สุดได้เลย

4. ตัวเลขล่าสุด: สุนัขแมวในกรุงเทพฯ ฝังชิปไปถึงไหนแล้ว

จากการสำรวจประชากรสัตว์เลี้ยงในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า

  • สุนัขมีทั้งหมด 54,860 ตัว
    – ผ่านการฝังไมโครชิปและจดทะเบียนแล้ว 34,296 ตัว หรือประมาณ 62.5%

  • แมวมีทั้งหมด 124,194 ตัว
    – ผ่านการฝังไมโครชิปและจดทะเบียนแล้ว 13,768 ตัว หรือคิดเป็นเพียง 11.09%

ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ฝั่งสุนัขเริ่มไปไกลพอสมควร แต่ฝั่งทาสแมวยังต้องเร่งเครื่องอย่างหนัก ก่อนกฎหมายจะเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบ

5. แผนเดินหน้าต่อ: เลี้ยงเกินจำนวนได้ไหม?

ช่วงถัดไป กทม. จะเดินหน้าเน้น 2 เรื่องใหญ่

  • ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับกติกาการเลี้ยงสัตว์ในแต่ละประเภท

  • ย้ำเงื่อนไขการจดทะเบียนให้ทันก่อนกฎหมายบังคับใช้จริง

ประเด็นที่หลายคนกังวลคือ “เลี้ยงเกินจำนวน จะต้องเอาสัตว์ไปทิ้งไหม?”

คำตอบคือ ไม่ต้องทิ้ง แต่ต้องแจ้ง และต้องทำตามกติกาใหม่

สัตว์เลี้ยงเดิม (เลี้ยงก่อน 10 ม.ค. 69)

  • ไม่จำกัดจำนวน แม้จะเลี้ยงเกินกว่าที่ข้อบัญญัติกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นก็ยังเลี้ยงต่อได้

  • เลี้ยงต่อได้จนกว่าสัตว์จะสิ้นอายุขัย

  • สำหรับ สุนัขและแมว ต้องพามาฉีดฝังไมโครชิปและจดทะเบียนให้เรียบร้อย

  • สำหรับสัตว์อื่น เช่น ม้า นก เป็ด ให้แจ้งจำนวนที่เลี้ยง ก็จะสามารถเลี้ยงต่อได้จนสิ้นอายุขัยเช่นกัน

แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ หากเลี้ยงเกินจำนวนที่กำหนด ต้อง แจ้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 เมษายน 2569

สัตว์เลี้ยงใหม่ (เลี้ยงหลัง 10 ม.ค. 69)

  • จะเริ่ม จำกัดจำนวนการเลี้ยง ตามข้อบัญญัติใหม่

  • โดยเฉพาะผู้เลี้ยง สุนัขและแมว ต้อง

    • ฝังไมโครชิป

    • จดทะเบียนทุกตัวที่เลี้ยง

สรุปง่าย ๆ
สัตว์เก่า: เลี้ยงเกินจำนวนได้ แต่ต้องฝังชิปและจดทะเบียน + แจ้งให้ทันเวลา
สัตว์ใหม่: ห้ามเลี้ยงเกินจำนวน และทุกตัวต้องเข้าอยู่ในระบบตั้งแต่แรก

6. คำสั่งเร่งด่วน: ขยายบริการ – ปกป้องเด็กจากสุนัขจรจัด

ในช่วงนับถอยหลังก่อนกฎหมายมีผลใช้จริง ผู้บริหาร กทม. ได้สั่งการให้

  • เร่งขยายบริการฝังชิปและจดทะเบียนให้ครอบคลุมมากขึ้น

  • สื่อสารข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจแบบ ชัด ตรง และตรงกันทุกพื้นที่ เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ไม่รู้รายละเอียด หรือเข้าใจคลาดเคลื่อน

  • ให้ทุกเขตช่วยกันตรวจสอบสภาพรั้วของโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก
    เพื่อป้องกันสุนัขจรจัดหลุดเข้าไปในพื้นที่ เสริมความปลอดภัยให้เด็กและบุคลากร

7. เงื่อนไขสำคัญ: สัตว์เก่า vs สัตว์ใหม่ ต้องจำให้แม่น

หัวใจของการสื่อสารเรื่องนี้คือประโยคเดียวที่ทุกคนควรจำให้ขึ้นใจ

“สัตว์เลี้ยงเก่า ไม่จำกัดจำนวน แต่ต้องฝังชิปและจดทะเบียน / สัตว์เลี้ยงใหม่ จำกัดจำนวน และต้องฝังชิปและจดทะเบียน”

  • กฎหมายเริ่มมีผลในวันที่ 10 มกราคม 2569

  • มีระยะเวลาผ่อนผัน 3 เดือน สำหรับการแจ้งสัตว์เลี้ยงที่เกินจำนวน

  • หลังจากนั้นจะเริ่มบังคับใช้เข้มงวดตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

8. แล้วถ้าลูกสัตว์เกิดมาเพิ่มจนเกินจำนวนล่ะ?

กรณี ลูกสัตว์ที่เกิดหลังวันที่ 10 ม.ค. 69 ซึ่งเป็นวันที่ข้อบัญญัติเริ่มมีผลบังคับใช้ หากทำให้จำนวนสัตว์เลี้ยงเกินกว่าที่กำหนด จะมีแนวทางช่วยเหลือดังนี้

  • กรุงเทพมหานครจะให้คำแนะนำเจ้าของสัตว์เป็นกรณี ๆ ไป

  • หากครบช่วงผ่อนผันแล้ว (หลัง 9 เม.ย. 69) ยังเกินจำนวนอยู่
    กทม. จะช่วยประสาน

    • ช่องทางอุปการะรับเลี้ยง

    • หรือรับมาดูแลที่ ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ)

ตรงนี้สะท้อนชัดว่า เป้าหมายไม่ใช่การบังคับให้คนเอาสัตว์ไปทิ้ง แต่เป็นการจัดการอย่างมีระบบ และหาทางออกที่รับผิดชอบต่อทั้งสัตว์และสังคมร่วมกัน

9. เคสพิเศษ: สุนัข–แมวในวัด

ข้อบัญญัติฉบับนี้ยัง ไม่ครอบคลุมโดยตรง กับสุนัขและแมวที่อยู่ในวัด เพราะส่วนใหญ่ถือว่าเป็นสัตว์จรจัด ไม่มีเจ้าของชัดเจน

แนวทางเบื้องต้นจะแบ่งเป็น 2 กรณี

  • ถ้ามีพระหรือฆราวาสในวัดแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของสัตว์
    – เจ้าของสามารถมาดำเนินการฝังไมโครชิปและจดทะเบียนได้ตามปกติ

  • หากเป็นสุนัขหรือแมวจรจัดที่มาอาศัยในวัด
    – ให้ดูแลตามแนวทางจัดการสัตว์จรจัด เช่น ทำหมัน ฉีดวัคซีน
    – หากมีลักษณะดุร้ายหรือสร้างปัญหาจนเกิดข้อร้องเรียน
    จะประสานให้กรุงเทพมหานครนำสัตว์ออกจากวัด

สรุปสำหรับคนเลี้ยงสุนัขและแมวในกรุงเทพฯ

ถ้าอยากเลี้ยงสัตว์อย่างสบายใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลทีหลัง แนะนำให้

  • เช็กให้ชัวร์ว่า สัตว์เลี้ยงของคุณเป็น “สัตว์เก่า” หรือ “สัตว์ใหม่”

  • ถ้าเป็นสัตว์เก่าและเลี้ยงเกินจำนวน ให้ รีบฝังชิป จดทะเบียน และแจ้งจำนวน ให้ทันภายใน 9 เม.ย. 69

  • ถ้าเป็นสัตว์ใหม่ ต้องเลี้ยง ไม่เกินจำนวนที่กำหนด และเข้าระบบตั้งแต่ต้นทุกตัว

การเลี้ยงสัตว์ในยุคใหม่ไม่ใช่แค่ให้อาหารกับที่นอน แต่คือการ แสดงความรับผิดชอบทั้งต่อสัตว์ ต่อเพื่อนบ้าน และต่อเมืองที่เราอยู่ร่วมกัน

ใครที่เลี้ยงหมาแมวอยู่ในกรุงเทพฯ ตอนนี้คือช่วงที่ควรเริ่มขยับตัว เพราะพอถึงวันที่ 10 ม.ค. 69 ทุกอย่างจะเริ่มเดินหน้าอย่างจริงจัง และการเตรียมตัวล่วงหน้าคือวิธีที่สบายตัวที่สุดสำหรับทั้งคุณและน้อง ๆ สี่ขาในบ้านของคุณ