รับแอปรับแอป

สหรัฐฯ แบนโดรนต่างชาติ เกมเปลี่ยนทั้งวงการ DJI งานเข้าเต็ม ๆ ใครใช้โดรนต้องรู้

กรกนก พันธุ์ดี12-25

ถ้าช่วงหลังรู้สึกว่าโดรนไม่ใช่แค่ของเล่นสายถ่ายรูป แต่กลายเป็นอุปกรณ์ที่ผูกกับความมั่นคง ข่าวนี้บอกเลยว่าไม่เกินจริง เพราะล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจ “ปิดประตู” ตลาดโดรนแบบจริงจัง ด้วยการ แบนการขายโดรนและชิ้นส่วนโดรนที่ผลิตจากต่างประเทศทั้งหมด ไม่ใช่แค่ยี่ห้อเดียว แต่โดนยกแผงทั้งอุตสาหกรรม

และแน่นอนว่า ถ้าพูดถึงโดรน ชื่อแรกที่ทุกคนคิดถึงก็คือ DJI แบรนด์เจ้าตลาดจากจีนที่โดนผลกระทบหนักที่สุดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

นี่ไม่ใช่ข่าวเล็ก ๆ สำหรับสายถ่ายภาพ สายวิดีโอ หรือคนที่ติดตามเทคโนโลยี เพราะการตัดสินใจครั้งนี้อาจเปลี่ยนทิศทางตลาดโดรนโลกไปอีกนาน


สหรัฐฯ แบนโดรนอะไรบ้าง สรุปให้เข้าใจง่าย

ก่อนอื่นต้องเคลียร์ให้ชัด การแบนครั้งนี้ ไม่ใช่การห้ามบินโดรน แต่เป็นการ
ห้ามจำหน่ายโดรนและชิ้นส่วนโดรนที่ผลิตจากต่างประเทศรุ่นใหม่

ตามประกาศจาก FCC (Federal Communications Commission) ระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ หลายแห่งประเมินแล้วว่า

โดรนและชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตจากต่างประเทศมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติในระดับที่ยอมรับไม่ได้

สรุปผลกระทบแบบสั้น ๆ

  • โดรนต่างชาติ รุ่นใหม่ในอนาคต จะไม่ผ่านการรับรอง

  • โดรนที่ผ่าน FCC แล้ว และวางขายอยู่ ยังขายได้ต่อ

  • คนที่มีโดรนต่างชาติอยู่แล้ว ยังบินได้ตามปกติ

  • รัฐบาลสหรัฐฯ ยังสามารถอนุญาตรุ่นพิเศษเป็นกรณีไปได้ในอนาคต


ทำไม DJI ถึงโดนหนักที่สุด

แม้กฎหมายจะไม่เจาะจงชื่อแบรนด์ แต่ในโลกความจริง DJI คือผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาดโดรนผู้บริโภค โดยเฉพาะในสหรัฐฯ

DJI ครองตลาด

  • โดรนถ่ายภาพ

  • โดรนสายคอนเทนต์

  • โดรนสำหรับงานกึ่งอุตสาหกรรม

ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมือโปร เรียกได้ว่าถ้าเป็นโดรน คนส่วนใหญ่ก็เลือก DJI เป็นอันดับแรก การแบนการขายรุ่นใหม่จึงกระทบทั้งยอดขาย การพัฒนา และความเชื่อมั่นในระยะยาว


เหตุผลด้านความมั่นคง หรือการเมืองล้วน ๆ

ฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ให้เหตุผลชัดเจนว่าเป็นเรื่อง ความมั่นคงและข้อมูล
กลัวว่าโดรนจากต่างชาติอาจ

  • เข้าถึงข้อมูลสำคัญ

  • ส่งข้อมูลกลับประเทศต้นทาง

  • ใช้เป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

แต่ฝั่ง DJI ไม่เห็นด้วยแบบตรงไปตรงมา โดยออกแถลงการณ์ว่า

  • ผลิตภัณฑ์ของ DJI ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานสหรัฐฯ มาแล้วหลายครั้ง

  • ไม่เคยมีหลักฐานชัดเจนว่ามีปัญหาด้านข้อมูล

  • การแบนครั้งนี้สะท้อน “การปกป้องตลาด” มากกว่าความปลอดภัย

มองจากมุมคนใช้ ต้องยอมรับว่าประเด็นนี้มีทั้งเรื่องเทคโนโลยี การเมือง และเศรษฐกิจปนกันแบบแยกไม่ออก


คนใช้โดรนในสหรัฐฯ ต้องทำยังไงต่อ

ข่าวดีคือ ยังไม่ต้องตื่นตระหนก

  • ถ้ามีโดรน DJI อยู่แล้ว ใช้งานต่อได้

  • ไม่ต้องอัปเดตอะไรเป็นพิเศษ

  • กฎหมายนี้กระทบ “การขาย” ไม่ใช่ “การใช้งาน”

แต่ในระยะยาว

  • รุ่นใหม่อาจหาซื้อไม่ได้

  • อุปกรณ์เสริมบางอย่างอาจขาดตลาด

  • ราคาโดรนที่มีอยู่ อาจขยับสูงขึ้น

ใครที่อยู่สายถ่ายวิดีโอ งานโปรดักชัน หรือทำคอนเทนต์จริงจัง ต้องเริ่มคิดแผนสำรองกันได้แล้ว


ตลาดโดรนโลกจะเปลี่ยนยังไง

การแบนครั้งนี้อาจทำให้

  • แบรนด์โดรนสหรัฐฯ ได้โอกาสเติบโต

  • ผู้ผลิตจากยุโรปหรือพันธมิตรสหรัฐฯ มีช่องว่างมากขึ้น

  • DJI ต้องโฟกัสตลาดนอกสหรัฐฯ หนักกว่าเดิม

และที่สำคัญ คืออาจเกิด “มาตรฐานโดรนแบบแบ่งขั้ว” เหมือนสมาร์ตโฟนในยุคก่อน ที่บางประเทศใช้ได้ บางประเทศโดนจำกัด


แล้วคนไทยต้องสนใจข่าวนี้ไหม

คำตอบคือ ควรสนใจ
เพราะสหรัฐฯ เป็นตลาดใหญ่และมีอิทธิพลสูง การตัดสินใจครั้งนี้อาจลามไปประเทศอื่นในอนาคต หรือส่งผลต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบความปลอดภัย และราคาตลาดโลก

ใครที่ติดตามข่าวเทคโนโลยี โดรน หรืออุปกรณ์ถ่ายภาพ การรู้ทันสถานการณ์แบบนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าจะซื้อ ใช้ หรือรอ

และถ้าอยากตามข่าวเทคโนโลยีแรง ๆ แบบนี้แบบเข้าใจง่าย Zestbuy คืออีกหนึ่งแหล่งที่รวมข่าวโดรน มือถือ แกดเจ็ต และเทรนด์ไอทีไว้ครบ ไม่ต้องไล่อ่านหลายเว็บ


สรุป: DJI ยังไม่ตาย แต่เกมเปลี่ยนแล้ว

การแบนโดรนต่างชาติของสหรัฐฯ ไม่ได้ฆ่า DJI ทันที แต่เป็นการเปลี่ยนเกมแบบระยะยาว ตลาดโดรนจากนี้จะไม่เหมือนเดิม และผู้ใช้งานต้องตามข่าวใกล้ชิดมากขึ้น

ใครที่เป็นสายโดรน เตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลงไว้ให้ดี เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในวงการโดรนโลกจริง ๆ

ที่มา gsmarena