รับแอปรับแอป

Mercy Republic: วีแกนสายดาร์กสุดเท่ ที่ทำให้คนรักสุขภาพอยากบอกต่อ

เอกชัย พูลเพิ่ม01-29

วีแกนแบบเดิม ๆ พอได้แล้ว Mercy Republic ขอฉีกภาพจำ

ถ้าพูดถึง ร้านอาหารสุขภาพ หรือโดยเฉพาะ อาหารวีแกน (Vegan) ภาพในหัวส่วนใหญ่มักเป็นเมนูผักแนวคลีน ๆ บรรยากาศเงียบ ๆ คนกินก็ดูรักสุขภาพแบบสันโดษ

แต่ Mercy Republic เลือกเดินคนละทางแบบสุดขั้ว เปลี่ยนจากภาพวีแกนสายคลีน มาเป็น วีแกนสายดาร์ก เท่ ดิบ สตรีท และโคตรมีสไตล์

จากฮิปฮอปไอคอน สู่แรงบันดาลใจวีแกนไลฟ์สไตล์

ลองนึกภาพศิลปินฮิปฮอประดับโลก อย่าง Will.I.AM, Jermaine Dupri, RZA (Wu-Tang Clan), Common

หลายคนอาจไม่เคยมองพวกเขาในมุม “สายสุขภาพ” แต่จริง ๆ แล้ว ศิลปินเหล่านี้คือ วีแกนตัวจริง และยังเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม เพื่อสัตว์ และเพื่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

นี่แหละคือโลกอีกใบของวีแกน ที่ Mercy Republic อยากพาเราเข้าไปสัมผัส

จุดเริ่มต้นจาก “ความเมตตา 4 ด้าน” สู่ Core Value ของร้าน

แนวคิดของ Mercy Republic เริ่มจากคำว่า เมตตา ที่ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ แต่ถูกยกให้เป็น Core Value หลักของร้าน

เจ้าของร้าน คุณภูวดล ลายจิรธาดา เลือกใช้หลักเมตตา 4 ด้านมาขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่

  • เมตตาต่อสัตว์

  • เมตตาต่อสุขภาพ

  • เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์

  • เมตตาต่อสิ่งแวดล้อม

เขาเป็นคนที่ ไม่ทานเนื้อสัตว์ และไม่แตะวัตถุดิบใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ เพราะไม่อยากเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นแม้แต่นิดเดียว

เขาเคยเล่าว่า แม้แต่การกินไข่ ก็ยังรู้สึกว่ากำลังเบียดเบียนชีวิตของไก่อยู่ดี สุดท้ายจึงเลือก ทานวีแกนแบบเต็มตัว เพราะเป็นวิถีที่ตัดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ออกไปจากจานอาหาร

เมื่อวีแกนไม่ใช่แค่การกิน แต่คือ Movement

การเลือกใช้ชีวิตแบบวีแกนคนเดียวอาจไม่ยาก แต่พอจะยกระดับให้กลายเป็นธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดแบบ Niche คำถามคือ จะทำยังไงให้

  • คนทั่วไปเข้าถึงวีแกนได้ง่ายขึ้น

  • ธุรกิจเติบโตและทำกำไรได้จริง

คำตอบของ Mercy Republic คือ เปลี่ยนภาพจำของอาหารวีแกนทั้งระบบ ให้โลกเห็นว่า วัฒนธรรมวีแกน ไม่ใช่ชีวิตที่จำกัดตัวเอง แต่คือการเอนจอยชีวิตในแบบที่ไม่เบียดเบียนใคร

ร้านนี้จึงไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นแค่ “ร้านอาหาร” แต่คือ Movement ที่อยากเปลี่ยนมุมมองของผู้คนต่อวีแกน ให้กลายเป็นเรื่องเท่ มีสไตล์ และเป็นวัฒนธรรมหนึ่งของคนรุ่นใหม่

ผลลัพธ์คือ Mercy Republic ถูกปักหมุดเป็น จุดหมายปลายทางของสายวีแกนจากทั่วโลก ที่บินมาไทยแล้วต้องแวะมา พร้อมทั้งมีนักลงทุนต่างชาติสนใจอยากพาแบรนด์นี้ไปเปิดสาขาในต่างประเทศ ส่วนในไทยเองก็มีแผนขยายสาขาเพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น

5 กลยุทธ์ของ Mercy Republic ที่ฉีกภาพจำร้านวีแกนเดิม ๆ

1. ค้นหาแก่นของร้านให้ชัด: จากร้านอาหาร สู่ Movement

Mercy Republic เริ่มจากการถามตัวเองว่า

ร้านนี้อยากเป็นอะไรกันแน่?

คำตอบคือ มากกว่าการขายอาหารสุขภาพ แต่คือการสร้าง ไลฟ์สไตล์ที่ลดการทำร้ายสัตว์ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังสนุก มีสไตล์

ร้านจึงใช้เรื่องราว วัฒนธรรม และทัศนคติ มาสร้างให้วีแกนกลายเป็นภาพของ

  • ความคูล

  • ความมีตัวตน

  • ความเป็นสังคมเดียวกันของคนที่เลือกไม่เบียดเบียนใคร

เมื่อแก่นชัด การสื่อสารก็ชัด และกลายเป็นจุดดึงดูดทั้งลูกค้า นักลงทุน และโอกาสใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

2. วีแกนก็เท่ได้: สร้างสไตล์ร้านให้ต่างอย่างตั้งใจ

ลืมภาพร้านวีแกนโทนเขียว-ขาวคลีน ๆ ไปได้เลย เพราะที่นี่เลือกใช้ ธีมดำ ดิบ เท่ สไตล์สตรีทคัลเจอร์ ผสมความอินดัสเทรียล

สิ่งที่ร้านใช้สร้างบรรยากาศคือ

  • โทนสีดำและวัสดุดิบ ๆ ที่ให้ความรู้สึกเท่ ไม่จำเจ

  • ภาพศิลปินฮิปฮอประดับโลกที่เป็นสายวีแกน ติดเต็มผนัง

  • ศิลปะขาวดำที่เล่าเรื่องวัฒนธรรมฮิปฮอปและสังคมวีแกนไปพร้อมกัน

  • เสียงเพลงฮิปฮอปและ R&B ที่เปิดทั้งวัน ให้ฟีลเหมือนนั่งชิลในบาร์สตรีทมากกว่าร้านอาหารสุขภาพ

  • ช่วงเย็นมีดีเจมาเล่นสด เติมความมันส์เข้าไปอีกระดับ

ทั้งหมดนี้ทำให้บรรยากาศร้านกลายเป็น สนามของคนที่อยากมาสนุกกับการกินแบบวีแกน โดยไม่ต้องรู้สึกว่าโดนตีกรอบด้วยคำว่า “อาหารสุขภาพ” แบบเดิม ๆ

3. ใช้ Storytelling ขับเคลื่อนแนวคิด 4 ความเมตตา

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ต่างจากร้านทั่วไปคือ Mercy Republic เล่าเรื่องเก่งมาก

ลูกค้าแทบทุกโต๊ะจะได้ฟังเรื่องราวของร้าน ผ่านการเล่าจากพนักงาน ตั้งแต่

  • แนวคิด 4 ความเมตตาที่เป็นหัวใจของร้าน

  • เรื่องราวของศิลปินฮิปฮอปสายวีแกน ที่ใช้ชื่อเสียงของตัวเองในการรณรงค์เพื่อสังคม

4 ความเมตตานี้ไม่ได้อยู่แค่ในคำอธิบาย แต่ถูกแปลงเป็นการกระทำจริง ๆ ดังนี้

  • เมตตาต่อสัตว์: ทุกจานอาหารไม่ต้องแลกมาด้วยการทรมานหรือฆ่าสัตว์ และส่วนหนึ่งของกำไรยังถูกนำไปสมทบทุนโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ

  • เมตตาต่อสุขภาพ: เลือกใช้ผักออร์แกนิกหรือผักปลอดสารพิษให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ร่างกายได้สิ่งที่ดีที่สุด

  • เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์: ใช้วัตถุดิบจากชุมชนโดยตรง ช่วยให้คนในพื้นที่มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมแบ่งรายได้บางส่วนไปช่วยเหลือสังคม

  • เมตตาต่อสิ่งแวดล้อม: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ลดการใช้พลาสติก และคิดให้รอบด้านว่าธุรกิจของร้านส่งผลอะไรต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง

การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ทุกคำที่กิน มีความหมายมากกว่าความอร่อย

4. เชื่อมวีแกนเข้ากับวัฒนธรรมและไอคอนระดับโลก

หนึ่งในหมัดเด็ดของ Mercy Republic คือการใช้ วัฒนธรรมฮิปฮอป และภาพของศิลปินระดับโลก มาเป็นสะพานเชื่อมคนทั่วไปเข้าหาวีแกน

บนผนังร้านเต็มไปด้วยรูปและเรื่องราวของศิลปินฮิปฮอปที่เป็นวีแกนและเป็นนักรณรงค์เพื่อสังคม แนวคิดนี้ช่วยให้คำว่า “วีแกน” กลายเป็นภาพของ

  • ความเท่

  • ความกล้าลุกขึ้นทำเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อ

  • พลังของคนที่อยากเปลี่ยนโลกในแบบของตัวเอง

ไม่ใช่แค่ “คนกินผักรักสุขภาพ” อีกต่อไป

5. ขยายแบรนด์ด้วยสินค้าและทำเลที่ใช่

ในมุมธุรกิจ Mercy Republic ไม่ได้หยุดแค่หน้าร้าน แต่กำลังวางเกมระยะยาวเพื่อให้แบรนด์แข็งแรงขึ้น

กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

  • ขยายสาขาในทำเลที่ตรงกลุ่ม: เน้นพื้นที่ที่มีคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติเยอะ ๆ เพื่อให้เข้าถึงคนที่พร้อมเปิดใจให้กับวีแกนไลฟ์สไตล์

  • ต่อยอดเป็นสินค้า: พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับคนรักวีแกน เช่น

    • ซอส

    • ซุป

    • เมนูพร้อมทานในสูตรของร้าน

หลายเมนูเป็นของที่ลูกค้าร้องขอให้ทำออกมาขาย เพราะอยากเอากลับไปกินที่บ้านด้วย

สรุป: วีแกน = เมตตา + สไตล์ + วัฒนธรรม

สิ่งที่ทำให้ Mercy Republic โดดเด่นและแตกต่างจากภาพร้านวีแกนในหัวของคนส่วนใหญ่ คือการนิยามคำว่า วีแกน ใหม่ในแบบของตัวเองว่า

วีแกน = ความเมตตาต่อสัตว์ + ความเมตตาต่อมนุษย์ + ความเมตตาต่อสิ่งแวดล้อม + สุขภาพที่ดี

ทั้งหมดถูกห่อไว้อยู่ในบรรยากาศที่เท่ ดิบ มีตัวตน และเต็มไปด้วยวัฒนธรรม

ถ้าคุณกำลังคิดจะเปิดร้านอาหาร ลองถามตัวเองให้ชัดว่า

  • ร้านของคุณคืออะไร

  • คุณเชื่อในอะไร

  • ลูกค้าควรจดจำคุณในมุมไหน

เพราะในยุคนี้ อย่าทำแค่ร้านอาหาร

แต่จงสร้าง เรื่องราว วัฒนธรรม และความหมาย ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ทุกครั้งที่เข้าร้านคุณ เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าจานอาหารตรงหน้า