รับแอปรับแอป

ฟูกะ x ทาเครุ กลับชาติมาเกิดเพื่อเอาคืนรักครั้งเก่า! เจาะบรรยากาศอีเวนต์ญี่ปุ่น-เกาหลีก่อนดู "แต่งงานกับสามีของฉัน"

นพดล รัตนชัย01-30

ฟูกะ โคชิบะ × ทาเครุ ซาโต้ คู่เคมีแรงในโปรเจกต์ญี่ปุ่น-เกาหลี

การโคจรมาพบกันของ โคชิบะ ฟูคะ และ ซาโต้ ทาเครุ ในซีรีส์ Amazon Original เรื่อง 『私の夫と結婚して』 (แต่งงานกับสามีของฉัน) เป็นโปรเจกต์ที่แฟนซีรีส์ญี่ปุ่น-เกาหลีต้องห้ามพลาด

วันที่ 26 มิถุนายน ที่ United Cinema Toyosu มีการจัดอีเวนต์พิเศษก่อนสตรีมมิ่งอย่างคึกคัก พร้อมบรรยากาศอบอวลด้วยพลังแฟน ๆ และทีมงาน

แม้ทั้งฟูกะและทาเครุจะอยู่ที่เกาหลีเพื่อร่วมงานแถลงข่าว แต่ก็ได้ปรากฏตัวผ่านรีโมตมาทักทายแฟน ๆ ในงานอย่างใกล้ชิด

บนเวทีที่โตเกียว ยังมีทีมนักแสดงญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง โยโกยามะ ยู, ชิราอิชิ เซย์, ทาบาตะ โทโมโกะ, คุโรซากิ เรนะ และชิเมะคาเกะ ริวยะ มาร่วมแชร์ความรู้สึกและเล่าบรรยากาศเบื้องหลังการถ่ายทำให้ฟังแบบจัดเต็ม

นี่ไม่ใช่แค่อีเวนต์โปรโมต แต่คือการเฉลิมฉลองโปรเจกต์ข้ามประเทศที่ทุกคน “ใส่ใจทุกรายละเอียด” จริง ๆ

นักแสดงรวมตัวที่โตเกียว – เสียงหัวเราะและเบื้องหลังสุดชุลมุน

หลังจากฉายตอนที่ 1 และ 2 ล่วงหน้าแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงทักทายบนเวทีอย่างเป็นทางการ

บนเวทีมีทั้ง โยโกยามะ ยู, ชิราอิชิ เซย์, ทาบาตะ โทโมโกะ, คุโรซากิ เรนะ และชิเมะคาเกะ ริวยะ มาปรากฏตัวต่อหน้าแฟน ๆ แบบใกล้ชิด

  • โยโกยามะ ยู ฝากคำทักทายอย่างสุภาพว่า ถึงแม้เวลาจะสั้น แต่หวังให้ทุกคนสนุกไปกับอีเวนต์นี้จนจบ

  • ชิเมะคาเกะ ริวยะ ก็พูดถึงความตื่นเต้นที่ซีรีส์กำลังจะสตรีมหลังเที่ยงคืน พร้อมขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน

ระหว่างการพูดคุย มีการเล่าถึงบรรยากาศการถ่ายทำที่เกาหลี ทั้งเรื่องจริงจังและเรื่องฮา ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้ตลอด

ฟูกะ & ทาเครุ โผล่ทักทายจากโซลผ่านหน้าจอ

ทันทีที่นักแสดงบนเวทีตะโกน “여보세요 (ยอโบเซโย)” ทั้ง ซาโต้ ทาเครุ และ โคชิบะ ฟูคะ ก็ปรากฏตัวบนจอจากเกาหลี ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของแฟน ๆ

เมื่อถูกถามว่า “เกาหลีเป็นอย่างไรบ้าง?”

  • โคชิบะ ฟูคะ เล่าว่า มีแฟน ๆ มารอต้อนรับที่สนามบินเยอะมาก จนรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงของกระแสซีรีส์

  • ซาโต้ ทาเครุ พูดติดตลกว่า เขาตั้งตารอ “มื้อเย็น” อยู่เลย

ความรู้สึกจากการถ่ายทำในเกาหลี

ฟูคะและทาเครุยังแชร์ความประทับใจจากการทำงานร่วมกับทีมเกาหลีด้วย

  • ฟูคะบอกว่า ผู้กำกับมีสไตล์การกำกับที่สดใหม่ การถ่ายทอดอารมณ์ก็แตกต่างจากแนวญี่ปุ่น ทำให้เธอได้ลองมุมใหม่ ๆ ของการแสดง และค้นพบอีกด้านของตัวเอง

  • ทาเครุบอกว่า แม้จะเตรียมใจเรื่อง “กำแพงภาษา” ไว้แล้ว แต่พอได้ลงมือทำจริง ก็รู้สึกว่า ความบันเทิงคือภาษาสากล ที่เชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน

โมเมนต์ฮา ๆ จากกองถ่ายที่ไม่มีในเบื้องหน้า

ฉากพลาดกลายเป็นเรื่องเล่าสุดฮา

นักแสดงแต่ละคนผลัดกันเล่า “ฟีลลิ่งหน้างาน” ที่ทั้งเขิน ทั้งฮา และทั้งเหนื่อย

  • โยโกยามะ ยู เล่าถึงฉากลองเสื้อผ้า ตอนนั้นเผลอใส่ชุดที่ยืมจากร้านแล้วเดินออกไปขึ้นรถพัก ผลคือเสียงเตือนกันขโมยดังลั่นทันที กลายเป็นเหตุการณ์ขำ ๆ ในกอง

  • ชิราอิชิ เซย์ เล่าถึงฉากที่ต้องสาดแกงกะหรี่กลับหลัง ที่ต้องถ่ายซ้ำหลายเทคมาก ทั้งเลอะ ทั้งเหนื่อย แต่ก็ได้ช็อตที่ดีที่สุดออกมา

  • คุโรซากิ เรนะ บอกว่ามีฉากกินข้าวที่เธอเผลอตักคำใหญ่เกินไป แต่ยังต้องพูดบทไปด้วย สุดท้ายพูดไม่ถนัดจนโดน NG

  • ชิเมะคาเกะ ริวยะ เล่าถึงฉากแฟลชแบ็กริมหน้าต่างในตอนที่ 2 ที่โดนลมพัดหน้าม้าปลิวจนต้องถ่ายใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำได้แค่ยืนภาวนาให้ลมหยุด

ข้อความจากสองนักแสดงนำถึงผู้ชม

ช่วงท้ายการพูดคุยผ่านหน้าจอ ซาโต้ ทาเครุ และ โคชิบะ ฟูคะ ฝากข้อความถึงผู้ชมอย่างจริงใจ

  • ทาเครุย้ำว่า เนื้อเรื่องจะยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงกลางไปจนถึงตอนจบ ที่จะเป็น พาร์ตออริจินัลเวอร์ชันญี่ปุ่น แม้คนที่เคยดูเวอร์ชันเกาหลีแล้วก็ยังลุ้นตามได้แน่นอน

  • ฟูคะบอกว่า ในเรื่องมีฉากและรายละเอียดที่ถูกเขียนไว้อย่างประณีต อยากให้ทุกคนดูไปด้วยกันจนถึงตอนสุดท้าย

สัญญาเลยว่าความดราม่าและความรู้สึกของตัวละครจะทวีขึ้นแบบหยุดดูไม่ได้

ถ้าย้อนเวลาได้ 10 ปี… อยากแก้อะไรในชีวิต?

ในช่วงครึ่งหลังของอีเวนต์ มีการพูดคุยในธีมที่เข้ากับเนื้อหาซีรีส์สุด ๆ คือ “ถ้าย้อนเวลาไป 10 ปีได้ จะทำอะไรใหม่?”

คำตอบของแต่ละคนทั้งน่ารัก ทั้งเป็นตัวเองสุด ๆ

  • ชิเมะคาเกะ ริวยะ: เสียดาย “งานเลี้ยงปิดกล้อง” ตอนนั้นเขาต้องรีบกลับเพราะมีงานเช้า ทำให้พลาดโอกาสได้นั่งคุยกับซาโต้ซังต่อ ถ้าย้อนเวลาได้ก็อยากกลับไปนั่งคุยให้เต็มที่

  • คุโรซากิ เรนะ: ตอบชัด ๆ ว่า “ไม่มี” เพราะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้รายล้อมด้วยคนดี ๆ อยากใช้ชีวิตเดินไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับไปเสียใจสิ่งที่ผ่านมา

  • ทาบาตะ โทโมโกะ: ก็ตอบว่า “ไม่มีเหมือนกัน” เพราะเป็นคนลืมเรื่องแย่ ๆ ได้ค่อนข้างเร็ว เลยไม่ค่อยมีอะไรให้รู้สึกติดค้างในใจ

  • ชิราอิชิ เซย์: ถ้าย้อนได้ อยากกลับไปตอนมัธยมแล้ว “ส่งการบ้านให้ครบ” เพราะทุกวันนี้ยังฝันอยู่เลยว่าตัวเองโดนซ้ำชั้นเพราะส่งการบ้านไม่ทัน (หัวเราะ)

  • โยโกยามะ ยู: ตอบแบบขำ ๆ ว่าอยากแก้คำสั่งเมนู “ข้าวกลาง” เมื่อคืนที่ไปร้านยากินิกุ เพราะรู้สึกว่ากินไม่อิ่ม จริง ๆ น่าจะสั่ง “ข้าวใหญ่” ไปเลยจะดีกว่า

คำตอบเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ยิ่งทำให้เห็นเสน่ห์และตัวตนของแต่ละคนชัดขึ้นว่า พวกเขาไม่ได้เป็นแค่ตัวละครในจอ แต่คือคนที่กำลังใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เหมือนเรา

พลังของทีมญี่ปุ่น-เกาหลี และตอนจบออริจินัลที่ทุกคนรอ

ช่วงท้ายอีเวนต์ โยโกยามะ ยู และ ชิราอิชิ เซย์ ก็ฝากความรู้สึกปิดท้ายถึงโปรเจกต์นี้

  • โยโกยามะบอกว่า ผู้กำกับและทีมงานทุกคนใส่ใจในทุกดีเทล ซีรีส์เรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้า โดยเฉพาะ ตอนจบแบบออริจินัลของญี่ปุ่น ที่อยากให้ทุกคนดูจนถึงที่สุด รับรองว่าจะมีเซอร์ไพรส์ในทุกตอน

  • ชิราอิชิเล่าว่า แม้จะมีทั้งช่วงเวลาที่สนุกและเหนื่อย แต่เพราะผ่านกระบวนการทั้งหมดนั้นมา จึงได้ฉากดี ๆ หลายฉากที่อยากให้ทุกคนชมจริง ๆ พร้อมฝากให้ผู้ชมช่วยบอกต่อให้คนรอบตัวมาดูด้วย

นี่คือโปรเจกต์ที่ไม่ได้เกิดจากแค่ “ทุนสร้างใหญ่” แต่เกิดจากความรักในงานของทุกคนที่ร่วมมือกันทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี

โปรเจกต์ข้ามประเทศที่แฟน K-Drama × J-Drama ต้องดู

ซีรีส์ 『私の夫と結婚して』 (แต่งงานกับสามีของฉัน) เป็นผลงานดัดแปลงจากนิยายออนไลน์ยอดนิยมของ NAVER ที่ถูกนำมาสร้างใหม่ในเวอร์ชันญี่ปุ่นแบบคนแสดงจริง

โปรเจกต์นี้จับมือร่วมกันระหว่างฝั่งเกาหลีและญี่ปุ่น

  • ทีมโปรดักชันจากเกาหลีคือ CJ ENM และ Studio Dragon (ผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ The Glory)

  • กำกับโดย อัน กิลโฮ

  • เขียนบทโดย โอชิมะ ซาโตมิ ผู้เขียนบทจากเรื่องดราม่าชื่อดังอย่าง “1 ลิตรน้ำตา”

ทั้งซีรีส์มี 10 ตอน ในรูปแบบที่ดูง่ายและยืดหยุ่น เหมาะทั้งสายดูรวดเดียว และสายค่อย ๆ ละเลียดตอนสุดสัปดาห์

เรื่องราว “ชีวิตครั้งที่สอง” ที่ผสมทั้งการล้างแค้นและการเยียวยาหัวใจ

ในอีเวนต์นี้ ทีมงานและนักแสดงจากทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี ได้มารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันมุมมองที่มีต่อผลงาน รวมถึงเบื้องหลังการทำงานที่ทั้งอบอุ่น ทั้งเข้มข้น

ซีรีส์ 『私の夫と結婚して』 (แต่งงานกับสามีของฉัน) ที่นำแสดงโดย โคชิบะ ฟูคะ และ ซาโต้ ทาเครุ เล่าเรื่องการได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง พร้อมกับธีม

  • การล้างแค้น

  • ความรัก

  • ดราม่าชีวิต

ทุกอย่างถูกผสมเข้าด้วยกันอย่างกลมกล่อม

สำหรับใครที่เคยคิดว่า “ถ้าย้อนเวลาได้ อยากเปลี่ยนบางอย่างในชีวิต” ซีรีส์เรื่องนี้อาจทำให้คุณมองชีวิตตัวเองด้วยสายตาใหม่อีกครั้ง

เรื่องราวของ “ชีวิตครั้งที่สอง” ในแบบที่ไม่ใช่แค่โรแมนติก แต่ยังเป็นการถามกลับมาที่หัวใจของตัวเองว่า ถ้าได้โอกาสอีกครั้ง เราจะใช้มันเพื่อใคร และเพื่ออะไร