รับแอปรับแอป

ดราม่ากล่องสุ่ม GON Vol.2: เมื่อสายสะสมรู้สึกโดนหักหลังจากโปรยก Box

พีรวิชญ์ สุวรรณดี01-31

ดราม่าที่เขย่าวงการฟิกเกอร์: เมื่อโปรแรง กลายเป็นดาบสองคม

แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Brand Love แน่นปังอย่าง Bar B Q Plaza และใช้มาสคอตบาร์บีก้อนเล่าเรื่องกับลูกค้ามาตลอด ต้องมาสะดุดกับดราม่าชุดใหญ่ เมื่อฟิกเกอร์จากแคมเปญ GON Figure Vol.2 ถูกนำมาขายแบบ ยก Box ครบเซต จนสายสะสมที่ตามเก็บทุกสัปดาห์รู้สึกเหมือนโดน หักหลัง จากแบรนด์ที่ตัวเองรัก

เมื่อกล่องสุ่มกลายเป็นเครื่องจักรปั้นยอดขาย

กระแส กล่องสุ่มอาร์ตทอย ในไทยแรงไม่ตก ทำให้หลายแบรนด์หันมาใช้กลยุทธ์ Collectible Marketing ผ่านของสะสมและกล่องสุ่ม เพื่อ

  • กระตุ้นยอดขาย

  • ดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่

  • สร้างความผูกพันทางอารมณ์กับแบรนด์

หนึ่งในแบรนด์ที่เล่นเกมนี้อย่างจริงจังก็คือ บาร์บีคิวพลาซ่า ที่หยิบพี่ GON มาปั้นเป็นคอลเลกชั่นสุดปัง

OH MY GON! จุดเริ่มต้นของความอิน

ปีที่ผ่านมา บาร์บีคิวพลาซ่าปล่อยคอลเลกชั่นแรกในชื่อ OH MY GON! Collection วางขายช่วงเดือนเกิดพี่ GON ระหว่าง 2–30 กันยายน 2567 มีให้สะสมทั้งหมด 5 แบบ เงื่อนไขการได้ฟิกเกอร์คือ

  • สั่งอาหารชุด OH MY PORK! ราคา 799.-

  • หรือ OH MY BEEF! ราคา 849.-

ต่อ 1 ชุด จะได้ Figure 1 ตัว และแบบฟิกเกอร์จะเปลี่ยน ทุกสัปดาห์ ทำให้แฟน ๆ ต้องตามกิน ตามเก็บอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์คือกระแสตอบรับดีเกินคาด แคมเปญกลายเป็น ไวรัลบนโซเชียล และของสะสมก็หมดเร็วกว่าที่คิด โดยเฉพาะ ตัวสีทอง ที่ของหมดภายในวันเดียวเท่านั้น

GON Figure Vol.2: ยกระดับจากเดี่ยวเป็นแก๊ง

ด้วยความสำเร็จจากคอลเลกชั่นแรก แบรนด์จึงต่อยอดออก GON Figure Vol.2 วางขายระหว่าง 9 ก.ย. – 10 ต.ค. 2568 รอบนี้ไม่ได้มีแค่พี่ก้อน แต่ดึง Friends of GON เข้ามาร่วมแจม ทั้ง

  • คามะจัง

  • น้องกะหล่ำ

  • เบคอน

รวมแล้วมี 6 แบบให้สะสม โดยยังใช้เงื่อนไขเดิมคือ

  • สั่งชุด เพื่อนชอบหมู 829.-

  • หรือชุด เพื่อนชอบเนื้อ! 899.-

จะได้รับ Figure 1 ตัวต่อ 1 ชุดอาหาร ทำให้สายสะสมต้องวางแผนกิน วางแผนเก็บให้ครบกันแบบจริงจัง

จุดแตกหัก: โปรยก Box ที่ย้อนศรแฟนคลับ

ดราม่าเริ่มปะทุเมื่อบาร์บีคิวพลาซ่าประกาศให้ลูกค้าสามารถ ซื้อตัว GON Figure Vol.2 แบบยก Box ได้ครบทั้ง 6 ตัว รวม ตัวซีเคร็ท ด้วย ในราคา 1,950 บาท โดยกำหนดเวลาเริ่มขาย 18.00 น. ของวันที่ 7 ต.ค. 68

โปรนี้ฟังดูดีมากสำหรับคนที่

  • เก็บสะสมไม่ทัน

  • พลาดบางสัปดาห์ไป

  • อยากจบครบเซตทีเดียว ไม่ต้องลุ้นกล่องสุ่ม

แต่ในอีกมุมหนึ่ง โปรนี้กลายเป็นแรงกระแทกจัง ๆ ใส่คนที่ ตามเก็บทุกสัปดาห์

ทำไมแฟน ๆ ถึงรู้สึกว่าโดนหักหลัง?

สำหรับลูกค้าที่ทุ่มทั้งเงินและเวลา นั่งกินทุกสัปดาห์เพื่อสะสมให้ครบ โปรยก Box กลับทำให้รู้สึกว่า ความพยายามที่ผ่านมาแทบ หมดความหมาย

เสียงวิจารณ์ที่โผล่ขึ้นมาอย่างล้นหลาม ส่วนใหญ่สะท้อนความรู้สึกว่า

  • ผิดหวัง กับการตัดสินใจของแบรนด์

  • รู้สึกเหมือนโดน หักหลัง เพราะแบรนด์มาขายยก Box ทีหลัง

  • มองว่าถ้าจะขายยกเซตแบบนี้ ควรประกาศตั้งแต่แรก

เพราะถ้าคิดตามเงื่อนไขเดิม การจะสะสมให้ครบทุกตัวผ่านการสั่งชุดอาหาร ต้องใช้เงินรวมประมาณ 4,000 บาท ขณะที่การขายแบบยก Box ในราคาต่ำกว่าครึ่ง ทำให้แฟนกลุ่มที่ “เล่นตามกติกาเดิม” รู้สึกเสียเปรียบอย่างชัดเจน

เมื่อแบรนด์อื่นวางเกมกล่องสุ่มต่างออกไป

สิ่งที่ทำให้ดราม่ารอบนี้แรงขึ้น คือการถูกนำไปเทียบกับแบรนด์อื่นที่เล่นตลาดกล่องสุ่มเหมือนกัน เช่น

  • Burger King ที่ทำกล่องสุ่มนารูโตะ แต่ประกาศเงื่อนไขให้ ซื้อยก Box ได้ตั้งแต่แรก

  • Sizzer ที่เปิดให้ซื้อน้องชีสโทสต์แบบ ยก Box ตั้งแต่เริ่มแคมเปญ

แม้ดีลแบบยก Box จะทำให้สายลุ้นสุ่มอาจรู้สึกว่า “ไม่ตื่นเต้นเท่าเดิม” แต่

  • เป็นตัวเลือกที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก

  • ไม่ทำให้แฟน ๆ รู้สึกว่าโดนเปลี่ยนกติกากลางทาง

  • ลดโอกาสเกิดความรู้สึกว่า ถูกหักหลัง ลงอย่างมาก

แบรนด์เบรกโปรยก Box และรีบออกมาขอโทษ

เมื่อเสียงคอมเมนต์ส่วนใหญ่เทไปทางความไม่พอใจ บาร์บีคิวพลาซ่าตัดสินใจ ยกเลิกการขาย GON Figure Vol.2 แบบยก Box พร้อมออกข้อความขอโทษลูกค้า โดยย้ำประมาณว่า

  • รับฟังทุกความคิดเห็นของลูกค้า

  • เข้าใจว่าทุกตัวที่สะสมมีทั้ง ความหมายและความตั้งใจ อยู่ในนั้น

  • จะนำเสียงสะท้อนทั้งหมดไปใช้ในการ ปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน ต่อไป

  • ยังยืนยันว่าจะพยายามมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมื้อ

บทเรียนราคาแพง: จากฟิกเกอร์บนโต๊ะอาหาร สู่รอยร้าวในใจแฟน ๆ

เดิมที ฟิกเกอร์ในแคมเปญของบาร์บีคิวพลาซ่าถูกออกแบบมาให้เป็น สัญลักษณ์ของความทรงจำดี ๆ บนโต๊ะอาหาร เชื่อมโยงความสนุกและความผูกพันระหว่างแฟน ๆ กับแบรนด์

แต่การตัดสินใจเปิดขาย ยก Box ย้อนศรเงื่อนไขเดิม กลับทำให้ฟิกเกอร์ตัวเดิมนี่แหละ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึก ผิดหวังต่อแบรนด์ ในสายตาของลูกค้ากลุ่มที่รักและทุ่มเทมากที่สุด

นี่จึงไม่ใช่แค่ดราม่าของกล่องสุ่มหรือฟิกเกอร์ แต่มันคือ เคสตัวอย่างของการออกแบบโปรโมชันที่มองข้ามมุมมองของสายสะสม ซึ่งเป็นแฟนคลับหัวใจหลักของแคมเปญ

วันข้างหน้า ต้องจับตาดูว่า แบรนด์จะใช้วิธีไหนในการ กู้ความเชื่อมั่นและความรักจากแฟน ๆ กลับมาให้ได้ มากไปกว่าแค่การออก คำขอโทษ บนหน้าจอ

เพราะสำหรับคนที่รักการสะสมแล้ว เงื่อนไขคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ และประสบการณ์ที่รู้สึกว่าโดนหักหลังนั้น แก้ยากกว่าการพิมพ์โพสต์ชี้แจงหลายเท่า