รับแอปรับแอป

iPhone แรงทะลุทุกเทรนด์! วิเคราะห์กระแส Singles’ Day จีน ทำไม iPhone 17 ถึงขึ้นแท่นตัวท็อป พร้อมความหมายต่อวงการสมาร์ตโฟนโลก

กิตติพงษ์ ชัยมงคล11-28

ถ้าให้เลือกเทศกาลช้อปปิ้งที่ทำเงินสะเทือนทั้งทวีป เทียบได้กับสงครามลดราคาแห่งยุค คงไม่มีเวทีไหนเหมาะจะเปิดตัวความโหดของตลาดสมาร์ตโฟนเท่า Singles’ Day ของจีนอีกแล้ว

ใครที่ติดตามข่าวไอทีช่วงปลายปี น่าจะรู้สึกเหมือนกันว่า เทศกาล 11.11 ปีนี้มีอะไรแปลก ๆ …ยอดขายไม่คึกคักเหมือนเมื่อก่อน ตลาดโดยรวมโตน้อย แต่สิ่งที่สะดุดตาแบบแรง ๆ คือ iPhone 17 ขึ้นแท่น “พระเอก” ของงานแบบเด่นเป็นสง่า แถมยังช่วยประคองทั้งตลาดไม่ให้ติดลบไปมากกว่านี้อีกต่างหาก

ใช่แล้ว…ดูก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
งั้นลองมานั่งแกะ เทียบ วิเคราะห์ ให้เห็นชัด ๆ ว่าทำไม Apple ถึงพลิกกลับมาท็อปฟอร์มในจีน—ประเทศที่เคยถูกมองว่า Apple กำลังเสียอิทธิพลลงเรื่อย ๆ

บทความนี้เลยอยากพาไปดูแบบลึก ๆ สนุก ๆ ว่า iPhone 17 ทำอะไรกับตลาดจนสะเทือน, ผู้เล่นอื่นได้รับผลกระทบยังไง และเทรนด์นี้สะท้อนอนาคตของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนยังไงบ้าง

ปิดท้ายด้วย insight สำหรับคนรักเทคและสายช้อปยุคใหม่ ว่าควรจับตาอะไรในช่วง Holiday Season ที่กำลังจะมาถึง


เหตุการณ์ใหญ่: Singles’ Day ปีนี้ โตแค่ 3% แต่ iPhone ขายดีแบบชนิดที่ตลาดต้องขอบคุณ

จากรายงานของ Counterpoint Research มีประโยคเด็ดที่อ่านปุ๊บก็รู้เลยว่า Apple ทำการบ้านมาดีแค่ไหน:

iPhone 17 ทำยอดขายคิดเป็น 26% ของสมาร์ตโฟนทั้งหมดระหว่างเทศกาล Singles’ Day

และที่ทำเอาตลาดสะดุ้งคือ

ถ้าไม่มี iPhone 17 ตลาดจะติดลบทันทีประมาณ 5%

หรือพูดง่าย ๆ คือ ตลาดเอาตัวรอดได้ เพราะ iPhone แบกทั้งงาน

แม้ปีนี้ยอดขายสมาร์ตโฟนโดยรวมในจีนจะโตเพียง 3% แต่แค่ iPhone กลับพุ่งแบบก้าวกระโดด ชนิดที่หลายคนคงต้องตั้งคำถามว่า…Apple ทำอะไรถูก?


ทำไม iPhone 17 ถึงขายดีขนาดนั้น? 5 ปัจจัยที่ทำให้ขึ้นแท่น “ของมันต้องมี” ในจีน

1) ดีไซน์ใหม่ + ฟีเจอร์เน้นใช้งานจริง ไม่ใช่ของแต่ง

รายงานจากหลายสำนักข่าวจีนระบุว่า ลูกค้ากลับมาสนใจโมเดล 17 เพราะดีไซน์สวยขึ้น น้ำหนักเบา แบตอึดขึ้น และกล้องได้รับการอัปเกรดแบบเห็นผลจริง ไม่ใช่อัปนิด ๆ หน่อย ๆ เหมือนบางรุ่นในอดีต

เรียกว่า “อัปแบบคุ้มราคา ไม่ใช่อัปเพราะต้องอัป”

2) ผู้ใช้จีนชอบ ecosystem ที่ลื่นสุด ๆ ของ Apple

คนจีนจำนวนมากใช้ Apple Watch, AirPods, iPad, Mac และบริการของ Apple ไปพร้อมกัน พอเปลี่ยนเครื่องใหม่ที ระบบไหลเนียนแบบไม่ต้องย้ายอะไรซับซ้อน ทำให้การอัปเกรดเป็นเรื่องง่ายกว่าแบรนด์อื่นหลายเท่า

3) การตลาด Apple ในจีนปีนี้มาเหนือคาด

Apple เน้นคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ เจาะกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้รุ่นใหม่ในเมืองใหญ่แบบหนักมาก
ทั้ง TikTok จีน (Douyin), KOL และงานอีเวนต์ร่วมกับแบรนด์แฟชั่น
ของมันต้องเด่น เพราะ Apple ทำให้ iPhone ไม่ใช่แค่ “มือถือ” แต่กลายเป็น เครื่องมือเสริมภาพลักษณ์

4) รุ่นเรือธงค่ายอื่นเปิดตัวพลาดจังหวะ

Huawei Mate 80 เปิดตัวหลังช่วงเทศกาล
ทำให้อดโกยยอดช่วงที่คนช้อปเยอะที่สุดในปีไปเต็ม ๆ

Xiaomi 17 เปิดตัวเร็วไปก่อนหน้า เลยโดนลดกระแสในช่วง Singles’ Day
ส่งผลให้ยอดในเทศกาลไม่แรงเท่าเดิม

พูดแบบติดตลกคือ Apple ไม่ได้วิ่งเร็วขึ้นแค่ฝ่ายเดียว แต่คู่แข่งยัง “ยื่นจังหวะทอง” ให้ด้วย

5) คนจีนมอง iPhone เป็นการลงทุนใช้งานระยะยาว

มีการสำรวจผู้บริโภคกลุ่มวัยทำงาน พบว่า iPhone เป็นมือถือที่ราคาตกช้าที่สุดในตลาดมือสอง
คนจีนให้ความสำคัญมากเรื่องมูลค่าขายต่อ
จ่ายแพงครั้งเดียว แต่ขายต่อยังคุ้ม ถือเป็นการลงทุนแบบ practical สุด ๆ


การวิเคราะห์เชิงเทรนด์: iPhone กลับมาครองใจผู้ใช้จีนได้ยังไง หลังเคยโดนมองว่า “ตกยุค”?

ช่วงสองปีที่ผ่านมา หลายสื่อคาดการณ์ว่า Apple น่าจะเสียส่วนแบ่งตลาดจีนเรื่อย ๆ เพราะเจอคู่แข่งท้องถิ่นพัฒนาเร็วขึ้นมาก แต่เหตุการณ์ปีนี้ถือเป็นจุดพลิกที่น่าสนใจว่า:

1) ลูกค้าจีนให้ความสำคัญกับคุณภาพจริง ไม่ใช่แค่ราคาถูก

หลายค่ายเน้นสเปกแรงราคาประหยัด
แต่ผู้ใช้จีนเริ่มกลับมามองเรื่องประสบการณ์ใช้งานรวมมากกว่า
ทำให้ Apple ซึ่งเด่นด้านความเสถียรและ ecosystem ได้แต้มแบบเหนียวแน่น

2) ภาพลักษณ์ “สมาร์ตโฟนพรีเมียม” ของ iPhone ยังแข็งมาก

แม้คู่แข่งหลายรายจะทำรุ่นไฮเอนด์ดีขึ้นเรื่อย ๆ
แต่การเป็น “แบรนด์ที่คนเชื่อถือได้” ยังเป็นข้อได้เปรียบชัดเจน

3) เรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย เป็นแต้มต่อที่ตลาดจีนกำลังพูดถึง

เทรนด์ data privacy กลับมาแรง
และ Apple เล่นประเด็นนี้แบบตรงจุดมาก
ใครที่อยากปกป้องข้อมูลส่วนตัว ก็แทบหันไปเลือก iPhone โดยอัตโนมัติ

4) การฟื้นตัวของ Apple สะท้อนความมั่นคงของตลาดระดับท็อป

ตลาดสมาร์ตโฟนจีนโตช้า แต่ตลาดพรีเมียมโตต่อเนื่อง
iPhone คือเจ้าตลาดพรีเมียมแบบไม่ต้องพูดเยอะ


แล้วคู่แข่งขยับตัวยังไง?

Huawei: ยอดขายลดจาก 17% → 13%

นอกจากเปิดตัว Mate 80 ช้า Huawei ยังต้องเจอการแข่งขันหนักในกลุ่มเรือธง
แต่ภาพรวมยังถือว่าสู้ได้ เพราะมีฐานลูกค้าภายในประเทศที่ยังภักดีมาก

Xiaomi: ครองอันดับสองด้วย 17% แต่ยอดรวมลดลง

การเปิดตัวรุ่นเรือธงเร็วเกินไปอาจทำให้พลาดโมเมนต์ 11.11
แต่ Xiaomi ยังคงแข็งแรงในตลาด mid-range
และมีฐานผู้ใช้ใหญ่ระดับประเทศ


ผลกระทบต่ออนาคตของตลาดสมาร์ตโฟนโลก

ชัยชนะของ Apple ในจีนไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะ:

1) จีนคือ “ตลาดสมาร์ตโฟนใหญ่ที่สุดในโลก”

ถ้าแบรนด์ไหนเกิดในจีน ก็มีแรงพอจะดันทั้งผลประกอบการโลก

2) Apple อาจกำลังมุ่งหน้าสู่ “ไตรมาสยอดขายดีที่สุดตลอดกาล”

บริษัทเองยังออกมาบอกว่าไตรมาสนี้จะเป็นหนึ่งในช่วงที่ดีที่สุด
และกระแส Singles’ Day ก็ยืนยันเรื่องนี้แบบไม่ต้องใช้จินตนาการ

3) เทรนด์ Holiday Season จะเดือดกว่าปกติ

ถ้าเริ่มแรงตั้งแต่จีน
ยุโรป–อเมริกาอาจเห็นยอดพุ่งคล้ายกัน
แถมตอนนี้เป็นช่วงที่ผู้ใช้หลายประเทศเปลี่ยนเครื่องพร้อมกัน
การแข่งขันไตรมาสสุดท้ายอาจเป็นหนึ่งในปีที่สนุกที่สุดของวงการ


มองไปข้างหน้า: Apple จะรักษาโมเมนตัมนี้ได้ไหม?

ส่วนตัวมองว่ามีโอกาสสูงมากที่ Apple จะยังคงเป็นตัวจริงของตลาดพรีเมียมต่อไปอีกหลายไตรมาส
แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ:

1) Huawei จะกลับมาชิงตลาดเรือธงในจีนได้แค่ไหน

ถ้าการผลิตชิปของ Huawei เดินหน้าได้ดี
ตลาดพรีเมียมจีนจะเดือดมากกว่านี้แน่นอน

2) Xiaomi จะเร่งขึ้นมาแย่งพื้นที่ด้วยกลยุทธ์ “คุ้มที่สุดในตลาด” หรือไม่

หาก Xiaomi 17 กลับมาด้วยราคา–ฟีเจอร์แบบเกินคุ้ม
อาจเบียด Apple ในช่วงกลางปีหน้าได้

3) Apple จะเข็นฟีเจอร์ iPhone 18 ขนาดไหน

ปีหน้าอาจเป็นปีที่ Apple ต้องยกระดับกล้อง–AI–แบต ให้โดนจริง
เพื่อคงความเหนืออยู่เสมอ


บทสรุป: เทศกาล 11.11 ปีนี้ไม่ใช่แค่วันลดราคา แต่เป็นวันที่ iPhone กลับมาครองบัลลังก์อย่างสมศักดิ์ศรี

ปีนี้ iPhone 17 ไม่เพียงแค่ขายดี
แต่ยัง ช่วยพยุงตลาดมือถือทั้งจีนให้ไม่ติดลบ

เป็นสัญญาณว่า Apple ยังเข้าใจผู้ใช้จีนได้ดี
และการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่แสงแฟลชแวบเดียว
แต่เป็นเทรนด์ที่แข็งแรงมากพอจะลากไปถึงช่วงปีใหม่–ตรุษจีน

ถ้าถามว่าฤดูกาลช้อปปลายปีจะยังแรงต่อไหม?
ดูจากโมเมนตัมตอนนี้แล้ว…มีโอกาสสูงมาก

และตลาดก็จะกลับมาสนุกอีกครั้งหลังจากเงียบไปหลายปี