จากงานเอ็กซ์คลูซีฟสู่ภาพใหญ่ของตลาดลักชัวรีไทย
LINE ประเทศไทยจัดงานเอ็กซ์คลูซีฟ “FLAIR BKK ’25” ดึงตัวท็อปในวงการลักชัวรีทั้งในประเทศและระดับโลกมาพูดคุย แลกเปลี่ยน และอัปเดตเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมหรู
หัวใจของงานครั้งนี้ คือการชี้ให้เห็นว่า ความหรูหราไม่ได้อยู่แค่ “ของ” แต่กำลังย้ายไปอยู่ที่ “ประสบการณ์” ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ค่ากับความหมาย ความรู้สึก และความประทับใจที่ได้รับมากกว่าการครอบครองสินค้าชิ้นเดียว
เป้าหมายใหญ่ของการขยับตัวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ยอดขายแบรนด์หรู แต่คือการผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น Luxury Destination แถวหน้าของเอเชีย ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีกลยุทธ์
มองเกมลักชัวรีระดับโลก: ทำไมเอเชียแปซิฟิกถึงร้อนแรง
ข้อมูลจากรายงาน Global Wealth and Lifestyle Report 2025 โดย SCB สะท้อนภาพชัดเจนว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังกลายเป็นเวทีหลักของความมั่งคั่งโลก
GDP ของภูมิภาคเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างต่อเนื่อง
จำนวนกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละราว 5%
แรงขับเคลื่อนหลักมาจากประเทศยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอย่างจีนและอินเดีย
ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้บริโภคที่มั่งคั่งเหล่านี้ กำลังนิยามคำว่า “ลักชัวรี” ใหม่ จากเดิมที่เน้นครอบครองสิ่งของราคาแพง มาเป็นการตามหาประสบการณ์ที่มีคุณค่า สร้างความหมาย และสะท้อนตัวตนในระยะยาว
อินไซต์ลึกผู้บริโภคไทยสายลักชัวรี
อุตสาหกรรมลักชัวรีในไทยยังคงแรงต่อเนื่อง ทั้งมูลค่าการใช้จ่ายและการเคลื่อนไหวบนโลกดิจิทัล จากผลสำรวจของ LINE ประเทศไทยร่วมกับ IPSOS พบภาพรวมสำคัญว่า
53% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้จ่ายกับสินค้าลักชัวรีมากขึ้น
59% มีแนวโน้มซื้อสินค้าลักชัวรีผ่านออนไลน์
55% ติดตามแบรนด์ลักชัวรีบน LINE Official Account มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
คาดว่าปี 2025 การใช้จ่ายผ่านแบรนด์ลักชัวรีบนแพลตฟอร์ม LINE จะเติบโตอีกราว 15%
อินไซต์เหล่านี้ไม่ได้บอกแค่ “คนไทยซื้อเยอะ” แต่สะท้อนว่า เส้นทางการตัดสินใจซื้อ (Customer Journey) กำลังเดินอยู่บนโลกดิจิทัลแทบทั้งหมด
พฤติกรรมคนไทยสายลักชัวรีที่เปลี่ยนไป
รองเท้าคือดาวเด่นของตลาดหรูในไทย
สินค้าลักชัวรียอดนิยมอันดับหนึ่งของคนไทยในปีที่ผ่านมา คือรองเท้า ด้วยสัดส่วนสูงถึง 77% ตามมาด้วยเสื้อผ้า 73% นาฬิกา 70% และกระเป๋า 69%การซื้อหรู = การให้รางวัลตัวเอง
คนไทยจำนวนมากมองการซื้อของลักชัวรีเป็นการ “ให้รางวัลตัวเอง” กลุ่มผู้ชายโฟกัสที่ คุณภาพสินค้า เป็นหลัก ในขณะที่กลุ่มผู้หญิงให้ความสำคัญกับ การแสดงสไตล์ส่วนตัว และการสวมใส่ในโอกาสพิเศษ มากกว่าดูที่คุณภาพเพียงอย่างเดียวGen Z และผู้ชายรุ่นใหม่: ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ต้องจับตา
ผู้ติดตาม LINE OA ของแบรนด์ลักชัวรีในไทยเติบโตขึ้น 33% โดยมีสองกลุ่มที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือเพศชายอายุ 20–39 ปี เพิ่มขึ้นถึง 53%
กลุ่ม Gen Z อายุ 20–29 ปี เพิ่มขึ้น 47%
กลุ่ม Gen Z เหล่านี้เลือกซื้อสินค้าหรูด้วยแรงผลักจาก อารมณ์และการแสดงความเป็นตัวเอง แตกต่างจากกลุ่ม Millennial และ Gen X ที่ยังให้คุณค่ากับ คุณภาพและงานฝีมือ มากกว่า
เกือบทุกการตัดสินใจเริ่มที่ออนไลน์
ผู้บริโภคกว่า 99% หาข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนซื้อ และกว่า 66% ของการค้นหานั้นเกิดขึ้นใน LINE Ecosystem ทั้งจาก LINE OA และกลุ่มพูดคุยแบรนด์เนมใน LINE OpenChatเหตุผลที่คนติดตาม LINE OA ของแบรนด์หรู
40% ติดตามเพื่อดูข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด
40% ต้องการรับข้อเสนอเอ็กซ์คลูซีฟที่หาที่อื่นไม่ได้
กลุ่ม Gen Z ให้ความสำคัญกับข้อมูลประกันสินค้าและบริการหลังการขายเป็นพิเศษ
ที่สำคัญ 94% ของผู้บริโภคมองว่าการคุยกับ Sales Advisor ผ่าน LINE OA ทำให้รู้สึกได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และมั่นใจในการตัดสินใจซื้อเพิ่มขึ้น
เมื่อเทรนด์ดิจิทัลผลักแบรนด์หรูเข้าสู่ยุค Luxury Marketing บน LINE
เมื่อผู้บริโภคหันมาใช้ดิจิทัลเป็นด่านแรกในการค้นหาข้อมูล แบรนด์ลักชัวรีจึงต้อง ผสานโลกออฟไลน์และออนไลน์ให้เป็นประสบการณ์เดียวกัน และ LINE ก็กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในเกมนี้
ตัวเลขที่สะท้อนพลังของ LINE ในตลาดลักชัวรี
บัญชี LINE OA กลุ่มแบรนด์หรูโตแรง
จำนวน LINE OA ของแบรนด์ลักชัวรีเติบโตขึ้น 46% จากปีก่อน และยังถูกคาดการณ์ว่าจะขยายตัวต่อเนื่องอีกราว 26% ในปีนี้งบโฆษณาไหลสู่ LINE อย่างต่อเนื่อง
การลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE คาดว่าจะโตอีกราว 18% โดยแบรนด์หันมาใช้ระบบประมูลผ่าน LINE Ads มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ Smart Channel Custom ที่ถูกเลือกใช้มากที่สุดถึง 37%การมีส่วนร่วมของลูกค้าพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
แบรนด์หรูเริ่มใช้ฟีเจอร์และโซลูชันบน LINE อย่างจริงจังการสร้าง Rich Menu บน LINE OA แบบครีเอทีฟ ดันยอดการคลิกและการมีส่วนร่วมรวมเพิ่มขึ้นถึง 223%
การส่งข้อความผ่าน API เติบโต 164%
การทำ Sponsored Sticker ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับแบรนด์มากขึ้น ยอดดาวน์โหลดสติกเกอร์โตเฉลี่ยปีละ 7.5 เท่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยรูปแบบยอดนิยม คือสติกเกอร์แบบ Big/Animated และแบบ Static
สรุปง่าย ๆ: ยิ่งแบรนด์เล่นกับฟีเจอร์บน LINE ได้ครีเอทีฟเท่าไร ลูกค้าก็ยิ่งรู้สึกผูกพันกับแบรนด์มากขึ้นเท่านั้น
กลยุทธ์ Localized Luxury: แบรนด์ระดับโลกใช้ LINE อย่างไร
ZEXP เอเจนซี่ชั้นนำในตลาดลักชัวรีเมืองไทย ฉายภาพทิศทางใหม่ของแบรนด์หรูระดับโลกที่ไม่ใช่แค่สื่อสาร “ให้คนเห็น” แต่ต้องสื่อสาร “ให้คนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่ง”
ไฮไลต์กลยุทธ์ที่แบรนด์หรูใช้บน LINE
แชต 1 on 1 ที่ใกล้เคียง Personal Shopper ส่วนตัว
ใช้การพูดคุยแบบตัวต่อตัวผ่าน LINE เพื่อแนะนำสินค้า ตอบคำถาม และดูแลลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล เป็นการยกประสบการณ์หน้าช้อประดับบูติกมาไว้ในมือถือใช้ AI เสริมพลังให้ตรงใจแต่ละคน
เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและความชอบของลูกค้า ช่วยให้การสื่อสารและข้อเสนอที่ส่งผ่าน LINE มีความ แม่นยำและเป็นส่วนตัว (Personalized) มากขึ้นสร้างแคมเปญแบบ Localized ผ่าน LINE OA
แบรนด์ระดับโลกปรับคอนเทนต์ให้เข้ากับบริบทคนไทย โดยใช้ LINE OA โปรโมทภาพสินค้าและข้อเสนอพิเศษ กระตุ้นให้ลูกค้ากดช้อปต่อบน LINE แบบ ครบจบในที่เดียวโดยไม่ต้องล็อกอินซ้ำเกมและรางวัลดิจิทัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
การทำแคมเปญเกมบน LINE เพื่อให้ลูกค้าร่วมเล่นและรับของรางวัลดิจิทัลจากแบรนด์ สร้างทั้งความสนุก ความผูกพัน และแรงแชร์ต่อไปยังเพื่อน ๆเชื่อมหน้าร้านออฟไลน์กับออนไลน์ด้วย LINE Beacon
นำเทคโนโลยี LINE Beacon มาใช้เชิญชวนลูกค้าที่เดินผ่านหรืออยู่ในร้านให้เพิ่ม LINE OA ของแบรนด์ จากนั้นแบรนด์สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้า (Segmentation) เพื่อส่งคอนเทนต์แบบเฉพาะเจาะจง เช่นเชิญชวนเล่นเกมเพื่อต่ออายุความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิม
ส่งข่าวสินค้าล็อตใหม่ให้มาลองที่ช้อปก่อนใคร
แจกสิทธิ์เข้าร่วมอีเวนท์ออฟไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
นี่คือตัวอย่างของการผสาน Online และ Offline เข้าด้วยกันอย่างเนียนตาในสไตล์แบรนด์หรูยุคใหม่
ไทยในฐานะว่าที่ Luxury Destination: โอกาสและโจทย์ใหญ่
จากมุมมองของ THE STANDARD POP หนึ่งในพลังที่ผลักไทยให้กลายเป็นเวทีสำคัญของแฟชั่นและลักชัวรีในเอเชีย คือบทบาทของไทยในฐานะ Talent และ Cultural Hub
ศิลปินและคนดังจากไทย ทั้งในสื่อและซีรีส์ กำลังมีอิทธิพลต่อการจับจ่ายของผู้บริโภคต่างชาติ
ผู้บริโภคเริ่มหันมาซื้อสินค้า “ตามศิลปินไทย” มากขึ้น
ส่งผลให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดแฟชั่นลักชัวรีที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยมูลค่าราว 4.4 พันล้านดอลลาร์
คาดว่าตลาดจะเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 5% ต่อเนื่องถึงปี 2028
ในจุดนั้น กลุ่ม Millennials และ Gen Z จะกลายเป็นผู้บริโภคหลักของสินค้าลักชัวรีถึง 80% และนี่คือกลุ่มที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง
ทำไมยุค Digital-First Luxury ถึงสำคัญ
เพื่อให้ไทยก้าวไปสู่ความเป็น Luxury Destination ระดับโลก ธุรกิจลักชัวรีจำเป็นต้องปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital-First Luxury อย่างจริงจัง ซึ่งหมายถึงการที่ประสบการณ์ซื้อสินค้าหรู เริ่มต้นและถูกออกแบบบนโลกออนไลน์ก่อนเสมอ
เส้นทางการซื้อในยุคนี้อาจเริ่มตั้งแต่
การค้นหาข้อมูลและดูรีวิวออนไลน์
การทดลองสินค้าผ่านเทคโนโลยีอย่าง AR
การพูดคุยสอบถามผ่านผู้ช่วย AI หรือแชตบนแพลตฟอร์ม
ก่อนจะไปตัดสินใจซื้อจริง ไม่ว่าจะออนไลน์หรือหน้าร้าน
ในกระบวนการทั้งหมดนี้ LINE ถูกมองเป็นช่องทางหลักที่แบรนด์เลือกใช้เคียงคู่ไปกับโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ เช่น
การทำคอนเทนต์แบบ Hyper-Personalized ที่ปรับให้ตรงกับแต่ละคน
การใช้ระบบสมาชิกบน LINE เพื่อเก็บแต้ม ดูสิทธิ์ และรับข้อเสนอเฉพาะบุคคล
การรองรับการชำระเงินอย่างลื่นไหลในแพลตฟอร์ม
การสร้างคอมมูนิตี้บน LINE OpenChat ให้คนรักแบรนด์หรือสายแฟชั่นมาเจอกัน
บทสรุป: จากแพลตฟอร์มแชตสู่โครงสร้างพื้นฐานของโลกลักชัวรีไทย
LINE ประเทศไทยกำลังขยับบทบาทจากแพลตฟอร์มแชตทั่วไป ไปสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมลักชัวรีไทย
ผ่านนวัตกรรมและโซลูชันที่ช่วยให้แบรนด์สามารถ
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้มีความพิเศษมากขึ้น
สร้างการสื่อสารแบบใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว
ต่อยอดศักยภาพแบรนด์ไทยให้พร้อมแข่งขันบนเวทีโลก
ใครที่มองเห็นเกมนี้ก่อน และเริ่มออกแบบเส้นทางลูกค้าบน LINE อย่างจริงจัง ก็อาจเป็นผู้เล่นกลุ่มแรก ๆ ที่พาแบรนด์ไทยไปยืนแถวหน้าในฐานะ Luxury Destination ของภูมิภาคได้ไม่ยาก

