รับแอปรับแอป

ไขรหัส Luxury Marketing บน LINE: จากอินไซต์คนไทยสู่ยุทธศาสตร์ดันประเทศเป็นจุดหมายปลายทางหรูหรา

ณรงค์ฤทธิ์ แก้วทอง01-31

จากงานเอ็กซ์คลูซีฟสู่ภาพใหญ่ของตลาดลักชัวรีไทย

LINE ประเทศไทยจัดงานเอ็กซ์คลูซีฟ “FLAIR BKK ’25” ดึงตัวท็อปในวงการลักชัวรีทั้งในประเทศและระดับโลกมาพูดคุย แลกเปลี่ยน และอัปเดตเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมหรู

หัวใจของงานครั้งนี้ คือการชี้ให้เห็นว่า ความหรูหราไม่ได้อยู่แค่ “ของ” แต่กำลังย้ายไปอยู่ที่ “ประสบการณ์” ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ค่ากับความหมาย ความรู้สึก และความประทับใจที่ได้รับมากกว่าการครอบครองสินค้าชิ้นเดียว

เป้าหมายใหญ่ของการขยับตัวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ยอดขายแบรนด์หรู แต่คือการผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น Luxury Destination แถวหน้าของเอเชีย ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีกลยุทธ์

มองเกมลักชัวรีระดับโลก: ทำไมเอเชียแปซิฟิกถึงร้อนแรง

ข้อมูลจากรายงาน Global Wealth and Lifestyle Report 2025 โดย SCB สะท้อนภาพชัดเจนว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังกลายเป็นเวทีหลักของความมั่งคั่งโลก

  • GDP ของภูมิภาคเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างต่อเนื่อง

  • จำนวนกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละราว 5%

  • แรงขับเคลื่อนหลักมาจากประเทศยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอย่างจีนและอินเดีย

ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้บริโภคที่มั่งคั่งเหล่านี้ กำลังนิยามคำว่า “ลักชัวรี” ใหม่ จากเดิมที่เน้นครอบครองสิ่งของราคาแพง มาเป็นการตามหาประสบการณ์ที่มีคุณค่า สร้างความหมาย และสะท้อนตัวตนในระยะยาว

อินไซต์ลึกผู้บริโภคไทยสายลักชัวรี

อุตสาหกรรมลักชัวรีในไทยยังคงแรงต่อเนื่อง ทั้งมูลค่าการใช้จ่ายและการเคลื่อนไหวบนโลกดิจิทัล จากผลสำรวจของ LINE ประเทศไทยร่วมกับ IPSOS พบภาพรวมสำคัญว่า

  • 53% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้จ่ายกับสินค้าลักชัวรีมากขึ้น

  • 59% มีแนวโน้มซื้อสินค้าลักชัวรีผ่านออนไลน์

  • 55% ติดตามแบรนด์ลักชัวรีบน LINE Official Account มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

  • คาดว่าปี 2025 การใช้จ่ายผ่านแบรนด์ลักชัวรีบนแพลตฟอร์ม LINE จะเติบโตอีกราว 15%

อินไซต์เหล่านี้ไม่ได้บอกแค่ “คนไทยซื้อเยอะ” แต่สะท้อนว่า เส้นทางการตัดสินใจซื้อ (Customer Journey) กำลังเดินอยู่บนโลกดิจิทัลแทบทั้งหมด

พฤติกรรมคนไทยสายลักชัวรีที่เปลี่ยนไป

  • รองเท้าคือดาวเด่นของตลาดหรูในไทย
    สินค้าลักชัวรียอดนิยมอันดับหนึ่งของคนไทยในปีที่ผ่านมา คือรองเท้า ด้วยสัดส่วนสูงถึง 77% ตามมาด้วยเสื้อผ้า 73% นาฬิกา 70% และกระเป๋า 69%

  • การซื้อหรู = การให้รางวัลตัวเอง
    คนไทยจำนวนมากมองการซื้อของลักชัวรีเป็นการ “ให้รางวัลตัวเอง” กลุ่มผู้ชายโฟกัสที่ คุณภาพสินค้า เป็นหลัก ในขณะที่กลุ่มผู้หญิงให้ความสำคัญกับ การแสดงสไตล์ส่วนตัว และการสวมใส่ในโอกาสพิเศษ มากกว่าดูที่คุณภาพเพียงอย่างเดียว

  • Gen Z และผู้ชายรุ่นใหม่: ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ต้องจับตา
    ผู้ติดตาม LINE OA ของแบรนด์ลักชัวรีในไทยเติบโตขึ้น 33% โดยมีสองกลุ่มที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ

    • เพศชายอายุ 20–39 ปี เพิ่มขึ้นถึง 53%

    • กลุ่ม Gen Z อายุ 20–29 ปี เพิ่มขึ้น 47%

    กลุ่ม Gen Z เหล่านี้เลือกซื้อสินค้าหรูด้วยแรงผลักจาก อารมณ์และการแสดงความเป็นตัวเอง แตกต่างจากกลุ่ม Millennial และ Gen X ที่ยังให้คุณค่ากับ คุณภาพและงานฝีมือ มากกว่า

  • เกือบทุกการตัดสินใจเริ่มที่ออนไลน์
    ผู้บริโภคกว่า 99% หาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนซื้อ และกว่า 66% ของการค้นหานั้นเกิดขึ้นใน LINE Ecosystem ทั้งจาก LINE OA และกลุ่มพูดคุยแบรนด์เนมใน LINE OpenChat

  • เหตุผลที่คนติดตาม LINE OA ของแบรนด์หรู

    • 40% ติดตามเพื่อดูข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด

    • 40% ต้องการรับข้อเสนอเอ็กซ์คลูซีฟที่หาที่อื่นไม่ได้

    • กลุ่ม Gen Z ให้ความสำคัญกับข้อมูลประกันสินค้าและบริการหลังการขายเป็นพิเศษ

    ที่สำคัญ 94% ของผู้บริโภคมองว่าการคุยกับ Sales Advisor ผ่าน LINE OA ทำให้รู้สึกได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และมั่นใจในการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้น

เมื่อเทรนด์ดิจิทัลผลักแบรนด์หรูเข้าสู่ยุค Luxury Marketing บน LINE

เมื่อผู้บริโภคหันมาใช้ดิจิทัลเป็นด่านแรกในการค้นหาข้อมูล แบรนด์ลักชัวรีจึงต้อง ผสานโลกออฟไลน์และออนไลน์ให้เป็นประสบการณ์เดียวกัน และ LINE ก็กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในเกมนี้

ตัวเลขที่สะท้อนพลังของ LINE ในตลาดลักชัวรี

  • บัญชี LINE OA กลุ่มแบรนด์หรูโตแรง
    จำนวน LINE OA ของแบรนด์ลักชัวรีเติบโตขึ้น 46% จากปีก่อน และยังถูกคาดการณ์ว่าจะขยายตัวต่อเนื่องอีกราว 26% ในปีนี้

  • งบโฆษณาไหลสู่ LINE อย่างต่อเนื่อง
    การลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE คาดว่าจะโตอีกราว 18% โดยแบรนด์หันมาใช้ระบบประมูลผ่าน LINE Ads มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ Smart Channel Custom ที่ถูกเลือกใช้มากที่สุดถึง 37%

  • การมีส่วนร่วมของลูกค้าพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
    แบรนด์หรูเริ่มใช้ฟีเจอร์และโซลูชันบน LINE อย่างจริงจัง

    • การสร้าง Rich Menu บน LINE OA แบบครีเอทีฟ ดันยอดการคลิกและการมีส่วนร่วมรวมเพิ่มขึ้นถึง 223%

    • การส่งข้อความผ่าน API เติบโต 164%

    • การทำ Sponsored Sticker ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับแบรนด์มากขึ้น ยอดดาวน์โหลดสติกเกอร์โตเฉลี่ยปีละ 7.5 เท่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยรูปแบบยอดนิยม คือสติกเกอร์แบบ Big/Animated และแบบ Static

สรุปง่าย ๆ: ยิ่งแบรนด์เล่นกับฟีเจอร์บน LINE ได้ครีเอทีฟเท่าไร ลูกค้าก็ยิ่งรู้สึกผูกพันกับแบรนด์มากขึ้นเท่านั้น

กลยุทธ์ Localized Luxury: แบรนด์ระดับโลกใช้ LINE อย่างไร

ZEXP เอเจนซี่ชั้นนำในตลาดลักชัวรีเมืองไทย ฉายภาพทิศทางใหม่ของแบรนด์หรูระดับโลกที่ไม่ใช่แค่สื่อสาร “ให้คนเห็น” แต่ต้องสื่อสาร “ให้คนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่ง”

ไฮไลต์กลยุทธ์ที่แบรนด์หรูใช้บน LINE

  • แชต 1 on 1 ที่ใกล้เคียง Personal Shopper ส่วนตัว
    ใช้การพูดคุยแบบตัวต่อตัวผ่าน LINE เพื่อแนะนำสินค้า ตอบคำถาม และดูแลลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล เป็นการยกประสบการณ์หน้าช้อประดับบูติกมาไว้ในมือถือ

  • ใช้ AI เสริมพลังให้ตรงใจแต่ละคน
    เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและความชอบของลูกค้า ช่วยให้การสื่อสารและข้อเสนอที่ส่งผ่าน LINE มีความ แม่นยำและเป็นส่วนตัว (Personalized) มากขึ้น

  • สร้างแคมเปญแบบ Localized ผ่าน LINE OA
    แบรนด์ระดับโลกปรับคอนเทนต์ให้เข้ากับบริบทคนไทย โดยใช้ LINE OA โปรโมทภาพสินค้าและข้อเสนอพิเศษ กระตุ้นให้ลูกค้ากดช้อปต่อบน LINE แบบ ครบจบในที่เดียวโดยไม่ต้องล็อกอินซ้ำ

  • เกมและรางวัลดิจิทัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
    การทำแคมเปญเกมบน LINE เพื่อให้ลูกค้าร่วมเล่นและรับของรางวัลดิจิทัลจากแบรนด์ สร้างทั้งความสนุก ความผูกพัน และแรงแชร์ต่อไปยังเพื่อน ๆ

  • เชื่อมหน้าร้านออฟไลน์กับออนไลน์ด้วย LINE Beacon
    นำเทคโนโลยี LINE Beacon มาใช้เชิญชวนลูกค้าที่เดินผ่านหรืออยู่ในร้านให้เพิ่ม LINE OA ของแบรนด์ จากนั้นแบรนด์สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้า (Segmentation) เพื่อส่งคอนเทนต์แบบเฉพาะเจาะจง เช่น

    • เชิญชวนเล่นเกมเพื่อต่ออายุความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิม

    • ส่งข่าวสินค้าล็อตใหม่ให้มาลองที่ช้อปก่อนใคร

    • แจกสิทธิ์เข้าร่วมอีเวนท์ออฟไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

นี่คือตัวอย่างของการผสาน Online และ Offline เข้าด้วยกันอย่างเนียนตาในสไตล์แบรนด์หรูยุคใหม่

ไทยในฐานะว่าที่ Luxury Destination: โอกาสและโจทย์ใหญ่

จากมุมมองของ THE STANDARD POP หนึ่งในพลังที่ผลักไทยให้กลายเป็นเวทีสำคัญของแฟชั่นและลักชัวรีในเอเชีย คือบทบาทของไทยในฐานะ Talent และ Cultural Hub

  • ศิลปินและคนดังจากไทย ทั้งในสื่อและซีรีส์ กำลังมีอิทธิพลต่อการจับจ่ายของผู้บริโภคต่างชาติ

  • ผู้บริโภคเริ่มหันมาซื้อสินค้า “ตามศิลปินไทย” มากขึ้น

  • ส่งผลให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดแฟชั่นลักชัวรีที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยมูลค่าราว 4.4 พันล้านดอลลาร์

  • คาดว่าตลาดจะเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 5% ต่อเนื่องถึงปี 2028

ในจุดนั้น กลุ่ม Millennials และ Gen Z จะกลายเป็นผู้บริโภคหลักของสินค้าลักชัวรีถึง 80% และนี่คือกลุ่มที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง

ทำไมยุค Digital-First Luxury ถึงสำคัญ

เพื่อให้ไทยก้าวไปสู่ความเป็น Luxury Destination ระดับโลก ธุรกิจลักชัวรีจำเป็นต้องปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital-First Luxury อย่างจริงจัง ซึ่งหมายถึงการที่ประสบการณ์ซื้อสินค้าหรู เริ่มต้นและถูกออกแบบบนโลกออนไลน์ก่อนเสมอ

เส้นทางการซื้อในยุคนี้อาจเริ่มตั้งแต่

  • การค้นหาข้อมูลและดูรีวิวออนไลน์

  • การทดลองสินค้าผ่านเทคโนโลยีอย่าง AR

  • การพูดคุยสอบถามผ่านผู้ช่วย AI หรือแชตบนแพลตฟอร์ม

  • ก่อนจะไปตัดสินใจซื้อจริง ไม่ว่าจะออนไลน์หรือหน้าร้าน

ในกระบวนการทั้งหมดนี้ LINE ถูกมองเป็นช่องทางหลักที่แบรนด์เลือกใช้เคียงคู่ไปกับโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ เช่น

  • การทำคอนเทนต์แบบ Hyper-Personalized ที่ปรับให้ตรงกับแต่ละคน

  • การใช้ระบบสมาชิกบน LINE เพื่อเก็บแต้ม ดูสิทธิ์ และรับข้อเสนอเฉพาะบุคคล

  • การรองรับการชำระเงินอย่างลื่นไหลในแพลตฟอร์ม

  • การสร้างคอมมูนิตี้บน LINE OpenChat ให้คนรักแบรนด์หรือสายแฟชั่นมาเจอกัน

บทสรุป: จากแพลตฟอร์มแชตสู่โครงสร้างพื้นฐานของโลกลักชัวรีไทย

LINE ประเทศไทยกำลังขยับบทบาทจากแพลตฟอร์มแชตทั่วไป ไปสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมลักชัวรีไทย

ผ่านนวัตกรรมและโซลูชันที่ช่วยให้แบรนด์สามารถ

  • ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้มีความพิเศษมากขึ้น

  • สร้างการสื่อสารแบบใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว

  • ต่อยอดศักยภาพแบรนด์ไทยให้พร้อมแข่งขันบนเวทีโลก

ใครที่มองเห็นเกมนี้ก่อน และเริ่มออกแบบเส้นทางลูกค้าบน LINE อย่างจริงจัง ก็อาจเป็นผู้เล่นกลุ่มแรก ๆ ที่พาแบรนด์ไทยไปยืนแถวหน้าในฐานะ Luxury Destination ของภูมิภาคได้ไม่ยาก