ทำไมปี 2025 คือจังหวะทองของคนขายของบน Amazon
แพลตฟอร์ม Amazon มียอดออร์เดอร์เป็นพันล้านรายการต่อปี ทำให้กลายเป็นสนามเล่นหลักของคนที่อยากสร้างธุรกิจออนไลน์แบบจริงจังและทำกำไรได้ระยะยาว
แต่การแข่งขันก็โหดไม่แพ้กัน ผู้ขายนับล้านกำลังแย่งพื้นที่บนหน้าจอลูกค้าคนเดียวกันอยู่ทุกวัน ดังนั้น การเลือกสินค้า จึงไม่ใช่แค่เรื่องดีลถูกหรือแพ็กสวย แต่เป็นปัจจัยที่ตัดสินได้เลยว่าธุรกิจของคุณจะไปต่อหรือไปไม่รอด
บทความนี้สรุปภาพใหญ่ของตลาด แนวโน้มกำไร และพฤติกรรมของผู้บริโภค พร้อมยกตัวอย่างหมวดสินค้าและสินค้าจริงที่มีศักยภาพ รวมถึงแนวทางคิดเพื่อให้คุณหา “สินค้าดาวเด่น” ของตัวเองให้ทันเกมในปี 2025
ก่อนจะเริ่มขายบน Amazon ต้องเข้าใจอะไรบ้าง
Amazon มีทราฟฟิกระดับหลายพันล้านครั้งต่อเดือน เปิดโอกาสให้คุณดึงสินค้าหนึ่งชิ้นไปอยู่ตรงหน้าลูกค้ามหาศาลโดยไม่ต้องสร้างแบรนด์เองทีละขั้น แต่โอกาสใหญ่ก็มาพร้อมกติกาและข้อจำกัดที่ต้องรู้ให้ชัด
ข้อดีของการขายบน Amazon
ลูกค้าจำนวนมหาศาล คุณเข้าถึงผู้ซื้อที่พร้อมจ่ายได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาหลายปีเพื่อให้คนรู้จักแบรนด์
ระบบหลังบ้านครบวงจร ตั้งแต่การจ่ายเงิน การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการจัดการเรื่องการคืนสินค้า ผ่านโปรแกรมรับประกัน A-ถึง-Z
บริการ FBA (Fulfillment by Amazon) ช่วยดูแลสต็อก แพ็ก และจัดส่งให้ คุณจึงโฟกัสที่การหาสินค้าและทำการตลาดได้เต็มที่
ข้อได้เปรียบจาก Prime ลูกค้า Prime มักกรองดูเฉพาะสินค้าที่เข้าเกณฑ์ Prime ทำให้สินค้าที่ใช้ FBA เห็นง่ายขึ้นและมีโอกาสแปลงยอดขายได้ดีกว่า
ข้อเสียและความท้าทาย
คู่แข่งแน่นแทบทุกหมวด คุณไม่ได้แข่งแค่เรื่องราคา แต่แข่งกันทุกมิติ ตั้งแต่รีวิว ภาพลักษณ์ ไปจนถึงประสบการณ์ใช้งาน
อัลกอริทึมเปลี่ยนได้ตลอด วันดีคืนดีอันดับสินค้าคุณอาจหายจากหน้าแรก เพราะ Amazon ปรับระบบจัดอันดับ
ค่าธรรมเนียมหลายชั้น ค่าธรรมเนียมอ้างอิง ค่าบริการ FBA และค่าอื่นๆ รวมกันแล้วอาจกินกำไรไปไม่น้อย หากคำนวณไม่ดีตั้งแต่แรก
นโยบายเข้มงวด ทั้งเรื่องคุณภาพสินค้า การบริการลูกค้า และผลงานโดยรวมของบัญชี การผิดกติกาบางข้ออาจนำไปสู่การถูกระงับบัญชีได้
ในปี 2024 Amazon.com มียอดเข้าชมราว 2.2 พันล้านครั้งในเดือนเดียว ตัวเลขระดับนี้คือสัญญาณชัดเจนว่าถ้าคุณเลือกสินค้าถูก ตัวธุรกิจมีโอกาสขยายได้เร็วมาก
เข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมของ Amazon ให้เคลียร์
ถ้าอยากเล่นเกมนี้ให้นานและกำไรไม่หายกลางทาง คุณต้องรู้ว่าค่าธรรมเนียมแต่ละส่วนกระทบกำไรอย่างไรบ้าง
ค่าธรรมเนียมการอ้างอิง โดยทั่วไปจะอยู่ราว 8–15% ของราคาขาย ขึ้นกับหมวดสินค้า บางหมวดอย่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อาจต่ำกว่านี้ แต่หมวดอย่างเครื่องประดับหรือศิลปะอาจสูงขึ้น
ค่าสมาชิกรายเดือน (บัญชีมืออาชีพ) ประมาณ 39.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน แลกกับการใช้เครื่องมือขั้นสูงและลงสินค้าได้ทีละจำนวนมาก เหมาะกับคนที่ตั้งใจทำจริงจัง
ค่าธรรมเนียมต่อรายการ สำหรับผู้ใช้แผนรายบุคคล จะจ่ายค่าธรรมเนียมต่อชิ้นที่ขายได้ เพิ่มจากค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ค่าธรรมเนียมปิดบัญชีสำหรับสินค้าประเภทสื่อ เช่น หนังสือ ดีวีดี เกม และสินค้าสื่ออื่นๆ จะมีค่าปิดการขายแบบคงที่ต่อรายการ เพิ่มมาจากค่าธรรมเนียมส่วนอื่น
ในฝั่ง FBA:
ค่าธรรมเนียม FBA ครอบคลุมการเก็บ หยิบ แพ็ก และส่งสินค้า ค่าธรรมเนียมผันแปรตามขนาด น้ำหนัก และระยะเวลาที่อยู่ในคลัง หากเก็บนานเกิน 181 วันอาจมีค่าธรรมเนียมจัดเก็บระยะยาวเพิ่มเข้ามา
สรุปคือ ถ้าคุณกำลังมองหาสินค้าจะขายบน Amazon FBA ในปี 2025 ต้องเอาค่าธรรมเนียมทั้งหมดเข้ามาอยู่ในสมการตั้งแต่ตอนวางราคาขาย ผู้ขายที่ไปได้สวยมักตั้งเป้ากำไรหลังหักต้นทุนและค่าธรรมเนียมทุกอย่างแล้วอย่างน้อย 30–40%
เทคนิคหา “สินค้าที่มียอดขายสม่ำเสมอ” แทนการลุ้นโชค
การจะตอบคำถามว่า สินค้าอะไรที่เหมาะจะขายบน Amazon จริงๆ ต้องเริ่มจากการมองหา หมวดสินค้าที่มีความต้องการสูงต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว
หนึ่งในวิธีที่ใช้ได้ดีคือดูข้อมูลย้อนหลังจากช่วงเวลาขายแรง เช่น Amazon Prime Day ปี 2024 ซึ่งพบว่า:
ลูกค้าในสหรัฐฯ ราว 34% ซื้อสินค้าในหมวดเสื้อผ้าและเครื่องประดับ
ประมาณ 32% เลือกซื้อสินค้าในหมวดสุขภาพและความงาม
ราว 28% ซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค
หมวดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคพร้อมใช้เงินกับอะไร และคุณสามารถดึงไอเดียไปต่อยอดได้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าขายประจำปี หรือสินค้าตามฤดูกาล
หมวดสินค้าที่มักทำยอดดีบน Amazon
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น การเกาะไปกับหมวดยอดนิยมคือวิธีลดความเสี่ยงได้ดี แต่ต้องเลือกจุดยืนให้ต่างจากคู่แข่ง
สุขภาพและการดูแลส่วนบุคคล
สินค้าอย่างอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และสินค้าสายสุขภาพโดยรวมยังเติบโตต่อเนื่อง จุดเด่นคือมักมีลูกค้าซื้อซ้ำและมีมูลค่าออร์เดอร์เฉลี่ยค่อนข้างสูงบ้านและห้องครัว
สินค้าที่ช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน หรือช่วยให้อยู่บ้านง่ายขึ้น เช่น ของจัดระเบียบบ้าน เครื่องใช้ในครัวเฉพาะทาง มักติดอันดับขายดีอยู่เสมออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เสริม
โดยเฉพาะอุปกรณ์เสริมมือถือ คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฮม เป็นหมวดที่ดีถ้าคุณเข้าใจเทคโนโลยีและเลือกเล่นในนิชมาร์เก็ตที่ยังไม่แน่นจนเกินไปกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง
ได้แรงหนุนจากเทรนด์รักสุขภาพและกิจกรรมกลางแจ้ง สินค้าสายฟิตเนสและแคมป์ปิ้งมักมีช่วงพีกตามฤดูกาล แต่ถ้าบริหารสต็อกดี ก็เป็นอีกหมวดทำเงินสวย
อ่านเทรนด์ตลาดให้ทันเกม
พฤติกรรมผู้บริโภคมักเปลี่ยนตามเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และเหตุการณ์ระดับโลก ถ้าคุณตามเทรนด์ทัน คุณจะมองเห็นโอกาสก่อนคนอื่น
ตัวอย่างแนวโน้มที่น่าจับตา:
สมาร์ทโฮม ยังคงขยายตัว เพราะคนหันมาใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อกันมากขึ้นในบ้าน
สินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีแรงสนับสนุนจากกระแสรักษ์โลก ผู้บริโภคพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อสินค้าที่รู้สึกดีต่อสิ่งแวดล้อม
การทำงานทางไกล กระตุ้นดีมานด์อุปกรณ์สำนักงานที่บ้าน อุปกรณ์เสริมตามหลักสรีรศาสตร์ และเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
สินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เติบโตต่อเนื่อง เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญกับการดูแลและคุณภาพชีวิตของสัตว์มากขึ้น
อย่าลืมดูเทรนด์ตามฤดูกาล เช่น ช่วงเปิดเทอม ช่วงวันหยุดยาว หรือเทศกาลต่างๆ ที่ดันยอดขายสินค้าเฉพาะกลุ่มอย่างอุปกรณ์เรียน ของขวัญ หรือแก็ดเจ็ตบางประเภท
25 สินค้าที่น่าจับตาบน Amazon ในปี 2025
จากการมองภาพรวมตลาดและดีมานด์ของผู้บริโภคในหลายหมวดหมู่ ต่อไปนี้คือตัวอย่างสินค้าในหมวดสำคัญที่มีศักยภาพในปี 2025 (ใช้เป็นไอเดีย ตั้งต้นไปต่อยอดวิจัยของตัวเองอีกที)
1. หมวดสุขภาพและการดูแลส่วนบุคคล
อาหารเสริมคอลลาเจน
สายดูแลผิวและข้อต่อยังแรงต่อเนื่อง สินค้าที่เน้นคุณภาพ มีการทดสอบโดยบุคคลที่สาม และระบุส่วนผสมชัดเจนมักตั้งราคาได้สูงกว่าน้ำมันหอมระเหยและเครื่องกระจายกลิ่น
ได้แรงหนุนจากเทรนด์เวิร์กไลฟ์บาลานซ์และการดูแลตัวเอง เครื่องกระจายกลิ่นแบบอัลตราโซนิคที่ตั้งเวลาได้ มีไฟ LED ถือเป็นจุดขายที่ลูกค้าชอบแถบออกกำลังกายแบบแรงต้าน
เป็นไอเท็มประจำบ้านของสายฟิตเนส เพราะราคาไม่แรง ประหยัดพื้นที่ และใช้ได้หลายท่า ชุดที่มีหลายระดับแรงต้านและมีคู่มือการออกกำลังกายให้ มักทำผลงานได้ดีแว่นกรองแสงสีฟ้า
คนใช้หน้าจอเยอะขึ้นทุกปี แว่นดีไซน์ดีพร้อมเลนส์กรองแสงที่มีข้อมูลรองรับดึงดูดทั้งสายทำงานและนักเรียน
2. หมวดบ้านและห้องครัว
อุปกรณ์เสริมสำหรับหม้อทอดไร้น้ำมัน
กระแส Air Fryer ยังไม่ไปไหน ตะกร้าซิลิโคน แผ่นรองอบ และตะแกรงเฉพาะกิจช่วยให้เจ้าของเครื่องใช้งานได้คุ้มขึ้นอุปกรณ์จัดการสายไฟและสายเคเบิล
ยุคบ้านเต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า การจัดระเบียบสายเป็น Pain Point ที่คนยอมจ่าย ถาดใต้โต๊ะ กล่องเก็บสาย หรือปลอกพันสายคือไอเดียที่น่ามองตัวจัดระเบียบลิ้นชัก
คนอยากบ้านเป็นระเบียบมากขึ้น ตัวแบ่งลิ้นชักแบบปรับได้ หรือกล่องเก็บของที่ซ้อนกันได้ใช้ได้กับหลายห้อง ยืดหยุ่นต่อการจัดวางถุงเก็บอาหารใช้ซ้ำได้
ถุงซิลิโคนเกรดดี ปลอดภัยกับเครื่องล้างจานและช่องแช่แข็ง ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและสายรักโลก
3. หมวดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์เสริม
แท่นชาร์จไร้สาย
เมื่ออุปกรณ์ที่รองรับเพิ่มขึ้น สินค้าที่รองรับชาร์จเร็ว ดีไซน์บาง และปลอดภัยมักตั้งราคาสูงกว่ารุ่นพื้นฐานได้เลนส์เสริมสำหรับกล้องมือถือ
เลนส์มาโคร มุมกว้าง หรือเทเลโฟโต้สำหรับมือถือถูกใจทั้งคอนเทนต์ครีเอเตอร์และคนชอบถ่ายภาพฮับ USB-C แบบหลายพอร์ต
แล็ปท็อปรุ่นใหม่ช่องน้อยลง แต่ความต้องการเชื่อมต่อเพิ่มขึ้น ฮับที่ให้ HDMI, USB-A และช่องอ่านการ์ด SD ในตัวเดียวตอบโจทย์คนทำงานทางไกลอุปกรณ์เสริมเกมมิ่ง
เช่น แผ่นรองเมาส์เกมมิ่ง ขาตั้งหูฟัง หรือกริ๊ปคอนโทรลเลอร์แบบคัสต้อม เหมาะกับตลาดเกมเมอร์ที่พร้อมลงทุนกับเซ็ตอัปของตัวเอง
4. หมวดกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง
เสื่อโยคะ
ความต้องการคงเส้นคงวา เสื่อหนาพิเศษ พื้นผิวกันลื่นดี และมีเส้นแนวช่วยจัดท่าทาง ทำให้โดดเด่นในตลาดที่คู่แข่งเยอะขวดน้ำพร้อมช่องใส่ผลไม้
ขวดที่ชงชา/ใส่ผลไม้ได้ และมีมาร์กเวลาดื่มช่วยกระตุ้นให้ดื่มน้ำมากขึ้น เป็นสินค้าที่ทั้งใช้จริงและถ่ายรูปสวยชุดยางแรงต้านแบบวง
ขนาดกะทัดรัดแต่ใช้งานได้หลายแบบ ชุดที่รวมหลายระดับแรงต้านและมีไกด์การออกกำลังกายสร้างมูลค่าเพิ่มได้ดีอุปกรณ์ตั้งแคมป์
เช่น เก้าอี้พกพา เครื่องครัวพับเก็บได้ หรือโคมไฟ LED ใช้ได้ทั้งสายแคมป์จริงจังและสายแคมป์หน้าบ้าน
5. หมวดสินค้าสัตว์เลี้ยง
ของเล่นสุนัขแบบโต้ตอบ
เน้นแก้ปัญหาสุนัขเบื่อหรือเครียดเวลาอยู่บ้านคนเดียว ของเล่นประเภทปริศนา หรือแบบปล่อยขนมเป็นตัวอย่างที่ดีน้ำพุให้น้ำสำหรับแมว
แมวหลายตัวดื่มน้ำน้อย น้ำพุไหลหมุนเวียนพร้อมมอเตอร์เงียบและถอดล้างง่ายคือจุดขายสำคัญกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงสำหรับสัตว์ตัวเล็ก
เช่น กระต่าย หนูตะเภา หรือเฟอร์เรต เป็นนิชมาร์เก็ตที่ไม่แน่นเท่าตลาดสุนัข/แมว แต่ดีมานด์กำลังมาอุปกรณ์กรูมมิ่งสัตว์เลี้ยง
แปรงลดขนร่วง หรือกีดตัดเล็บที่ออกแบบมาเน้นความปลอดภัยช่วยให้เจ้าของดูแลสัตว์เองระหว่างไปหาช่างได้
6. หมวดทารกและเด็ก
อุปกรณ์ช่วยการนอนของเด็กเล็ก
เครื่องเสียงไวท์นอยส์หรือไฟกลางคืนที่ตั้งเวลาได้ตอบโจทย์พ่อแม่ที่กำลังมองหาตัวช่วยเรื่องการนอนของลูกของเล่นเสริมพัฒนาการ
ของเล่นเน้นสกิลพื้นฐานหรือแนวคิดแบบมอนเตสซอรีดึงดูดผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เป้อุ้มเด็กแบบสรีรศาสตร์
ตัวช่วยสายอุ้มเด็กที่กำลังมาแรง เป้อุ้มที่ปรับท่าอุ้มได้หลายแบบและระบายอากาศดี มักตั้งราคาได้สูง
7. หมวดความงามและการดูแลส่วนบุคคล
แปรงทำความสะอาดผิวหน้า
แปรงซิลิโคนกันน้ำ ปรับความแรงได้หลายระดับ เหมาะกับคนที่จริงจังกับรูทีนสกินแคร์เครื่องมือจัดแต่งทรงผมสำหรับใช้ที่บ้าน
อย่างแปรงกันความร้อนหรืออุปกรณ์จัดลอนที่เลียนแบบงานซาลอน ช่วยให้คนทำผมเองได้ง่ายขึ้นชุดอุปกรณ์ทำเล็บ
เทรนด์ทำเล็บเองที่บ้านทำให้ชุดทาเล็บเจลหรือคิทปั้นเล็บที่ให้ลุคแบบมืออาชีพขายได้ดี
วิธีหาไอเดียสินค้าใหม่ให้แม่นกว่าเดา
การจะหา “สินค้าที่ใช่” ไม่ควรใช้แค่เซนส์ ต้องมีการวิจัยรองรับ ทั้งจากข้อมูลใน Amazon เองและเครื่องมือเสริมอื่นๆ
ใช้หน้า Best Sellers ของ Amazon ให้เป็น
หน้า Best Sellers ของแต่ละหมวดคือดัชนีชี้ชัดว่า ตอนนี้ ลูกค้ากำลังซื้ออะไรอยู่จริงๆ รายการอัปเดตทุกชั่วโมง ทำให้เห็นเทรนด์แบบเกือบเรียลไทม์
เข้าไปดูทีละหมวดที่คุณสนใจ โฟกัสสินค้าที่ติดอันดับดีอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ขึ้นแรงแค่ช่วงสั้นๆ
สังเกตสินค้าตามฤดูกาล เช่น สินค้าที่พีกช่วงเปิดเทอมหรือเทศกาล แล้ววางแผนสต็อกให้ทันรอบนั้น
ใช้หมวด “สินค้ามาแรง” เพื่อหาเทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังไต่อันดับขึ้นอย่างรวดเร็ว
ใช้เครื่องมือวิจัยผลิตภัณฑ์ภายนอก
เครื่องมือที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยสินค้า สามารถช่วยประเมินยอดขายโดยประมาณ รายได้ และระดับการแข่งขัน พร้อมฐานข้อมูลที่กรองได้ตามหมวด ราคา และปริมาณการขาย
อีกชุดเครื่องมือหนึ่งเน้นการวิเคราะห์คำค้นและการปรับแต่งหน้า Listing ทำให้คุณหา “ช่องว่างกำไรดี” ตามเงื่อนไขที่คุณกำหนดเอง
ส่วนอีกกลุ่มเครื่องมือจะช่วยดึงข้อมูลจากหน้าสินค้าจริงบน Amazon ผ่านส่วนขยายเบราว์เซอร์ ให้คุณเห็นตัวเลขสำคัญทันทีระหว่างกำลังรีเสิร์ช
นอกเหนือจากเครื่องมือแบบเสียเงินแล้ว การวิจัยด้วยตัวเองยังสำคัญมาก ลอง:
ดูเทรนด์บนโซเชียลมีเดีย
อ่านสื่อในอุตสาหกรรม
ส่องฟอรั่มหรือกลุ่มที่ลูกค้าคุยกัน เพื่อดูว่าคนบ่นอะไร รู้สึกขาดอะไรอยู่
ตรวจสอบไอเดียสินค้า ก่อนทุ่มทุนสั่งของ
ก่อนจะทุ่มทุนลงสินค้าใดสินค้าหนึ่ง คุณควรผ่านขั้นตอน “ตรวจสอบความต้องการ” จากหลายมุมมอง
ดูปริมาณการค้นหา
ใช้เครื่องมืออย่าง Google Keyword Planner หรือแพลตฟอร์มวิเคราะห์คำค้นอื่นๆ เพื่อดูว่ามีคนค้นหาผลิตภัณฑ์ประเภทนั้นเท่าไรต่อเดือนประเมินการแข่งขัน
ดูจำนวนผู้ขาย คู่แข่งหลักจำนวนรีวิว และระดับราคา แล้วประเมินว่าตลาดนี้ยังมีพื้นที่ให้คุณเข้าไปยืนได้หรือไม่คำนวณอัตรากำไรให้ชัด
รวมทุกอย่าง: ต้นทุนสินค้า ค่าธรรมเนียม Amazon ค่าโฆษณา และค่าจัดส่ง ถ้าหลังหักทุกอย่างแล้วกำไรเหลือต่ำกว่า ~30% ธุรกิจอาจเปราะบางเมื่อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มภายหลังวิเคราะห์รีวิวของลูกค้า
อ่านคำวิจารณ์ของสินค้าที่ขายดีในหมวดเดียวกัน ดูว่า ลูกค้าบ่นเรื่องอะไรบ่อยๆ นั่นคือโอกาสให้คุณออกแบบเวอร์ชันที่ดีกว่าได้
จากการเลือกสินค้า ไปสู่การสร้างธุรกิจ Amazon ที่ขยายได้
การเลือกสินค้าที่จะขายบน Amazon เป็นเพียงก้าวแรก การบริหารร้านในชีวิตจริงยังมีเรื่องการจัดการสต็อก การตอบลูกค้า การยิงโฆษณา และการขยายช่องทางการขายเข้ามาเกี่ยวข้อง
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซบางรายช่วยให้คุณ:
เปิดร้านบนเว็บไซต์ของตัวเอง
เชื่อมสินค้าชุดเดียวกันไปขายบน Amazon และมาร์เก็ตเพลสอื่นพร้อมกัน
จัดการสินค้าและออร์เดอร์จากหลายช่องทางผ่านระบบหลังบ้านเดียว
ข้อดีคือ แคตตาล็อกสินค้าและสต็อกจะอัปเดตอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงสต็อกเพี้ยน และช่วยให้คุณโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ หาสินค้าดี ทำแบรนด์ให้ชัด และให้บริการลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อคุณ:
เข้าใจค่าธรรมเนียมทั้งหมด
รู้วิธีหาและตรวจสอบไอเดียสินค้า
เลือกใช้เครื่องมือบริหารร้านและสต็อกให้เหมาะกับตัวเอง
ก็ถึงเวลาลงสนามจริง เปลี่ยน Amazon จากแค่แพลตฟอร์มยอดนิยม ให้กลายเป็น ช่องทางทำกำไรหลักของธุรกิจคุณในปี 2025

