ในขณะที่หลายคนกังวลว่า AI และหุ่นยนต์จะเข้ามาแย่งงานในโรงงาน สำนักงาน หรือธุรกิจบริการ ล่าสุดเกิดภาพที่ทำให้ชาวเน็ตจีนและทั่วโลกทั้งขำและกังวลไปพร้อมกัน เมื่อมีการพบ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์นั่งขอเงินอยู่ตามท้องถนนในหลายเมืองของจีน พร้อมข้อความขอรับบริจาคและ QR Code สำหรับโอนเงินโดยตรง
รายงานระบุว่าหุ่นยนต์เหล่านี้ถูกพบในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เฉิงตู และฝูโจว โดยบางตัวนั่งคุกเข่าก้มหน้าเหมือนขอทานทั่วไป ขณะที่บางตัวถือป้ายข้อความ เช่น "ช่วยจ่ายค่าไฟให้ฉันหน่อย" หรือ "ฉันไม่มีเงินชาร์จแบตเตอรี่แล้ว" เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปมา
มีทั้งป้ายขอเงินและ QR Code รับบริจาค
สิ่งที่ทำให้ภาพเหล่านี้กลายเป็นไวรัลคือการที่หุ่นยนต์ไม่ได้เพียงแค่นั่งโชว์ตัว แต่ยังมี QR Code สำหรับรับเงินผ่านระบบชำระเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจีน
คลิปและภาพถ่ายถูกแชร์อย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย โดยหลายคนแซวว่า "ไม่มีงานไหนปลอดภัยจาก AI อีกแล้ว" ขณะที่บางคนมองว่านี่เป็นภาพสะท้อนอนาคตที่ทั้งน่าสนใจและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน
อาจไม่ใช่ขอทานจริง แต่เป็นการแสดงหรือการตลาด
แม้จะถูกเรียกว่า "หุ่นยนต์ขอทาน" แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงอาจไม่ใช่การหารายได้จากการขอเงิน
เนื่องจากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับสูงอย่าง Unitree G1 หรือรุ่นใกล้เคียงกันมีราคาหลายพันดอลลาร์ การนำมาใช้ขอเงินตามท้องถนนแทบไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเลย
ด้วยเหตุนี้ จึงมีการคาดเดาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นแคมเปญการตลาด การทดลองทางสังคม หรือผลงานศิลปะที่ต้องการกระตุ้นให้ผู้คนตั้งคำถามเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในชีวิตประจำวันมากกว่า
สะท้อนกระแสหุ่นยนต์ที่กำลังเติบโตในจีน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่จีนกำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อย่างหนัก โดยมีบริษัทจำนวนมากแข่งขันกันพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับงานโรงงาน โลจิสติกส์ ร้านค้า และบริการสาธารณะ
ปัจจุบันจีนถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์โลก มีบริษัทกว่า 100 แห่งที่กำลังพัฒนาหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ และได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงที่ผ่านมา หุ่นยนต์ในจีนถูกนำไปทดลองใช้งานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่พนักงานต้อนรับ ผู้ช่วยในร้านค้า หุ่นยนต์ส่งสินค้า ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ช่วยควบคุมการจราจรในบางพื้นที่

จากเรื่องขำขันสู่คำถามเรื่องอนาคตแรงงาน
แม้ภาพหุ่นยนต์ขอทานจะดูเป็นเรื่องตลก แต่หลายคนมองว่ามันสะท้อนความกังวลที่กำลังเกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อแรงงานมนุษย์
ก่อนหน้านี้ Richard Liu ผู้ก่อตั้ง JD.com เคยกล่าวว่าหุ่นยนต์อาจเข้ามาแทนที่พนักงานส่งสินค้าหลายแสนคนในอนาคต แม้บริษัทจะพยายามเตรียมแผนฝึกทักษะใหม่ให้พนักงานก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ ภาพหุ่นยนต์ที่นั่งขอเงินอยู่ริมถนนจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ชวนให้ผู้คนตั้งคำถามว่า หากวันหนึ่ง AI และหุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้นจริง สังคมจะปรับตัวอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น
แม้จนถึงตอนนี้จะยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าหุ่นยนต์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใด แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ พวกมันสามารถสร้างกระแสพูดถึงได้ทั่วโลก และทำให้ผู้คนกลับมาคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ AI ในมุมที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ที่มา odditycentral


ความคิดเห็น