รับแอปรับแอป

เริ่มธุรกิจยุคใหม่แบบคนเดียวแต่โคตรโปร: ปล่อย AI ทำงานแทนใน 6 ขั้นตอน

ธิดารัตน์ คำดี01-31

เปิดฉาก: ให้ AI เป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่แค่เครื่องมือ

ลองคิดภาพตัวเองทำงานประจำ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เหนื่อยแทบแย่แต่งานยิ่งทวีคูณ คำชมไม่มี มีแต่คำตำหนิ เงินเดือนก็เท่าเดิม แถมยังต้องลุ้นไม่ให้โดนเลิกจ้างในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วสุดๆ

ถ้าคุณรู้สึกอินกับภาพนี้ คุณไม่ได้อยู่คนเดียว งานวิจัยของ Pew Research Center ในปี 2023 พบว่ามีแรงงานในสหรัฐฯ ราว 12% ที่ไม่แฮปปี้กับงานตัวเอง และคำถามเดียวที่วนอยู่ในหัวคือ “แล้วเราควรทำยังไงต่อดี?”

คำตอบหนึ่งที่กำลังมาแรงคือ ใช้ AI เป็นทางลัดเริ่มธุรกิจของตัวเอง แทนที่จะรอให้คนอื่นกำหนดอนาคตให้เรา

Generative AI ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่เรื่องของคนทุนหนาหรือคนเก่งเทคนิคอีกต่อไป จากผลสำรวจทั่วโลกปี 2024 โดย McKinsey & Company มีถึง 72% ขององค์กรที่เอา AI ไปใช้ในอย่างน้อยหนึ่งฟังก์ชันธุรกิจ แล้วทำไมธุรกิจเล็กๆ ของคุณจะใช้ไม่ได้ล่ะ?

ในบทความนี้เราจะพาไล่ตั้งแต่ไอเดียแรก ไปจนถึงขายจริง ด้วยการให้ AI ทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วย / หุ้นส่วน / ที่ปรึกษา ครบจบในที่เดียว พร้อมชี้ให้เห็นทั้งข้อดี ข้อเสีย และเครื่องมือที่คุณหยิบไปใช้ได้ทันที

6 ขั้นตอนเริ่มธุรกิจด้วย AI แบบจับมือทำ

เรียนรู้วิธีใช้ AI ประกอบธุรกิจทีละสเต็ป ตั้งแต่คิด จนถึงขาย

1. ให้ AI ระดมไอเดียธุรกิจให้คุณ

อุปสรรคใหญ่ที่สุดของหลายคนไม่ใช่เงินทุน แต่คือ “ไม่รู้จะทำอะไรดี” ธุรกิจที่ตรงกับทักษะ ไลฟ์สไตล์ และความสนใจของตัวเองมันดูไกลเกินเอื้อม

ให้ AI เป็นโค้ชธุรกิจตั้งแต่ก้าวแรกได้เลย ลองเริ่มจากคำสั่งง่ายๆ เช่น

“คุณเป็นโค้ชธุรกิจที่ช่วยให้ฉัน ฉันต้องการให้คุณถามคำถามฉันไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะให้ไอเดียธุรกิจส่วนตัว 10 อย่างที่ฉันสามารถบริหารจัดการได้จากระยะไกลด้วยตัวเอง”

แกนสำคัญคือ มอง AI เป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่เจ้านายหรือลูกน้อง คุณแชร์ไอเดียดิบๆ ที่มีอยู่ ให้ AI ช่วยแตกแขนง เสนอทางเลือก และคอมเมนต์ แล้วคุณค่อยใช้ประสบการณ์และความชอบของตัวเองคัดกรองอีกที

สิ่งที่น่าจำคือ:

  • คุณไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญธุรกิจนั้นตั้งแต่แรก เพราะ AI จะช่วยอุดช่องว่างความรู้ให้

  • แต่การมี ความอินและสนใจจริง ยังสำคัญมาก มันจะเป็นเชื้อไฟให้คุณเดินต่อในวันที่เหนื่อย และทำให้คุณร่วมงานกับ AI ได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น

เสียงจากสายเทคนิคอย่างอเล็กซ์ พิลอน นักพัฒนาอาวุโสของ Shopify ยังเล่าว่าเขาใช้ AI เป็นตัวจุดประกายไอเดียได้เรื่อยๆ และทำให้มีพื้นพร้อมให้ต่อยอดได้ทันที

2. ใช้ AI ทำวิจัยตลาดแทนทีมวิเคราะห์

การวิจัยตลาดแบบดั้งเดิมคือการรวบรวม วิเคราะห์ และตีความข้อมูลจากสารพัดแหล่ง ต้องใช้ทั้งเวลาและความรู้เชิงสถิติลึกๆ กว่าคนทั่วไปจะทำเองได้ มักกินเวลาหลายเดือนสำหรับนักวิเคราะห์มืออาชีพ

แต่ด้วยเครื่องมือวิจัยตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI กระบวนการนี้สามารถถูกย่อเหลือแค่ ไม่กี่วินาที

คุณสามารถให้ AI ช่วย:

  • ระบุเทรนด์ในตลาด

  • สแกนและประเมินกลยุทธ์คู่แข่ง

  • แบ่งกลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด

  • คาดการณ์ความต้องการสินค้าในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจข้อจำกัดของมันด้วย:

  • ความแม่นยำของ insight ขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูลที่ AI ได้รับ

  • AI ขาดบริบททางวัฒนธรรมและความเข้าใจเชิงมนุษย์ มันเก่งเรื่อง “รูปแบบของข้อมูล” แต่ไม่ได้เข้าใจเหมือนคน

ดังนั้น คุณยังต้องเป็นคนตีความผลลัพธ์เอง โดยเฉพาะถ้าคุณมีประสบการณ์หรือความเข้าใจในตลาดนั้นมาก่อน คุณจะมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ AI มองไม่ออก

3. สร้างสินค้า (ทั้งดิจิทัลและจับต้องได้) ด้วย AI

หลายคนคิดว่า AI ช่วยได้แค่ตอนคิดและตอนวิเคราะห์ แต่ในความจริง คุณสามารถใช้มัน ช่วยสร้างตัวสินค้า ได้ด้วย

จะเป็นสินค้าดิจิทัลหรือสินค้าที่จับต้องได้ AI ก็ช่วยให้ไอเดียของคุณกลายเป็นของจริงได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสกิลดีไซน์หรือทุนก้อนใหญ่

ตัวอย่างการใช้ AI สร้างสินค้า:

  • เขียนอีบุ๊ก:
    คุณมีเรื่องเล่า ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์บางอย่าง แต่ไม่มั่นใจทักษะการเขียน? AI เชิงสร้างสรรค์เปรียบเหมือนนักเขียนเงาที่ช่วยเรียบเรียงความคิดของคุณให้เป็นเล่มที่อ่านรู้เรื่องและมีโครงสร้าง

  • ทำเพลงปลอดลิขสิทธิ์:
    ตลาดเพลงปลอดลิขสิทธิ์ยังต้องการงานที่ “ตรงโจทย์จริง” มากกว่าดนตรีพื้นๆ ทั่วไป คุณสามารถใช้ AI เป็นผู้ช่วยแต่งเพลงเฉพาะทางให้ธุรกิจประเภทต่างๆ ได้

  • พัฒนาเทมเพลตดิจิทัล:
    ถ้าคุณเคยทำงาน HR มานานจนดูเรซูเม่เป็นร้อยๆ ฉบับ คุณรู้ดีว่าฟอร์มแบบไหนเวิร์ก ก็ให้ AI ช่วยสร้างเทมเพลตเรซูเม่ จดหมายสมัครงาน หรือเอกสารอื่นๆ แล้วนำไปขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้

  • ทำแบบร่างสินค้าให้จับต้องได้:
    มีไอเดียสินค้าบางอย่างอยู่ในหัว? ลองสเก็ตซ์คร่าวๆ แล้วใช้ AI ด้าน 3D modeling ช่วยสร้างโมเดล กำหนดขนาด วัสดุ สี และฟังก์ชัน จากนั้นค่อยปรับจนตรงกับภาพในหัวคุณที่สุด

ถ้าการเริ่มสร้างสินค้าจากศูนย์ดูยากเกินไป คุณยังสามารถเลือก นำสินค้าที่มีอยู่แล้วมาขาย แล้วใช้ AI ไปโฟกัสด้านการตลาด การจัดการ และการบริการแทนก็ได้

4. ปั้นแบรนด์และภาพลักษณ์ด้วย AI

ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาสายครีเอทีฟ แต่ยุคนี้คุณไม่จำเป็นต้องจ้างเอเจนซี่แพงๆ เพื่อให้ได้แบรนด์ที่ดูโปรเสมอไป เพราะ AI ด้านการออกแบบและการสร้างแบรนด์เริ่มฉลาดขึ้นมาก

เริ่มจากการนิยามแบรนด์ก่อน:

  • ค่านิยมหลักของแบรนด์คืออะไร

  • คำคุณศัพท์สั้นๆ ที่อธิบายตัวตนแบรนด์คุณได้ เช่น มินิมอล จริงใจ พรีเมียม เป็นกันเอง เป็นต้น

จากนั้นใช้เครื่องมือสร้างแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยคุณ:

  • คิดชื่อแบรนด์

  • สร้างโลโก้ สี และฟอนต์หลัก

  • ออกแบบ mood & tone ให้ภาพรวมของธุรกิจ

อย่าลืมตรวจสอบชื่อแบรนด์ที่เลือก ว่าสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบโดเมนเว็บไซต์ และชื่อบนโซเชียลหลักๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านสิทธิ์และความสับสนในอนาคต

5. ให้ AI ช่วยเซ็ตระบบขายและหน้าร้านออนไลน์

การเปิดร้านออนไลน์ไม่ใช่แค่เรื่อง “เปิดเว็บให้เสร็จแล้วจบ” อีกต่อไป คุณต้องคิดตั้งแต่ดีไซน์หน้าเว็บ UX การจัดวางสินค้า ไปจนถึงการซิงก์สต็อกข้ามแพลตฟอร์ม

เครื่องมือ AI ด้านอีคอมเมิร์ซสมัยนี้ช่วยให้:

  • สร้างร้านออนไลน์ที่หน้าตาดูเป็นมืออาชีพได้ภายในไม่กี่นาที

  • ปรับแต่งดีไซน์ให้เข้ากับแบรนด์ของคุณ

  • ทำให้เว็บไซต์เหมาะกับการใช้งานบนมือถือโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ การขายไม่ได้จบแค่ในร้านเดียวอีกแล้ว คุณควรทำให้สินค้าพร้อมขายบนหลายช่องทาง เช่น มาร์เก็ตเพลซ แพลตฟอร์มโซเชียล และช่องทางออฟไลน์บางส่วน ซึ่ง AI สามารถช่วยซิงก์ข้อมูลจากจุดศูนย์กลาง ลดงานอัปเดตมือ และลดโอกาสพลาดเรื่องราคาและสต็อก

6. ทำการตลาดทั้งระบบด้วย AI แทนทีมใหญ่

ถ้าคุณกำลังเริ่มธุรกิจแบบทุนไม่หนา โจทย์ชัดเจนคือ “จะสู้แบรนด์ใหญ่ที่ใช้เงินเป็นล้านโปรโมตตัวเองได้ยังไง?”

คำตอบคือใช้ AI เป็นตัวเสริมกำลังการตลาดของคุณ

ด้วยเครื่องมือด้านมาร์เก็ตติ้งที่ขับเคลื่อนด้วย AI คุณสามารถ:

  • วางแคมเปญการตลาดได้ทั้งชุด

  • เขียนคอนเทนต์ ทั้งบล็อก โพสต์โซเชียล และอีเมล

  • ปรับแต่งข้อความโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

  • ติดตามผลและปรับกลยุทธ์ตามข้อมูลจริง

ข้อมูลจากผู้ค้า Shopify กว่า 10,000 รายในปี 2024 ยังชี้ว่า 50% วางแผนจะใช้ AI เพื่อช่วยสร้างคอนเทนต์ ซึ่งสะท้อนชัดว่าธุรกิจทั่วโลกกำลัง ขยับเข้าสู่ยุคการตลาดที่ AI เป็นฟันเฟืองหลัก

เคล็ดลับใช้ AI เริ่มธุรกิจแบบไม่หลงทาง

อเล็กซ์ พิลอน แบ่งปันมุมมองสำคัญสำหรับคนที่อยากใช้ AI แบบคุ้มค่าและไม่พลาดจุดอันตราย

เรียนรู้พื้นฐานของ AI ให้ดีก่อนลงสนามจริง

ก่อนจะเอา AI เข้าไปอยู่ในทุกมุมของธุรกิจ คุณควรเข้าใจอย่างน้อยระดับพื้นฐานว่า มันคิดอย่างไร และเก่งด้านไหนเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะ LLM (Large Language Model) ที่ใช้ในงานเขียนและตอบคำถาม แม้จะดูเหมือน “ฉลาดแบบคน” แต่จริงๆ แล้วมันทำงานจากการจับรูปแบบในข้อมูล ไม่ได้มีความเข้าใจหรือสติสัมปชัญญะ

ยิ่งคุณเข้าใจประเภทของ AI และหลักการทำงานของมันมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่ง ถามเก่งขึ้น ใช้เก่งขึ้น และรู้ว่าจะไม่ฝากความหวังผิดจุด

มองข้อจำกัดของ AI ให้ตามความจริง

AI แก้ปัญหาได้เยอะ แต่ไม่ได้วิเศษทุกเรื่อง มันขาด:

  • ความเข้าใจเชิงบริบทแบบมนุษย์

  • สัญชาตญาณและการคิดเชิงวิพากษ์ลึกๆ

แม้มันจะดูเหมือน “ให้เหตุผล” ได้ แต่จริงๆ คือกำลังเดาคำตอบที่น่าจะใช่จากรูปแบบข้อมูลที่ผ่านมา คุณจึงควรใช้ AI ด้วย ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกรณีที่คุณไม่ได้เป็นคนฝึกหรือควบคุมชุดข้อมูลด้วยตัวเอง

ใช้ AI เป็นตัวพาข้ามเส้นฟินิช

AI มีพลังมากในการช่วยให้คุณก้าวออกจากกรอบความถนัดเดิมๆ เช่น ถ้าคุณเก่งด้านหนึ่งแต่ไม่ถนัดอีกด้านหนึ่ง AI จะทำหน้าที่เป็น “สะพาน” ให้คุณข้ามไปได้

จุดแข็งสำคัญคือมันช่วยให้คนทุกระดับทักษะสามารถ ลงมือทำโปรเจกต์นอกเหนือจากสกิลหลักของตัวเอง ได้ โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์แบบลำพัง

ข้อดี–ข้อเสียของการเริ่มธุรกิจด้วย AI

ก่อนตัดสินใจเดินสายนี้เต็มตัว ลองดูภาพรวมให้ครบทั้งสองด้าน

ข้อดีของการใช้ AI เป็นกำลังหลักในธุรกิจ

1. ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์

AI ทำงานตามตรรกะและอัลกอริธึม จึงไม่เหนื่อย ไม่หลุดโฟกัสแบบมนุษย์ คุณจะได้ผลลัพธ์ที่มีความสม่ำเสมอสูง ทำซ้ำได้ และไม่แปรเปลี่ยนไปตามอารมณ์ในแต่ละวัน

2. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

งานซ้ำๆ และงานหลังบ้านจำนวนมากสามารถทำอัตโนมัติด้วย AI ได้ การใช้เวลาน้อยลงกับงานจุกจิกช่วยให้คุณมีสมองว่างไปคิดเรื่องใหญ่ เช่น กลยุทธ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

3. มีแนวโน้มเป็นกลางมากขึ้น

แม้ AI จะได้รับอคติมาจากข้อมูลที่มนุษย์สร้าง แต่ตัวมันเองไม่ได้มีอารมณ์หรือประสบการณ์ส่วนตัว จึงมีโอกาสให้มุมมองที่เป็นกลางกว่าในบางกรณี เช่น การคัดกรองข้อมูล หรือการประเมินตัวเลข

ข้อเสียและความเสี่ยงที่ต้องรับให้ได้

1. มันไม่ใช่มนุษย์

จุดแข็งด้าน “ความเป็นตรรกะ” ของ AI กลายเป็นจุดอ่อนทันทีเมื่อเจองานที่ต้องใช้ ความคิดสร้างสรรค์เชิงลึก ความเห็นอกเห็นใจ หรือการตัดสินใจที่พึ่งพาประสบการณ์ชีวิต

AI เหมาะกับงานที่มีข้อมูลและรูปแบบชัดเจน แต่ยังทดแทนเซนส์ของมนุษย์ไม่ได้

2. ประเด็นด้านจริยธรรมและความโปร่งใส

โลกยังถกเถียงเรื่อง:

  • ความปลอดภัยของข้อมูล

  • การละเมิดลิขสิทธิ์

  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการประมวลผลขนาดใหญ่

ในฐานะเจ้าของธุรกิจ คุณควรเลือกใช้เครื่องมือที่โปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคมให้มากที่สุด

3. การพึ่งพา AI มากเกินไป

AI สามารถผิดพลาดได้อย่างมั่นใจมาก และบางครั้ง “หลอน” สร้างข้อมูลที่ไม่จริงขึ้นมา คุณจึงต้อง:

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกครั้งที่ใช้ข้อมูลสำคัญ

  • ไม่ปล่อยให้ AI ตัดสินใจเรื่องใหญ่เองล้วนๆ

  • ใช้วิจารณญาณตัวเองเป็นด่านสุดท้ายเสมอ

แหล่งเครื่องมือฟรี: ชุดใหญ่ไฟกระพริบสำหรับสายเริ่มธุรกิจด้วย AI

ด้านล่างคือหมวดหมู่เครื่องมือที่ช่วยคุณเกือบทุกจุดในเส้นทางธุรกิจ ตั้งแต่เล่า ไปจนถึงขาย

เครื่องมือ AI สำหรับการเขียน

เหมาะสำหรับสร้าง ปรับแต่ง และตรวจคุณภาพคอนเทนต์

  • AI Book Generator: เปรียบเหมือนนักเขียนรับจ้าง ช่วยแปลงโน้ตที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นอีบุ๊กโครงสร้างชัดในเวลาไม่นาน

  • Originality.ai: เป็นบรรณาธิการที่ช่วยตรวจการลอก ตรวจความถูกต้อง และประเมินความอ่านง่ายของเนื้อหา

  • Jasper: เน้นสายการตลาดโดยเฉพาะ เขียนบทความยาวช่วยเรื่อง SEO โพสต์โซเชียล และข้อความโฆษณาที่ดึงดูดได้ดี

เครื่องมือ AI สำหรับภาพ

เหมาะกับงานแบรนดิ้ง คอนเทนต์ และภาพประกอบสินค้า

  • Midjourney: ได้รับความนิยมมากในหมู่ศิลปินเพราะสไตล์ภาพออกมาดูเหนือจริงคล้ายฝัน

  • Adobe Firefly: สร้างภาพคุณภาพสูง แก้ไขได้ละเอียด ใช้ต่อยอดภาพเดิม หรือแม้กระทั่งช่วยด้านวิดีโอด้วย AI ได้

  • StarryAI: ให้คุณอัปโหลดภาพตัวอย่างเพื่อสอนให้มันเข้าใจรสนิยมด้านสุนทรียะของคุณ และให้การควบคุมกระบวนการสร้างภาพมากกว่าหลายแพลตฟอร์ม

เครื่องมือ AI สำหรับการตลาด

ช่วยยกระดับการตลาดให้ดูโปรเหมือนมีทีมอยู่เบื้องหลัง

  • Surfer: เครื่องมือ SEO ด้วย AI สำหรับปรับแต่งคอนเทนต์ให้เหมาะกับเสิร์ชเอนจิน แทรกลิงก์ภายใน และให้คะแนนคุณภาพ on-page

  • Ocoya: สร้างคอนเทนต์โซเชียล พร้อมจัดการตารางโพสต์และดูสถิติ

  • Rasa.io: ช่วยสร้างจดหมายข่าวแบบเฉพาะบุคคลสำหรับแต่ละอีเมลในลิสต์ วิเคราะห์ผลการส่ง และช่วยแมทช์ผู้ลงโฆษณาสำหรับการสร้างรายได้จาก Newsletter

เครื่องมือ AI สำหรับไอเดียและการระดมความคิด

ไว้ใช้ตอนสมองตัน ไม่รู้จะเดินต่อยังไง

  • Idea Generator: เอาไอเดียดิบๆ ของคุณมาแตกให้เป็นแผนที่จับต้องได้

  • ChatGPT: หนึ่งในโมเดลที่จุดประกายกระแส Generative AI ใช้ดีมากสำหรับการแก้ปัญหาจากศูนย์และระดมไอเดียต่อยอด

  • Ideanote: เป็นเหมือนนักสร้างนวัตกรรมส่วนตัว ใช้ปลุกไฟความคิดสร้างสรรค์เมื่อคุณเริ่มหมดแรง ยิ่งธุรกิจโต ยิ่งควรมีติดไว้

เครื่องมือ AI สำหรับสร้างแบรนด์

ใช้วางรากฐานภาพลักษณ์แบรนด์ให้แข็งแรงตั้งแต่แรก

  • Magic Studio (Canva): ตั้งค่าชุดแบรนด์ (Brand Kit) แล้วให้เครื่องมือออกแบบเจ้าอื่นๆ ตามแนวทางนั้น ช่วยให้ทุกชิ้นงานมีความสอดคล้องกัน

  • Looka: สร้างชุดแบรนด์ครบลูป ตั้งแต่โลโก้ สี ฟอนต์ ไปจนถึงนามบัตร แพ็กโซเชียล แนวทางแบรนด์ และหน้าเว็บเบื้องต้น

  • Naming Magic: เอาไว้ระดมชื่อธุรกิจที่จำง่ายและเข้ากับคอนเซ็ปต์

เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

จัดระบบหลังบ้านและเวลาให้คุณกลับมาคุมเกมชีวิตตัวเองได้มากขึ้น

  • Zapier: เชื่อมต่อแอปนับพันเข้าด้วยกัน ทำให้ขั้นตอนการทำงานอัตโนมัติ และมีฟีเจอร์บอกคุณด้วยว่าอะไรควรถูก automate เพื่อประหยัดเวลา

  • Notion AI: เป็นเหมือนคลังความทรงจำรวมศูนย์ ดึงข้อมูลจากหลายแอป (เช่น Google Drive หรือบอร์ดจัดการโปรเจกต์) แล้วค้นหาได้ง่ายในที่เดียว

  • Reclaim AI: ช่วยจัดตารางเวลาที่แน่นของคุณให้หายวุ่นวาย โดยจองช่วงเวลาทำงานตามความสำคัญ กำหนดเดดไลน์ วางเวลาพัก และประสานการนัดหมายต่างๆ ให้ลงตัว

เครื่องมือ AI สำหรับการขาย

ช่วยให้การขายและการจัดการช่องทางต่างๆ ลื่นไหล

  • Marketplace Connect: ซิงก์สินค้าจากแคตตาล็อก Shopify ของคุณไปยังมาร์เก็ตเพลซอื่น เช่น Amazon, Walmart, eBay

  • Wondr AI: ช่วยอัปโหลดสินค้าไปยังร้าน Shopify พร้อมคำอธิบาย ราคา คีย์เวิร์ด และแฮชแท็ก แถมยังช่วยโพสต์โปรโมตบนโซเชียลให้ด้วย

  • Gobot: เป็นแชทบอทและควิซขายของที่ขับเคลื่อนด้วย AI เปลี่ยนคนดูให้กลายเป็นลูกค้าที่ซื้อจริงได้มากขึ้น

เครื่องมือ AI สำหรับการพัฒนาสินค้า

เหมาะกับสายสร้างของที่อยากเอาไอเดียไปสู่เวอร์ชันผลิตขายจริง

  • Vizcom: เปลี่ยนสเก็ตซ์หยาบๆ ให้กลายเป็นภาพเรนเดอร์และโมเดล 3 มิติ พร้อมเอาไปพิมพ์ 3D หรือส่งต่อให้บริษัทผลิตได้

  • Printify: มีสินค้าสำเร็จรูปให้เลือกมากกว่า 1,000 รายการสำหรับ Print on Demand ใช้เครื่องมือสร้างภาพในตัวคิดดีไซน์ เชื่อมกับร้าน Shopify และให้ผู้ให้บริการจัดการผลิตกับจัดส่งแทนคุณ

  • แพลตฟอร์มแบบ no-code สำหรับสร้างแอป: ใช้สร้างแอปโดยไม่ต้องเขียนโค้ด แล้วนำไปเชื่อมขายในร้านหรือตลาดแอป พร้อมระบบลายน้ำและการแจ้งเตือนด้าน IP ปกป้องผลงาน

เครื่องมือ AI สำหรับการพัฒนาธุรกิจ

โฟกัสเรื่องแผนธุรกิจ กฎหมาย และการวิเคราะห์คู่แข่ง

  • Contract Automation Tools: ช่วยร่างสัญญาทางกฎหมายที่คุณสามารถปรับให้ตรงกับดีลของตัวเองได้ แต่อย่าลืมอ่านทวนเพื่อความถูกต้องและการทำตามกฎหมาย

  • Frederick AI: แปลงโน้ตสั้นๆ เกี่ยวกับไอเดียธุรกิจของคุณให้กลายเป็นแผนธุรกิจเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งสไลด์นำเสนอและหน้า Landing Page เบื้องต้น

  • Crayon: ติดตามกิจกรรมของคู่แข่งในหลายช่องทาง บอกคุณด้วยอีเมลอัปเดตเป็นระยะ และช่วยดูเทรนด์ตลาดรวมถึงกลยุทธ์ของคู่แข่ง

เริ่มลงมือ: ให้ AI ทำงานหนัก แล้วคุณโฟกัสเรื่องที่คนเท่านั้นทำได้

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสมัยใหม่ช่วยให้การเริ่มและขยายธุรกิจดิจิทัลง่ายกว่ายุคไหนๆ โดยเปิดให้คุณเข้าถึงฟีเจอร์อย่าง:

  • การปรับแต่งและแก้ไขรูปภาพสินค้า

  • การเขียนคำอธิบายสินค้าด้วย AI

  • เครื่องมือสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

  • ระบบจัดการหลังบ้านที่เชื่อมต่อหลายช่องทางได้

แนวคิดคือ ปล่อยให้ AI รับภาระงานซับซ้อนและงานที่ทำซ้ำๆ เพื่อที่คุณจะได้เอาเวลาและพลังสมองไปโฟกัสกับสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้ เช่น วิสัยทัศน์ ทิศทางธุรกิจ และการสร้างคุณค่าให้ลูกค้า

Q&A: คำถามยอดฮิตเรื่องการเริ่มธุรกิจด้วย AI

คุณสามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วย AI ได้จริงไหม?

ได้แน่นอน ปัจจุบันมีโมเดล AI ครอบคลุมแทบทุกขั้นตอนของการเริ่มธุรกิจ ตั้งแต่การปั้นไอเดีย วิเคราะห์ตลาด สร้างแบรนด์ ไปจนถึงขายและทำการตลาด

ธุรกิจ AI แบบไหนเหมาะที่สุดที่จะเริ่ม?

ไม่มีคำตอบตายตัว ธุรกิจ AI ที่ดีที่สุดคือธุรกิจที่ เข้ากับความสนใจ สกิล และไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด เพราะคุณจะมีแรงเดินระยะยาวและตัดสินใจได้ดีขึ้นในเรื่องที่คุณเข้าใจจริง

จะหารายได้จากการใช้ AI ได้ยังไงบ้าง?

แนวทางที่เป็นไปได้ เช่น:

  • ใช้ AI พัฒนาสินค้าดิจิทัล เช่น อีบุ๊ก เทมเพลต คอร์ส หรือทรัพยากรให้ดาวน์โหลด

  • ใช้ AI ช่วยออกแบบและพัฒนาสินค้าจับต้องได้ แล้วนำไปขายผ่านร้านออนไลน์และมาร์เก็ตเพลซต่างๆ

  • เอา AI ไปเสริมธุรกิจเดิมให้มีประสิทธิภาพขึ้น ทำให้คุณรับงานได้มากขึ้นหรือเสนอเซอร์วิสที่มีมูลค่าสูงกว่าเดิม

ใช้ ChatGPT เริ่มทำธุรกิจได้ไหม?

ได้ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีด้วย เพราะ ChatGPT สามารถช่วยคุณได้หลายอย่าง ตั้งแต่ระดมไอเดีย เขียนคอนเทนต์ ไปจนถึงช่วยคิดโครงสร้างธุรกิจ

แพลตฟอร์ม GPT ยังมีโมเดลแบบปรับแต่งได้จำนวนมากให้คุณเลือกใช้กับเคสเฉพาะของตัวเอง แต่อย่าลืมว่า ยิ่งเครื่องมือยิ่งครอบจักรวาลมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งไม่ได้ลึกสุดในแต่ละด้าน ดังนั้นการใช้แอป AI ที่ออกแบบมาเฉพาะด้าน (เช่น การตลาด ภาพ หรือวิจัยตลาด) ควบคู่ไปด้วยจะช่วยให้ผลลัพธ์คมและลึกขึ้น

สรุป: คุณไม่จำเป็นต้องลาออกแบบไม่คิดชีวิต หรือมีทุนก้อนโตเพื่อเริ่มธุรกิจยุคใหม่อีกต่อไป แค่เรียนรู้วิธีใช้ AI ให้เป็น หุ้นส่วนที่ฉลาดและน่าเชื่อถือ แล้วค่อยๆ ปรับจากงานเสริมไปสู่ธุรกิจเต็มตัวในจังหวะที่เหมาะกับคุณเอง