รับแอปรับแอป

กินแบบนักมวยมือโปร: คู่มือโภชนาการครบสูตร คุมฟิต คุมน้ำหนัก พร้อมขึ้นเวที

มณีรัตน์ พูลผล01-29

พลังจากจานข้าว: ทำไมนักมวยต้องกินให้ถูกวิธี

กีฬามวยไม่ใช่แค่เรื่องของหมัด เข่า ศอก และวงสวิงที่ดุเดือดเท่านั้น แต่เป็นศึกของ พลังระเบิด (power) และ ความอึด (endurance) ที่ร่างกายต้องใช้พลังงานสูงและฟื้นตัวให้ทันในทุกวัน

ดังนั้นการกินของนักมวยจึงไม่ใช่แค่ “กินให้อิ่ม” แต่ต้องกินแบบ พอดี–ถูกเวลา–ถูกชนิด เพื่อ

  • รองรับการซ้อมหนักทุกวัน

  • คุมหรือลดน้ำหนักให้เข้าเป้า

  • ฟื้นตัวไว ไม่แผ่วช่วงท้ายยก

  • พร้อมระเบิดฟอร์มเต็มที่ในวันชก

แนวคิดสำคัญที่ใช้กันในสายกีฬาอาชีพคือ การจัดโภชนาการตามรอบการฝึก (Nutritional Periodization) ปรับการกินให้สอดคล้องกับช่วงซ้อมและช่วงแข่ง เพื่อดึงศักยภาพร่างกายออกมาให้สุด

พลังงานรวม: กินเท่าไหร่ถึงจะพอ

นักมวยส่วนใหญ่ควรได้รับพลังงานประมาณ 2,800–3,500 กิโลแคลอรีต่อวัน ปรับเพิ่ม–ลดตามน้ำหนักตัวและความหนักของการซ้อม

ถ้าเป็นช่วง ลดน้ำหนักก่อนชก สามารถลดพลังงานลงได้ แต่ไม่ควรต่ำกว่า 2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน เพื่อป้องกันการเสียมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งจะทำให้หมัดเบา แรงตก ฟื้นตัวยาก

ตัวอย่างมื้อแบบแน่นแต่ดีต่อฟอร์ม

  • ข้าวกล้อง 2–3 ทัพพี

  • อกไก่ย่าง 1 ชิ้นใหญ่

  • ไข่ต้ม 2 ฟอง

  • ผัดผักใช้น้ำมันน้อย

  • กล้วยหอม 1–2 ลูก

เมนูแนวนี้ให้ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และวิตามินครบ แถมอยู่ท้องแต่ไม่หนักเกินไป

คาร์โบไฮเดรต: เชื้อเพลิงหลักของนักมวย

คาร์บคือ แหล่งพลังงานหลัก ที่ใช้ตอนออกหมัด เดินหน้า แลกเกม และยืนระยะให้ครบยก

นักมวยควรกินคาร์โบไฮเดรตประมาณ 5–7 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.ต่อวัน

  • น้ำหนัก 60 กก. → ประมาณ 300–400 กรัมคาร์บต่อวัน

ให้เน้น คาร์บเชิงซ้อน ที่ย่อยช้า ให้พลังงานยาว ๆ เช่น

  • ข้าวกล้อง

  • มันเทศ

  • ขนมปังโฮลวีต

  • ผลไม้

จังหวะเวลาในการกินคาร์บสำคัญมาก

  • ก่อนซ้อม 3–4 ชม.

    • กินมื้อหลักที่มีข้าวหรือขนมปัง เป็นคาร์บหลักของมื้อ

  • ก่อนซ้อม 30–60 นาที

    • เลือกคาร์บย่อยง่าย ไม่หนักท้อง เช่น กล้วยหอม หรือขนมปังทาแยม

ตัวอย่างมื้อคาร์บก่อนซ้อม

  • ข้าวสวย 2 ทัพพี + อกไก่ย่าง

  • มันเทศต้ม 2 หัวเล็ก

  • กล้วยหอม 1 ลูกก่อนขึ้นซ้อม

โปรตีน: อาวุธลับของกล้ามเนื้อ

โปรตีนคือหัวใจของ การซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยให้หมัดหนักขึ้น ตัวไม่ยุ่ย และฟื้นตัวไวหลังซ้อม

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับนักมวยคือ 1.6–2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.ต่อวัน

  • น้ำหนัก 60 กก. → โปรตีนราว 100–120 กรัมต่อวัน

ควรกระจายโปรตีนออกเป็น 4–5 มื้อ ตลอดวัน ไม่ใช่อัดทีเดียวมื้อเดียว แล้วที่สำคัญมากคือ

  • หลังซ้อมภายใน 30 นาที ควรกินโปรตีนคุณภาพสูง เพื่อช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อโดยตรง

แหล่งโปรตีนคุณภาพ

  • เนื้อไม่ติดมัน

  • ปลา

  • ไข่

  • นม และโยเกิร์ต

ถ้าจัดโปรตีนดี กล้ามไม่หาย แรงไม่ตก น้ำหนักคุมง่ายกว่าที่คิด

ไขมันดี: พลังงานระยะยาวที่ไม่ควรมองข้าม

หลายคนกลัวไขมัน แต่สำหรับนักมวย ไขมันดีเป็นแหล่งพลังงานระยะยาวที่สำคัญมาก

สัดส่วนที่เหมาะสมคือ 20–30% ของพลังงานรวมต่อวัน

ให้เน้น ไขมันดี (ไขมันไม่อิ่มตัว) จาก

  • ปลาทะเล

  • น้ำมันมะกอก

  • ถั่ว และเมล็ดพืช

และควร หลีกเลี่ยง

  • อาหารทอดกรอบ

  • น้ำมันที่ผ่านการทอดซ้ำ

ตัวอย่างมื้อไขมันดี

  • ข้าวกล้อง

  • แกงส้มปลา

  • อะโวคาโด 3–4 ชิ้น

  • ถั่วลิสงคั่วไม่ใส่เกลือ 1 กำมือ

วิตามินและเกลือแร่: ตัวเล็กแต่บทบาทใหญ่

แม้ร่างกายต้องการวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณไม่มาก แต่ถ้าขาดเมื่อไหร่ ฟอร์มตกทันที ทั้งความอึด การฟื้นตัว และภูมิคุ้มกัน

ตัวเด่น ๆ ที่นักมวยควรรู้จักคือ

  • ธาตุเหล็ก

    • แหล่งอาหาร: เนื้อแดง ไข่แดง

    • บทบาท: สร้างเม็ดเลือด ช่วยลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ

  • แคลเซียม + วิตามินดี

    • แหล่งอาหาร: นม โยเกิร์ต ปลาเล็ก

    • บทบาท: เสริมความแข็งแรงของกระดูก ลดโอกาสบาดเจ็บจากแรงกระแทก

  • แมกนีเซียม + สังกะสี

    • แหล่งอาหาร: ถั่ว และเมล็ดพืช

    • บทบาท: ช่วยเรื่องการฟื้นตัว การทำงานของกล้ามเนื้อ และภูมิคุ้มกัน

  • สารต้านอนุมูลอิสระ

    • แหล่งอาหาร: ผัก–ผลไม้หลากสี

    • บทบาท: ลดการอักเสบ ลดความเครียดออกซิเดชันจากการซ้อมหนัก

ตัวอย่างมื้อที่ได้จุลธาตุครบ ๆ

  • ข้าว

  • ไข่เจียวใส่ผักรวม

  • นม 1 แก้ว

  • ฝรั่ง 1 ลูก

น้ำและอิเล็คโตรไลท์: ถ้าขาด น้ำหนักยังอยู่แต่ฟอร์มหาย

การดื่มน้ำให้พอเป็นเรื่องใหญ่ที่มักถูกมองข้าม นักมวยที่ขาดน้ำจะรู้สึกหมดแรงง่าย หน้ามืดหรือเป็นตะคริวได้เร็ว

ปริมาณน้ำที่แนะนำคือ 2.5–3.5 ลิตรต่อวัน และควร จิบน้ำทุก 15–20 นาทีระหว่างซ้อม ครั้งละประมาณ 150–250 มล.

ถ้าซ้อมในที่ร้อน หรือซ้อมหนักมาก ควรเสริม เกลือแร่ (อิเล็คโตรไลท์) เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไป

แนวทางการดื่มน้ำแบบใช้งานได้จริง

  • ก่อนซ้อม 2 ชม. → ดื่มน้ำ 500 มล.

  • ระหว่างซ้อม → จิบน้ำ หรือดื่มน้ำเกลือแร่เป็นระยะ ๆ

  • หลังซ้อม → ดื่มน้ำประมาณ 1 ลิตร ให้หมดภายใน 2 ชม.

โภชนาการตามช่วงเวลา (Periodization): กินให้เข้ากับช่วงซ้อม

การกินแบบเดิมทุกวันไม่ตอบโจทย์นักมวยอาชีพ เพราะแต่ละช่วงการฝึกใช้พลังต่างกัน โภชนาการจึงต้องปรับตาม เฟสการซ้อม

ช่วงฝึกทั่วไป

  • กินครบ 5 หมู่

  • เน้นข้าว–แป้งไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง โฮลวีต

  • กระจายโปรตีนตลอดวัน ไม่ปล่อยให้มีช่วงหิวนานเกินไป

ช่วงฝึกเข้มข้น

  • เพิ่มปริมาณคาร์บ ก่อนการซ้อม เพื่อให้มีแรงระเบิดเต็มที่

  • เน้นโปรตีน ทันทีหลังซ้อม เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

ช่วงคุมน้ำหนักก่อนแข่ง

  • ลดปริมาณข้าว–แป้งลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักดิบ

  • คงปริมาณโปรตีนให้สูง เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ

  • เพิ่มผักและผลไม้ เพื่อช่วยให้อิ่มและได้ไฟเบอร์

วันแข่งขัน: กินยังไงให้พร้อมขึ้นเวที

มื้อก่อนแข่ง 3–4 ชม.

  • ข้าวต้มหมู

  • กล้วย

  • น้ำเปล่า

มื้อนี้ต้องย่อยง่าย ไม่ทำให้แน่นท้อง แต่ให้พลังงานพอสำหรับการชก

30–60 นาทีก่อนขึ้นเวที

  • กล้วย หรือขนมปัง

เป็นคาร์บย่อยเร็ว เติมน้ำตาลในเลือดเล็กน้อย แต่ไม่หนักจนรู้สึกอืด

หลังแข่ง

  • น้ำ

  • เครื่องดื่มเกลือแร่

  • กล้วยหอม

  • นม

เพื่อทั้งชดเชยเหงื่อ ฟื้นฟูไกลโคเจน และเติมโปรตีนเบื้องต้น

สรุป: กินเป็น กำได้ทั้งฟอร์มและน้ำหนัก

โภชนาการของนักมวยที่ดีต้องประกอบด้วย

  • คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังหลัก

  • โปรตีน เพื่อซ่อมและสร้างกล้ามเนื้อ

  • ไขมันดี สำหรับพลังงานระยะยาว

  • วิตามิน–เกลือแร่ เพื่อเสริมสมรรถภาพและภูมิคุ้มกัน

  • น้ำและเกลือแร่ เพื่อป้องกันร่างกายล้าและภาวะขาดน้ำ

ทั้งหมดนี้ควรถูกปรับตาม รอบการฝึกและช่วงก่อนแข่ง ไม่ใช่กินสุ่ม ๆ ตามอารมณ์

เมื่อวางแผนการกินอย่างมีระบบ นักมวยจะ

  • ซ้อมได้เต็มที่ต่อเนื่องหลายวัน

  • ฟื้นตัวเร็วขึ้นอย่างชัดเจน

  • คุมน้ำหนักได้มีประสิทธิภาพ ไม่โทรม ไม่หมดแรง

  • พร้อมขึ้นชกด้วยศักยภาพสูงสุดในทุกยกบนเวที

Power from the Plate: Muay Thai Edition (English Recap)

Muay Thai demands both explosive power and endurance, making structured nutrition a key factor in performance, recovery, and weight control.

Total Energy Intake

  • Target: 2,800–3,500 kcal/day, depending on body size and training load.

  • During weight-cut: Can slightly reduce intake, but never below 2,000 kcal/day to avoid muscle loss.

Sample Meal

  • Brown rice (2–3 servings)

  • Grilled chicken breast (1 large piece)

  • Boiled eggs (2)

  • Stir-fried vegetables (low oil)

  • 1–2 bananas

Carbohydrates

  • Recommended: 5–7 g/kg body weight/day

  • Example: 60 kg → 300–400 g carbs/day

  • Prefer complex carbs: brown rice, sweet potatoes, whole-grain bread, fruits

Timing

  • 3–4 hours pre-training: Main carb-based meal

  • 30–60 minutes pre-training: Easy-to-digest carbs like bananas or bread with jam

Protein

  • Intake: 1.6–2.0 g/kg body weight/day

  • 60 kg → 100–120 g protein/day, split into 4–5 meals

  • Consume high-quality protein within 30 minutes post-training

Good Sources

  • Lean meats

  • Fish

  • Eggs

  • Milk and yogurt

Fats

  • Make up 20–30% of total daily energy

  • Focus on unsaturated fats: oily fish, olive oil, nuts, seeds

  • Avoid deep-fried foods and reused oils

Vitamins and Minerals

Key roles include oxygen transport, bone strength, recovery, immunity, and antioxidant protection.

  • Iron: Red meat, egg yolk → red blood cell formation

  • Calcium & Vitamin D: Milk, yogurt, small fish → bone strength

  • Magnesium & Zinc: Nuts, seeds → recovery, immune support

  • Antioxidants: Colorful fruits and vegetables → reduce inflammation and oxidative stress

Hydration and Electrolytes

  • Daily water intake: 2.5–3.5 L

  • During training: Sip 150–250 ml every 15–20 minutes

Hydration Protocol

  • 2 hours pre-training: 500 ml water

  • During training: Water or electrolyte drink

  • After training: At least 1 L within 2 hours

Nutritional Periodization

  • General Training: Balanced diet, whole grains, distributed protein

  • Intensive Phase: More carbs pre-session, protein immediately after

  • Weight-Cut Phase: Lower carb portions, maintain high protein, emphasize fruits and vegetables

Fight Day Plan

  • 3–4 hours before: Rice porridge with pork, banana, water

  • 30–60 minutes before: Banana or bread

  • Post-fight: Water, electrolytes, banana, milk

In short, structured nutrition—aligned with training cycles—supports peak performance, fast recovery, effective weight management, and readiness for the ring (เวทีมวย).