วีแกนแบบเดิม ๆ พอได้แล้ว Mercy Republic ขอฉีกภาพจำ
ถ้าพูดถึง ร้านอาหารสุขภาพ หรือโดยเฉพาะ อาหารวีแกน (Vegan) ภาพในหัวส่วนใหญ่มักเป็นเมนูผักแนวคลีน ๆ บรรยากาศเงียบ ๆ คนกินก็ดูรักสุขภาพแบบสันโดษ
แต่ Mercy Republic เลือกเดินคนละทางแบบสุดขั้ว เปลี่ยนจากภาพวีแกนสายคลีน มาเป็น วีแกนสายดาร์ก เท่ ดิบ สตรีท และโคตรมีสไตล์
จากฮิปฮอปไอคอน สู่แรงบันดาลใจวีแกนไลฟ์สไตล์
ลองนึกภาพศิลปินฮิปฮอประดับโลก อย่าง Will.I.AM, Jermaine Dupri, RZA (Wu-Tang Clan), Common
หลายคนอาจไม่เคยมองพวกเขาในมุม “สายสุขภาพ” แต่จริง ๆ แล้ว ศิลปินเหล่านี้คือ วีแกนตัวจริง และยังเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม เพื่อสัตว์ และเพื่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
นี่แหละคือโลกอีกใบของวีแกน ที่ Mercy Republic อยากพาเราเข้าไปสัมผัส
จุดเริ่มต้นจาก “ความเมตตา 4 ด้าน” สู่ Core Value ของร้าน
แนวคิดของ Mercy Republic เริ่มจากคำว่า เมตตา ที่ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ แต่ถูกยกให้เป็น Core Value หลักของร้าน
เจ้าของร้าน คุณภูวดล ลายจิรธาดา เลือกใช้หลักเมตตา 4 ด้านมาขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่
เมตตาต่อสัตว์
เมตตาต่อสุขภาพ
เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์
เมตตาต่อสิ่งแวดล้อม
เขาเป็นคนที่ ไม่ทานเนื้อสัตว์ และไม่แตะวัตถุดิบใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ เพราะไม่อยากเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นแม้แต่นิดเดียว
เขาเคยเล่าว่า แม้แต่การกินไข่ ก็ยังรู้สึกว่ากำลังเบียดเบียนชีวิตของไก่อยู่ดี สุดท้ายจึงเลือก ทานวีแกนแบบเต็มตัว เพราะเป็นวิถีที่ตัดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ออกไปจากจานอาหาร
เมื่อวีแกนไม่ใช่แค่การกิน แต่คือ Movement
การเลือกใช้ชีวิตแบบวีแกนคนเดียวอาจไม่ยาก แต่พอจะยกระดับให้กลายเป็นธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดแบบ Niche คำถามคือ จะทำยังไงให้
คนทั่วไปเข้าถึงวีแกนได้ง่ายขึ้น
ธุรกิจเติบโตและทำกำไรได้จริง
คำตอบของ Mercy Republic คือ เปลี่ยนภาพจำของอาหารวีแกนทั้งระบบ ให้โลกเห็นว่า วัฒนธรรมวีแกน ไม่ใช่ชีวิตที่จำกัดตัวเอง แต่คือการเอนจอยชีวิตในแบบที่ไม่เบียดเบียนใคร
ร้านนี้จึงไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นแค่ “ร้านอาหาร” แต่คือ Movement ที่อยากเปลี่ยนมุมมองของผู้คนต่อวีแกน ให้กลายเป็นเรื่องเท่ มีสไตล์ และเป็นวัฒนธรรมหนึ่งของคนรุ่นใหม่
ผลลัพธ์คือ Mercy Republic ถูกปักหมุดเป็น จุดหมายปลายทางของสายวีแกนจากทั่วโลก ที่บินมาไทยแล้วต้องแวะมา พร้อมทั้งมีนักลงทุนต่างชาติสนใจอยากพาแบรนด์นี้ไปเปิดสาขาในต่างประเทศ ส่วนในไทยเองก็มีแผนขยายสาขาเพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น
5 กลยุทธ์ของ Mercy Republic ที่ฉีกภาพจำร้านวีแกนเดิม ๆ
1. ค้นหาแก่นของร้านให้ชัด: จากร้านอาหาร สู่ Movement
Mercy Republic เริ่มจากการถามตัวเองว่า
ร้านนี้อยากเป็นอะไรกันแน่?
คำตอบคือ มากกว่าการขายอาหารสุขภาพ แต่คือการสร้าง ไลฟ์สไตล์ที่ลดการทำร้ายสัตว์ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังสนุก มีสไตล์
ร้านจึงใช้เรื่องราว วัฒนธรรม และทัศนคติ มาสร้างให้วีแกนกลายเป็นภาพของ
ความคูล
ความมีตัวตน
ความเป็นสังคมเดียวกันของคนที่เลือกไม่เบียดเบียนใคร
เมื่อแก่นชัด การสื่อสารก็ชัด และกลายเป็นจุดดึงดูดทั้งลูกค้า นักลงทุน และโอกาสใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. วีแกนก็เท่ได้: สร้างสไตล์ร้านให้ต่างอย่างตั้งใจ
ลืมภาพร้านวีแกนโทนเขียว-ขาวคลีน ๆ ไปได้เลย เพราะที่นี่เลือกใช้ ธีมดำ ดิบ เท่ สไตล์สตรีทคัลเจอร์ ผสมความอินดัสเทรียล
สิ่งที่ร้านใช้สร้างบรรยากาศคือ
โทนสีดำและวัสดุดิบ ๆ ที่ให้ความรู้สึกเท่ ไม่จำเจ
ภาพศิลปินฮิปฮอประดับโลกที่เป็นสายวีแกน ติดเต็มผนัง
ศิลปะขาวดำที่เล่าเรื่องวัฒนธรรมฮิปฮอปและสังคมวีแกนไปพร้อมกัน
เสียงเพลงฮิปฮอปและ R&B ที่เปิดทั้งวัน ให้ฟีลเหมือนนั่งชิลในบาร์สตรีทมากกว่าร้านอาหารสุขภาพ
ช่วงเย็นมีดีเจมาเล่นสด เติมความมันส์เข้าไปอีกระดับ
ทั้งหมดนี้ทำให้บรรยากาศร้านกลายเป็น สนามของคนที่อยากมาสนุกกับการกินแบบวีแกน โดยไม่ต้องรู้สึกว่าโดนตีกรอบด้วยคำว่า “อาหารสุขภาพ” แบบเดิม ๆ
3. ใช้ Storytelling ขับเคลื่อนแนวคิด 4 ความเมตตา
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ต่างจากร้านทั่วไปคือ Mercy Republic เล่าเรื่องเก่งมาก
ลูกค้าแทบทุกโต๊ะจะได้ฟังเรื่องราวของร้าน ผ่านการเล่าจากพนักงาน ตั้งแต่
แนวคิด 4 ความเมตตาที่เป็นหัวใจของร้าน
เรื่องราวของศิลปินฮิปฮอปสายวีแกน ที่ใช้ชื่อเสียงของตัวเองในการรณรงค์เพื่อสังคม
4 ความเมตตานี้ไม่ได้อยู่แค่ในคำอธิบาย แต่ถูกแปลงเป็นการกระทำจริง ๆ ดังนี้
เมตตาต่อสัตว์: ทุกจานอาหารไม่ต้องแลกมาด้วยการทรมานหรือฆ่าสัตว์ และส่วนหนึ่งของกำไรยังถูกนำไปสมทบทุนโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ
เมตตาต่อสุขภาพ: เลือกใช้ผักออร์แกนิกหรือผักปลอดสารพิษให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ร่างกายได้สิ่งที่ดีที่สุด
เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์: ใช้วัตถุดิบจากชุมชนโดยตรง ช่วยให้คนในพื้นที่มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมแบ่งรายได้บางส่วนไปช่วยเหลือสังคม
เมตตาต่อสิ่งแวดล้อม: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ลดการใช้พลาสติก และคิดให้รอบด้านว่าธุรกิจของร้านส่งผลอะไรต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง
การเล่าเรื่องแบบนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ทุกคำที่กิน มีความหมายมากกว่าความอร่อย
4. เชื่อมวีแกนเข้ากับวัฒนธรรมและไอคอนระดับโลก
หนึ่งในหมัดเด็ดของ Mercy Republic คือการใช้ วัฒนธรรมฮิปฮอป และภาพของศิลปินระดับโลก มาเป็นสะพานเชื่อมคนทั่วไปเข้าหาวีแกน
บนผนังร้านเต็มไปด้วยรูปและเรื่องราวของศิลปินฮิปฮอปที่เป็นวีแกนและเป็นนักรณรงค์เพื่อสังคม แนวคิดนี้ช่วยให้คำว่า “วีแกน” กลายเป็นภาพของ
ความเท่
ความกล้าลุกขึ้นทำเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อ
พลังของคนที่อยากเปลี่ยนโลกในแบบของตัวเอง
ไม่ใช่แค่ “คนกินผักรักสุขภาพ” อีกต่อไป
5. ขยายแบรนด์ด้วยสินค้าและทำเลที่ใช่
ในมุมธุรกิจ Mercy Republic ไม่ได้หยุดแค่หน้าร้าน แต่กำลังวางเกมระยะยาวเพื่อให้แบรนด์แข็งแรงขึ้น
กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
ขยายสาขาในทำเลที่ตรงกลุ่ม: เน้นพื้นที่ที่มีคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติเยอะ ๆ เพื่อให้เข้าถึงคนที่พร้อมเปิดใจให้กับวีแกนไลฟ์สไตล์
ต่อยอดเป็นสินค้า: พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับคนรักวีแกน เช่น
ซอส
ซุป
เมนูพร้อมทานในสูตรของร้าน
หลายเมนูเป็นของที่ลูกค้าร้องขอให้ทำออกมาขาย เพราะอยากเอากลับไปกินที่บ้านด้วย
สรุป: วีแกน = เมตตา + สไตล์ + วัฒนธรรม
สิ่งที่ทำให้ Mercy Republic โดดเด่นและแตกต่างจากภาพร้านวีแกนในหัวของคนส่วนใหญ่ คือการนิยามคำว่า วีแกน ใหม่ในแบบของตัวเองว่า
วีแกน = ความเมตตาต่อสัตว์ + ความเมตตาต่อมนุษย์ + ความเมตตาต่อสิ่งแวดล้อม + สุขภาพที่ดี
ทั้งหมดถูกห่อไว้อยู่ในบรรยากาศที่เท่ ดิบ มีตัวตน และเต็มไปด้วยวัฒนธรรม
ถ้าคุณกำลังคิดจะเปิดร้านอาหาร ลองถามตัวเองให้ชัดว่า
ร้านของคุณคืออะไร
คุณเชื่อในอะไร
ลูกค้าควรจดจำคุณในมุมไหน
เพราะในยุคนี้ อย่าทำแค่ร้านอาหาร
แต่จงสร้าง เรื่องราว วัฒนธรรม และความหมาย ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ทุกครั้งที่เข้าร้านคุณ เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าจานอาหารตรงหน้า

