รู้จัก iQOO Neo 10 แบบคนเล่นจริง ไม่ใช่แค่อ่านสเปก
iQOO Neo 10 คือสมาร์ตโฟน Neo Series รุ่นแรกที่เข้าไทยอย่างเป็นทางการ ซีรีส์ที่แฟน ๆ รอคอยกันมานาน เพราะจุดเด่นของตระกูลนี้คือ สเปกระดับเรือธง แต่กดราคาให้อยู่ในช่วง Mid-range
จากการใช้งานจริงต่อเนื่องเกือบสองสัปดาห์ สิ่งที่สัมผัสได้ชัดคือ มือถือรุ่นนี้ ไม่ได้เก่งแค่บนกระดาษสเปก แต่ประสบการณ์ใช้งาน การเล่นเกม ถ่ายรูป ตัดต่อวิดีโอ ไปจนถึงการใช้เป็นเครื่องหลักในชีวิตประจำวัน ทำได้ครบและนิ่งกว่าที่คิดมาก
ถ้าคุณกำลังมองหามือถือเครื่องเดียวจบ เล่นเกมหนัก ถ่ายภาพได้ ตัดต่อคลิปลงโซเชียลไหลลื่น และแบตอยู่ยันดึก — iQOO Neo 10 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ต้องลองมองจริง ๆ
สเปกภาพรวม: ตัวเลขแบบเรือธง ในราคาระดับกลาง
สเปกหลัก iQOO Neo 10
หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2800 x 1260 (1.5K, 452PPI)
Refresh Rate สูงสุด 144Hz
Instant Touch Sampling Rate สูงถึง 3000Hz
ความสว่างสูงสุดทั้งจอ 2000nits, จุดพีคสูงสุด 5500nits
PWM Dimming 4320Hz, รองรับ DCI-P3 100%
วัสดุเปล่งแสง C9+, โหมดถนอมสายตาขณะเล่นเกม
ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8s Gen 4 (4nm, Octa-core)
GPU Adreno 825
RAM 16GB (LPDDR5X Ultra) + Extended RAM สูงสุด 16GB รวมได้ถึง 32GB
ความจุภายใน 512GB (UFS 4.1)
ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 15 (Android 15)
กล้องหลังคู่ 50MP (SONY IMX882, OIS) + Ultra Wide 8MP
กล้องหน้า 32MP
แบตเตอรี่ BlueVolt 7000mAh, ชาร์จไว 120W, รองรับ Bypass Charging และ Reverse Charge 10W
รองรับ 5G ครบแบนด์, Wi-Fi 6 / Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4, USB-C 2.0, NFC
ระบบระบายความร้อน 7K Ultra VC Cooling System
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP65 + ทนทานระดับ MIL-STD-810H
สีตัวเครื่อง: Cosmic Black และ Blazing Orange
ในมุมของคนเอาไปเล่นเกมจริง รวมถึงใช้ตัดต่อวิดีโอสั้น ๆ เพื่ออัปลงโซเชียล จุดที่รู้สึกได้คือ “เครื่องแรงแบบเรือธง แต่ราคาไม่ได้โหดเท่าที่สเปกให้มา”
ของในกล่อง มีอะไรมาให้บ้าง
อุปกรณ์ที่ให้มาครบแบบไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มตั้งแต่วันแรก ได้แก่
ตัวเครื่อง iQOO Neo 10
สายชาร์จ USB-C
อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 120W
คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน
เคสใสแบบ Soft Case
เข็มจิ้มถาดซิม
สำหรับสายเกมเมอร์/ครีเอเตอร์สายตัดต่อคลิป ดีตรงที่ ซื้อแล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องวิ่งหาอะแดปเตอร์ชาร์จแรงเอง
ดีไซน์: เรือธงสายเกมมิ่งที่หน้าตาไม่เกมมิ่งจัด
งานดีไซน์ของ iQOO Neo 10 มาในคอนเซ็ปต์ Futuristic Floating Design ได้แรงบันดาลใจจากยานอวกาศ คล้ายไลน์เรือธง iQOO Number Series แต่ปรับโมดูลกล้องให้โค้งมนขึ้น ดูแพงแต่ไม่หวือหวาจนเกินไป
สีที่นำเข้าไทยมี 2 สี:
สีดำ Cosmic Black เท่ เรียบ ดูจริงจัง
สีส้ม Blazing Orange อารมณ์เปลวไฟนกฟีนิกซ์ สายโดดเด่นต้องสีนี้
ด้านโครงสร้างสัญญาณ iQOO ออกแบบเสาอากาศรอบทิศทาง ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI SuperLink ทำให้รับสัญญาณได้เสถียร ไม่ว่าจะจับถือมุมไหน สัญญาณไม่ดรอปง่าย ๆ
ในเรื่องความทนทาน ก็จัดเต็มด้วยสองมาตรฐานหลัก:
IP65 กันน้ำกันฝุ่นระดับพร้อมลุยฝน ละอองน้ำ ฝุ่นถนน หรือมือเปียกได้สบาย
MIL-STD-810H ระดับการทดสอบแบบอุปกรณ์ทางทหาร ช่วยเพิ่มความอุ่นใจเวลาพกไปถ่ายนอกสถานที่ หรือใช้งานลุย ๆ
ภาพรวมคือได้ทั้งความดูดี ความทน และยังเหมาะกับคนที่เอาไปถ่ายนอกสถานที่หรือตัดต่อวิดีโอกลางแจ้ง ไม่ต้องกลัวเครื่องบอบบางเกินไป
Performance: แรงแบบเรือธง ใช้ตัดต่อ–เล่นเกมหนักได้สบาย
Snapdragon 8s Gen 4 + RAM 32GB (เมื่อเปิด Extended) + UFS 4.1
หัวใจหลักของ iQOO Neo 10 คือ ชิป Qualcomm Snapdragon 8s Gen 4 บนสถาปัตยกรรม 4nm ของ TSMC ที่แรงขึ้นราว 49% เมื่อเทียบกับเจนก่อน พร้อม GPU รุ่นใหม่ที่ดันเฟรมเรตในเกมโหด ๆ ได้แบบนิ่ง ๆ
จับคู่กับ:
RAM 16GB LPDDR5X Ultra + Extended RAM เพิ่มได้อีก 16GB รวมสูงสุด 32GB
ROM แบบ UFS 4.1 ความเร็วอ่านเขียนสูง
ผลที่ได้คือ:
เปิดเกมหนัก ๆ ได้เร็ว
สลับแอปจำนวนมากได้โดยไม่ต้องรีโหลดบ่อย
ทำ Multitasking หลายเลเยอร์ เช่น เปิดเกม + เปิดแอปแชต + มีแอปตัดต่อเบื้องหลัง ยังเอาอยู่
สำหรับสายตัดต่อวิดีโอสั้นลง TikTok / Reels / YouTube Shorts สเปกระดับนี้เปิดแอปตัดต่อแล้วไทม์ไลน์ลื่นมาก ไม่อึดอัดแบบเครื่องกลาง ๆ ทั่วไป
ชิปเสริม Q1: ให้ภาพลื่นขึ้น ประหยัดแบตขึ้น
นอกจากชิปหลัก ยังมี Co-Processor ชื่อ Q1 ที่ iQOO พัฒนาขึ้นเอง เน้นประมวลผลด้านกราฟิกโดยเฉพาะ ทั้งตอนเล่นเกมและดูคอนเทนต์วิดีโอ
หน้าที่ของ Q1 คือ:
ประมวลผลภาพให้คมขึ้น ลื่นขึ้น โดยใช้อัลกอริทึมคนละชุดกับชิปหลัก
ช่วยเพิ่มเฟรมเรตและความเนียนในเกมหรือวิดีโอที่มีฉากเคลื่อนไหวเยอะ
ช่วยแบ่งภาระให้ CPU/GPU หลัก ทำให้การใช้พลังงานโดยรวมดีขึ้น
ผลลัพธ์คือ ได้ทั้งประสิทธิภาพภาพลื่น ๆ และความเสถียรระยะยาว โดยที่เครื่องไม่ร้อนจัดจนเฟรมเรตตกง่าย
จอภาพ: 144Hz AMOLED + 3000Hz Touch ชัด ลื่น สายเกม–สายตัดต่อถูกใจ
หน้าจอคือพระเอกอีกหนึ่งตัวของรุ่นนี้ เพราะมีส่วนอย่างมากทั้งกับการเล่นเกมและการตัดต่อวิดีโอ
หน้าจอของ iQOO Neo 10 ให้:
AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (452PPI) รายละเอียดคมมาก
จอ Flat ขอบบาง จับถนัด ไม่ติดขอบโค้งเวลาลากไทม์ไลน์วิดีโอ
Refresh Rate สูงสุด 144Hz ภาพลื่นทุกการสไลด์
Instant Touch Sampling Rate 3000Hz แตะแล้วติดแทบจะทันที เหมาะมากกับเกมที่ต้องการความแม่นยำสูง
เรื่องความสว่างก็จัดเต็ม:
ความสว่างทั้งหน้าจอ 2000nits ใช้งานกลางแดดไม่ได้ลำบาก
ความสว่างพีคเฉพาะจุดสูงถึง 5500nits เวลาดูคอนเทนต์ HDR รายละเอียดไฮไลต์สวย มีมิติ
เหมาะมากสำหรับ:
คนที่ชอบเล่นเกมแนว Open World / FPS ที่มีฉากมืด–สว่างสลับกันบ่อย
คนที่ตัดต่อวิดีโอบนมือถือ อยากเห็น Dynamic Range ชัดขึ้นเวลาเกรดสีหรือเช็กงานก่อนลงจริง
ฟีเจอร์จอเสริม
PWM Dimming 4320Hz ลดอาการล้าตาเวลาใช้ในที่แสงน้อย
AI ถนอมสายตาในเกม ปรับตามเนื้อหาเกม (เปิดใช้ใน Ultra Game Mode)
ได้มาตรฐาน SGS ระดับ 5 ดาว ทั้งเรื่องแสงสีฟ้าต่ำ แสงกระพริบต่ำ และการมองเห็นกลางแจ้ง
Gaming Mode: สายอีสปอร์ต–สายเล่นจริงจังต้องลอง
Ultra Game Mode คือศูนย์รวมฟีเจอร์เกมมิ่งของ iQOO Neo 10 ที่ช่วยรีดประสิทธิภาพและเพิ่มความได้เปรียบให้ผู้เล่น
โหมด Performance หลักมีให้เลือก 3 ระดับ:
โหมดประหยัดพลังงาน
โหมดสมดุล
Monster Mode ดันทุกอย่างให้สุดเอาใจสายจริงจัง
ใน Ultra Game Mode ยังอัปเกรด Gyroscope ให้ตอบสนองเร็วขึ้น เสถียรมากขึ้น ใช้เล็งในเกมแนว FPS ได้คมกว่าเดิม พร้อมทั้ง:
Low Latency ลดความหน่วงของการตอบสนอง
Advanced Anti-Shake ลดแรงสั่นและความไม่นิ่งของมือเวลาควบคุม
อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือ การรองรับการสัมผัสแม้มือเปียก ด้วยอัลกอริทึมแยกแยะสัมผัสจริงกับหยดน้ำ/เหงื่อ ทำให้เล่นเกมกลางแจ้งหรือในสภาพเหงื่อออกมือได้แบบไม่หัวเสียจากจอรวนง่าย
Night Vision Mode: โหมด “สูตรโกงภาพมืด” สำหรับสายยิงศัตรูในเงา
ด้วยพลังของชิป Q1 ทำให้ iQOO Neo 10 มีโหมดปรับภาพเกมแบบลึก ๆ ได้ หนึ่งในนั้นคือ Night Vision Mode ที่ออกแบบมาสำหรับฉากมืดโดยเฉพาะ
จุดเด่น Night Vision Mode
ใช้เทคโนโลยีปรับคุณภาพภาพเฉพาะทาง ผสานกับ HDR Light และ 3D LUT ทำให้ภาพยังดูสมจริงแต่สว่างขึ้น
ดึงรายละเอียดในส่วนมืดออกมาให้เห็นศัตรูได้ชัดขึ้น เพิ่มโอกาสเล็ง–ยิงได้รวดเร็วกว่าคนที่ไม่ได้เปิดโหมดนี้
วิธีเปิดใช้งาน
เข้า Ultra Game Mode > Game Visual Enhancement > General Filter แล้วเลือกฟิลเตอร์ Night Vision ได้เลย
ระบบระบายความร้อน 7K Ultra VC Cooling
สเปกแรง ถ้าไม่มีการจัดการความร้อนที่ดี เกมก็แล็กง่าย แต้มเฟรมเรตตกกลางคัน ซึ่ง iQOO ก็จัดให้เต็มที่บน Neo 10
จุดเด่นของระบบระบายความร้อน:
Vapor Chamber ขนาดใหญ่ 7,000 ตารางมิลลิเมตร
เมื่อรวมโครงสร้างระบายความร้อนทั้งหมด ครอบคลุมพื้นที่ถึง 27,000 ตารางมิลลิเมตร ตั้งแต่เมนบอร์ดไปถึงโมดูลกล้อง
ผลลัพธ์จากการใช้งานจริง:
เล่นเกมยาว ๆ อย่าง Delta Force หรือเกมกินสเปกอื่น ๆ เฟรมเรตนิ่ง ไม่มีอาการร้อนจัดจนเกมค้างหรือปิดตัวเอง
ถ่ายรูป/ถ่ายวิดีโอต่อเนื่อง เครื่องยังคุมอุณหภูมิได้ดี
รวม ๆ แล้ว ถ้ามองทั้ง CPU แรง, Q1, หน้าจอ 144Hz และระบบระบายความร้อนใหญ่จัด ๆ ต้องบอกว่า นี่คือมือถือที่ออกแบบมาชัดเจนเพื่อเล่นเกมจริงจัง และรองรับงานภาพ–วิดีโอที่ต่อเนื่อง
Funtouch OS 15: หน้าตาใหม่ พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ช่วยทำงาน–เรียน–สร้างคอนเทนต์
บน Neo 10 ใช้ Funtouch OS 15 บน Android 15 อินเทอร์เฟซถูกปรับใหม่ให้ดูสะอาดตา เคลื่อนไหวลื่นเหมือนผิวน้ำ ใช้งานง่ายขึ้น ทั้งคนทั่วไปและสายคอนเทนต์
ฟีเจอร์ AI ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมีหลายตัว และตัวที่เด่น ๆ คือ:
Circle to Search: วงแล้วเสิร์ชจบเลย
ฟีเจอร์นี้ให้เรา “วงสิ่งที่อยากรู้ แล้วให้ AI หาให้ต่อ”
วิธีใช้:
ไปยังหน้าจอ/รูปภาพที่อยากค้นข้อมูล
กดปุ่มโฮมค้าง
วาดวงกลมรอบวัตถุหรือข้อความที่อยากรู้
เหมาะมากสำหรับคนทำคอนเทนต์ เช่น เจอเอฟเฟกต์ภาพสวย ๆ ในฟีด แล้วอยากรู้ว่าที่มาคืออะไร ก็วงแล้วค้นได้เลย
AI Note Assist: ผู้ช่วยสรุป–จัดโน้ตอัตโนมัติ
ฟีเจอร์นี้เปลี่ยนโน้ตยาว ๆ ให้เป็นข้อมูลที่อ่านง่ายขึ้น เหมาะกับทั้งนักเรียน คนทำงาน หรือครีเอเตอร์ที่ชอบร่างสคริปต์บนมือถือ
สิ่งที่ทำได้ เช่น:
จัดรูปแบบโน้ตใหม่ให้เป็นระเบียบ
สรุปใจความสำคัญ
แยกหัวข้อย่อย
แปลภาษา
วิธีใช้:
เปิดแอปโน้ตบน Funtouch OS
เลือกข้อความที่อยากให้ AI ช่วย
กดเลือกฟีเจอร์ AI ตามรูปแบบที่ต้องการ
แบตเตอรี่ 7000mAh + ชาร์จไว 120W: มือถือที่เล่น–ตัดต่อ–อัปโหลดได้ทั้งวัน
7000mAh บนมือถือเกมมิ่งยุคนี้คือของจริง และ Neo 10 ยังใส่ชาร์จไว 120W FlashCharge มาให้ พร้อมรองรับ Reverse Charge 10W ใช้เป็น Power Bank ชาร์จอุปกรณ์อื่นได้ผ่านสาย USB-C to C
จากการใช้งานจริงแบบเน้นเล่นเกมเป็นหลัก:
เล่นเกมกราฟิกโหดอย่าง Delta Force, ROV, Ragnarok Origin ต่อเนื่องราว 3–5 ชั่วโมง ยังเอาอยู่
การใช้งานทั่วไปทั้งวันตั้งแต่เช้าถึงก่อนนอน สามารถลากจบวันได้โดยไม่ต้องพกปลั๊กทุกที่
เคล็ดลับที่ทำให้ทั้งแบตเยอะและเครื่องไม่หนาคือ เทคโนโลยี Semi-Solid Gen 3 Silicon BlueVolt Battery ที่ช่วยให้:
จุแบตได้เยอะโดยตัวเครื่องยังบาง (Neo 10 หนาเพียง 8mm)
เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บ–คายประจุ
ยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในระยะยาว
คุณสมบัติแบตเพิ่มเติม
รองรับชาร์จเร็ว 120W มาตรฐานของ iQOO
รองรับ PD/PPS สูงสุด 100W
รองรับ UFCS สูงสุด 44W
จาก 1% ถึง 100% ประมาณ 36 นาที (เมื่อใช้ชาร์จ 120W)
รองรับ Reverse Charging 10W ชาร์จอุปกรณ์อื่นด้วยสาย C to C ได้
Bypass Charging: ฟีเจอร์ที่คนเล่นเกมยาว ๆ ต้องลองเปิดใช้
Bypass Charging คือการส่งไฟตรงเข้าเครื่องโดยไม่ผ่านแบต (หรือผ่านน้อยที่สุด) เวลาเราเสียบชาร์จและเล่นไปพร้อมกัน จุดประสงค์คือ:
ลดภาระและอุณหภูมิของแบตเตอรี่
ลดการเสื่อมของแบตเมื่อต้องเล่นเกมขณะชาร์จบ่อย ๆ
หลักการทำงานบน Neo 10 คือ:
โหมดนี้เริ่มทำงานเมื่อแบตถึงราว 20% ขึ้นไปและเปิดใช้งานผ่าน Game Mode
ระบบจะให้ความสำคัญกับการจ่ายไฟให้ชิปและระบบเป็นอันดับแรก แล้วค่อยลดการชาร์จเข้าแบตลง
เมื่อจบรอบชาร์จ ฟังก์ชันจะปิดเองอัตโนมัติ
ข้อดีของ Bypass Charging
เล่นไปชาร์จไปได้อย่างเสถียร เครื่องไม่ร้อนจนเฟรมดรอปง่าย
ลดจำนวนรอบการชาร์จเต็ม ช่วยยืดอายุของแบต
จ่ายไฟด้วยกระแสต่ำต่อเนื่อง (คล้าย Trickle Charging) ทำให้รักษาอุณหภูมิได้ดีขึ้น
สำหรับสายตัดต่อวิดีโอบนมือถือ ฟีเจอร์นี้คือพระเอก เพราะการเรนเดอร์ไฟล์ยาว ๆ และพรีวิวหลายรอบกินทั้งไฟและความร้อน การมี Bypass ช่วยให้ทำงานได้นานโดยไม่ทรมานแบตมากเกินไป
กล้อง: เกมมิ่งโฟนที่ “ถ่ายรูปได้จริง” ไม่ใช่แค่ให้มาพอมี
สเปกกล้อง
กล้องหลัก 50MP (F1.79, OIS) เซนเซอร์ SONY IMX882
กล้อง Ultra Wide 8MP (F2.2)
แฟลช Dual LED
กล้องหน้า 32MP (F2.45)
โหมดกล้องรองรับตั้งแต่ Snapshot, Night, Portrait, 50MP, Ultra HD Documents, Long Exposure, Supermoon ไปจนถึง Pro และ Professional Video สำหรับสายตั้งค่าด้วยตัวเอง
ในมุมคุณภาพภาพถ่าย:
กล้องหลัก SONY IMX882 เก่งมากในสภาพแสงน้อยที่ยังมีไฟบ้าง ตัวกล้องจัดการนอยซ์ได้ดี รายละเอียดไม่เละ
กลางวันหรือแสงดี ภาพคม สีบาลานซ์ดี และ HDR เก็บไดนามิกได้ค่อนข้างครบ
พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามองว่า Neo 10 เป็นมือถือเกมมิ่ง กล้องชุดนี้ถือว่า “สวยเกินมาตรฐานเกมมิ่งโฟน” ไปพอสมควร เหมาะกับคนที่อยากเล่นเกมหนักแต่ก็ต้องการภาพถ่ายไว้ลงโซเชียลแบบไม่ต้องพึ่งกล้องเสริม
ฟีเจอร์กล้อง AI ที่ช่วยงานสายคอนเทนต์
AI Erase
ฟีเจอร์ลบวัตถุ/คนที่ไม่อยากให้โผล่ในภาพ แก้ปัญหาฉากหลังคนเยอะหรือมีสิ่งกวนสายตาได้ค่อนข้างฉลาด เหมาะกับสายถ่ายรูปลงโซเชียลแบบเน้นฉากคลีน ๆ
AI Image Expander
ฟีเจอร์นี้ใช้ AI ช่วย “ต่อขยาย” พื้นหลังเวลาเราอยากเปลี่ยน Composition ภาพทีหลัง เช่น:
ภาพที่วัตถุหลักกินพื้นที่เฟรมเยอะเกินไป อยากเพิ่มพื้นที่โล่ง ๆ
อยากตัดวัตถุรบกวนออก แล้วให้ AI ช่วยเติมพื้นหลังให้เต็ม
วิธีใช้:
เข้าอัลบั้ม > เลือกแก้ไข > การจัดกรอบ > ตัวขยายภาพด้วย AI
ตัวอย่างงานภาพจากกล้อง iQOO Neo 10
ด้านล่างนี้คือแนวภาพที่กล้องของ Neo 10 ทำได้ดี เหมาะทั้งสายเที่ยว สายอาหาร สายถ่ายคน ไปจนถึงสายถ่ายกลางคืน
High-resolution Algorithm
Portrait Mode
โทนผิว การละลายหลัง และการตัดขอบทำได้ดี ใกล้เคียงมือถือเรือธงหลายรุ่น
Super Night Mode
เก่งทั้งการคุมแสง ปรับไฮไลต์ และจัดการนอยซ์ในฉากกลางคืนหรือแสงผสม
32MP Selfie Camera
โหมดเซลฟี่ให้รายละเอียดดี ใบหน้าคม เอฟเฟกต์ปรับสกินโทนอยู่ในจุดที่ยังดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับสายไลฟ์–สาย Vlog ใช้กล้องหน้าบ่อย ๆ
Wrap-up: มือถือสายเกม–สายตัดต่อที่จบครบในงบหมื่นกลาง
สรุปภาพรวมของ iQOO Neo 10 ถ้าให้นิยามสั้น ๆ คือ
“มือถือประสิทธิภาพเรือธง ในราคากลาง ที่เกิดมาเพื่อเล่นเกมและสร้างคอนเทนต์”
จุดที่เด่นมาก ๆ คือ:
ชิป Snapdragon 8s Gen 4 + Q1 ที่รองรับทั้งเกม 3D และงานตัดต่อวิดีโอบนมือถือได้อย่างสบาย
หน้าจอ AMOLED 1.5K 144Hz + Touch Sampling 3000Hz เหมาะกับทั้งสายเกมและสายไทม์ไลน์วิดีโอ
แบต 7000mAh + ชาร์จไว 120W + Bypass Charging เล่น–ตัดต่อ–อัปโหลดได้ยาวจริง
กล้องคู่ 50MP ที่คุณภาพเกินคำว่า “เกมมิ่งโฟน” พร้อมเครื่องมือ AI แต่งภาพใช้งานได้จริง
ดีไซน์สวย ทน มาตรฐาน IP65 + MIL-STD-810H พกไปถ่ายนอกหรือใช้ลุย ๆ ได้
ถ้าเอาไปเทียบกับคู่แข่งในช่วงราคาหมื่นกลาง จะเห็นชัดว่า Neo 10 เป็นมือถือที่ คุ้มมากสำหรับคนที่โฟกัสเรื่อง Performance และการใช้งานจริง โดยเฉพาะกลุ่มนี้:
เกมเมอร์ที่อยากได้เครื่องหลักเล่นเกมยาว ๆ ไม่ต้องชาร์จบ่อย
ครีเอเตอร์สายคอนเทนต์สั้น ถ่าย–ตัด–ลงจากมือถือเครื่องเดียว
คนที่อยากได้มือถือครอบคลุมทั้งเล่นเกม ถ่ายรูป และใช้งานทั่วไป แต่ไม่อยากขยับงบไปถึงเรือธงตัวท็อป
ราคาและรุ่นย่อย
iQOO Neo 10 วางจำหน่ายในไทย 2 รุ่นความจุ และ 2 สีหลัก คือ Cosmic Black และ Blazing Orange
รุ่น 12GB + 256GB ราคา 15,900 บาท
รุ่น 16GB + 512GB ราคา 17,900 บาท
สำหรับใครที่กำลังเลือกมือถือไว้เล่นเกมหนัก ๆ พร้อมใช้ทำคอนเทนต์หรือตัดต่อวิดีโอลงโซเชียลบ่อย ๆ iQOO Neo 10 คือหนึ่งในรุ่นที่ควรลองจับจริงก่อนตัดสินใจอย่างยิ่ง

