รับแอปรับแอป

Bethesda เทใจให้ The Elder Scrolls VI เต็มสตูดิโอ Todd Howard อัปเดตความคืบหน้า พร้อมเผยข่าว Starfield เร็ว ๆ นี้

Phanuphong.T02-19

แฟนเกม RPG (Role-Playing Game หรือเกมสวมบทบาท) ของค่าย Bethesda มีเรื่องให้อัปเดตอีกครั้ง หลัง Todd Howard หัวเรือใหญ่ของ Bethesda Game Studios ออกมาให้สัมภาษณ์ยาวเกือบหนึ่งชั่วโมง พูดถึงแฟรนไชส์หลักอย่าง The Elder Scrolls, Fallout และ Starfield แม้จะยังไม่มีรายละเอียดใหญ่ ๆ แบบเจาะลึก แต่ก็มีหลายประเด็นสำคัญที่ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ตอนนี้สตูดิโอกำลังโฟกัสอะไรอยู่ และอนาคตของแต่ละเกมจะเดินไปทางไหน

ข่าวใหญ่ที่สุดคงหนีไม่พ้นการยืนยันว่า “คนส่วนใหญ่ในสตูดิโอ” กำลังทุ่มกำลังพัฒนา The Elder Scrolls VI อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็มีสัญญาณว่า Starfield กำลังจะมีอัปเดตสำคัญในเร็ว ๆ นี้ แต่จะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “Starfield 2.0”

บทความนี้จะพาไปไล่เรียงว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเกี่ยวข้อง เรื่องนี้สำคัญอย่างไร และแฟนเกมจะคาดหวังอะไรได้บ้าง


The Elder Scrolls VI คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?

คนส่วนใหญ่ของสตูดิโอทำเกมนี้อยู่

Todd Howard ยอมรับตรง ๆ ว่า การประกาศ The Elder Scrolls VI ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากทำที่สุด แต่ตอนนี้ตัวเกมกำลัง “ไปได้ดี” และทีมงานพอใจกับทิศทางการพัฒนา

ที่น่าสนใจคือ เขาระบุชัดว่า

“คนส่วนใหญ่ของสตูดิโอ และพาร์ตเนอร์บางส่วน กำลังทำงานอยู่กับ The Elder Scrolls VI”

นั่นหมายความว่า Bethesda กำลังทุ่มทรัพยากรหลักไปที่เกมนี้จริง ๆ ไม่ใช่แค่โปรเจกต์รองหรืออยู่ในช่วงวางแผนเท่านั้น

Howard ยังบอกด้วยว่า ตัวเกมสามารถเล่นได้แล้วภายในทีม และกำลังจะผ่าน “หมุดหมายสำคัญ” ภายในองค์กร (internal milestone) ซึ่งโดยปกติแล้วในวงการพัฒนาเกม คำนี้มักหมายถึงจุดที่ระบบหลัก ๆ ทำงานได้ครบตามแผน หรือเข้าสู่เฟสสำคัญของการผลิต

อย่างไรก็ตาม เขาก็ย้ำว่า เกมยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะวางจำหน่าย


ทำไม Bethesda ถึงไม่อยากพูดถึงเกมช่วงนี้มากนัก?

Howard อธิบายว่า เขาไม่ค่อยชอบพูดถึงช่วง “รอยต่อ” ระหว่างการประกาศเกมกับวันที่เกมออกจริง ๆ เพราะเป็นช่วงที่ยังมีรายละเอียดไม่ครบ และยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะกับการโชว์ของเต็มรูปแบบ

เขาบอกชัดว่า จะตื่นเต้นกว่านี้เมื่อเกมใกล้เสร็จจริง และใกล้วันวางจำหน่ายมากขึ้น

ถ้ามองในมุมธุรกิจและการตลาด นี่คือแนวทางที่ Bethesda ใช้มาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะกับ Fallout 4 ที่เคยเปิดตัวแบบใกล้วันวางขายมาก ๆ เพื่อไม่ให้แฟน ๆ ต้องรอนานหลายปีหลังจากเห็นตัวอย่างแรก


กลับสู่ “สไตล์คลาสสิก” ของ Bethesda

อีกประเด็นที่แฟนเกมพูดถึงกันมากคือ แนวทางของ The Elder Scrolls VI

Howard บอกว่า Starfield และ Fallout 76 เป็นเหมือน “ทางแยกเชิงสร้างสรรค์” (creative detour) จากสไตล์ RPG แบบดั้งเดิมของ Bethesda แต่สำหรับ The Elder Scrolls VI พวกเขากำลัง “กลับไปสู่สไตล์คลาสสิกที่เราคิดถึง และเรารู้จักมันดีมาก”

คำว่า “สไตล์คลาสสิก” ในที่นี้ หลายคนตีความว่าอาจหมายถึงรูปแบบเกมโลกเปิดแฟนตาซีแบบ Skyrim ที่เน้นการสำรวจโลก เควสต์หลัก-รองที่หลากหลาย และระบบ RPG ที่แฟน ๆ คุ้นเคย

สำหรับแฟน The Elder Scrolls นี่ถือเป็นสัญญาณบวก เพราะหลายคนอยากเห็นเกมที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียง Skyrim มากกว่าการทดลองอะไรใหม่เกินไป


Creation Engine 3 เทคโนโลยีเบื้องหลัง TES VI

Howard ยังพูดถึงเทคโนโลยีที่ใช้พัฒนาเกมด้วย โดยระบุว่า

  • Starfield ใช้ Creation Engine 2

  • The Elder Scrolls VI จะใช้ Creation Engine 3

Creation Engine คือเอนจิน (game engine หรือระบบหลักที่ใช้สร้างเกม) ของ Bethesda เอง ซึ่งเป็นหัวใจของเกมอย่าง Skyrim, Fallout 4 และ Starfield

ที่ผ่านมา มีข่าวลือว่า Bethesda อาจเปลี่ยนไปใช้ Unreal Engine 5 แต่ Howard ยืนยันชัดว่า พวกเขายังคงใช้ Creation Engine ต่อไป และได้อัปเกรดมันขึ้นมาเป็นเวอร์ชันใหม่เพื่อรองรับเกมในอนาคต

การพัฒนาเอนจินต่อเนื่องแบบนี้ สะท้อนว่า Bethesda ต้องการรักษา “ลายเซ็น” ของเกมตัวเอง ทั้งด้านระบบ ฟิสิกส์ การโต้ตอบในโลกเกม และโครงสร้างแบบ RPG ที่แฟน ๆ คาดหวัง


แล้ว Fallout ล่ะ?

แม้จะมีคำถามเกี่ยวกับ Fallout แต่ Howard ให้รายละเอียดเพียงว่า มี “หลายโปรเจกต์” เกี่ยวกับ Fallout อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียด

นั่นหมายความว่าแฟรนไชส์ Fallout ยังไม่หายไปไหน เพียงแต่ตอนนี้สปอตไลต์หลักอยู่ที่ The Elder Scrolls VI


Starfield กำลังจะมีอะไรใหม่?

อีกครึ่งหนึ่งของบทสัมภาษณ์โฟกัสไปที่ Starfield เกมไซไฟโลกอวกาศที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้

Howard ยืนยันว่า Bethesda กำลังทำ “คอนเทนต์จำนวนมาก” ให้กับ Starfield และจะพร้อมพูดถึงมัน “เร็ว ๆ นี้”

แต่ไม่มี Starfield 2.0

เขาย้ำชัดว่า จะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “Starfield 2.0” หรือการยกเครื่องเกมครั้งใหญ่แบบพลิกโฉมทั้งหมด

สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ:

  • อัปเดตและคอนเทนต์ใหม่

  • การเปลี่ยนแปลงในระดับเมตา (meta)

  • การใช้ “Outer Space” หรือพื้นที่อวกาศในรูปแบบที่ยังไม่เคยทำมาก่อน

คำว่า “เมตา” ในบริบทเกม มักหมายถึงระบบภาพรวม โครงสร้างการเล่น หรือแนวคิดที่ส่งผลกับทั้งเกม ไม่ใช่แค่เพิ่มภารกิจเล็ก ๆ

อย่างไรก็ตาม Howard ก็พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า
ถ้าใครเล่น Starfield แล้วรู้สึกไม่อิน หรือรู้สึกเบื่อในบางจุด อัปเดตครั้งนี้อาจไม่ได้เปลี่ยนความรู้สึกนั้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

นี่ถือเป็นการตั้งความคาดหวัง (expectation setting) ที่ชัดเจน ไม่ได้สัญญาว่าจะพลิกเกมใหม่ทั้งหมด


Starfield บน PS5 มีโอกาสแค่ไหน?

Howard ยังบอกว่า งานพัฒนา Starfield จะไม่จบหลังอัปเดตใหญ่ครั้งถัดไป และมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า Starfield อาจมาลง PS5 ในเดือนเมษายน 2026

แม้เขาไม่ได้ยืนยันตรง ๆ แต่ก็มีแนวโน้มว่า ข่าวใหญ่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มอาจมาพร้อมกับอัปเดตครั้งนี้

ถ้าเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นก้าวสำคัญของ Starfield ในการขยายฐานผู้เล่น


ทำไมข่าวนี้ถึงสำคัญกับวงการเกม?

  1. ยืนยันว่า The Elder Scrolls VI คือโปรเจกต์หลักของ Bethesda

  2. ตอกย้ำการใช้ Creation Engine 3 แทนการเปลี่ยนเอนจิน

  3. บอกทิศทางชัดเจนว่า TES VI จะกลับสู่สไตล์ RPG แบบคลาสสิก

  4. ส่งสัญญาณว่า Starfield ยังไม่ถูกทิ้ง และกำลังจะมีอัปเดตใหญ่

สำหรับแฟน RPG ข่าวนี้ช่วยลดความกังวลว่า Bethesda จะหลงทางไปไกลจากรากเดิมของตัวเอง


สรุปภาพรวม: ต้องรออีกนาน แต่ทิศทางชัดเจนขึ้น

แม้ The Elder Scrolls VI จะยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร และข้อมูลใหม่ ๆ ยังไม่มากนัก แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ Bethesda กำลังทุ่มกำลังหลักไปที่เกมนี้เต็มตัว

ในขณะเดียวกัน Starfield ก็ยังมีชีวิต มีอัปเดตใหม่กำลังจะมา แม้จะไม่ใช่การรีบูตใหญ่แบบ 2.0 ก็ตาม

ตอนนี้จึงเป็นช่วงรอคอยที่แฟน ๆ ต้องอดทนอีกระยะ แต่ทิศทางเริ่มชัดว่า Bethesda ต้องการพา The Elder Scrolls VI กลับสู่รากเหง้า RPG แบบที่แฟน ๆ คิดถึง

และคำถามใหญ่ที่ยังรอคำตอบก็คือ
เราจะได้เล่นมันเมื่อไร