รับแอปรับแอป

3 Body Problem ซีรีส์ไซไฟที่ทำให้โลกทั้งใบดูเล็กลงในพริบตา

ธีรเดช จิตต์ดี01-31

มนุษย์แก้ไม่ได้ ก็ส่งเรื่องให้เอเลี่ยนจัดการ

เมื่อปัญหาบนโลกมันถึงทางตัน จนมนุษย์เองก็ไม่อาจหาทางออกได้ นักวิทยาศาสตร์หญิงชาวจีนในยุคกบฏเหมาจึงเลือกทำสิ่งที่ไม่มีใครกล้าคิด เธอใช้เครื่องส่งสัญญาณสื่อสารออกไปในอวกาศ ขอความช่วยเหลือจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอารยธรรมที่ตอบกลับมานั้น คือผู้รุกรานที่พร้อมจะมายึดครองโลกในอนาคต แต่เธอก็ยังเลือกจะเปิดประตูต้อนรับพวกเขาอยู่ดี

400 ปีแสงของการรอคอยผู้รุกราน

จุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือ แม้มันจะเป็นการเชิญเอเลี่ยนมาบุกโลก แต่กองทัพต่างดาวต้องใช้เวลากว่า 400 ปี ในการเดินทางมาถึงดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้

แม้เทคโนโลยีของพวกเขาจะล้ำหน้ามนุษย์อย่างเปรียบเทียบไม่ติด แต่ระยะทางระหว่างดวงดาวนั้นโหดร้ายเกินกว่าจะข้ามได้ในชั่วพริบตา ทำให้โลกมีช่วงเวลาอันยาวนานในการตั้งรับ

ถามว่าพวกเขาสื่อสารกันยังไงในเมื่ออยู่ไกลกันคนละ 400 ปีแสง? คำตอบคือ นักวิทยาศาสตร์หญิงใช้จานดาวเทียมขนาดมหึมาส่งสัญญาณไปยังดวงอาทิตย์ ให้ดวงอาทิตย์ทำหน้าที่ขยายสัญญาณออกไปสู่จักรวาล จนไปถึงดาวของพวกเขาในที่สุด

โปรตรอนสี่ตัวที่เฝ้าดูมนุษย์ทั้งโลก

เทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาวไม่ได้หยุดอยู่แค่การข้ามห้วงอวกาศ แต่พวกเขายังสามารถสร้าง โปรตรอนพิเศษ ที่ย่อส่วนได้เล็กจิ๋วจนเกือบมองไม่เห็น และขยายตัวใหญ่ได้จนถึงระดับครอบคลุมโลกทั้งใบ

  • พวกเขาสร้างโปรตรอนทั้งหมด 4 ตัว

  • 2 ตัวอยู่กับฝั่งมนุษย์ต่างดาว

  • อีก 2 ตัวถูกส่งมาอยู่ฝั่งมนุษย์โลก

โปรตรอนทั้งสี่นี้เชื่อมถึงกันได้ราวกับเครือข่ายสอดแนม ทุกสิ่งที่มันมองเห็นบนโลก มนุษย์ต่างดาวก็เห็นไปพร้อมกัน ส่งผลให้ ทุกการเคลื่อนไหวของมนุษย์กลายเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองแบบเรียลไทม์

ดาวที่ต้องหมุนรอบดวงอาทิตย์สามดวง

เหตุผลที่พวกเขาต้องละทิ้งบ้านเกิดแล้วมุ่งหน้าสู่โลกนั้นไม่ใช่เพราะอยากได้วิวใหม่ แต่เพราะดาวเคราะห์บ้านเกิดของพวกเขาอยู่ในระบบที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ถึง สามดวง ไม่ใช่หนึ่งดวงแบบระบบสุริยะของเรา

ผลลัพธ์คือ สภาพแวดล้อมบนดาวของพวกเขาผันผวนสุดขีด

  • บางช่วงพอเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ดวงใดดวงหนึ่ง อุณหภูมิก็พุ่งสูงจนแทบทำลายล้างทุกอย่าง

  • บางคราวเมื่อปรากฏดวงอาทิตย์สามดวงบนท้องฟ้าพร้อมกัน ก็เกิดหายนะระดับล้างเผ่าพันธุ์ได้ในพริบตา

แม้พวกเขาจะพัฒนาอารยธรรมและเทคโนโลยีได้ไกลแค่ไหน แต่ก็ต้องพังทลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะความโหดร้ายของธรรมชาติ สุดท้ายจึงจำเป็นต้องออกเดินทางตามหาดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่อยู่รอดได้จริง

และเมื่อได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากโลก พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะเลือกโลกเป็นเป้าหมายใหม่

เทคโนโลยีของผู้มาเยือน: ข้ามเวลา ข้ามประสาทสัมผัส

เทคโนโลยีที่พวกเขาเผยให้มนุษย์เห็นนั้น ทั้งล้ำหน้าและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน

1. การสื่อสารข้าม 400 ปีแสงแบบทันทีทันใด

แม้อยู่ห่างออกไป 400 ปีแสง พวกเขาก็ยังสามารถพูดคุยกับสาวกบนโลกได้ราวกับอยู่ห้องข้าง ๆ ไม่มีดีเลย์ ไม่มีสะดุด แตกต่างจากเทคโนโลยีของมนุษย์ที่ยังห่างไกลจากจุดนั้นมาก

2. หมวกเกมที่เชื่อมสมองสู่โลกเสมือนจริง

พวกเขาสร้างหมวกเกมชนิดพิเศษที่เชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับโลกจำลองได้โดยตรง ผู้เล่นไม่ได้แค่เห็นภาพในเกม แต่ยังสัมผัสได้ทุกอย่าง

  • เห็นฉากและสภาพแวดล้อมรอบตัว

  • พบเจอตัวละครในโลกเสมือนจริง

  • รู้สึกถึงอุณหภูมิ

  • แม้กระทั่งรับรู้รสชาติได้เหมือนของจริง

เป็นประสบการณ์ที่ เทคโนโลยีของมนุษย์ปัจจุบันยังตามไม่ทันแบบคนละจักรวาล

เมื่อสาวกเริ่มเตรียมโลกให้พร้อมรับการยึดครอง

คนกลุ่มแรกที่สื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้ กลายเป็นสาวกที่เชื่อมั่นในอารยธรรมใหม่นี้อย่างสุดตัว พวกเขาไม่ได้มองเอเลี่ยนเป็นผู้รุกราน แต่มองว่าเป็นความหวังใหม่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์

พวกเขาเริ่มวางแผนระยะยาว

  • เตรียมลูกหลานให้พร้อมสำหรับโลกที่ถูกปกครองโดยมนุษย์ต่างดาวในอีก 400 ปีข้างหน้า

  • พยายามรวบรวมนักวิทยาศาสตร์หัวกะทิจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาอยู่ในเครือข่าย

ใครที่ยอมรับก็กลายเป็นฟันเฟืองของแผนยุทธศาสตร์นี้ ส่วนใครที่ต่อต้าน… ก็มีจุดจบที่โหดร้ายในท้ายที่สุด

เหตุการณ์ตายปริศนา และความหวาดกลัวของเอเลี่ยน

ในซีรีส์ เราจะเห็นนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกทยอยเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา ไม่มีคำอธิบายชัดเจนว่าทำไมพวกเขาถึงตาย แต่ความจริงแล้วเบื้องหลังคือ ความหวาดกลัวของมนุษย์ต่างดาวเอง

พวกเขารู้ดีว่า มนุษย์โลกมีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วอย่างน่ากลัว หากปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อย ๆ มีโอกาสที่มนุษย์จะสร้างเทคโนโลยีที่แซงหน้าพวกเขา และพร้อมตอบโต้เมื่อกองยานอวกาศเดินทางมาถึง

ดังนั้น วิธีหยุดยั้งจึงไม่ใช่การทำลายอาวุธ แต่คือ การทำลายผู้สร้างอาวุธตั้งแต่ต้นทาง นั่นคือนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก

นี่เองที่ทำให้เกิดกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาต่อต้านเอเลี่ยนอย่างสุดกำลัง แม้จะรู้ดีว่า…ทุกการขยับตัวอยู่ภายใต้สายตาของผู้บุกรุกตลอดเวลา

ความรู้สึกหลังดู: มนุษย์โลกแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้

สำหรับมุมมองส่วนตัว ซีรีส์เรื่องนี้คือหนึ่งในงานไซไฟที่ทรงพลังและน่าจดจำที่สุดที่เคยดูมา ไม่ใช่แค่เพราะไอเดียอลังการ แต่เพราะมันตั้งคำถามกับความเป็นมนุษย์อย่างเจ็บแสบ

โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องอารยธรรมที่อาศัยอยู่บนดาวที่มีดวงอาทิตย์สามดวง แม้จะก้าวหน้าขนาดไหน ก็ยังไม่อาจหนีพ้นกฎของธรรมชาติได้ ต้องพเนจรออกตามหาบ้านหลังใหม่อยู่ดี

ซีรีส์ถ่ายทอดความรู้สึก “พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง” ของมนุษย์โลกได้อย่างชัดเจน ต่อให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเดินทางมา ต่อให้รู้ว่ากำลังจะถูกยึดครอง ต่อให้พยายามดิ้นรนแค่ไหน แต่ก็เหมือนแพ้เกมตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเล่น

สรุป: ถ้ารักไซไฟ นี่คือเรื่องที่ห้ามเลื่อนผ่าน

3 Body Problem ไม่ใช่แค่ซีรีส์ไซไฟที่มีเอเลี่ยน มีอวกาศ หรือมีคำศัพท์วิทยาศาสตร์เท่ ๆ แต่มันคือเรื่องราวของการปะทะกันระหว่างความสิ้นหวังของมนุษย์ กับความเยือกเย็นของอารยธรรมที่เหนือกว่า

แฟนไซไฟตัวจริงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง