ZestBuyZestBuy

จากบ่อนชายแดนสู่สแกมเซ็นเตอร์: เส้นทางมืดของขบวนการสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากบ่อนชายแดนสู่สแกมเซ็นเตอร์: เส้นทางมืดของขบวนการสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อบ่อนพนันกลายร่างเป็นโรงงานสแกมเมอร์

ปี 2021 รัฐบาลจีนออกคำสั่งห้ามซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ภายในประเทศแบบเบ็ดเสร็จ

ผลข้างเคียงไม่ได้เกิดแค่ในตลาดการเงิน แต่ยังสะเทือนไปถึงโลกมืด เมื่อเกิด ดีมานด์ใหม่ในการขยาย “สแกมเซ็นเตอร์” เพื่อใช้เป็นฐานซื้อขายคริปโตเถื่อนและฟอกเงินข้ามชาติ

พร้อมกันนั้น ธุรกิจบ่อนพนันและการพนันออนไลน์ที่เคยเน้นลูกค้าคนจีน ก็ถูกบีบให้ต้อง เปลี่ยนเป้าหมาย เพราะรัฐบาลปักกิ่งสั่งห้ามทั้งการเดินทางไปเล่นพนันต่างประเทศ และการเข้าถึงเว็บพนันออนไลน์อย่างจริงจัง

แต่ด้วยโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์และระบบหลังบ้านของบ่อนที่รองรับธุรกรรมออนไลน์อยู่แล้ว ทำให้สามารถดัดแปลงไปสู่การสนับสนุนขบวนการหลอกลวงได้อย่างง่ายดาย

ท้ายที่สุด บ่อนจำนวนไม่น้อยจึง รีแบรนด์ตัวเองจาก “คาสิโน” ไปเป็น “สแกมเซ็นเตอร์ (Scam Centres)” และกลายเป็นอุตสาหกรรมมืดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

1. จากบ่อนชายแดนสู่ขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ

สแกมเมอร์ (Scammers) หรือการสแกมส์ (Scams) คือขบวนการหลอกเอาเงินเหยื่อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้วิธีการผิดกฎหมายสารพัดรูปแบบ

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รากเหง้าของโลกสแกมไม่ได้เริ่มจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั่วไป แต่ผูกโยงกับ การเติบโตของบ่อนพนันที่เน้นลูกค้าคนจีน ในประเทศอย่างกัมพูชา เมียนมาร์ ลาว และฟิลิปปินส์

เบื้องหลังการเติบโตนี้มีแรงผลักดันสำคัญ 2 ด้าน

  • แรงผลักดันแรก: การขยายเส้นทางรถไฟในโครงการ “China’s Belt and Road Initiative” (BRI) ของสีจิ้นผิง เปิดโอกาสให้ องค์กรอาชญากรรมจีน แทรกตัวตามรอยเส้นทางเศรษฐกิจและแผ่ขยายอิทธิพลออกนอกประเทศ

  • แรงผลักดันที่สอง: การกวาดล้างการพนันในประเทศจีนอย่างเข้มงวด ห้ามคนจีนเดินทางไปเล่นพนันต่างแดน และควบคุมการเคลื่อนไหวทางการเมืองของแรงงานจีน ส่งผลให้เกิด ดีมานด์ในการตั้งบ่อนพนันนอกจีน อย่างรุนแรง

เมื่อมาผสมกับบริบทในอาเซียนที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานสูง แต่ระบบ ปราบปรามการค้ามนุษย์ยังมีช่องโหว่ พื้นที่ชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษจึงกลายเป็นฐานปฏิบัติการสุดสมบูรณ์แบบของธุรกิจสีเทา

2. เหตุใดบ่อนพนันจึงเป็นสวรรค์ขององค์กรอาชญากรรมจีน

จีนมองว่า “การพนัน” ผิดกฎหมายมาตั้งแต่ ค.ศ. 1949 คนจีนที่อยากเสี่ยงโชคจึงหนีไปที่ มาเก๊า ซึ่งตอนนั้นยังเป็นอาณานิคมโปรตุเกส

ต่อมาในปี 1999 มาเก๊าถูกส่งคืนให้จีน รัฐบาลปักกิ่งจึงพลิกเกม ปั้นมาเก๊าให้กลายเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมบันเทิงและคาสิโนระดับโลก ดึงดูดบริษัทข้ามชาติเข้ามาตั้งแต่ราวปี 2002

แต่ด้านมืดของมาเก๊าก็ชัดเจนไม่แพ้กัน เพราะมีประวัติพัวพันกับ สมาคมอั๊งยี่ของจีนแผ่นดินใหญ่ มายาวนาน และเครือข่ายเหล่านี้ก็แตกแขนงขยายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รูปแบบการเปิดบ่อนในมาเก๊า จึงกลายเป็น ต้นแบบ ให้หลายประเทศในภูมิภาคเปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย ปัจจุบันมีบ่อนกาสิโนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราว 340 แห่ง

ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจึงกลายเป็นตลาดพนันที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมี ผู้ประกอบการชาวจีนเป็นผู้เล่นหลัก

ด้านหนึ่ง รัฐได้รับรายได้ภาษีจากธุรกิจพนัน

แต่อีกด้านหนึ่ง ก็ต้องแลกกับ ต้นทุนทางสังคมและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ตามมา หนึ่งในนั้นคือการเติบโตของขบวนการสแกมเมอร์

ตัวอย่างประเทศในภูมิภาค

  • ลาว – รัฐบาลตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษให้บริษัทจีนเช่าพื้นที่เปิดกาสิโน เช่น บริษัท King Roman ที่ตั้งบ่อนในเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ

  • ฟิลิปปินส์ – กลายเป็น “ฮับ” หรือศูนย์กลาง การพนันออนไลน์ (online gambling) ผ่านบริษัทจีนภายใต้ชื่อ “Philippines Offshore Gaming Operators” หรือ “POGO” ใช้พื้นที่ฟิลิปปินส์เป็นฐาน แต่กำหนดให้ IP address ที่เข้าเล่นต้องอยู่นอกประเทศ ขณะที่ดำเนินธุรกิจพนันออนไลน์ ก็พัฒนาอาชญากรรมรูปแบบอื่นควบคู่ไปด้วย

  • กัมพูชา – เปิดบ่อนกาสิโนเพื่อล่อ “คนจีน” และ “คนต่างชาติ” เป็นหลัก ขณะที่คนกัมพูชาเองกลับเข้าไปเล่นไม่ได้ บ่อนมักตั้งตามแนวชายแดนติดไทย ลาว และเวียดนาม พึ่งพา “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้

3. เมื่อโควิด-19 และนโยบายสีจิ้นผิง เปลี่ยนสมการการพนัน

ธุรกิจบ่อนพนันและการพนันออนไลน์ของทุนจีน รวมถึงเครือข่ายอั๊งยี่ เคยทำกำไรต่อเนื่องมาหลายปี จนกระทั่งเจอแรงกระแทกใหญ่ 2 ระลอก

  • ระลอกแรก: การระบาดของโควิด-19 ทำให้นักพนันต่างชาติเดินทางข้ามประเทศไม่ได้ รายได้บ่อนร่วงลงอย่างหนัก

  • ระลอกที่สอง: สีจิ้นผิงซึ่งขึ้นเป็นประธานาธิบดีจีนตั้งแต่ราวปี 2010 เดินหน้าปราบปรามการพนันอย่างจริงจัง พร้อมทั้งผลักดันมาเก๊าไปสู่บทบาทศูนย์กลางบริษัทข้ามชาติด้านอื่นมากขึ้น

สีจิ้นผิงยัง กดดันรัฐบาลกัมพูชาและฟิลิปปินส์ ให้จำกัดหรืองดคนจีนเข้ามาเล่นพนันทั้งในบ่อนและออนไลน์

  • กัมพูชา ตอบรับด้วยการหยุดออกใบอนุญาตบ่อนใหม่ในปี 2019 และบังคับให้นักลงทุนจีนจำนวนมากถอนตัวออกจากประเทศ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะยกเลิกการอนุญาตบ่อนพนันในระยะยาว

นโยบายนี้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ธุรกิจพนันในกัมพูชาชะงักลง แต่ในเวลาเดียวกันก็ผลักให้เกิดการ ปรับโครงสร้างไปสู่ “ศูนย์สแกมเมอร์” แทน

  • ฟิลิปปินส์ กลับเลือกเดินคนละทาง ยังคงให้เปิดการพนันออนไลน์ต่อไป การเมืองภายในก็เริ่มถกเถียงกันร้อนแรงว่า การพนันออนไลน์ของทุนจีนสร้างประโยชน์ให้ประเทศจริงหรือไม่ และคุ้มกับผลกระทบด้านอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า

  • เมียนมาร์ และลาว ไม่ได้ตอบสนองตามแรงกดดันของปักกิ่งแบบชัดเจน แต่ก็หนีไม่พ้นผลกระทบจากโควิด บ่อนในพื้นที่ชเวโก้กโก (Shwekokko) ของเมียนมาร์ และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำของลาว ต่างโดนพิษโควิดจนอ่วม

เมื่อรายได้จากพนันหดตัว เจ้าของทุนจำนวนหนึ่งจึง หันเหไปลงทุนใน “สแกมเมอร์” แทน ซึ่งใช้โครงสร้างเดิมแต่เปลี่ยนสินค้าเป็นการหลอกลวงออนไลน์เต็มรูปแบบ

4. จุดเริ่มต้นของแก๊งสแกมเมอร์สู่ระดับอุตสาหกรรม

ในช่วงที่บ่อนพนันกำลังขยายตัวทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ขบวนการสแกมเมอร์ก็เริ่มไต่ระดับไปพร้อมกัน

  • ประมาณปี 2011 มีรายงานว่า แก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนกลุ่มเล็ก ๆ เริ่มใช้กัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการ ก่อเหตุกรรโชกทรัพย์และหลอกลวงคนจีนในแผ่นดินใหญ่เป็นหลัก

  • พอถึงปี 2017 มีหลักฐานชัดขึ้นว่า แก๊งเหล่านี้ ขยายตัวเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีสมาชิกมากกว่า 200 คน และยังคงนำโดยคนจีนเป็นแกนหลัก

จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ปี 2021 เมื่อจีนประกาศห้ามซื้อขายคริปโตภายในประเทศ ความต้องการแพลตฟอร์มลับสำหรับซื้อขายและฟอกเงินทะยานขึ้นทันที

บ่อนการพนันและระบบพนันออนไลน์ที่เคยเน้นลูกค้าคนจีน จึงค่อย ๆ เปลี่ยนสถานะไปเป็น “สแกมเซ็นเตอร์” แบบเต็มตัว อาศัยเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างเดิม แต่เพิ่มฟังก์ชันการหลอกลวงและธุรกรรมเถื่อนเข้าไป

ผลลัพธ์คือเกิด ธุรกิจสแกมเมอร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำเงินมหาศาลให้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

5. ภายในสแกมเซ็นเตอร์: องค์กรอาชญากรรมที่จัดการแบบมืออาชีพ

สแกมเซ็นเตอร์ไม่ได้เป็นแค่ห้องโทรศัพท์รวมตัวแก๊งมิจฉาชีพเล็ก ๆ แต่คือ องค์กรอาชญากรรมที่มีนักลงทุนทุนหนาอยู่เบื้องหลัง ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และมีโครงสร้างการบริหารชัดเจน

หนึ่งในเคสที่ถูกพูดถึงมาก คือกรณีของ เสอจื้อเจียง (She Zhijiang) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัทย่าไท้อินเตอร์เนชั่นแนลโฮลดิ้งส์ (Yatai International Holding) จดทะเบียนในฮ่องกง แต่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ

บริษัทในเครือย่าไท้มีธุรกิจสำคัญในกัมพูชา เมียนมาร์ และฟิลิปปินส์ รวมถึงบ่อนกาสิโน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ มีหลักฐานว่ามี คู่มือฝึกพนักงานและสคริปต์สำหรับการสแกมส์ สะท้อนว่าไม่ใช่การหลอกแบบสมัครเล่น แต่เป็น องค์กรมืออาชีพเต็มระบบ

เบื้องหลังสแกมเซ็นเตอร์ยังเชื่อมโยงกับ การค้ามนุษย์ อย่างแนบแน่น ใช้แพลตฟอร์มอย่างเทเลแกรม (Telegram) และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ในการหลอกล่อคนมาสมัครงาน ด้วยข้อเสนองานเงินเดือนสูงในต่างประเทศ แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกยึดพาสปอร์ต ขัง กดขี่ และบังคับให้ทำงานสแกม

เครือข่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากรายงานหลายฉบับระบุว่า สแกมเซ็นเตอร์ในภูมิภาคนี้มีฐานอยู่ในอย่างน้อย 6 ประเทศ คือ

  • กัมพูชา

  • ลาว

  • เมียนมาร์

  • ฟิลิปปินส์

  • ไทย

  • เวียดนาม

เครือข่ายเหล่านี้เชื่อมโยงกันซับซ้อน ทั้งด้านการเงิน การเคลื่อนย้ายคน และการติดต่อข้ามชาติ

ที่น่ากังวลคือ สแกมเซ็นเตอร์มักตั้งอยู่ใน พื้นที่ที่รัฐบาลอ่อนแอ ระบบนิติธรรมเปราะบาง หรือมีความขัดแย้งทางการเมืองสูง เช่น เมียนมาร์ หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายมีช่องโหว่ชัดเจน

มีการประเมินว่า ณ วันนี้ มีผู้คนจำนวนหลักแสนในภูมิภาคที่ถูกบังคับให้เป็นสแกมเมอร์ กลายเป็นแรงงานในอุตสาหกรรมอาชญากรรมโดยไม่สมัครใจ

6. เมื่อการสแกมเชื่อมโยงตรงกับการค้ามนุษย์

เบื้องหน้าที่เราเห็นอาจเป็นแค่ข้อความแชตหวาน ๆ การชวนลงทุน หรือเว็บปลอมให้กรอกข้อมูลบัตรเครดิต

แต่เบื้องหลังนั้น ขบวนการสแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผูกติดกับ “การค้ามนุษย์” (Human Trafficking) และ “การบังคับให้ก่ออาชญากรรม” (Forced Criminality) อย่างแนบแน่น

คนจำนวนมากไม่ได้เข้าร่วมเพราะอยากโกงคนอื่น แต่เพราะถูกหลอกไปทำงาน ถูกขายต่อ ถูกกดดันด้วยความรุนแรง และไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามคำสั่งขององค์กรอาชญากรรม

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นปัญหาไกลตัว แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับภูมิภาค และในตอนต่อ ๆ ไป ประเด็น บทบาทของประเทศไทยในห่วงโซ่อาชญากรรมนี้ จะยิ่งชัดเจนขึ้น

ท้ายที่สุด การเข้าใจเส้นทางกำเนิดสแกมเมอร์ ตั้งแต่บ่อนชายแดนจนถึงสแกมเซ็นเตอร์ข้ามชาติ คือก้าวแรกของการมองเห็นภาพใหญ่ของอาชญากรรมสมัยใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้เราไม่หลงเหลี่ยมง่าย ๆ อีกต่อไป

ZestBuy Take

เมื่อบ่อนพนันกลายร่างเป็นโรงงานสแกมเมอร์ปี 2021 รัฐบาลจีนออกคำสั่งห้ามซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ภายในประเทศแบบเบ็ดเสร็จผลข้างเคียงไม่ได้เกิดแค่ใน...

ZestBuy earns a commission when you shop through our links, at no extra cost to you. Editorial content is independently selected by our team.

You May Also Like

CBG จับมือ Baosteel ปักหมุดซัพพลายเชนเหล็กกระป๋อง ยึดหัวหาดตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

CBG จับมือ Baosteel ปักหมุดซัพพลายเชนเหล็กกระป๋อง ยึดหัวหาดตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2026-01-30
เมื่อ Business AI ลงสนามจริง: SAP พลิกเกมองค์กรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อ Business AI ลงสนามจริง: SAP พลิกเกมองค์กรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2026-01-30
เมื่อคนไทยไม่อินโลโก้อีกต่อไป: แบรนด์รถไหนก็ได้ ถ้าคุณภาพและราคาตอบโจทย์
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อคนไทยไม่อินโลโก้อีกต่อไป: แบรนด์รถไหนก็ได้ ถ้าคุณภาพและราคาตอบโจทย์

2026-01-30
“ตู้แห่งการให้” บุกสยามพารากอน เปลี่ยนการช้อปให้เป็นพลังช่วยโลก
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ตู้แห่งการให้” บุกสยามพารากอน เปลี่ยนการช้อปให้เป็นพลังช่วยโลก

2026-01-30
Digital Realty บุกมาเลเซีย ตั้งฮับดาต้าใหม่เขย่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Digital Realty บุกมาเลเซีย ตั้งฮับดาต้าใหม่เขย่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

2026-01-30
ไทย-เปรู จับมือปั้น FTA เปิดประตูการค้าไทยสู่ลาตินอเมริกา
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไทย-เปรู จับมือปั้น FTA เปิดประตูการค้าไทยสู่ลาตินอเมริกา

2026-01-30
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!