มือถือที่หลายสื่อยกให้เป็น “ตัวจบในงบ 20K”
HONOR 400 Pro เป็นรุ่นท็อปของตระกูล HONOR 400 Series 5G ที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็น เรือธงเปิดโลก AI ในงบไม่เกิน 20,000 บาท จุดขายไม่ได้มีแค่สเปกแรง แต่คือการอัดฟีเจอร์ Advance AI มากกว่า 40 ตัว เข้ามายกระดับทั้งการถ่ายภาพ การแต่งภาพ การทำคอนเทนต์ ไปจนถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันให้ฉลาดขึ้นแบบจับต้องได้จริง
ถ้ามีงบแถว ๆ 20K แล้วอยากได้มือถือที่ซื้อแล้วใช้ยาว ๆ ไม่ต้องคิดเยอะ HONOR 400 Pro คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรลองจับด้วยตัวเองสักครั้ง
สเปกภาพรวม: ให้มาเกินราคาแบบจริงจัง
HONOR 400 Pro เป็นรุ่นท็อปสุดของซีรีส์ HONOR 400 ที่มาพร้อมสเปกระดับเรือธงในราคาระดับกลาง แถมยังจัดเต็มความจุและกล้องแบบไม่กั๊ก
จอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 2,800 × 1,280 พิกเซล (1.5K)
รีเฟรชเรต 120Hz, ความหนาแน่นพิกเซล 460PPI
ความสว่างสูงสุด 5,000 nits รองรับสี 1.07 พันล้านสี และ DCI-P3 100%
ชิป Snapdragon 8 Gen 3 + GPU Adreno 750
RAM 12GB + RAM Turbo อีก 12GB รวมสูงสุด 24GB
ROM 512GB มาตรฐาน UFS 3.1
ระบบปฏิบัติการ MagicOS 9 บนพื้นฐาน Android 15
กล้องหลัง 3 ตัว: 200MP Main + 50MP Telephoto + 12MP Ultra-Wide & Macro
กล้องหน้า 50MP + TOF Sensor
กันน้ำกันฝุ่น IP68/69
รองรับ 2 ซิม (Nano SIM)
ลำโพงคู่ Dual Speakers พร้อม AI Spatial Audio
แบตเตอรี่ 6,000mAh รองรับชาร์จไวสาย 100W และไร้สาย 80W
สีเครื่อง: Midnight Black, Lunar Grey (Tidal Blue รอลุ้นเข้าไทย)
ในช่วงราคาไม่เกิน 20K สเปกระดับนี้ คือของจริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
ของในกล่อง มีอะไรให้บ้าง
อุปกรณ์มาตรฐานที่ได้มาในกล่องถือว่าให้มาครบ ไม่ต้องไปตามหาซื้อเพิ่มให้เสียอารมณ์
ตัวเครื่อง HONOR 400 Pro
คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน
เข็มจิ้มถาดซิม
เคสซิลิโคนแบบใส (Soft Case)
สายชาร์จ USB-C
อะแดปเตอร์ชาร์จไว
ดีไซน์: บาง หรู ดูแพงเกินราคา
งานออกแบบ Multi-Angle มีเอกลักษณ์ชัด
HONOR 400 Pro มากับแนวคิดการออกแบบสไตล์ Multi-Angle ขอบเครื่องทรงเหลี่ยมแบนแต่ให้ฟีลลิ่งพรีเมียม น้ำหนักอยู่ที่ 205 กรัม ตัวเครื่องบางเพียง 8.1 มม. ทำให้ถือใช้งานมือเดียวได้สบาย ไม่รู้สึกเทอะทะ
มีให้เลือก 3 โทนสีคลาสสิก (ในไทยตอนนี้มีสองสี)
Lunar Grey (เงินเทาเรียบหรู)
Midnight Black (ดำสนิทดูนิ่งแต่แพง)
Tidal Blue (ฟ้าเกรเดียนต์ – ยังรอเข้าไทย)
จอ 6.7 นิ้ว OLED โค้งกำลังสวย
ด้านหน้าคือหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz ความละเอียด 2800×1280 พิกเซล พร้อมสี 1.07 พันล้านสี และขอบเขตสี DCI-P3 100% เหมาะมากกับสายดูหนัง เล่นเกม และแต่งภาพ
ตัวกระจกหน้าจอเป็นแบบขอบโค้งเล็กน้อย ทำให้ได้ลุคสวยไหล แต่ตอนติดฟิล์มยังติดได้แบบจอแบนปกติ ไม่จุกจิกเหมือนจอโค้งจัด ๆ
ตัวเครื่องยังผ่านมาตรฐานความทนทานระดับพรีเมียมจาก SGS และกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68/69 ถือว่าไว้ใจได้ทั้งเรื่องตก กระแทก และโดนน้ำแบบไม่ตั้งใจ
เทียบดีไซน์กับ HONOR 400 รุ่นรอง
รุ่น HONOR 400 ธรรมดาจะได้ดีไซน์หน้าจอ Flat ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด FHD+ เหมาะกับสายชอบมือถือทรงเหลี่ยม จอแบนสนิท ถือถนัดและติดฟิล์มง่ายสุด ๆ
กล้อง 200MP + AI ระดับ Advance: จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้
ชุดกล้องหลัง Triple Camera จัดเต็มจริง
HONOR 400 Pro มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ที่ออกแบบมาเพื่อสายถ่ายภาพโดยเฉพาะ:
กล้องหลัก Ultra-clear 200MP เซนเซอร์ 1/1.4" รูรับแสง f/1.9 มี OIS + EIS
กล้อง Telephoto 50MP (เฉพาะรุ่น Pro) เซนเซอร์ Sony IMX856, ซูมออปติคัล 3x, ดิจิทัลสูงสุด 50x พร้อม OIS
กล้อง Ultra-Wide & Macro 12MP มุมกว้าง 112° ใช้ถ่ายทั้งภาพวิวและมาโครในตัว
กล้องหน้า 50MP f/2.0 เสริมด้วยอัลกอริธึม Portrait ของ HONOR ทำให้เซลฟี่คมชัด ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ ไม่ลอย ไม่หลอกเหมือนฟิลเตอร์จัดเกิน
Harcourt Portrait Mode: สตูดิโอฮาร์คูร์ในกระเป๋ากางเกง
โหมดพอร์ตเทรตแบบ Harcourt คือเอกลักษณ์ของกล้อง HONOR ที่เอาแนวแสง-เงาแบบสตูดิโอมายัดไว้ในมือถือ ฟีลลิ่งคล้ายถ่ายในสตูฯ มืออาชีพ
มีพรีเซ็ตให้เลือก 3 สไตล์:
Harcourt Vibrant – ภาพสีจัด แสงชัด รายละเอียดครบ
Harcourt Color – โทนสีมีคาแรกเตอร์ อารมณ์จัด ๆ
Harcourt Classic – โทนขาวดำแบบคลาสสิก ดูแพงเวลาเอาไปลงโซเชียล
AI HONOR Image Engine: สมองของระบบกล้อง
ระบบกล้องของ HONOR 400 Pro ไม่ได้เก่งแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ AI ยังเข้ามาช่วยประมวลผลครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ ก่อนกดถ่าย ระหว่างถ่าย และหลังถ่าย เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด สีไม่เวอร์เกิน และเหมาะกับสไตล์ของคนถ่ายที่สุด
ด้านล่างคือฟีเจอร์ AI กล้องเด่น ๆ ที่ใช้แล้วรู้สึกได้ทันทีว่ามันต่างจากมือถือทั่วไป
Advance AI ในกล้อง: จากชัตเตอร์ธรรมดา สู่กล้องโปรแบบอัตโนมัติ
Advance AI Adjust Bokeh – เบลอหลังเนียนเหมือนกล้องใหญ่
AI ตัวนี้จะช่วยจัดการฉากหลังเบลอให้ดูเป็นธรรมชาติ ขอบตัวแบบไม่แตก ไม่ฟุ้ง เบลอหลังได้ฟีลกล้องโปร เหมาะมากกับสายถ่ายคนและถ่ายวัตถุที่อยากให้โดดเด่น
Film Simulation Mode + Harcourt Portrait Mode – ฟิล์ม & ภาพยนตร์จบในคลิกเดียว
ระบบจะใช้ AI วิเคราะห์แสง บรรยากาศ และรายละเอียดในเฟรม เพื่อเลือกเอฟเฟกต์แบบภาพยนตร์ให้เข้ากับอารมณ์ของฉาก ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูเหมือนเฟรมจากหนังมากกว่ารูปถ่ายทั่วไป
Advance AI Super Zoom – ซูมไกลแต่รูปยังไม่แตก
รองรับการซูมตั้งแต่ 15x – 50x โดยใช้ Advance AI RAW Large Model ช่วยดึงรายละเอียด ทำให้ภาพซูมคมขึ้นได้ถึงประมาณ 50% แม้จะซูมไกลมากก็ยังพอเก็บดีเทลได้แบบใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขสเปก
Advance AI Portrait Snap – จังหวะเคลื่อนไหวก็ยังคม
ฟีเจอร์นี้ใช้โมเดล AI วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของตัวแบบ ทั้งท่าทางและสีหน้า จากข้อมูลมากกว่า 1 ล้านชุด เพื่อเดาตำแหน่งและจังหวะที่ดีที่สุด ทำให้การถ่ายพอร์ตเทรตแบบกำลังเดิน วิ่ง หรือขยับหน้า ภาพยังคม ไม่เละ ไม่เบลอ
Advance AI Enhanced Portrait – ดึงดีเทลหน้าให้สวยแบบไม่ปลอม
ทำงานคู่กับกล้อง 200MP เพื่อเก็บรายละเอียดยิบย่อยบนใบหน้า เช่น ผม เสื้อผ้า แสงผิว ให้ครบ แต่ปรับให้ดูดีในแบบที่ยังเป็นตัวเราอยู่ ไม่ใช่หน้าเนียนวอกเหมือนตัวละครการ์ตูน
Advance AI Motion Sensing Capture – กดทีเดียว เก็บครบทุกโมเมนต์
ระบบนี้จะช่วยจับจังหวะการเคลื่อนไหว เช่น วิ่ง กระโดด หรือการเปลี่ยน表情 แล้วเลือกเฟรมที่ชัดสุดให้โดยอัตโนมัติ รองรับการถ่ายในระยะซูมได้ถึง 10x เหมาะมากกับการถ่ายเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือภาพแอ็กชัน
Advance AI One-Click – ตัดต่อวิดีโอจบในคลิกเดียว
ฟีเจอร์นี้จะวิเคราะห์วิดีโอความยาวอย่างน้อย 15 วินาที แล้วจัดการให้ทุกอย่างแบบอัตโนมัติ
ใส่เพลงประกอบให้
ใส่ฟิลเตอร์+เอฟเฟกต์เปลี่ยนฉาก
เติมสติ๊กเกอร์และกรอบ
เหมาะมากกับสายลงคอนเทนต์เร็ว ๆ ใน TikTok, Reels หรือ Shorts ที่ไม่อยากเสียเวลานั่งตัดต่อหลายชั่วโมง
All Focal Lengths Portrait – พอร์ตเทรตครบทุกระยะ
รองรับการถ่ายพอร์ตเทรตได้สูงสุดถึง 6x โดยระยะ 135mm จะให้ฟีล Close-up สวยมาก เหมาะกับการถ่ายหน้าชัด ฉากหลังละลายแบบเนียน ๆ
HD Moving Photo – แช่โมเมนต์แบบ Live Photo
ระบบจะเก็บวิดีโอสั้น ๆ ยาว 3 วินาที ก่อนกดชัตเตอร์ ทำให้หนึ่งรูปมีทั้งภาพนิ่งและคลิปสั้นในเฟรมเดียว แถมยังแชร์ข้ามแพลตฟอร์มไปดูต่อบน iPhone ได้อีกด้วย
Creative Advance AI Editing: AI เกิน 40 ตัว เอาอยู่ทุกงานแต่งภาพ/วิดีโอ
HONOR 400 Pro ไม่ได้ให้ AI มาแค่ช่วยตอนถ่าย แต่ยังยัดฟีเจอร์แก้ไขภาพและวิดีโอในเครื่องมาให้แบบ โหด ๆ มากกว่า 40 ฟีเจอร์ เอาให้สายคอนเทนต์ใช้กันจนไม่หวาดไม่ไหว ด้านล่างคือ 12 ตัวที่ใช้งานจริงได้บ่อยในชีวิตประจำวัน
1. Advance AI Image to Video – เปลี่ยนภาพนิ่งให้กลายเป็นคลิปโปร
เลือกภาพนิ่ง แล้วให้ AI สร้างวิดีโอแบบมืออาชีพให้เอง เลือกแนวตั้ง 9:16 ลง TikTok/Shorts หรือแนวนอน 16:9 ก็ได้ ใช้เวลาประมวลผลประมาณ 1 นาที ได้ผลงานพร้อมโพสต์ทันที เหมาะมากสำหรับสายถ่ายนางแบบ/สินค้าแต่ไม่อยากเสียเวลาตัดต่อเอง
2. Advance AI Eraser & Erase Passers-by – คนเกิน ภาพรก ลบได้เนียน ๆ
Erase Passers-by – ลบคนหรือวัตถุที่รบกวนภาพแบบอัตโนมัติในคลิกเดียว
AI Eraser – ให้เราวงส่วนที่อยากลบ เช่น สายไฟ ป้ายรก ๆ แล้วให้ AI เติมฉากหลังให้เนียน
ใช้จริงแล้วภาพดูสะอาดขึ้นเยอะมาก โดยไม่ต้องพึ่งแอปแต่งภาพข้างนอก
3. Remove Reflection & Face Tune – แก้รูปพลาดให้รอด
Remove Reflection – ลบแสงสะท้อนจากกระจกหรือหน้าต่างที่ติดมาในเฟรม
AI Face Tune – แก้หน้าหลับตาในภาพกลุ่ม หรือเผลอกะพริบตา โดยใช้รูปของเราในคลังมาเป็นอ้างอิง ทำให้หน้าใหม่ที่ได้ยังเป็น “หน้าเรา” จริง ๆ ไม่ใช่แปะหน้าคนอื่นมา
4. Advance AI Outpainting – ขยายเฟรมภาพให้กว้างเหมือนถ่ายใหม่
ถ่ายมุมแคบไปแล้วมานึกเสียดายทีหลัง อยากให้ฉากหลังโล่ง กว้าง หรือใช้ทำปกคอนเทนต์ สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ให้ AI เติมฉากด้านข้างที่หายไปแบบสมจริง เหมาะกับสายอาร์ต สายแต่งรูปลง IG มาก
5. Advance AI Upscale – ชุบชีวิตภาพเก่าและภาพแตก
ใช้เพิ่มความละเอียดให้ภาพเก่าหรือภาพที่ถ่ายมาเบล ๆ โดย AI จะช่วยดึงรายละเอียดให้ภาพคมขึ้น เหมาะกับการเอารูปเก่าในอัลบั้มครอบครัวมาปรับให้ดูชัดขึ้นอีกครั้ง
6. Advance AI Cutout & Cutout 2.0 – ย้ายตัวแบบในภาพแบบเนียน ๆ
ถ่ายมาแล้วคนดันชิดขอบเกินไป ไม่บาลานซ์ภาพ ก็ใช้ฟีเจอร์นี้ตัดตัวแบบออกมาย้ายไปตรงกลาง แล้วให้ AI เติมฉากหลังเดิมให้ครบ ภาพที่ได้ดูเหมือนวางเฟรมดีตั้งแต่ตอนถ่าย
7. Advance AI Connect – ส่งไฟล์ข้าม iOS/Android แบบไม่หัวร้อน
สำหรับคนใช้ทั้ง iPhone และ Android จะรู้ว่าการโยนรูป/วิดีโอข้ามไปมาเป็นเรื่องน่ารำคาญแค่ไหน HONOR เลยใส่ HONOR Connect มาให้ ใช้ร่วมกับแอปที่ติดตั้งทั้งสองฝั่ง แล้วส่งไฟล์แบบไร้สายได้เลย ไม่ต้องใช้สาย ไม่ต้องพึ่ง Wi-Fi
8. AI Live Photo & Moving Photo Collage – เล่าเรื่องด้วยภาพเคลื่อนไหวชุดเดียว
โหมด Live Photo จะช่วยเก็บทั้งภาพนิ่งและคลิปสั้นในหน่วยเดียว แล้วเรายังสามารถเอา Live Photo หลาย ๆ ภาพมาทำเป็น Moving Photo Collage รวมได้สูงสุด 9 รูป กลายเป็นวิดีโอสั้นที่เล่าเรื่องได้ดีกว่ารูปเดียวแบบชัดเจน
9. Advance AI Translation & Live Translation – วิดีโอคอลต่างชาติแบบไม่ต้องเก่งภาษา
มีฟีเจอร์ AI Live Translation ที่ช่วยแปลบทสนทนาระหว่างวิดีโอคอลแบบใกล้เคียงเรียลไทม์ ใช้ได้กับคู่สนทนาที่ใช้เครื่องอะไรก็ได้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็น HONOR เหมือนกัน ค่าเฉลี่ยการแปลราว 1.7 วินาที ถือว่าเร็วพอคุยจริงได้สบาย
10. Advance AI Writing Tools – ให้ AI ช่วยคิดคอนเทนต์ให้
เวลาจะเขียนโพสต์ แคปชัน หรือโน้ตยาว ๆ สามารถเรียกใช้ AI ให้ช่วย
เขียนใหม่จากหัวข้อ
ปรับสำนวนให้ลื่น อ่านง่าย
เช็กไวยากรณ์
แถมยังทำงานร่วมกับ Google Gemini ได้ด้วย เหมาะมากกับคนทำคอนเทนต์ที่ต้องพิมพ์อะไรเยอะ ๆ บนมือถือ
11. AI Notes, Recorder, Transcribe – สายประชุมต้องถูกใจ
อัดเสียงด้วย AI Recorder
แปลงเสียงเป็นข้อความผ่าน Transcribe ได้แบบออฟไลน์
แล้วใช้ AI Summary หรือ AI Minutes ให้สรุปประชุมให้เสร็จ
จากนั้นจะส่งต่อไปให้ AI Writing Tools จัดฟอร์มข้อความต่ออีกที ก็จบงานรายงานประชุมในไม่กี่นาที
12. Advance AI Deepfake Detection – กันโดนหลอกผ่านวิดีโอคอล
ฟีเจอร์นี้เกิดมาเพื่อยุคที่ Deepfake ระบาดโดยเฉพาะ AI จะวิเคราะห์ใบหน้าคู่คุยแบบเรียลไทม์ แล้วเตือนหากตรวจเจอความผิดปกติ พร้อมแสดงเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงว่าอาจเป็น Deepfake เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจก่อนแชร์ข้อมูลสำคัญ
Performance: แรงระดับเรือธง เล่นเกม ลุยงานไม่มีสะดุด
Snapdragon 8 Gen 3 + RAM 24GB (รวม Turbo)
HONOR 400 Pro ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 3 จับคู่กับ GPU Adreno 750 และ RAM 12GB ที่ขยายได้ผ่าน RAM Turbo อีก 12GB รวมเป็น 24GB ในการใช้งานจริง ทั้งการเล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ สลับแอปไปมาหลายตัว หรือถ่ายภาพ-ตัดต่อพร้อมกัน ระบบยังลื่นไหลไม่อึดอัด
หน่วยความจำภายใน 512GB เก็บรูปได้ราว ๆ แสนรูปแบบไม่ต้องลบบ่อย ๆ ในเรทราคาใกล้ 20K แบบนี้ แทบไม่มีแบรนด์ไหนให้ความจุระดับนี้
คะแนน Benchmark และประสบการณ์ MagicOS 9.0
MagicOS 9.0 ที่พัฒนาบน Android 15 เน้นความลื่นไหลและใช้งานง่าย อินเทอร์เฟซไม่ซับซ้อน เน้นให้คนทั่วไปใช้งานได้เร็ว แต่แอบซ่อนฟีเจอร์ AI ยุคใหม่ไว้เพียบ
Magic Portal 2.0 – วงแล้วไปต่อได้เลย
Magic Portal 2.0 ใช้ Advance AI เข้าใจเจตนาของผู้ใช้ เช่น วงรูปหนังสือบนหน้าจอ ระบบจะพาไปหาในร้านออนไลน์หรือเว็บที่เกี่ยวข้องให้ทันที คล้ายแนวคิด Circle to Search แต่โยงเข้าแอปอื่นได้อย่างฉลาดกว่า
Magic Capsule – การแจ้งเตือนรูปแบบแคปซูล
แจ้งเตือนด้านบนหน้าจอจะแสดงในรูปแบบแคปซูล กดแล้วขยายเพื่อจัดการได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอปปัจจุบัน เหมาะกับสายมัลติทาสก์ที่ชอบจัดการหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
Magic Lock Screen – หน้าล็อกที่ปรับตามชีวิตเรา
หน้าจอล็อกสามารถโชว์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรา เช่น อากาศ ข่าว กิจกรรม และปรับธีมได้หลากหลาย ตั้งแต่สไตล์มินิมอล อนิเมะ ไปจนถึงดีไซน์จัด ๆ ให้เข้ากับอารมณ์แต่ละวัน
Google Lens & Google Gemini ติดมาให้พร้อมใช้
Google Lens ใช้สแกนสิ่งรอบตัว ค้นหา ขยายภาพสินค้า หรือแปลป้ายได้มากกว่า 100 ภาษา ส่วน Google Gemini ที่ติดตั้งมาให้ล่วงหน้าคือ AI ผู้ช่วยอเนกประสงค์ ช่วยวางแผนงาน เขียนข้อความ หรือสร้างภาพได้ในตัว
จอภาพ: สวย คม และห่วงใยดวงตาแบบจริงจัง
OLED 6.7" 120Hz + ความสว่างสูงสุด 5,000nits
จอของ HONOR 400 Pro ถือเป็นหนึ่งในจอที่โหดสุดในกลุ่มราคาเดียวกัน
OLED 6.7 นิ้ว
120Hz Refresh Rate
ความละเอียด 2,800 × 1,280 พิกเซล
สี 1.07 พันล้านสี + DCI-P3 100%
ความสว่างสูงสุดระดับ HDR 5,000nits
HONOR Eye Comfort Display – ชุดใหญ่ดูแลสายตา
หน้าจอใช้เทคโนโลยี Dimming ที่ 3,840Hz เพื่อลดการกระพริบของแสง (Flicker) และมี Low Blue Light ระดับฮาร์ดแวร์ช่วยลดแสงสีฟ้าที่ทำร้ายดวงตา
ฟีเจอร์เสริมดูแลสายตา:
Dynamic Dimming – ปรับความสว่างตามสภาพแวดล้อม ลดความล้าตาได้ราว ๆ 18%
Circadian Night Mode – ปรับโทนจอให้เป็นสีอุ่นช่วงกลางคืน ช่วยเพิ่มเมลาโทนินราว 20% เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น
Natural Tone Display – ปรับสีตามสภาพแสง ลดความเมื่อยล้าตา
Advance AI Defocus Display – จำลองการแสดงภาพให้อยู่ “ข้างหน้าเรตินา” คล้ายเลนส์ควบคุมสายตาสั้น ลดอาการปวดตาจากการจ้องจอนาน ๆ
Ultra Dark Mode – ลดความสว่างได้ต่ำสุดแค่ 1.5 nits เหมาะกับการใช้มือถือในห้องมืดมาก ๆ
Wink Reminder – AI คอยเช็กว่ากระพริบตาน้อยไปหรือไม่ ถ้าน้อยเกินไปจะเตือนให้พักสายตา
Motion Sickness Relief – มือถือที่คิดถึงคนเมารถด้วย
ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อคนที่อ่านอะไรบนรถแล้วเมาง่าย โดยใช้เซ็นเซอร์และลวดลายบนจอช่วยบาลานซ์การรับรู้สายตาและระบบการทรงตัว ช่วยลดอาการเวียนหัวและมึนขณะใช้งานบนรถได้พอสมควร
Super Rainproof Touch – จอเปียกก็ยังใช้ได้
AI จะช่วยแยกแยะระหว่างหยดน้ำกับนิ้วเรา ทำให้ทัชได้แม้หน้าจอจะเปียกฝนหรือโดนน้ำ ไม่หลอน ไม่กดเพี้ยนเหมือนมือถือทั่วไป
Sunlight Display Enhancement – กลางแดดก็ยังมองเห็นชัด
ระบบจะใช้ AI ปรับค่าจอทั้งความสว่าง คอนทราสต์ สี และขอบเขตสีโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่กลางแจ้ง ให้ยังมองเห็นเนื้อหาได้ชัด ไม่ต้องเพ่ง หรือเอามือบังจอตลอดเวลา
แบตเตอรี่: 6,000mAh + ชาร์จไว 100W พร้อมลุยทั้งวัน
HONOR 400 Pro ใช้แบตเตอรี่ซิลิคอนคาร์บอนความจุ 6,000mAh รองรับ
100W HONOR Wired SuperCharge – ชาร์จไวผ่านสาย
50W HONOR Wireless SuperCharge – ชาร์จไร้สายเร็วแบบจริงจัง
การใช้งานโดยคร่าว ๆ เมื่อชาร์จเต็ม 100%:
ดูวิดีโอออนไลน์ได้ราว 17 ชั่วโมง
โทรต่อเนื่องได้ประมาณ 37 ชั่วโมง
ดูวิดีโอออฟไลน์ได้ราว 29 ชั่วโมง
ตัวแบตยังถูกออกแบบให้ทนสภาพอากาศหนาวระดับ -20°C ได้ และยังคงประสิทธิภาพมากกว่า 80% หลังใช้งานยาว ๆ ประมาณ 4 ปี เรียกได้ว่าออกแบบมาให้ใช้ยาวแบบไม่ต้องกลัวแบตเสื่อมเร็ว
บทสรุป: ทำไม HONOR 400 Pro ถึงถูกเรียกว่า “ตัวจบในงบ 20K”
ถ้าจะสรุป HONOR 400 Pro ให้สั้นที่สุดคงได้ว่า
“กล้องเทพ + AI ล้น + สเปกแรง + แบตอึด ในราคาที่หลายแบรนด์ยังให้ไม่ถึง”
จุดที่โดดเด่นชัดเจนคือ
กล้อง 200MP พร้อม Telephoto จริงจังและ Ultra-wide ใช้งานได้จริง
ฟีเจอร์ Advance AI มากกว่า 40 ตัว ที่ไม่ใช่แค่ของโชว์ แต่ใช้ได้ในชีวิตจริง
ระบบสร้างวิดีโอจากภาพนิ่ง Image to Video ที่คู่แข่งยังไม่กล้าปล่อยมาเท่านี้
สเปก CPU/GPU/ROM/RAM แบบจัดเต็มในงบต่ำกว่า 20K
แบต 6,000mAh + ชาร์จไวสาย/ไร้สายที่โหดกว่าหลายตัวในเรทราคาใกล้กัน
ถ้าคุณมีงบไม่เกิน 20,000 บาท และต้องการมือถือที่ถ่ายรูปดี แต่งรูปได้ ทำคอนเทนต์จบในเครื่องเดียว แถมใช้ AI เป็นผู้ช่วยจริงจัง HONOR 400 Pro เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่กล้าพูดได้เต็มปากว่า “ซื้อแล้วจบบท” ได้เลย
ราคาและรุ่นย่อยในซีรีส์ HONOR 400
HONOR 400 Pro
ราคา: 19,990 บาท
ประกันตัวเครื่อง: 24 เดือน
ประกันหน้าจอ: 6 เดือน
สี: Lunar Grey, Midnight Black (Tidal Blue รอเข้าไทย)
HONOR 400 (รุ่นรอง)
สี: Desert Gold, Midnight Black
รุ่น 12GB + 512GB ราคา 14,990 บาท
รุ่น 12GB + 256GB ราคา 12,990 บาท
ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน + ประกันหน้าจอ 6 เดือนเช่นกัน
วางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สามารถลองไปจับเครื่องจริงที่หน้าร้าน เพื่อดูฟีลจอ น้ำหนัก และระบบกล้องด้วยตัวเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงมองว่ามันคือ “มือถือ AI ตัวจบในงบ 20K” อย่างแท้จริง

