Modern Thai Snack ยุคใหม่: จากเมืองไทยสู่สายตาทั่วโลก
“เจ้าสัว” เดินหน้าโชว์ศักยภาพในฐานะผู้นำ Modern Thai Snack ยุคใหม่ บุกงาน GULFOOD 2026 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนว่า จะไม่หยุดอยู่แค่ตลาดในประเทศ แต่ตั้งใจ ปั้นแบรนด์ไทยให้ไปยืนบนเวทีโลกอย่างเต็มตัว
ภายใต้คอนเซปต์ “Bring Thai snack deliciousness to the world” เจ้าสัวหยิบเสน่ห์ของขนมไทยดั้งเดิม มาปรับโฉมให้ทันสมัย ใส่นวัตกรรมด้านอาหาร และให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เพื่อให้ขนมไทยกินง่าย ถูกใจคนต่างชาติ และยังตอบโจทย์สุขภาพมากขึ้น
จุดยืนชัดเจน: อร่อยแบบไทย แต่ไปได้ไกลระดับ Global
ผู้นำของบริษัทชี้ว่า การเข้าร่วมงาน GULFOOD 2026 ระหว่างวันที่ 26-30 มกราคม 2026 คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในแผน เติบโตสู่การเป็นแบรนด์ระดับ Global เพราะเวทีนี้ไม่ได้มีแค่คู่ค้าจากตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้นำเข้าและผู้ซื้อจากทั่วโลก
จุดเด่นที่เจ้าสัวนำไปโชว์ คือการพัฒนา Modern Thai Snack ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยใช้วัตถุดิบเด่นของไทยอย่าง ข้าวหอมมะลิไทย ร่วมกับ โปรตีนจากเนื้อสัตว์จริง เพื่อสร้างความแตกต่างจาก Rice Snack ทั่วไปในตลาดโลก
บูธของเจ้าสัวตั้งอยู่ในโซน World Food Zone พร้อมขนไลน์สินค้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ฮาลาล (Halal Certified) ครบทุกกลุ่ม เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งคู่ค้าและผู้บริโภคในหลากหลายประเทศ
ขนมไทยสายสุขภาพ: Local Snack ที่คิดไกลกว่าตลาดในประเทศ
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของเจ้าสัว คือการ ยกระดับขนมไทยท้องถิ่น อย่างข้าวตังและข้าวแต๋น ให้กลายเป็น International Snack ที่คนทั่วโลกรู้จักและเข้าถึงง่าย
ใช้ ข้าวหอมมะลิไทย ที่มีจุดเด่นเรื่องความหอม กรอบ เบา ฟู และเคี้ยวง่าย
เพิ่มความพิเศษด้วยการโรยหน้า เนื้อสัตว์จริง (Real Meat & Seafood)
ทำให้ในแต่ละคำไม่ใช่แค่เคี้ยวเพลิน แต่ยังได้ โปรตีนเน้นๆ ไปพร้อมกัน
แนวคิดนี้ตอบโจทย์เทรนด์คนยุคใหม่ที่อยากกินอะไรอร่อย แต่ก็ยังใส่ใจเรื่อง โภชนาการและสุขภาพ ไปพร้อมกัน
3 กลุ่มสินค้าไฮไลต์: อร่อย กินเพลิน แต่ไม่ทิ้งเรื่องสุขภาพ
ในงาน GULFOOD 2026 เจ้าสัวใช้เวทีนี้เปิดตัวรสชาติใหม่ๆ ที่สอดรับกับเทรนด์ “Healthy Indulgence” หรือแนวคิด “กินเพลินได้ แต่ต้องดีต่อร่างกายมากขึ้น” โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
1) Rice Snack: ข้าวตัง – ข้าวแต๋น สไตล์ใหม่ที่ทั่วโลกเข้าถึงได้
กลุ่มนี้คือหัวใจสำคัญของแบรนด์ ที่หยิบขนมข้าวไทยแบบดั้งเดิม มาปรับโฉมให้ทันสมัยและหลากหลายมากขึ้น
ตัวอย่างรสชาติที่นำไปจัดแสดง เช่น
ข้าวตังกุ้งหยอง (Rice Cracker with Shrimp Floss)
ข้าวตังปลาหยอง (Rice Cracker with Tuna Floss)
ข้าวตังหน้าต้มยำกุ้ง (Rice Cracker with Tom Yum Kung)
ข้าวแต๋นมินิ รสมะพร้าว (Mini Rice Chips Coconut)
ข้าวแต๋นมินิ มะม่วง (Mini Rice Chips Mango)
ข้าวแต๋นมินิ ผัดไท (Mini Rice Chips Pad Thai)
ข้าวแต๋นมินิมิกซ์เบอรี่ (Mini Rice Chips Mix Berry)
ข้าวแต๋นมินิ ต้มยำ (Mini Rice Chips Tom Yum)
ข้าวแต๋นมินิ วาซาบิ (Mini Rice Chips Wasabi)
จุดขายสำคัญ คือการผสานรสชาติไทยแท้กับรูปแบบขนมที่กินง่าย พกง่าย เหมาะทั้งเป็นของว่าง และเป็นตัวแทนรสชาติแบบ Thai Flavor ให้ต่างชาติได้ลอง
2) Meat Snack: โปรตีนจัดเต็มสำหรับสายขนมเคี้ยวเพลิน
สำหรับสายโปรตีนหรือคนที่อยากได้ของกินเล่นที่มากกว่าแค่คาร์บ กลุ่ม Meat Snack ก็ถูกออกแบบมาตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ
ตัวอย่างสินค้า เช่น
หนังปลากรอบ
ปลาแท่งอบกรอบ
ไก่แท่งอบกรอบ
โดยเฉพาะ หนังปลากรอบ ที่เคยสร้างกระแสในงานครั้งก่อน และเป็นหนึ่งในสินค้า Hero Product ที่ได้รับคำชมและความนิยมอย่างมาก ปีนี้จึงมีการพัฒนารสชาติใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มความสนุกและความหลากหลายให้กับผู้บริโภคในต่างประเทศ
3) Crackers: แครกเกอร์สายอินเตอร์ที่ใส่ใจทั้งรสชาติและสุขภาพ
อีกหนึ่งกลุ่มที่น่าจับตามอง คือ Crackers ที่ออกแบบมาให้คนทั่วโลกคุ้นเคยได้ง่าย เพราะรูปแบบเป็นแครกเกอร์ที่ผู้บริโภคสากลรู้จักดีอยู่แล้ว แต่เพิ่มความต่างด้วย Topping สายเฮลท์ตี้
แนวคิดหลักของกลุ่มนี้ คือการใช้
ธัญพืช
ผลไม้แห้ง
มาผสมเป็นหน้าแครกเกอร์ในสไตล์ต่างๆ เช่น
Trail Mix Crackers
Berry Almond Crackers
Tropical Fruits Crackers
ทำให้แครกเกอร์ไม่ได้เป็นแค่ของกินเล่น แต่กลายเป็น ของว่างที่ตอบโจทย์ทั้งความอร่อยและภาพลักษณ์ดีต่อสุขภาพ
กิจกรรมชิมจริง ฟีดแบ็กจริง และโอกาสโตจริงในตลาดโลก
ภายในบูธของเจ้าสัวไม่ได้มีแค่การจัดแสดงสินค้า แต่ยังมีกิจกรรม Food Tasting ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองชิมรสชาติแบบไทยแท้ในรูปแบบทันสมัยด้วย
การให้คนต่างชาติมีโอกาสได้ลองกินจริง ถือเป็นจังหวะสำคัญในการเก็บฟีดแบ็ก สร้างประสบการณ์ และทำให้คนจดจำแบรนด์ได้มากขึ้นกว่าการดูแค่บรรจุภัณฑ์
เป้าหมายของการออกบูธครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่การสร้างกระแส แต่ยังใช้เวทีนี้เพื่อ
เจรจาธุรกิจกับคู่ค้ารายใหม่
ขยายช่องทางจำหน่ายทั้งกลุ่ม Modern Trade และ Distributor ท้องถิ่นในหลายประเทศ
เพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกให้เติบโตตามเป้าหมายระยะยาว
เทรนด์ใหม่ของโลก: อร่อยได้ แต่สุขภาพต้องมาก่อน
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สะท้อนผ่านทิศทางของเจ้าสัว คือการมองเห็นเทรนด์ผู้บริโภคทั่วโลก ที่หันมาให้ความสำคัญกับแนวคิด
“Balanced Indulgence & Health”
หรือการหาจุดสมดุลระหว่าง
ความอร่อยที่ทำให้กินแล้วรู้สึกฟิน
กับความสบายใจเรื่องสุขภาพในระยะยาว (แนวทาง Better-for-you)
เจ้าสัวจึงพัฒนาขนมให้เป็นมากกว่าแค่ของกินเล่น แต่ต้องมี โปรตีน วัตถุดิบคุณภาพ และภาพลักษณ์ดีต่อสุขภาพ มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังรักษาเอกลักษณ์ความเป็น Thai Snack เอาไว้ไม่ให้จางหาย
การเข้าร่วมงาน GULFOOD 2026 จึงไม่ใช่แค่การไป “ออกงานต่างประเทศ” แต่คือการประกาศให้โลกเห็นว่า ขนมไทยก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกของคนที่รักสุขภาพและรักการกินของอร่อยได้พร้อมกัน
บทสรุป: ขนมไทยวันนี้ ไม่ได้ขายแค่ความอร่อยอีกต่อไป
เมื่อตลาดโลกเริ่มมองหาของว่างที่ทั้งอร่อยและตอบโจทย์สุขภาพ แบรนด์อย่างเจ้าสัวจึงใช้โอกาสนี้ในการรีแบรนด์ขนมไทยให้ทันสมัยมากขึ้น
จาก ข้าวตัง – ข้าวแต๋น ธรรมดา สู่ Rice Snack สายโปรตีน
จากหนังปลาและเนื้อสัตว์อบกรอบธรรมดา สู่ Meat Snack ที่ถูกวางตัวเป็นตัวเลือกโปรตีนกินเล่น
จากแครกเกอร์ทั่วไป สู่ Crackers ที่ดูดีและมีภาพลักษณ์เป็นมิตรกับคนรักสุขภาพ
ทั้งหมดนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ไม่ได้คิดแค่ “ขายขนม” แต่กำลังสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ ขนมไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การกินที่ดีต่อสุขภาพในระดับโลก

