ประสบการณ์น่าเบื่อ ก็แอบซ่อนบทเรียนไว้
แม้บางช่วงเวลาของชีวิตจะดูธรรมดา น่าเบื่อ หรือแทบไม่อยากพูดถึง แต่ถ้าลองหยุดแล้วมองดี ๆ จะพบว่า มันแอบซ่อนบทเรียนสำคัญไว้เสมอ
หลังจากครั้งหนึ่งที่ฉันตัดสินใจท้าทายตัวเอง ด้วยการเดินถอยหลังในที่สาธารณะ เพื่อหลุดออกจาก comfort zone แบบจริงจัง ชีวิตก็กลับเข้าสู่โหมดเงียบ ๆ อยู่นาน ไม่ได้ทำภารกิจบ้าบิ่นอะไรต่อเนื่องเหมือนเดิม
แต่ช่วงเวลาที่เหมือนไม่มีอะไรนี่แหละ กลับกลายเป็นอีกเวทีหนึ่งของการเรียนรู้
เมื่อ “พอดแคสต์ที่ไม่อยากฟัง” ดังอยู่ในหัวเราเอง
บางครั้ง เราไม่ได้เปิดแอปฟังพอดแคสต์จากใครเลย แต่ในหัวกลับมีเสียงเล็ก ๆ คอยพูดซ้ำ ๆ เหมือนรายการตอนยาวที่ปิดไม่เป็น
เสียงที่ถามว่าเรากำลังใช้ชีวิตทิ้งไปเฉย ๆ หรือเปล่า
เสียงที่เตือนว่าเราหยุดท้าทายตัวเองนานเกินไปแล้ว
เสียงที่ชวนให้กลับไปทำอะไร “นอกกรอบ” อีกครั้ง
มันคือพอดแคสต์ที่เราไม่อยากฟัง แต่ก็ปิดไม่ได้ เพราะต้นทางของเสียงนั้นคือเราเอง
ค่าของช่วงเวลาธรรมดา
หากมองผ่าน ๆ ช่วงที่เราไม่ได้ทำอะไรหวือหวาเหมือนตอนเดินถอยหลังกลางที่สาธารณะ อาจดูเป็นแค่ช่วงชีวิตเรียบ ๆ ไม่มีอะไรเล่า
แต่ถ้าคุณตั้งใจมองหาบทเรียนจากมันจริง ๆ จะเริ่มเห็นว่า:
ความน่าเบื่อ ทำให้เราได้ยินเสียงในใจชัดขึ้น
การหยุดพัก ไม่ได้แปลว่าเราไม่ไปไหน แต่คือช่วงเวลาทบทวนทิศทาง
ความต่างระหว่าง “สบาย” กับ “ติดอยู่ใน comfort zone” บางทีมีเส้นบาง ๆ คั่นอยู่
และนั่นคือเหตุผลที่ แม้ประสบการณ์ที่ดูน่าเบื่อที่สุด ก็มีคุณค่าเสมอ ถ้าเราเลือกจะเรียนรู้จากมัน
ชวนตั้งคำถามกับตัวเองเบา ๆ
ลองถามตัวเองดู:
ตอนนี้มี “พอดแคสต์ในหัว” ตอนไหนที่คุณพยายามกดปิดอยู่หรือเปล่า?
คุณกำลังพักอย่างมีสติ หรือกำลังติดหล่มความสบายโดยไม่รู้ตัว?
ถ้ามีภารกิจเล็ก ๆ ที่จะพาคุณออกจาก comfort zone อีกสักครั้ง คุณอยากลองทำอะไร?
บางทีคำตอบอาจไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่เรายอมฟังพอดแคสต์ที่ไม่อยากฟังบ้าง… ก็อาจได้ยินเสียงตัวเองชัดขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว

