รับแอปรับแอป

เปิดร้านรับคนละครึ่ง 2568 ให้ปัง! คู่มือสมัครร้านค้าแบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

ธีรพล สุขเกษม01-30

ภาพรวมโครงการคนละครึ่ง 2568 สำหรับร้านค้า

โครงการ คนละครึ่งพลัส 2568 คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่ตั้งใจช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน พร้อมทั้งเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจบริการต่าง ๆ ผ่านการใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง

รัฐบาลช่วยจ่ายค่าสินค้าและบริการ 50% ของยอดซื้อ สูงสุด 200 บาทต่อคนต่อวัน ช่วยให้ลูกค้าจับจ่ายมากขึ้น และทำให้ยอดขายร้านของคุณมีโอกาสโตแบบเห็นผล

จุดเด่นของโครงการคนละครึ่ง 2568 เทียบกับปี 2565 คือมีการ เพิ่มสิทธิและขยายกลุ่มผู้ใช้ ให้ครอบคลุมมากขึ้น

สิทธิประโยชน์คนละครึ่ง 2568 ที่ร้านค้าควรรู้

โครงการรอบนี้มีการอัปเกรดสิทธิให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ โดยสรุปได้ดังนี้

  • เพิ่มช่วงอายุผู้มีสิทธิ จากเดิม 18 ปีขึ้นไป เป็น 16 ปีขึ้นไป

  • เพิ่มวงเงินใช้สิทธิจาก 150 บาท/คน/วัน เป็น 200 บาท/คน/วัน

  • ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี ได้วงเงินรวม 2,400 บาท/คน ตลอดโครงการ (ผู้ที่ยังไม่อยู่ในระบบภาษี ได้ 2,000 บาท/คน)

  • เปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs เข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งคนมีสิทธิใช้มากขึ้น วงเงินต่อวันสูงขึ้น ร้านค้ายิ่งมีโอกาสได้ลูกค้าใหม่และยอดขายเพิ่มขึ้นแบบต่อเนื่อง

เอกสารที่ร้านค้าต้องเตรียมก่อนสมัคร

หากคุณเป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรือร้านบริการต่าง ๆ ที่อยากรับคนละครึ่ง 2568 จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นสมัคร ดังนี้

  1. ใบสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส (ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ทางการของโครงการ)

  2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของร้าน

  3. รูปถ่ายหน้าร้าน ที่มีเจ้าของร้านขณะประกอบกิจการ อยู่ในภาพ

เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ให้นำไปยื่นที่

  • จุดตั้งบูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือ

  • สาขาธนาคารกรุงไทย

โดยสามารถยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 ได้ในช่วงเวลาที่ภาครัฐกำหนด

ร้านค้าประเภทไหนสมัครคนละครึ่ง 2568 ได้บ้าง

ร้านค้าใหม่ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 จะต้องเป็น ร้านถุงเงิน ที่ผ่านการยืนยันจากเจ้าหน้าที่รัฐของกระทรวงมหาดไทยแล้วเท่านั้น

โดยมีเงื่อนไขเบื้องต้น ดังนี้

  • ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย

  • สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่านเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน

หลังจากนั้นจึงนำแบบฟอร์มใบสมัครและเอกสารอื่น ๆ ไปยื่นที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทุกแห่ง พร้อมทั้งต้องไม่เป็นร้านค้าที่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการภาครัฐในรอบก่อนหน้า

หากร้านค้าของคุณเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 (ปี 2565) และผ่านเกณฑ์เรียบร้อย ในรอบนี้จะสามารถกลับเข้าร่วมโครงการได้ง่ายขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

คุณสมบัติร้านค้าบุคคลธรรมดา

ถ้าคุณเป็น ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย (ไม่ใช่นิติบุคคล) และมีธุรกิจต่อไปนี้ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้

1. ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และร้านค้าสินค้าทั่วไป

  • รวมถึงร้านค้าธงฟ้าฯ

  • แต่ต้อง ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อในรูปแบบแฟรนไชส์

  • ต้องมีการประกอบกิจการจริง ตรวจสอบได้ มีหน้าร้านหรือจุดขายชัดเจน

2. ร้านบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม

สายบิวตี้และบริการความงาม เช่น ร้านทำเล็บ ร้านทำผม ร้านสปา สามารถเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ

  • ต้องมีสถานประกอบการชัดเจน มีที่ตั้งจริง ตรวจสอบได้

  • หากให้บริการนวดหรือสปา ต้องมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

3. ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ

เช่น

  • แท็กซี่มิเตอร์

  • รถตู้โดยสาร

  • รถสามล้อสาธารณะ

  • รถสองแถวรับจ้าง

  • รถจักรยานยนต์สาธารณะ

ผู้ขับขี่ทุกประเภทต้องมี ใบขับขี่รถสาธารณะ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

คุณสมบัติร้านค้านิติบุคคล และธุรกิจเฉพาะ

สำหรับฝั่งนิติบุคคล โครงการคนละครึ่ง 2568 เปิดรับร้านค้าในกลุ่มดังนี้

1. นิติบุคคลขนาดเล็ก

ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่

  • ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลและงบการเงิน (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบบัญชีปี 2567 แล้ว

  • ประกอบธุรกิจขายอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม หรือให้บริการขนส่งสาธารณะ

  • มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ที่ทางราชการกำหนด

2. ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ

เช่น

  • รถไฟฟ้าในเมือง

  • รถไฟ

  • รถโดยสารประจำทางสาธารณะ

  • เรือโดยสารสาธารณะ

3. ร้านค้าของชุมชนและวิสาหกิจชุมชน

ได้แก่

  • ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้าน หรือกองทุนชุมชนเมือง ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน

สินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ

สินค้าหรือบริการต่อไปนี้ ไม่อยู่ในขอบข่ายโครงการ

  • สลากกินแบ่งรัฐบาล

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบ

  • บัตรกำนัล / บัตรของขวัญ

  • บัตรเงินสด และบริการหรือสินค้าในรูปแบบการชำระล่วงหน้า

ร้านค้าแบบไหนไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ไม่ใช่ทุกร้านที่จะต้องเริ่มสมัครใหม่ตั้งแต่ต้น มีบางกลุ่มที่ ไม่ต้องลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 รอบนี้ ได้แก่

  • ร้านค้าถุงเงินที่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 และผ่านเกณฑ์ตามเงื่อนไขโครงการ

  • ร้านค้าธงฟ้าฯ ของบุคคลธรรมดา วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และสหกรณ์ ที่ผ่านเกณฑ์โครงการเดิม

  • ร้านค้าในโครงการกรุงเทพแผงลอย ที่ผ่านตามเงื่อนไขโครงการ

ถ้าร้านของคุณอยู่ในกลุ่มนี้ สิ่งที่ต้องทำมีแค่

  1. อัปเดตแอปฯ ถุงเงิน ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

  2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง แล้วกดยอมรับเงื่อนไขโครงการที่เมนู คนละครึ่งพลัส

เมื่อทำครบ ร้านก็พร้อมรับลูกค้าที่ใช้สิทธิได้เลย

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 สำหรับร้านค้าใหม่ (ทีละขั้นตอน)

สำหรับร้านค้าใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่งมาก่อน สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสได้ที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ภายในช่วงเวลาที่กำหนด

ขั้นตอนในการสมัครมีดังนี้

  1. เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย (ประเภทออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน)

  2. สมัครเป็น ร้านค้าถุงเงิน ผ่านเว็บไซต์ทางการ และดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

  3. ตรวจสอบประเภทกิจการของร้าน แล้วดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครให้ตรงประเภท เช่น
    • ร้านค้าบุคคลธรรมดาหรือวิสาหกิจชุมชน: ใช้แบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับกระทรวงมหาดไทย

    • ร้านค้านิติบุคคลรายย่อยหรือธุรกิจเฉพาะ: ใช้แบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับธนาคารกรุงไทย

  4. กรอกเอกสารให้ครบ นำแบบฟอร์ม พร้อมบัตรประชาชน และรูปถ่ายร้าน (ที่มีเจ้าของอยู่ในภาพขณะทำกิจการ) ไปยื่นสมัครที่บูธกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

  5. รอผลการพิจารณาผ่าน SMS หรือแจ้งเตือนในแอปฯ ถุงเงิน

  6. หากผ่านการอนุมัติ แบนเนอร์ คนละครึ่งพลัส จะปรากฏในแอปฯ ถุงเงินของร้าน

  7. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการให้เรียบร้อย

  8. เริ่มรับชำระค่าสินค้าและบริการจากลูกค้าที่ใช้สิทธิคนละครึ่งได้ทันที

  9. ตรวจสอบประวัติการรับเงินของร้านผ่านแอปฯ ถุงเงินได้ตลอดเวลา

ทำครบ 9 ขั้นตอนนี้ ร้านของคุณก็พร้อมเปิดรับสิทธิคนละครึ่งอย่างเป็นทางการ

เข้าร่วมคนละครึ่ง 2568 แล้ว ต้องเสียภาษีไหม?

แม้จะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 แต่ในมุมภาษี หน้าที่ของผู้ประกอบการยังเหมือนเดิม ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ก็ต้องยื่นภาษีตามประเภทของรายได้

  • สำหรับ บุคคลธรรมดา รายได้จากการขายสินค้าและบริการถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) และต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90)

  • สำหรับ นิติบุคคล ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบที่กฎหมายกำหนด

หากร้านของคุณมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล จะมีหน้าที่ต้อง

  • จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

  • ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เป็นรายเดือน

สรุปคือ รายได้จากคนละครึ่งถือเป็นรายได้ของธุรกิจเช่นเดียวกับยอดขายปกติ จึงต้องนำมาคิดภาษีด้วยเสมอ

ทำยอดขายโตแล้ว อย่าลืมจัดการบัญชีให้เป็นระบบ

การเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 ช่วยให้ร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือ ข้อมูลรายรับ-รายจ่าย ที่มากขึ้นตามไปด้วย หากเก็บข้อมูลไม่เป็นระบบ เวลาเตรียมยื่นภาษีอาจเกิดความผิดพลาดได้ง่าย

การใช้โปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้าทั่วไป จะช่วยให้คุณจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น เช่น

  • บันทึกรายรับ-รายจ่ายอย่างเป็นระบบ

  • ออกรายงานหรือเอกสารทางบัญชีที่จำเป็น

  • เช็กสถานะการเงินของร้านแบบใกล้เคียงเรียลไทม์

  • เตรียมข้อมูลสำหรับยื่นภาษีประจำปีได้รวดเร็วและแม่นยำ

เมื่อเรื่องบัญชีและภาษีอยู่ในระบบที่ดีแล้ว เจ้าของร้านก็จะมีเวลาเหลือไปโฟกัสกับการพัฒนาร้าน การทำโปรโมชั่น หรือการให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

FAQs: คำถามยอดฮิตเรื่องคนละครึ่ง 2568 สำหรับร้านค้า

Q1: ร้านอาหารที่ขายผ่านแอป Food Delivery สมัครคนละครึ่งได้ไหม?

ตอบ: ได้ ร้านอาหารหรือร้านค้าที่ยิงขายผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้เหมือนร้านค้าทั่วไป โดยหลังจากร้านผ่านการอนุมัติแล้ว จะสามารถเลือกผูกกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีผ่านแอปฯ ถุงเงินได้ภายในช่วงเวลาที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ร้านหนึ่งจะสามารถเลือกผูกกับแพลตฟอร์ม Food Delivery ได้เพียง รายเดียว เท่านั้น

Q2: โครงการคนละครึ่งพลัส เริ่มใช้สิทธิได้เมื่อไร?

ตอบ:

  • สำหรับร้านค้าทั่วไป สามารถเริ่มใช้งานสิทธิคนละครึ่งพลัสได้ในช่วงที่รัฐกำหนดของปี 2568 ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน จนถึงสิ้นสุดโครงการ

  • สำหรับร้านค้าที่ขายผ่าน Food Delivery จะเริ่มใช้งานได้ในวันที่ที่กำหนด โดยสามารถใช้สิทธิในช่วงเวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวัน จนถึงสิ้นสุดโครงการ

Q3: หลังลงทะเบียนคนละครึ่งแล้ว รู้ผลภายในกี่วัน?

ตอบ: ร้านค้าจะทราบผลการพิจารณา ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ยื่นลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 โดยผลจะถูกแจ้งผ่าน SMS หรือแอปฯ ที่เกี่ยวข้อง

Q4: ร้านค้าจะได้เงินจากคนละครึ่งเข้าบัญชีอย่างไร?

ตอบ: เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ร้านค้าผูกไว้กับระบบ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

  • ส่วนที่ 1: เงินที่ลูกค้าชำระผ่าน G-Wallet จะเริ่มโอนตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป

  • ส่วนที่ 2: เงินสมทบจากภาครัฐ จะเริ่มโอนตั้งแต่เวลาประมาณ 17.30 น. เป็นต้นไป

ส่วนร้านค้าที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery จะได้รับเงินภายในประมาณ 3 วันถัดไปนับจากวันที่ทำรายการ

โดยรวมแล้ว การสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง 2568 ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงเตรียมเอกสารให้พร้อม ทำความเข้าใจเงื่อนไข และวางระบบบัญชีให้ดี คุณก็สามารถใช้โครงการนี้เป็น ตัวช่วยดันยอดขาย พร้อมบริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพในเวลาเดียวกัน