ZestBuy

Samsung Smart Home ผู้ช่วยดูแลบ้านและครอบครัว

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI04-30
ความสนใจสมาร์ทโฮม

Samsung Smart Home ผู้ช่วยดูแลบ้านและครอบครัว

ภาพรวม Samsung กับบทบาทผู้ช่วยในบ้านยุคใหม่

จากข้อมูลในหลายบทความจะเห็นภาพเดียวกันว่า Samsung ไม่ได้เป็นแค่แบรนด์สมาร์ตโฟนหรือทีวี แต่กำลังก้าวมาเป็น ผู้ช่วยดูแลชีวิตในบ้านและครอบครัวแบบรอบด้าน ผ่าน 3 แกนหลักคือ

  • ระบบและแพลตฟอร์มสมาร์ตโฮมอย่าง SmartThings

  • อุปกรณ์ Galaxy และฟีเจอร์ AI/แอปเสริมที่ช่วยชีวิตประจำวัน

  • แนวคิด “การใช้งานได้สำหรับทุกคน” (Accessibility) ที่คำนึงถึงการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว และการรับรู้

ทั้งหมดนี้เชื่อมกันเพื่อทำให้บ้านสะดวก ปลอดภัย และรองรับคนทุกวัย ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไป คนรักแกดเจ็ต ไปจนถึงผู้สูงอายุในครอบครัว

SmartThings และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในบ้าน

แพลตฟอร์ม SmartThings ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นศูนย์กลางสมาร์ตโฮมระดับโลก ให้ผู้ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้านเข้าไว้ในระบบเดียวกัน และขยายประสบการณ์ร่วมกับ AI ของ Samsung

จากข้อมูลที่มี SmartThings สามารถ

  • เชื่อมต่อกับ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ เครื่องลด/เพิ่มความชื้น

  • เชื่อมต่อกับ อุปกรณ์ Galaxy และฟีเจอร์บนมือถือ เพื่อใช้การแจ้งเตือนและควบคุมจากระยะไกล

  • รองรับบริการและฟีเจอร์สำคัญหลายด้าน เช่น Home Security, Family Care, Pet Care, Home Insight และ Energy

SmartThings จึงไม่ได้แค่เปิด–ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ช่วยติดตามสถานะอุปกรณ์ ประเมินสภาพแวดล้อม และส่งข้อมูลกลับมาหาผู้ใช้เพื่อการดูแลบ้านแบบต่อเนื่อง

SmartThings Family Care ดูแลคนที่รักแม้อยู่ไกล

บริการ Family Care เป็นหัวใจสำคัญของ SmartThings ในมุม “การดูแลคนในครอบครัว” โดยเฉพาะพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ห่างกัน

จุดสำคัญจากข้อมูล

  • เชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์มือถือของผู้สูงอายุ

  • ส่งการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแล เช่น

    • เวลาเตือนกินยา

    • การนัดหมายพบแพทย์

    • การแจ้งเตือนพิกัดตำแหน่ง

  • วิเคราะห์รูปแบบการใช้งานอุปกรณ์และกิจกรรมในบ้าน เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า (ผ่านฟีเจอร์ Care Insight)

Care on Call: ดูข้อมูลสำคัญก่อนเริ่มคุย

ฟีเจอร์ใหม่ Care on Call ทำให้การโทรหาผู้ที่อยู่ในความดูแล “ฉลาดขึ้น” เพราะเมื่อผู้ดูแลโทรออก ระบบจะแสดงป๊อปอัปที่รวมข้อมูลสำคัญ เช่น

  • เวลาเริ่มกิจกรรมแรกของวัน

  • เวลาทำกิจกรรมล่าสุด

  • สภาพอากาศในพื้นที่ของผู้รับการดูแล

ข้อมูลนี้ช่วยให้เริ่มต้นบทสนทนาด้วยคำถามที่ “ตรงจุดและทันสถานการณ์” มากขึ้น ไม่ได้ถามแค่ทั่ว ๆ ไป แต่ผูกกับวิถีชีวิตจริงของผู้สูงอายุ

Safety Patrol + หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Bespoke AI Jet Bot Steam Ultra

ฟีเจอร์ Safety Patrol ใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นในระบบ SmartThings ตรวจสอบพื้นที่ในบ้านอย่างเป็นระบบ

  • หากไม่พบกิจกรรมของผู้ที่อยู่ในความดูแลในเวลาที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนทันที

  • ผู้ดูแลสามารถสั่งให้หุ่นยนต์ทำงานจากระยะไกลได้

  • หุ่นยนต์มี กล้องในตัว พร้อมลำโพงและไมโครโฟนสำหรับสื่อสารสองทาง ช่วยตรวจสอบสถานการณ์ เช่น กรณีล้มหมดสติ และช่วยตัดสินใจได้ทันท่วงที

ทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ Samsung ที่ไม่ได้หยุดแค่ความสะดวก แต่เพิ่ม “ความอุ่นใจ” ให้ครอบครัว

Now Brief: จุดเชื่อมระหว่างบ้าน AI กับหน้าจอหลักในชีวิต

Now Brief คือบริการสรุปข้อมูลแบบเฉพาะบุคคลบนอุปกรณ์ Galaxy ที่ถูกยกระดับโดยผสานเข้ากับบริการสำคัญของ SmartThings

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้

  • เห็นข้อมูลเกี่ยวกับ

    • ชีวิตประจำวันของตัวเอง

    • สมาชิกในครอบครัว

    • สภาพแวดล้อมทั้งในและนอกบ้าน

  • ในมุมมองเดียวแบบ “สรุปพร้อมใช้”

หลังอัปเดตล่าสุด Now Brief รองรับบริการ

  • Home Security

  • Family Care

  • Pet Care

  • และฟีเจอร์เดิมอย่าง Home Insight, Energy, รายงานสภาพแวดล้อมการนอนหลับ

นอกจากนี้ยัง

  • วางแผนขยายการใช้งานไปยัง ทีวี Samsung ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2024 และ ตู้เย็น Family Hub ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป

  • ตั้งค่าให้ทำงานอัตโนมัติได้ เมื่อ

    • ผู้ใช้เข้าใกล้ทีวี

    • สัมผัสหน้าจอตู้เย็น Family Hub

    • หรือเปิด–ปิดประตูตู้เย็น

ผู้ใช้จึงสามารถรับข้อมูลสรุปสำคัญได้ทั้งที่บ้านและระหว่างเดินทาง เช่น

  • สถานะอุปกรณ์ในบ้าน และการใช้พลังงาน

  • รายงานคุณภาพการนอนคืนที่ผ่านมา

  • อัปเดตความปลอดภัยจากระบบล็อกประตูและเซนเซอร์ต่าง ๆ

  • กิจกรรมประจำวันของพ่อแม่

  • ข้อมูลการพาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น (เมื่ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องถูกลงทะเบียนใน SmartThings และเปิดใช้บริการในแท็บ Life)

Now Brief ทำให้ทีวีและตู้เย็นไม่ใช่แค่จอธรรมดา แต่กลายเป็น “แดชบอร์ดบ้านอัจฉริยะ” ที่ทุกคนในบ้านมองเห็นร่วมกันได้ง่ายขึ้น

Samsung Smart TV: ศูนย์กลางความบันเทิงและข้อมูลบ้าน

แม้เนื้อหาที่มีจะไม่ได้ลงลึกเรื่องฟีเจอร์ Smart TV ทีละรุ่น แต่จากข้อมูลของ Now Brief และ SmartThings สามารถสรุปบทบาทของ Samsung Smart TV ได้ว่า

  • เป็นจุดแสดงผลของ Now Brief สำหรับ

    • สถานะความปลอดภัยในบ้าน

    • การใช้พลังงาน

    • สภาพแวดล้อม และกิจกรรมของสมาชิกในบ้าน

  • ทำงานร่วมกับ SmartThings เพื่อให้ผู้ใช้

    • รับการแจ้งเตือนสำคัญบนจอใหญ่ในบ้าน

    • เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ในที่เดียว

เมื่อรวมเข้ากับบทบาทด้านความบันเทิงที่ทีวีมีอยู่แล้ว จึงทำให้ทีวีของ Samsung เป็นทั้ง

  • จอสำหรับดูคอนเทนต์

  • และ “จอควบคุมบ้านอัจฉริยะ” ไปพร้อมกัน

เครื่องใช้ไฟฟ้า Samsung ที่ช่วยประหยัดเวลาและดูแลสภาพแวดล้อม

ในระบบ SmartThings เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านคือแหล่งข้อมูลสำคัญและเครื่องมือในการดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

ตามข้อมูลที่ระบุ SmartThings สามารถตรวจสอบและควบคุมอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง เช่น

  • เครื่องปรับอากาศ

  • เครื่องฟอกอากาศ

  • เครื่องลดความชื้น

  • เครื่องเพิ่มความชื้น

ระบบสามารถ

  • ประเมินสภาพแวดล้อมในบ้าน เช่น อุณหภูมิ ความชื้น คุณภาพอากาศ

  • ตรวจจับรูปแบบการใช้งานที่ผิดปกติและแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแล

  • เปิดให้ผู้ดูแลควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกลได้ (เมื่อมีการตั้งค่าสิทธิ์ไว้ก่อน)

นอกจากเรื่อง “ความสะดวก” สิ่งเหล่านี้ยังช่วยให้

  • ลดความเสี่ยงจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าผิดปกติ

  • ปรับสภาพบ้านให้เหมาะกับสุขภาพของคนในครอบครัวมากขึ้น

ฟีเจอร์ AI และการเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

Samsung วางแนวคิดเรื่อง Accessibility – การใช้งานได้สำหรับทุกคน ครอบคลุมถึง

  • การมองเห็น

  • การได้ยิน

  • การเคลื่อนไหว

  • การรับรู้

และนำไปใช้กับ

  • อุปกรณ์เคลื่อนที่ (มือถือ/แท็บเล็ต)

  • TV และเครื่องเสียง

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

ตัวอย่างฟีเจอร์

  • ด้านการมองเห็น

    • TalkBack

    • Relumino mode/outline

    • Audio subtitles

    • High contrast

    • Magnification

  • ด้านการได้ยิน

    • Live Transcribe

    • Live Caption

    • Sound Notifications

    • Sign language zoom

    • Sign language guide

  • ด้านการเคลื่อนไหว

    • Auto Open Door

    • Universal Switch

    • Touch settings เพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้นในกรณีมีข้อจำกัดทางร่างกาย

  • ด้านการรับรู้

    • การควบคุมการมีปฏิสัมพันธ์

    • การจดจำหลักสูตร/รูปแบบที่ใช้งานบ่อย เพื่อให้งานต่าง ๆ ง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แนวทางนี้ทำให้ประสบการณ์สมาร์ตโฮมของ Samsung ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ “คนเทคโนโลยีเก่ง” เท่านั้น แต่พยายามให้คนทุกกลุ่มใช้งานได้อย่างทัดเทียมกัน

ตัวอย่างการจัดบ้าน Smart Home ด้วยอุปกรณ์ Samsung

จากข้อมูลที่มี สามารถเห็นโครงสร้างของบ้านอัจฉริยะด้วย Samsung ได้ชัดในมุมการใช้งานจริง แม้จะไม่ได้แจกแจงเป็นห้อง ๆ แต่สามารถสรุปภาพรวมได้ดังนี้

  • ห้องนั่งเล่น / พื้นที่ส่วนกลาง

    • Samsung Smart TV แสดง Now Brief และควบคุม SmartThings

    • เซนเซอร์ประตู ระบบล็อก และอุปกรณ์ความปลอดภัย แสดงสถานะผ่าน Now Brief

  • ห้องครัว

    • ตู้เย็น Family Hub เชื่อมต่อ Now Brief

    • หน้าจอตู้เย็นแสดงข้อมูลสรุปเมื่อสัมผัสหรือเปิด–ปิดประตู

  • ห้องของผู้สูงอายุ

    • สมาร์ตโฟน Galaxy ใช้ Family Care และ Care on Call

    • เครื่องฟอกอากาศ เครื่องปรับอากาศ เชื่อมต่อ SmartThings เพื่อติดตามคุณภาพอากาศและอุณหภูมิ

    • หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Bespoke AI Jet Bot Steam Ultra ใช้ Safety Patrol ตรวจสอบความเคลื่อนไหว

  • ทั้งบ้าน

    • Now Brief สรุปสถานะอุปกรณ์ การใช้พลังงาน คุณภาพการนอน และกิจกรรมของคนในบ้าน

    • ผู้ดูแลสามารถควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟน เมื่อมีการตั้งค่าอนุญาตสิทธิ์แล้ว

แม้ข้อมูลไม่ได้อธิบายทุกห้องแบบละเอียด แต่โครงสร้างเหล่านี้สะท้อนรูปแบบ Smart Home ที่ “ผสานเครื่องใช้ไฟฟ้า–มือถือ–ทีวี–ตู้เย็น” เข้าในระบบเดียวกัน

เคล็ดลับเลือกอุปกรณ์ Samsung ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และขนาดบ้าน

ในส่วนของสมาร์ตโฟน Samsung มีการแบ่งรุ่นหลักออกเป็น 5 ซีรีส์ ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมกับการใช้ในบ้านอัจฉริยะและชีวิตประจำวันได้ดังนี้

1 Galaxy S Series – เรือธงสเปกสูง เหมาะกับผู้ใช้จริงจัง

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED ตอบสนองไว สีสันสดชัด

  • ชิป Snapdragon 8 Elite หรือ Exynos รุ่นใหม่ในบางรุ่น

  • กล้องระดับโปร 50 – 200 MP รองรับวิดีโอสูงสุด 8K (ในบางรุ่น)

  • รองรับ Galaxy AI และการทำงาน Multi-Tasking

เหมาะกับผู้ที่

  • ใช้มือถือเป็นศูนย์กลางควบคุม SmartThings

  • ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งทำงาน–บันเทิง–ถ่ายภาพ

ตัวอย่างสเปกเด่นจากข้อมูล

  • Galaxy S25 Ultra

    • จอ 6.9 นิ้ว Dynamic LTPO AMOLED 120 Hz

    • กล้องหลัก 200 MP พร้อมเลนส์ครบชุด และรองรับ S Pen

  • Galaxy S25+

    • จอ 6.7 นิ้ว ขนาดถนัดมือ แบตเตอรี่ 4,900 mAh

2 Galaxy Z Fold Series – จอใหญ่แบบกึ่งแท็บเล็ต

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED ใหญ่พิเศษ ประมาณ 7.6–8 นิ้ว พับแนวนอน

  • รองรับ Multi-Active Window เปิดแอป 3–4 ตัวพร้อมกัน

  • สเปกใกล้เคียงซีรีส์ S

เหมาะกับผู้ที่

  • ใช้มือถือทำงานหนัก เปิดหลายหน้าพร้อมกัน

  • อยากมีทั้งสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตในเครื่องเดียว

ตัวอย่าง

  • Galaxy Z Fold7 จอ 8 นิ้ว ชิป Snapdragon 8 Elite กล้องหลัง 200 MP

  • Galaxy Z Fold6 จอ 7.6 นิ้ว ชิป Snapdragon 8 Gen 3 แบตเตอรี่ 4,400 mAh

3 Galaxy Z Flip Series – ดีไซน์พับแนวตั้ง เน้นพกง่ายและเซลฟี่

  • ดีไซน์พับครึ่งในแนวตั้ง ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ น้ำหนักเบาราว 187–188 กรัม

  • จอ Dynamic AMOLED รีเฟรชเรต 120 Hz

  • มี Flex Mode ถ่ายเซลฟี่/วิดีโอคอลได้โดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง

เหมาะกับผู้ที่

  • เน้นแฟชั่น ความกะทัดรัด และการถ่ายภาพตัวเองบ่อย ๆ

ตัวอย่าง

  • Galaxy Z Flip7 จอหลัก 6.9 นิ้ว จอนอก 4.1 นิ้ว กล้องหลัก 50 MP

  • Galaxy Z Flip7 FE ดีไซน์พับได้ในราคาย่อมเยากว่า

4 Galaxy A Series – สเปกสมดุล ราคาคุ้มค่า

  • เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป ดูวิดีโอ ไลฟ์สด เล่นเกมไม่โหด

  • ช่วงราคาโดยรวมประมาณ 4,000 – 15,000 บาท (ตามข้อมูลบางส่วน)

ตัวอย่าง

  • Galaxy A56 5G

    • จอ 6.7 นิ้ว Super AMOLED 120 Hz

    • กล้อง 50 MP ถ่ายวิดีโอ 4K แบต 5,000 mAh

  • Galaxy A06

    • จอ 6.7 นิ้ว PLS LCD

    • ฟีเจอร์ Auto Blocker ป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์

  • Galaxy A07

    • แบต 5,000 mAh ใช้งานได้นาน มี Auto Blocker และกันน้ำระดับ IP54

5 Galaxy FE Series – ใกล้เคียงเรือธงในราคาประหยัดลง

  • ใช้สเปกและฟีเจอร์หลักจากซีรีส์ S และ Z

  • ตัดบางจุด เช่น ระยะซูม หรือการรองรับ S Pen เพื่อให้ราคาย่อมเยา

ตัวอย่าง

  • Galaxy S25 FE

    • จอ FHD กล้องหลัง 50 MP

    • ชิป Exynos 2400 เหมาะสำหรับเล่นเกมและใช้งานทั่วไป

  • Galaxy Z Flip7 FE ดีไซน์พับได้ น้ำหนักเบา พกง่าย พร้อมจอ Flex Window ด้านนอก

จากข้อมูลเหล่านี้ ผู้ใช้สามารถเลือกสมาร์ตโฟนให้สอดคล้องกับ

  • ขนาดบ้านและจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องควบคุม

  • ไลฟ์สไตล์ (ทำงานหนัก/ถ่ายรูป/เล่นเกม/ใช้งานทั่วไป)

  • งบประมาณ

บริการดูแลอุปกรณ์: Samsung Care+ และแอปเสริม

การใช้สมาร์ตโฟนเป็นศูนย์กลาง Smart Home ทำให้ความทนทานและการรับประกันของเครื่องสำคัญมาก ข้อมูล Samsung Care+ ชี้ให้เห็นบทบาทนี้ชัดเจน

1 Samsung Care+ ดูแลสมาร์ตโฟนระยะยาว

  • ครอบคลุมการซ่อมแซมไม่จำกัดครั้งในกรณี

    • ตกกระแทก

    • เสียหายจากของเหลว

    • ความขัดข้องของอุปกรณ์

  • มีบริการเปลี่ยนหน้าจอแตกในราคาที่กำหนด

  • มีแพ็กเกจขยายเวลาประกัน เช่น

    • 1 ปี ราคา 2,599 บาท

    • 2 ปี ราคา 4,299 บาท (สำหรับ Galaxy S26 Series ตามข้อมูล)

  • ขั้นตอนเคลม

    • ออกแบบให้ชัดเจน ไม่ซับซ้อน

    • ดูแลโดยศูนย์บริการที่ได้รับการรับรอง

    • ใช้อะไหล่แท้จาก Samsung

  • ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศในศูนย์บริการที่ร่วมรายการ

สิ่งนี้ตอบโจทย์ผู้ที่

  • ใช้สมาร์ตโฟนเครื่องเดิมนานขึ้น (แนวโน้มเฉลี่ยจาก 2.4 ปี เป็น 3.5 ปี จากข้อมูลอ้างอิง)

  • ต้องการรักษามูลค่าเครื่องในระยะยาว

2 แอปและฟีเจอร์เสริมบน Galaxy

นอกจากสมาร์ตโฮมในบ้าน ยังมีแอปบนมือถือที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายและเป็นระเบียบมากขึ้น เช่น

  • GoodLock + Edge Lighting

    • ตั้งค่าเอฟเฟกต์แจ้งเตือนให้เป็นไอคอนรูปภาพน่ารัก ปรับสี ขนาด รูปแบบการเด้งได้

  • แอปจดบันทึกบน Galaxy

    • นำเข้า PDF/เอกสาร เพิ่มโน้ต ไฮไลต์ รูป เสียง วาดรูป

    • จัดการด้วยโฟลเดอร์ แท็ก และแชร์โน้ตได้

  • Now Bar บน Galaxy S25 Series

    • แถบควบคุมด่วนบนหน้าจอที่ล่าสุดรองรับแอป Music เพื่อควบคุมเพลงได้สะดวกขึ้น

  • Samsung Members

    • รวบรวมสิทธิพิเศษและส่วนลดจากร้านค้าต่าง ๆ ไว้ในแอปเดียว

  • การตกแต่งปฏิทิน Samsung

    • วาดรูป เขียนข้อความ ใส่สติ๊กเกอร์ในแต่ละวัน ทำให้การจัดตารางเวลาเป็นเรื่องสนุกมากขึ้น

แอปเหล่านี้ไม่ได้เชื่อมกับ SmartThings โดยตรงในข้อมูลที่ให้มา แต่สะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือทำให้ชีวิตประจำวัน “ง่ายขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น” ผ่านอุปกรณ์ Samsung

การใช้งานได้สำหรับทุกคนและเว็บไซต์ที่เข้าถึงได้

Samsung ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ทั้งใน

  • ผลิตภัณฑ์ (มือถือ TV เครื่องใช้ไฟฟ้า)

  • บริการออนไลน์ (เว็บไซต์ Samsung)

โดยเน้น

  • การมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว และการรับรู้

  • การสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง และกระบวนการออกแบบที่คำนึงถึงคนทุกกลุ่ม

สิ่งนี้เกื้อหนุนแนวคิด Smart Home ให้ไม่ใช่แค่ “บ้านไฮเทค” แต่เป็นบ้านที่ ทุกคนในครอบครัวใช้ประโยชน์ได้จริง

สรุป: ข้อดีของการใช้ Samsung เป็นผู้ช่วยในบ้านและทิศทางบ้านอัจฉริยะ

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปบทบาทของ Samsung ในฐานะผู้ช่วยในบ้านได้ดังนี้

  • เชื่อมต่อชีวิตกับ AI แบบไร้รอยต่อ

    • ผ่านแพลตฟอร์ม SmartThings และบริการอย่าง Family Care, Now Brief

  • ดูแลครอบครัวได้รอบด้าน

    • จากการติดตามกิจกรรมของผู้สูงอายุ การตรวจสภาพแวดล้อมในบ้าน ไปจนถึง Safety Patrol ผ่านหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

  • ทำให้ข้อมูลสำคัญมองเห็นง่าย

    • ผ่านหน้าจอที่คุ้นเคยในบ้าน ทั้งทีวีและตู้เย็น Family Hub

  • รองรับคนทุกกลุ่มด้วยฟีเจอร์การเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

    • ทั้งด้านการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว และการรับรู้

  • รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายผ่านสมาร์ตโฟนหลายซีรีส์

    • ตั้งแต่ S, Z, A ไปจนถึง FE Series ที่ตอบโจทย์งบประมาณและการใช้งานที่แตกต่างกัน

  • มีบริการดูแลหลังการขายและแอปเสริม

    • เช่น Samsung Care+ และแอปบน Galaxy ที่ช่วยให้ใช้เครื่องได้ยาวนานและสนุกขึ้น

แนวโน้มในข้อมูลบ่งบอกชัดว่า บ้านในอนาคตของ Samsung จะไม่ใช่แค่ “บ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเชื่อมเน็ต” แต่เป็นบ้านที่

  • รู้เท่าทันความต้องการของคนในบ้านมากขึ้น

  • ส่งข้อมูลและการแจ้งเตือนสำคัญในเวลาที่เหมาะสม

  • ช่วยให้การดูแลกันและกันในครอบครัวเป็นเรื่องง่ายและอุ่นใจกว่าเดิม

ทั้งหมดนี้เกิดจากการผสานกันของแพลตฟอร์ม SmartThings, AI, อุปกรณ์ Galaxy, เครื่องใช้ไฟฟ้า และแนวคิดการใช้งานได้สำหรับทุกคนที่ Samsung วางไว้ในทุกระดับของประสบการณ์ใช้งาน

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น