ภาพรวมโครงการคนละครึ่ง 2568 สำหรับร้านค้า
โครงการ คนละครึ่งพลัส 2568 คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่ตั้งใจช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน พร้อมทั้งเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจบริการต่าง ๆ ผ่านการใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง
รัฐบาลช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการ 50% ของยอดซื้อ สูงสุด 200 บาทต่อคนต่อวัน ช่วยให้ลูกค้าจับจ่ายมากขึ้น และทำให้ยอดขายร้านของคุณมีโอกาสโตแบบเห็นผล
จุดเด่นของโครงการคนละครึ่ง 2568 เทียบกับปี 2565 คือมีการ เพิ่มสิทธิและขยายกลุ่มผู้ใช้ ให้ครอบคลุมมากขึ้น
สิทธิประโยชน์คนละครึ่ง 2568 ที่ร้านค้าควรรู้
โครงการรอบนี้มีการอัปเกรดสิทธิให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ โดยสรุปได้ดังนี้
เพิ่มช่วงอายุผู้มีสิทธิ จากเดิม 18 ปีขึ้นไป เป็น 16 ปีขึ้นไป
เพิ่มวงเงินใช้สิทธิจาก 150 บาท/คน/วัน เป็น 200 บาท/คน/วัน
ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี ได้วงเงินรวม 2,400 บาท/คน ตลอดโครงการ (ผู้ที่ยังไม่อยู่ในระบบภาษี ได้ 2,000 บาท/คน)
เปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs เข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งคนมีสิทธิใช้มากขึ้น วงเงินต่อวันสูงขึ้น ร้านค้ายิ่งมีโอกาสได้ลูกค้าใหม่และยอดขายเพิ่มขึ้นแบบต่อเนื่อง
เอกสารที่ร้านค้าต้องเตรียมก่อนสมัคร
หากคุณเป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรือร้านบริการต่าง ๆ ที่อยากรับคนละครึ่ง 2568 จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นสมัคร ดังนี้
ใบสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส (ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ทางการของโครงการ)
บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของร้าน
รูปถ่ายหน้าร้าน ที่มีเจ้าของร้านขณะประกอบกิจการ อยู่ในภาพ
เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ให้นำไปยื่นที่
จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ
สาขาธนาคารกรุงไทย
โดยสามารถยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 ได้ในช่วงเวลาที่ภาครัฐกำหนด
ร้านค้าประเภทไหนสมัครคนละครึ่ง 2568 ได้บ้าง
ร้านค้าใหม่ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 จะต้องเป็น ร้านถุงเงิน ที่ผ่านการยืนยันจากเจ้าหน้าที่รัฐของกระทรวงมหาดไทยแล้วเท่านั้น
โดยมีเงื่อนไขเบื้องต้น ดังนี้
ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย
สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่านเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน
หลังจากนั้นจึงนำแบบฟอร์มใบสมัครและเอกสารอื่น ๆ ไปยื่นที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทุกแห่ง พร้อมทั้งต้องไม่เป็นร้านค้าที่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการภาครัฐในรอบก่อนหน้า
หากร้านค้าของคุณเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 (ปี 2565) และผ่านเกณฑ์เรียบร้อย ในรอบนี้จะสามารถกลับเข้าร่วมโครงการได้ง่ายขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
คุณสมบัติร้านค้าบุคคลธรรมดา
ถ้าคุณเป็น ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย (ไม่ใช่นิติบุคคล) และมีธุรกิจต่อไปนี้ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้
1. ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และร้านค้าสินค้าทั่วไป
รวมถึงร้านค้าธงฟ้าฯ
แต่ต้อง ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อในรูปแบบแฟรนไชส์
ต้องมีการประกอบกิจการจริง ตรวจสอบได้ มีหน้าร้านหรือจุดขายชัดเจน
2. ร้านบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม
สายบิวตี้และบริการความงาม เช่น ร้านทำเล็บ ร้านทำผม ร้านสปา สามารถเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ
ต้องมีสถานประกอบการชัดเจน มีที่ตั้งจริง ตรวจสอบได้
หากให้บริการนวดหรือสปา ต้องมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
3. ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ
เช่น
แท็กซี่มิเตอร์
รถตู้โดยสาร
รถสามล้อสาธารณะ
รถสองแถวรับจ้าง
รถจักรยานยนต์สาธารณะ
ผู้ขับขี่ทุกประเภทต้องมี ใบขับขี่รถสาธารณะ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
คุณสมบัติร้านค้านิติบุคคล และธุรกิจเฉพาะ
สำหรับฝั่งนิติบุคคล โครงการคนละครึ่ง 2568 เปิดรับร้านค้าในกลุ่มดังนี้
1. นิติบุคคลขนาดเล็ก
ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่
ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลและงบการเงิน (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบบัญชีปี 2567 แล้ว
ประกอบธุรกิจขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม หรือให้บริการขนส่งสาธารณะ
มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ที่ทางราชการกำหนด
2. ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ
เช่น
รถไฟฟ้าในเมือง
รถไฟ
รถโดยสารประจำทางสาธารณะ
เรือโดยสารสาธารณะ
3. ร้านค้าของชุมชนและวิสาหกิจชุมชน
ได้แก่
ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้าน หรือกองทุนชุมชนเมือง ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน
สินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ
สินค้าหรือบริการต่อไปนี้ ไม่อยู่ในขอบข่ายโครงการ
สลากกินแบ่งรัฐบาล
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
บัตรกำนัล / บัตรของขวัญ
บัตรเงินสด และบริการหรือสินค้าในรูปแบบการชำระล่วงหน้า
ร้านค้าแบบไหนไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
ไม่ใช่ทุกร้านที่จะต้องเริ่มสมัครใหม่ตั้งแต่ต้น มีบางกลุ่มที่ ไม่ต้องลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 รอบนี้ ได้แก่
ร้านค้าถุงเงินที่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 และผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ
ร้านค้าธงฟ้าฯ ของบุคคลธรรมดา วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และสหกรณ์ ที่ผ่านเกณฑ์โครงการเดิม
ร้านค้าในโครงการกรุงเทพแผงลอย ที่ผ่านตามเงื่อนไขโครงการ
ถ้าร้านของคุณอยู่ในกลุ่มนี้ สิ่งที่ต้องทำมีแค่
อัปเดตแอปฯ ถุงเงิน ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
เข้าแอปฯ เป๋าตัง แล้วกดยอมรับเงื่อนไขโครงการที่เมนู คนละครึ่งพลัส
เมื่อทำครบ ร้านก็พร้อมรับลูกค้าที่ใช้สิทธิได้เลย
วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 สำหรับร้านค้าใหม่ (ทีละขั้นตอน)
สำหรับร้านค้าใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่งมาก่อน สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสได้ที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ภายในช่วงเวลาที่กำหนด
ขั้นตอนในการสมัครมีดังนี้
เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย (ประเภทออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน)
สมัครเป็น ร้านค้าถุงเงิน ผ่านเว็บไซต์ทางการ และดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
- ตรวจสอบประเภทกิจการของร้าน แล้วดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครให้ตรงประเภท เช่น
ร้านค้าบุคคลธรรมดาหรือวิสาหกิจชุมชน: ใช้แบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับกระทรวงมหาดไทย
ร้านค้านิติบุคคลรายย่อยหรือธุรกิจเฉพาะ: ใช้แบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับธนาคารกรุงไทย
กรอกเอกสารให้ครบ นำแบบฟอร์ม พร้อมบัตรประชาชน และรูปถ่ายร้าน (ที่มีเจ้าของอยู่ในภาพขณะทำกิจการ) ไปยื่นสมัครที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
รอผลการพิจารณาผ่าน SMS หรือแจ้งเตือนในแอปฯ ถุงเงิน
หากผ่านการอนุมัติ แบนเนอร์ คนละครึ่งพลัส จะปรากฏในแอปฯ ถุงเงินของร้าน
กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการให้เรียบร้อย
เริ่มรับชำระค่าสินค้าและบริการจากลูกค้าที่ใช้สิทธิคนละครึ่งได้ทันที
ตรวจสอบประวัติการรับเงินของร้านผ่านแอปฯ ถุงเงินได้ตลอดเวลา
ทำครบ 9 ขั้นตอนนี้ ร้านของคุณก็พร้อมเปิดรับสิทธิคนละครึ่งอย่างเป็นทางการ
เข้าร่วมคนละครึ่ง 2568 แล้ว ต้องเสียภาษีไหม?
แม้จะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 แต่ในมุมภาษี หน้าที่ของผู้ประกอบการยังเหมือนเดิม ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ก็ต้องยื่นภาษีตามประเภทของรายได้
สำหรับ บุคคลธรรมดา รายได้จากการขายสินค้าและบริการถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) และต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90)
สำหรับ นิติบุคคล ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบที่กฎหมายกำหนด
หากร้านของคุณมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล จะมีหน้าที่ต้อง
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เป็นรายเดือน
สรุปคือ รายได้จากคนละครึ่งถือเป็นรายได้ของธุรกิจเช่นเดียวกับยอดขายปกติ จึงต้องนำมาคิดภาษีด้วยเสมอ
ทำยอดขายโตแล้ว อย่าลืมจัดการบัญชีให้เป็นระบบ
การเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 ช่วยให้ร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือ ข้อมูลรายรับ-รายจ่าย ที่มากขึ้นตามไปด้วย หากเก็บข้อมูลไม่เป็นระบบ เวลาเตรียมยื่นภาษีอาจเกิดความผิดพลาดได้ง่าย
การใช้โปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้าทั่วไป จะช่วยให้คุณจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น เช่น
บันทึกรายรับ-รายจ่ายอย่างเป็นระบบ
ออกรายงานหรือเอกสารทางบัญชีที่จำเป็น
เช็กสถานะการเงินของร้านแบบใกล้เคียงเรียลไทม์
เตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีประจำปีได้รวดเร็วและแม่นยำ
เมื่อเรื่องบัญชีและภาษีอยู่ในระบบที่ดีแล้ว เจ้าของร้านก็จะมีเวลาเหลือไปโฟกัสกับการพัฒนาร้าน การทำโปรโมชั่น หรือการให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
FAQs: คำถามยอดฮิตเรื่องคนละครึ่ง 2568 สำหรับร้านค้า
Q1: ร้านอาหารที่ขายผ่านแอป Food Delivery สมัครคนละครึ่งได้ไหม?
ตอบ: ได้ ร้านอาหารหรือร้านค้าที่ยิงขายผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้เหมือนร้านค้าทั่วไป โดยหลังจากร้านผ่านการอนุมัติแล้ว จะสามารถเลือกผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีผ่านแอปฯ ถุงเงินได้ภายในช่วงเวลาที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ร้านหนึ่งจะสามารถเลือกผูกกับแพลตฟอร์ม Food Delivery ได้เพียง รายเดียว เท่านั้น
Q2: โครงการคนละครึ่งพลัส เริ่มใช้สิทธิได้เมื่อไร?
ตอบ:
สำหรับร้านค้าทั่วไป สามารถเริ่มใช้งานสิทธิคนละครึ่งพลัสได้ในช่วงที่รัฐกำหนดของปี 2568 ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน จนถึงสิ้นสุดโครงการ
สำหรับร้านค้าที่ขายผ่าน Food Delivery จะเริ่มใช้งานได้ในวันที่ที่กำหนด โดยสามารถใช้สิทธิในช่วงเวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวัน จนถึงสิ้นสุดโครงการ
Q3: หลังลงทะเบียนคนละครึ่งแล้ว รู้ผลภายในกี่วัน?
ตอบ: ร้านค้าจะทราบผลการพิจารณา ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ยื่นลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 โดยผลจะถูกแจ้งผ่าน SMS หรือแอปฯ ที่เกี่ยวข้อง
Q4: ร้านค้าจะได้เงินจากคนละครึ่งเข้าบัญชีอย่างไร?
ตอบ: เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ร้านค้าผูกไว้กับระบบ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
ส่วนที่ 1: เงินที่ลูกค้าชำระผ่าน G-Wallet จะเริ่มโอนตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป
ส่วนที่ 2: เงินสมทบจากภาครัฐ จะเริ่มโอนตั้งแต่เวลาประมาณ 17.30 น. เป็นต้นไป
ส่วนร้านค้าที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery จะได้รับเงินภายในประมาณ 3 วันถัดไปนับจากวันที่ทำรายการ
โดยรวมแล้ว การสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงเตรียมเอกสารให้พร้อม ทำความเข้าใจเงื่อนไข และวางระบบบัญชีให้ดี คุณก็สามารถใช้โครงการนี้เป็น ตัวช่วยดันยอดขาย พร้อมบริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพในเวลาเดียวกัน

