ZestBuy

8 ร้านเจลาโต้ฮิตกรุงเทพ 2026

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI07-20
ความสนใจของหวาน

เกริ่นนำ: ทำไมเจลาโต้ถึงฮิตในกรุงเทพปี 2026

หน้าร้อนกรุงเทพฯ ที่อุณหภูมิพุ่งสูงแบบแทบละลาย ทำให้เมนูเย็น ๆ กลายเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าของหวาน และในบรรดาไอศกรีมทั้งหลาย เจลาโต้ (Gelato) คือดาวเด่นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งใน TikTok, Threads และแพลตฟอร์มสายกินต่าง ๆ

จากกระแส เนื้อสัมผัส Ultra Smooth ของ PARAMETER ไปจนถึงเจลาโต้โฮมเมดเล็ก ๆ ตามตรอกซอย เจลาโต้ได้เดินทางจากอิตาลีมาปรับตัวเข้ากับกรุงเทพฯ อย่างแนบเนียน ทั้งในห้างใหญ่ คาเฟ่ฮิป ๆ และย่านเมืองเก่า

บทความนี้จะพาไปรู้จักเจลาโต้ให้ลึกขึ้น และคัด 8 ร้านเจลาโต้สุดฮิตในกรุงเทพฯ ตามเทรนด์ปี 2026 แบ่งเป็นโซนและสไตล์ พร้อมทิปส์เลือกเมนูให้ตรงสาย ก่อนวางแผน “ตะลุยเจลาโต้” ให้ครบก่อนหน้าร้อนนี้


เจลาโต้คืออะไร ต่างจากไอศกรีมยังไง?

จากข้อมูลหลายแหล่ง เจลาโต้ถูกนิยามตรงกันในเรื่อง เนื้อสัมผัสและส่วนผสม

  • ไขมันน้อยกว่าไอศกรีมทั่วไป

  • ปั่นด้วยความเร็วช้ากว่า ทำให้มีอากาศแทรกตัวน้อยกว่า

  • เสิร์ฟที่อุณหภูมิอุ่นกว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไอศกรีมที่เย็นจัด

ผลลัพธ์คือ

  • เนื้อเจลาโต้จะ แน่น เนียน และหนึบกว่า

  • รสชาติ เข้มข้นชัดเจน มากกว่าไอศกรีมที่เนื้อฟูเบา

ในหลายร้านยังเน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น

  • ใช้น้ำผึ้งแทนน้ำตาล (เช่น Gelateria Kitokki, Rintaro)

  • เบสนม ไขมันต่ำ หรือสูตรไร้ไขมันสำหรับรสผลไม้ (เช่น Just Jela)

  • ลดการแต่งสี แต่งกลิ่นสังเคราะห์ (เช่น Blendies, Cypher Gelato)

จุดเด่นด้านสุขภาพที่ปรากฏในข้อมูล

  • ไขมันต่ำกว่าไอศกรีมทั่วไป

  • หลายแบรนด์ชูจุดขาย Low fat / Low sugar / ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ

  • มีตัวเลือกแบบ Plant-based / Vegan / Dairy-free สำหรับสายคลีน (เช่น Thank You Cup)

กล่าวโดยรวม เจลาโต้จึงตอบโจทย์ทั้ง คนรักรสเข้มเนียนนุ่ม และ คนที่ใส่ใจสุขภาพ มากขึ้น


เกณฑ์คัดเลือก 8 ร้านเจลาโต้สุดฮิตในกรุงเทพ

จากข้อมูลร้านจำนวนมากในกรุงเทพฯ บทความนี้เลือกโฟกัส 8 ร้าน โดยอิงเกณฑ์หลักจากเนื้อหาอ้างอิง ได้แก่

  1. ความนิยมและกระแสโซเชียล

    • มีการพูดถึงซ้ำ ๆ ในบทความรวมร้าน เช่น PARAMETER, Cioccolatitaliani, Dolce Gelatino, Gelato Elementary, Daddy Don’t Know, Ghee, Grazia, Blendies

    • มีคีย์เวิร์ด/แฮชแท็กเฉพาะตัว เช่น Ultra Smooth ของ PARAMETER

  2. รีวิวและคำบรรยายเชิงบวกจากหลายสื่อ

    • ยกย่องรสชาติ ความเนียน และความหลากหลายของรส

    • เน้นว่าควรค่าแก่การไปลองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

  3. คุณภาพวัตถุดิบและคอนเซ็ปต์ร้าน

    • ใช้วัตถุดิบพรีเมียม นำเข้าจากต่างประเทศ หรือเน้นธรรมชาติ 100%

    • มีคอนเซ็ปต์ชัด เช่น Artisan Gelato, Classic Refined, เจลาโต้สายผลไม้ธรรมชาติ ฯลฯ

  4. บรรยากาศและโลเคชั่น

    • ตั้งอยู่ในห้างใหญ่ใจกลางเมืองหรือย่านฮิป เช่น สยามพารากอน, CentralWorld, สีลม, ท่าเตียน

    • หรือเป็นคาเฟ่ที่มีบรรยากาศโดดเด่น เหมาะสายคาเฟ่ฮอปปิ้ง

ด้วยเกณฑ์เหล่านี้ จึงคัดมาเป็น 8 ร้านเจลาโต้สุดฮิตในกรุงเทพฯ ปี 2026 ที่สะท้อนทั้งเทรนด์และสไตล์ที่หลากหลาย


ร้านโซนใจกลางเมือง: สยาม–เซ็นทรัลเวิลด์–พารากอน

1. PARAMETER Gelato – สยามพารากอน

สไตล์: Classic Refined Gelato เนื้อสัมผัส Ultra Smooth
ทำเล: ชั้น G สยามพารากอน โซน Gourmet Eats (อ้างอิงบางแหล่งระบุใกล้โซนประชาสัมพันธ์)

จุดเด่นจากข้อมูล

  • สร้างกระแส #ultrasmooth บน TikTok / Threads

  • ใช้เวลา ศึกษาศาสตร์เจลาโต้กว่า 5 ปี ก่อนเปิดร้าน

  • ใช้เครื่องทำเจลาโต้อายุกว่า 100 ปี จากอิตาลี

  • ปรัชญา: ดึงรสและกลิ่นของวัตถุดิบออกมาให้มากที่สุด โดยใช้การปรุงแต่งให้น้อยที่สุด

ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 159 – 400 บาท ต่อสกู๊ป/เมนู (ตามข้อมูล Positioningmag)

เหมาะกับ

  • สายมินิมอลที่ชอบอะไรนิ่ง ๆ ละเอียด ลึกซึ้ง

  • คนที่อยากลองเจลาโต้ระดับคราฟต์ที่เน้นเนื้อสัมผัสจริง ๆ

2. Cioccolatitaliani – CentralWorld

สไตล์: เจลาโต้ + ช็อกโกแลตบาร์พรีเมียมจากมิลาน
ทำเล: CentralWorld ชั้น 1 โซน Beacon

จุดเด่น

  • เจลาโต้สไตล์อิตาเลียนแท้ ทำสดใหม่ทุกวัน

  • เนื้อเนียน หนึบ รสเข้ม กลิ่นชัด โคนอบสด หอมกรอบ

  • มีลูกเล่น Chocolate Fountain ราดช็อกโกแลตเหลวอุ่น ๆ ที่ก้นโคน ก่อนตักเจลาโต้

  • เมนูเน้นการผสมผสาน ช็อกโกแลต + เจลาโต้ + กาแฟ + ขนมอบ เข้าด้วยกัน

ราคาเริ่มต้น: 130 – 500 บาท ขึ้นกับเมนูและท็อปปิง

เหมาะกับ

  • สายช็อกโกแลตเข้มข้นที่อยากได้อะไรจัดเต็มทั้งรสและกิมมิก

  • คนที่ชอบไอศกรีมพร้อมเครื่องดื่มและขนมหวานในที่เดียว

3. Grazia Gelato Coffee and More – สยามพารากอน

สไตล์: Artisan Gelato + คาเฟ่กาแฟ
ทำเล: สยามพารากอน ชั้น G โซน Gourmet Garden / โซน North หน้า Gourmet Market (ข้อมูลสองแหล่ง)

จุดเด่น

  • ทำเจลาโต้สดใหม่วันต่อวันด้วยเครื่องนำเข้าจากอิตาลี

  • รสชาติละมุน หวานกำลังดี หอมแบบอิตาเลียนแท้

  • เมนูซิกเนเจอร์ Grazia Tiramisù และ เค้กเจลาโต้ Semi-freddo ที่เป็นเจลาโต้กึ่งแช่แข็งในถ้วยลักชูรี

ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 120 – 285 บาท ต่อเมนู (ข้อมูล Positioningmag)

เหมาะกับ

  • สายคาเฟ่ที่อยากได้ทั้งกาแฟดีและเจลาโต้พรีเมียมในร้านเดียว

  • คนที่ชอบเมนูของหวานแบบจัดจานสวย ๆ

4. Blendies – Siam Square One

สไตล์: เจลาโต้สไตล์เลบานอน–ฝรั่งเศส เน้นโคนและถั่วพรีเมียม
ทำเล: Siam Square One ชั้น G ประตู 6

จุดเด่น

  • ร้านเจลาโต้สไตล์เลบานอนสุดพรีเมียม

  • เมนูซิกเนเจอร์: เจลาโต้โคนอบสดคลุกถั่วแบบจัดเต็ม ทั้งพิสตาชิโอและแมคคาเดเมีย

  • ใช้วัตถุดิบพรีเมียม ไม่แต่งสี ไม่แต่งกลิ่น รสหวานกำลังดี ถูกปากคนไทย

  • เนื้อสัมผัสนุ่ม เนียน เหนียวนิด ๆ

ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 129 – 220+ บาท ตามสาขาและเมนู

เหมาะกับ

  • สายถั่วพิสตาชิโอ/แมคคาเดเมียที่อยากได้ถั่วแน่น ๆ เต็มโคน

  • คนที่ชอบความรู้สึก “กินโคนแล้วฟินทั้งชิ้น” ไม่ใช่แค่ไอศกรีม

5. Dolce Gelatino – Union Mall / ห้างหลายแห่ง

สไตล์: เจลาโต้โฮมเมดสไตล์อิตาเลียน ราคามิตรภาพ
ทำเล: หลายสาขา เช่น Union Mall, Central Rama 2, Central WestGate, Central Rama 3, Imperial สำโรง

จุดเด่น

  • เจลาโต้โฮมเมดต้นตำรับอิตาลี เนื้อเนียนแน่น หอมละมุน

  • มีไอศกรีมให้เลือกมากถึง 28 รส แบ่งฝั่งนมสดและฝั่งผลไม้/โยเกิร์ต

  • ราคาเป็นมิตรสุด ๆ เช่น ถ้วยละ 39 บาท เลือกได้ 2 รส / ราคาต่อสกู๊ปเริ่ม 19 บาท (จาก Inzpy)

  • มีโปรโมชันออกมาตลอด

ราคาเริ่มต้น: 19 – 39 บาท แล้วแต่ขนาด

เหมาะกับ

  • สายงบจำกัดที่อยากลองหลายรสในราคาหลักสิบ

  • ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่อยากกินเจลาโต้แบบไม่ต้องคิดมากเรื่องราคา


ร้านโซนฝั่งธนฯ และชานเมือง + ย่านเมืองเก่า

6. Gelato Elementary – Block 28 สามย่าน

สไตล์: เจลาโต้คราฟต์เน้นความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
ทำเล: โครงการ Block 28 ซอยจุฬา 7 เขตปทุมวัน

จุดเด่น

  • เสิร์ฟเจลาโต้สดใหม่ และมี เวิร์กช็อป Gelato Fundamental ให้ลองทำเอง

  • คอนเซ็ปต์ “Elementary” คือเรียบง่าย เน้นพื้นฐานที่ดี ไม่ซับซ้อนเกินจำเป็น

  • รสร้านถูกบรรยายว่ามีเลเยอร์ให้ค้นหา ไม่ใช่แค่หวานอย่างเดียว

  • บรรยากาศร้านโทนมินิมอลเกาหลี อบอุ่น ถ่ายรูปขึ้นมาก

ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 88 บาท ต่อสกู๊ป

เหมาะกับ

  • สายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่ชอบร้านมินิมอลโทนอบอุ่น

  • คนที่สนใจเรียนรู้การทำเจลาโต้แบบเบื้องต้นผ่านเวิร์กช็อป

7. Daddy Don’t Know Gelato House – สีลม

สไตล์: เจลาโต้สาย Gen-Z สนุก แหวกแนว
ทำเล: ย่านสีลม (ข้อมูล Inzpy)

จุดเด่น

  • เมนูชื่อเล่นสุดจัด เช่น Kyoto Hentai (มัทฉะยาบุกิตะ), Naughty Habibi (ดาร์กช็อกโกแลตดูไบ), Pickle Me Deeper (รสแตงกวาดอง)

  • บรรยากาศร้านสื่อถึงความขบถแบบน่ารัก สาย Zoomers ที่ไม่ชอบความจำเจ

  • บรรจุภัณฑ์และถ้วยมีคาแรกเตอร์สูง ถ่ายรูปสนุก

ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 95 บาท ต่อสกู๊ป

เหมาะกับ

  • สายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่ชอบลองรสชาติแปลกใหม่

  • คนที่อยากได้คอนเทนต์สนุก ๆ ทั้งชื่อเมนูและบรรยากาศร้าน

8. Ghee Gelato House – ท่าเตียน / รัตนโกสินทร์

สไตล์: เจลาโต้โฮมเมดเล็ก ๆ เน้นรสชาติเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
ทำเล: ซอยปานสุข ท่าเตียน / ถนนมหาราช พระนคร (ข้อมูลสองแหล่ง)

จุดเด่น

  • ทำเจลาโต้สดใหม่วันต่อวัน มีประมาณ 10 รสต่อวัน

  • เนื้อเจลาโต้ถูกบรรยายว่า เนียน เหนียว หนึบหนับ

  • รสชาติหลากหลาย และออกเมนูตามฤดูกาลสม่ำเสมอ เช่น เลมอนพาย โหระพาเชอร์เบต กรีกโยเกิร์ตน้ำผึ้ง

  • เจ้าของเรียนทำเจลาโต้จากเมืองโบโลญญา (ข้อมูล Inzpy)

ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 100 บาท ต่อสกู๊ป

เหมาะกับ

  • สายมินิมอลที่ชอบร้านเล็ก ๆ เรียบง่าย แต่ใส่ใจรายละเอียด

  • คนที่อยากหลบความวุ่นวายในเมืองไปพักใจแถวท่าเตียนพร้อมเจลาโต้ดี ๆ


สรุป 8 ร้านตามหมวดสไตล์

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถจัดกลุ่ม 8 ร้านเจลาโต้ฮิตได้ตามสไตล์ดังนี้

สายมินิมอล–คราฟต์ลึกซึ้ง

  • PARAMETER – Classic Refined, Ultra Smooth, เน้นวัตถุดิบและเทคนิคเก่าแก่

  • Gelato Elementary – คราฟต์เรียบง่าย มีเวิร์กช็อปให้เรียนรู้

  • Ghee Gelato House – ร้านเล็กโฮมเมด รสนุ่มเหนียว หนึบ ละเอียดในดีเทล

สายครอบครัว–ราคาคุ้มค่า

  • Dolce Gelatino – ราคาหลักสิบ ถ้วยละ 39 บาทเลือกได้ 2 รส มีหลายสาขาในห้าง

  • Blendies – รสหวานกำลังดี นุ่มหนึบ มีถั่วแน่น ๆ ถูกปากคนไทย

สายคาเฟ่ฮอปปิ้ง–ชอบบรรยากาศและคอนเซ็ปต์

  • Daddy Don’t Know – เมนูชื่อสนุก แหวกแนว สาย Gen-Z

  • Gelato Elementary – บรรยากาศมินิมอลเกาหลี โทนอบอุ่น ถ่ายรูปสวย

  • Grazia Gelato Coffee and More – คาเฟ่กาแฟ+เจลาโต้ พร้อมเมนู Semi-freddo หรูหรา

สายช็อกโกแลต–ถั่ว–รสเข้มจัดเต็ม

  • Cioccolatitaliani – เจลาโต้ + Chocolate Fountain + ขนมหวานพรีเมียม

  • Blendies – โคนถั่วคั่วคลุกแน่นล้นโคน รสถั่วพรีเมียมเด่น

  • PARAMETER – เน้นดึงรสชาติและกลิ่นหอมของวัตถุดิบออกมาเต็มที่

แต่ละร้านมีเอกลักษณ์ชัดเจน จึงตอบโจทย์คนละสายอย่างแตกต่าง โดยไม่จำเป็นต้องมี “อันดับที่หนึ่ง” ตายตัว ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้กินให้ความสำคัญเป็นหลัก (ราคา, บรรยากาศ, เนื้อสัมผัส, วัตถุดิบ ฯลฯ)


ทิปส์เลือกเมนูเจลาโต้ให้คุ้ม: แยกตามสายรสชาติ

อ้างอิงจากคำบรรยายเมนู ซิกเนเจอร์ และคาแรกเตอร์ของแต่ละร้าน สามารถสรุปแนวทางเลือกเมนูให้ตรงสายได้ดังนี้

1. คนชอบหวานน้อย

มองหาร้านที่เน้น

  • ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ไม่แต่งกลิ่น/สีจัด ๆ (Blendies, Cypher Gelato, Rintaro)

  • รสที่มีความเปรี้ยว–สดชื่นช่วยบาลานซ์ เช่น เลมอนพาย, โหระพาเชอร์เบต, ผลไม้สด

ร้านที่น่าลอง:

  • Ghee Gelato House – มีรสผลไม้และเชอร์เบตหลายแบบ หวานไม่จัด

  • Gelato Elementary – รสร้านถูกบรรยายว่ามีบาลานซ์และเลเยอร์ ไม่หวานอย่างเดียว

  • Dolce Gelatino – ฝั่งผลไม้/โยเกิร์ต ให้ความสดชื่นมากกว่าหวานมัน

2. สายผลไม้

สายนี้เหมาะกับเมนูที่ใช้ผลไม้จริงเป็นหลัก เช่น

  • ร้านที่ชูจุดขายผลไม้ตามฤดูกาลและธรรมชาติ 100% (เช่น Rintaro, Gelateria Kitokki – ตามข้อมูลที่อ้างถึง)

  • เจลาโต้รสผลไม้แท้ไม่มีนม หรือเบสนมไขมันต่ำ

ร้านที่น่าลอง:

  • Dolce Gelatino – ฝั่งผลไม้/โยเกิร์ต หลายรส เปรี้ยวอมหวานสดชื่น

  • Blendies – มีรสผลไม้เช่นมะม่วง ฯลฯ ที่หวานกำลังดี

  • Gelato Elementary / Ghee – มีผลไม้ตามฤดูกาลหมุนเวียนให้ลอง

3. สายช็อกโกแลตเข้มข้น

ข้อมูลร้านที่โดดเด่นเรื่องช็อกโกแลต

  • Cioccolatitaliani – เน้นช็อกโกแลตบาร์และ Chocolate Fountain

  • Blendies – มีรสช็อกโกแลตหลากหลาย ร่วมกับถั่วพรีเมียม

  • Grazia – รสช็อกโกแลตและพิสตาชิโอถูกยกเป็นรสโดดเด่น

  • PARAMETER – เน้นดึงรสวัตถุดิบเต็มที่ ทำให้ช็อกโกแลตมีมิติ

สายช็อกโกแลตควรโฟกัส:

  • เมนูโคนราดช็อกโกแลตพ่น / Chocolate Fountain (Cioccolatitaliani)

  • รส Dark Chocolate หรือรสที่จับคู่กับถั่ว เช่น พิสตาชิโอ (Blendies, Grazia)

4. สายอยากลองรสแปลก–เล่นสนุก

อ้างอิงตัวอย่างรสชาติแหวกแนวในข้อมูล

  • Daddy Don’t Know – รสเบียร์, รสไวน์แดง, แตงกวาดอง, มัทฉะชื่อเล่นจัดจ้าน

  • ร้านอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ใน 8 ร้านหลักแต่สะท้อนเทรนด์ เช่น Pick Me Gelato (กระทิงแดง, วาซาบิ, เบียร์), 10010 Dessert Bar (น้ำมนต์, ศรีราชา, บลูชีส ฯลฯ)

สำหรับคนที่อยากให้การกินเจลาโต้กลายเป็น “ประสบการณ์ทดลอง” มากกว่าของหวานธรรมดา การเลือกร้านสายนี้จะตอบโจทย์อย่างชัดเจน


วางแผนตะลุย 8 ร้านเจลาโต้ก่อนหน้าร้อน

ด้วยทำเลของทั้ง 8 ร้าน สามารถวางแผน “ทัวร์เจลาโต้” แบบค่อย ๆ เก็บร้านได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ โดยมีแนวทางคร่าว ๆ จากข้อมูลดังนี้

แผนวันสายสยาม–CentralWorld–Paragon

  • เริ่มที่ PARAMETER (สยามพารากอน) – สัมผัส Ultra Smooth เป็นไฮไลต์แรก

  • ต่อด้วย Grazia Gelato Coffee and More – ลอง Semi-freddo หรือ Tiramisù พร้อมกาแฟ

  • ข้ามไป Blendies (Siam Square One) – ฟินกับโคนถั่วคั่วบดแน่น ๆ

  • ปิดท้ายที่ Cioccolatitaliani (CentralWorld) – เล่นสนุกกับ Chocolate Fountain

แผนสายงบเบา–กินได้ทั้งแก๊ง

  • เลือก Dolce Gelatino ตามห้างใกล้บ้าน (เช่น Union Mall, Central Rama 2, WestGate ฯลฯ)

  • เน้นลองหลายรสในงบหลักสิบ เช่น ถ้วยละ 39 บาทได้ 2 รส

แผนสายคาเฟ่ฮอปปิ้ง–อยากได้ภาพสวย ๆ

  • ไป Gelato Elementary ที่ Block 28 – ถ่ายรูปมินิมอลโทนเกาหลี ลองรสร้านคราฟต์

  • ต่อด้วย Daddy Don’t Know ที่สีลม – เก็บภาพบรรยากาศและชื่อเมนูสุดกวน

  • แวะฝั่งท่าเตียนที่ Ghee Gelato House – ได้ทั้งเจลาโต้และวิวย่านเก่ารัตนโกสินทร์

ช่องทางตามโปรโมชัน

จากข้อมูลอ้างอิง หลายร้านมีการอัปเดตโปรโมชันและเมนูใหม่ผ่านโซเชียล เช่น

  • Facebook / Instagram ของ Grazia, Blendies, Dot Gelato, Gelateria Kitokki, Molto, Dolce Gelatino

  • TikTok สำหรับ PARAMETER ที่มีแฮชแท็กและคลิปรีวิวจำนวนมาก

การติดตามหน้าเพจแต่ละร้านจะช่วยให้ไม่พลาด

  • โปรบุฟเฟ่ต์ (เช่น Pick Me Gelato เคยจัด)

  • เมนู Seasonal หรือรสลิมิเต็ดแต่ละเดือน

  • การเปิดสาขาใหม่ในห้างต่าง ๆ


สรุป

เจลาโต้ในกรุงเทพฯ จากข้อมูลที่รวบรวม ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่กำลังพัฒนาเป็น “วัฒนธรรมการกินของหวาน” รูปแบบใหม่ที่ผสมผสาน

  • ความพรีเมียมและความเนียนของเทคนิคอิตาเลียน

  • วัตถุดิบธรรมชาติ ผลไม้ตามฤดูกาล สาย Plant-based

  • ความสนุกของคาเฟ่ฮอปปิ้งและเมนูครีเอทีฟ

การออกไปลอง 8 ร้านเจลาโต้ฮิตที่นำเสนอ ไม่จำเป็นต้องทำให้ครบในครั้งเดียว แต่อาจเริ่มจากสายที่ตรงใจ ทั้งมินิมอล ครอบครัว คาเฟ่ หรือช็อกโกแลต แล้วค่อย ๆ เติมรายชื่อให้ครบในหน้าร้อนปี 2026

ท้ายที่สุด ไม่ว่าร้อนแค่ไหน ถ้ามีเจลาโต้เนียนนุ่มสักสกู๊ป กรุงเทพฯ ก็จะดูน่าอยู่ขึ้นอีกนิดในทุกวัน

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น