รับแอปรับแอป

พาลูกเที่ยวป่าชุมชน ห้วยขาแข้ง: เมื่อ “ภาพฝัน” เรื่องป่า กลายเป็นแผนครอบครัวได้จริง

กฤษฎา บุญช่วย01-30

ป่าชุมชนในฝัน ที่ไม่ได้เป็นแค่แหล่งหาของป่า

“ในอนาคตป่าชุมชนของเราจะดำเนินงานเรื่องคาร์บอนเครดิตเต็มพื้นที่ เราจะมีกองทุนส่วนกลางดูแลป่า และเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องทรัพยากรธรรมชาติให้สาธารณชนเข้ามาศึกษาได้”

นี่คือภาพฝันของคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านใหม่วงค์เขาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ที่อยากเห็นป่าชุมชนไม่ได้เป็นแค่ที่พึ่งพิงของคนในหมู่บ้าน แต่กลายเป็น พื้นที่เรียนรู้ พื้นที่สร้างรายได้ และพื้นที่ให้ลูกหลานได้เติบโตไปพร้อมกับป่า

จากเดิมที่คนในชุมชนใช้ป่าเพื่อ “หาอยู่หากิน” เป็นหลัก แนวคิดใหม่คือการเพิ่มมูลค่าป่าให้มากกว่าที่เคย ทั้งชุมชนได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น และคนภายนอกก็เห็นคุณค่าของการรักษาป่าที่ส่งผลกลับมามหาศาล

แต่ก่อนจะไปถึงฝันนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องมีแผนจัดการป่าชุมชนฉบับใหม่ เพราะแผนเดิมใกล้หมดอายุเต็มที แถมหลายกิจกรรมที่บันทึกไว้ในแผนเก่าก็ไม่สอดคล้องกับความต้องการจริงของชุมชนแล้ว

ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาของการ “คิดใหม่ ทำใหม่” ออกแบบกิจกรรมใหม่ๆ ให้ป่าชุมชนตอบโจทย์ทั้งธรรมชาติ ชุมชน และคนรุ่นต่อไป

2 วัน สำคัญ: จุดเริ่มต้นของแผนป่าชุมชนรอบใหม่

ระหว่างวันที่ 16 – 17 มิถุนายน มีการจัดอบรมการจัดทำแผนจัดการป่าชุมชนขึ้น ตามกรอบของกฎหมายพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562

กิจกรรมนี้จัดแบบกระชับ 2 วัน แบ่งจัดที่จังหวัดนครสวรรค์ 1 วัน และที่จังหวัดอุทัยธานีอีก 1 วัน มีตัวแทนป่าชุมชนจากนครสวรรค์ อุทัยธานี และบางส่วนจากกำแพงเพชร มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์

ในเวทีมีทั้งการ

  • อธิบายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป่าชุมชน

  • ถอดบทเรียนการดูแลรักษาป่าที่ผ่านมา

  • เสริมความเข้าใจเรื่องขั้นตอนจัดทำแผนป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ

เวทีจัดทำแผนการจัดการป่าชุมชนนครสวรรค์

เวทีจัดทำแผนการจัดการป่าชุมชนอุทัยธานี

เบื้องหลังการจัดเวทีแบบนี้มาจากการที่ทีมทำงานรู้ดีว่า ป่าชุมชนในพื้นที่ป่าตะวันตกถูกผลักดันและดูแลกันมายาวนานราว “ครอบครัวเดียวกัน” เลยเห็นศักยภาพซ่อนเร้นของแต่ละป่า ที่มากกว่าแค่การเก็บหาของป่าเพื่อยังชีพ

เมื่อแผนเก่ากำลังจะหมดอายุ จึงเป็นจังหวะเหมาะที่จะชวนคณะกรรมการป่าชุมชนกลับมาทบทวน ปรับแผน และวางอนาคตให้ชัดเจนขึ้น

คนทำงานในพื้นที่หลายคนยอมรับตรงๆ ว่า แผนรอบก่อนยังไม่เข้าใจกฎหมายทั้งหมดดีนัก หลายอย่างทำได้แต่ไม่ได้ทำ หลายอย่างอยากทำแต่ไม่แน่ใจว่าถูกข้อกฎหมายหรือไม่ เลยพลาดรายละเอียดไปไม่น้อย

วันนี้จึงเป็นการ “เริ่มต้นใหม่อย่างเข้าใจกติกา”

แผนจัดการป่าชุมชนคืออะไร ทำไมถึงสำคัญขนาดนี้

วรากร เกษมพันธ์กุล ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและกฎหมายป่าชุมชน จากสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ อธิบายว่า

แผนจัดการป่าชุมชนคือเครื่องมือหลักในการกำกับทุกการกระทำในป่าชุมชน

แผนนี้จัดทำร่วมกันโดยคณะกรรมการป่าชุมชนและสมาชิกในชุมชน ต้องสอดคล้องกับทั้งสภาพภูมิประเทศ และวิถีชีวิตคนในพื้นที่ ไม่ใช่แผนบนกระดาษที่ไม่มีใครใช้จริง

วรากรอธิบายว่า แผนที่ดีจะต้องชัดเจนเรื่อง

  • การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาป่า

  • การใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

  • การดูแลสภาพแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ

ทั้งหมดนี้ต้องไม่ทำให้ป่าเสื่อมโทรม ทั้งในเขตเพื่อการอนุรักษ์และเขตใช้ประโยชน์

วรากร เกษมพันธ์กุล

เริ่มจากคำถามง่ายๆ: แผนเดิมยังตอบโจทย์ชุมชนอยู่ไหม?

คำถามสำคัญที่ถูกหยิบมาชวนคิดในเวทีอบรมคือ

“แผนการจัดการป่าชุมชนของเรายังสอดคล้องกับสถานการณ์ และความต้องการของชุมชนในวันนี้อยู่หรือเปล่า?”

ระวี ถาวร จาก RECOFTC ชวนคณะกรรมการแต่ละพื้นที่เริ่มจากการ “มองย้อนกลับ” วิเคราะห์ตัวเองว่า ที่ผ่านมาเราทำอะไรไปแล้วบ้าง ป่าของเรามีผลลัพธ์แบบไหน และถ้าต้องให้คะแนนตัวเอง จะให้เท่าไหร่

จากนั้นจึงขยับมาดูว่า ในวันนี้ป่าชุมชนของเรามีอะไรอยู่ในมือบ้าง

  • จุดแข็งคืออะไร

  • จุดอ่อนคืออะไร

  • มีโอกาสพัฒนาในเรื่องไหน

  • ยังมีข้อจำกัดหรือภัยคุกคามอะไรบ้าง

ทั้งในมิติ

  • สังคมและการพึ่งพิงทรัพยากรของชุมชน

  • สุขภาพของผืนป่าและชนิดพันธุ์พืชที่มีอยู่

  • การใช้ประโยชน์ของสัตว์ป่าที่เริ่มกลับมาใช้พื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณใกล้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ระวี ถาวร จาก RECOFTC

จากการวิเคราะห์ สู่การออกแบบอนาคต 5 ปีข้างหน้า

เมื่อเห็นภาพอดีตและปัจจุบันชัดแล้ว ขั้นต่อไปคือการ “ออกแบบอนาคต”

นักวิชาการจาก RECOFTC ชวนให้แต่ละป่าชุมชนวางเป้าหมาย 5 ปีข้างหน้า ว่าอยากเห็นอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทั้งด้านอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ และการพัฒนา

ประเด็นใหม่ๆ ที่หลายพื้นที่อยากบรรจุในแผน เช่น

  • การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากร

  • การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับเด็กและครอบครัว

  • การจัดทำศูนย์การเรียนรู้ด้านป่าและสัตว์ป่า

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น เช่น เส้นทางตรวจการ จุดเฝ้าระวังไฟป่า หรือประปาภูเขา

  • การทำงานกับคนรุ่นใหม่ในชุมชน ให้เข้ามาเป็นกำลังหลักดูแลป่า

  • การตั้งกองทุนจัดการป่าชุมชนในฐานะ “ทรัพย์สินส่วนกลาง” ของหมู่บ้าน

ที่ผ่านมา หลายป่าชุมชนอยากทำกองทุนแต่ไม่มั่นใจเรื่องกฎหมาย ขั้นตอน และเพราะไม่มีบรรจุไว้ในแผนเดิม จึงเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ การวางแผนรอบใหม่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะใส่เรื่องนี้ลงไปอย่างถูกต้อง

แยกเป็นด้านๆ ว่า “จะทำอะไร” ให้ป่าและชุมชน

ในเวที ยังชวนให้คณะกรรมการช่วยกันเขียนให้ชัดว่า ในแต่ละด้านอยากทำอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น

1. กิจกรรมด้านการอนุรักษ์

  • รักษาพื้นที่สำคัญ เช่น ต้นน้ำ หรือถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า

  • ผสมผสานมิติวัฒนธรรมเข้าไป เช่น การบวชป่า หรือการกำหนดข้อห้ามตามจารีตประเพณี

2. กิจกรรมด้านการใช้ประโยชน์

  • จะใช้ประโยชน์อะไร จากตรงไหน เมื่อไร

  • กำหนดกติกาการเก็บหาให้ยั่งยืน เช่น การปิด–เปิดป่าตามฤดูกาล การกำหนดเครื่องมือหรือวิธีเก็บหาไม่ให้ทำร้ายระบบนิเวศ

3. กิจกรรมด้านการพัฒนา

เป็นการยกระดับและต่อยอดทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น

  • เส้นทางท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติ

  • เส้นทางตรวจการดูแลป่า

  • ศาลาการเรียนรู้ หอดูนก จุดเฝ้าระวังไฟป่า

  • ระบบน้ำ เช่น ประปาภูเขา

  • การแปรรูปผลผลิตจากป่าให้มีมูลค่าเพิ่ม

  • วิสาหกิจป่าชุมชนที่สร้างรายได้ให้คนในชุมชน

  • การวางระบบกองทุนดูแลจัดการป่าอย่างโปร่งใส

ทุกกิจกรรมต้องระบุให้ชัดว่า

  • จะทำในปีไหน ในช่วง 5 ปีของแผน

  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบหลัก

  • จะมีหน่วยงานไหนเข้ามาสนับสนุนได้บ้าง

จากแผน 5 ปี ก็จะค่อยๆ แตกลงไปเป็นแผนรายปี ทำให้การทำงาน ไม่ใช่แค่ความหวัง แต่เป็นลำดับขั้นที่ทำได้จริง

ขั้นตอนย่อๆ ในการปรับแผนป่าชุมชน

ระวี ถอดเป็นลำดับขั้นให้เข้าใจง่ายสำหรับป่าชุมชนที่อยากปัดฝุ่นแผนเดิมให้ทันยุคสมัย ว่าควรเดินตามขั้นดังนี้

  • ทำความเข้าใจความสำคัญของแผน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • วิเคราะห์ข้อมูลป่า ความหลากหลายของพืช สัตว์ป่า การใช้ประโยชน์ และภัยคุกคามต่างๆ

  • วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจำกัดของพื้นที่

  • สร้างภาพฝัน (วิสัยทัศน์) 5 ปี ว่าอยากให้ป่าชุมชนหน้าตาเป็นอย่างไร

  • กำหนดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์หลัก 5 ด้าน ได้แก่ การอนุรักษ์ การฟื้นฟู การใช้ประโยชน์ การควบคุมดูแล และการพัฒนา

  • ปรับโครงสร้างองค์กรหรือคณะกรรมการให้เหมาะกับแผนกิจกรรมใหม่

  • ทบทวนและปรับปรุงระเบียบการจัดการป่า รวมถึงการจัดการกองทุนป่าชุมชน

  • นำร่างแผนไปทำประชามติในชุมชน ให้ทุกคนมีส่วนร่วมเห็นชอบ

  • ยื่นแผนต่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัด ณ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้จังหวัด

ป่าชุมชน: เรื่องของทุกคน ไม่ใช่แค่คณะกรรมการ

อีกมุมสำคัญที่ถูกย้ำในเวที คือการดูแลป่าชุมชนจะสำเร็จไม่ได้เลย ถ้ามองว่าเป็นหน้าที่ของคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น

การทำงานแบบมีส่วนร่วมจึงสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการ

  • ชวนหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามามีบทบาท

  • ทำงานร่วมกับองค์กรอนุรักษ์

  • ประสานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่

ยิ่งคนในพื้นที่รู้สึกว่า “นี่คือป่าของเรา ครอบครัวของเรา ลูกหลานของเรา” มากเท่าไร ป่าก็ยิ่งมีโอกาสรอดมากเท่านั้น

สิ่งที่ได้จากเวทีครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความรู้เรื่องกฎหมายและแผนงาน แต่ยังได้ “ต้นแบบแผน” ที่แต่ละชุมชนสามารถเอากลับไปต่อยอด ปรับให้เข้ากับบริบทของตัวเองได้จริง

ป่าชุมชนกับอนาคตของลูกหลาน

ท้ายที่สุดแล้ว ทุกข้อคิดในเวทีถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการป่าชุมชนให้กลับไปคิดต่อ ว่าจะทำอย่างไรให้ป่าชุมชนเดินตามภาพฝันอย่างมั่นคง

เมื่อลองมองในมุมครอบครัวและการท่องเที่ยว ป่าชุมชนที่มีแผนงานชัดเจน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีศูนย์เรียนรู้ และมีระบบดูแลป่าที่เข้มแข็ง จะกลายเป็น เป้าหมายทริปธรรมชาติสำหรับครอบครัว ที่ทั้งสนุก เรียนรู้ และช่วยให้ลูกหลานเข้าใจคุณค่าของป่าตั้งแต่ยังเล็ก

ทุกกิจกรรม ทุกการประชุม ทุกแผน 5 ปี ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อป่าอย่างเดียว แต่ทำเพื่อ อนาคตของทุกชีวิตที่พึ่งพาป่าอยู่

และสำหรับครอบครัวที่รักการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การมีป่าชุมชนที่เข้มแข็ง ก็เท่ากับมี “ห้องเรียนกลางป่า” ที่เราจะพาลูกกลับไปเยี่ยมได้ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเชื่อได้ว่า ป่าผืนเดิมจะยังยืนต้นรออยู่ในแบบที่ดีกว่าเดิมเสมอ

กิจกรรมทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่แนวกันชนของผืนป่าตะวันตก ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของป่าอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับชีวิตเรา ครอบครัวเรา และทุกทริปที่เราอยากออกไปหายใจลึกๆ ท่ามกลางต้นไม้ด้วยเช่นกัน