ชีวิตติดดอย แต่หัวใจอยากหนีเมือง: จุดเริ่มต้นของ Kianesque
ในวันที่ชีวิตรู้สึกหนืด หน่วง และอึนเหมือนเดินอยู่ในโคลน รายการเรียลลิตี้โชว์อย่าง Kian’s Bizarre B&B กลับพุ่งขึ้นอันดับ 1 ในเกาหลี และติดท็อป 10 ของเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลก ด้วยคอนเซ็ปต์สุดเพี้ยนของที่พักริมทะเลที่ออกแบบโดย ‘คีอัน84’ เว็บตูนนิสต์/ศิลปิน/เอนเตอร์เทนเนอร์ ที่ใช้ความดิบ ความเพี้ยน และความซื่อแบบไม่ปรุงแต่ง มาเปิดประตูทางหนีไฟให้คนที่กำลังเบื่อชีวิตตัวเอง
เพราะในโลกที่ทุกอย่างดูบีบคั้นและควบคุมไม่ได้ ทัศนคติแบบ Kianesque กลับชวนให้มองหา “ทางออกที่คาดไม่ถึง” แม้ว่าเราจะกำลังติดอยู่ในโลกแบบ Kafkaesque ที่ชวนหดหู่สุดขีดก็ตาม
Kafkaesque: เมื่อเราเป็นคนนอกในชีวิตของตัวเอง
คำว่า Kafkaesque มีรากมาจากงานเขียนของ Franz Kafka นักเขียนเชื้อสายยิวผู้สร้างโลกวรรณกรรมที่เต็มไปด้วยตัวละครผู้โดดเดี่ยว แปลกแยก และรู้สึกเหมือนตนเป็นคนนอกในชีวิตของตัวเอง
ตัวละครของคาฟคาไม่ได้เป็นทุกข์เพราะดราม่าเล็กๆ น้อยๆ แต่เพราะถูกกดทับด้วยคำว่า “อำนาจ” – ทั้งอำนาจของ “พ่อ” ในชีวิตจริงและในนิยาย ระบบราชการที่ยุ่งยากจนไร้เหตุผล ระบบทุนที่รีดพลังชีวิตจนไม่เหลือแรงจะหายใจ
ในโลกแบบนี้ เราไม่ได้แค่เหนื่อย แต่รู้สึกเหมือนเป็นพลเมืองชั้นรอง ที่ไม่มีสิทธิ์ควบคุมแม้แต่ชีวิตตัวเอง
จึงไม่น่าแปลกที่หนึ่งในฉากเปิดเรื่องที่ดังที่สุดของคาฟคา จะเริ่มต้นด้วยประโยคสะเทือนใจ เมื่อตัวละครลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงแล้วพบว่า ตัวเองกลายเป็นแมลงยักษ์ ในนิยาย The Metamorphosis – ไม่ใช่แค่ร่างกายที่แปลกแยก แต่คือความรู้สึกว่า “นี่ไม่ใช่ชีวิตของเราอีกต่อไปแล้ว”
Kianesque: ชีวิตมันพังได้ แต่ขำได้ด้วย
ฝั่งหนึ่งคือ Kafkaesque ที่ทำให้เรารู้สึกเป็นคนอื่นในชีวิตตัวเอง แต่อีกฝั่งคือ Kianesque ที่ดิบ พัง เละเทะ แต่ดันทำให้คนดูรู้สึกว่า “เออ…ชีวิตมันยังพอหัวเราะออกได้อยู่”
คีอัน84 หรือคิมฮีมิน คือเว็บตูนนิสต์และศิลปินผู้กลายมาเป็นตัวหลักในรายการ I Live Alone รายการที่ให้ผู้ชมได้แอบส่องชีวิตจริงแบบไม่ใส่ฟิลเตอร์ของคนหนึ่งคน ที่กินข้าวเสร็จแล้วง่วงจัด เลยเดินไปนอนตามซอกตึก ซักผ้าขี้ริ้วรวมกับเสื้อดีๆ มีโต๊ะกินข้าวแต่กลับนั่งพื้น กินชาบูทั้งต้นผักโดยแทบไม่หั่นอะไรทั้งนั้น
จิน BTS เองยังเคยลองใช้ชีวิตแนวคีอัน: กินจน Food Koma แล้วไปนอนซอกตึกแบบไม่คิดมากด้วยซ้ำ
คีอันคนเดิมนี่แหละที่กล้าใส่ชุดซ้ำ 10 วัน แล้วอาบน้ำทั้งที่ใส่เสื้อผ้าอยู่ เพื่อจะได้ซักผ้าไปด้วยในทีเดียว จากนั้นก็ใส่เสื้อเปียกๆ ต่อ เพราะ “เดี๋ยวก็แห้งเอง” แบบไม่เดือดร้อนอะไร ในรายการ Kian’s Bizarre B&B ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ “ชีวิตมันต้องลำบากให้สุด” เหมือนเดิม
ส่วนในรายการท่องเที่ยว Adventure by Accident ที่เดินทางมาถึงซีซัน 4 แล้ว คีอันก็ยังเป็นคีอันอยู่วันยังค่ำ – ทริปที่ไม่เคยมีแผนแน่นอน เส้นทางที่ไม่เคยตรงเหมือนในโบรชัวร์ และความเพี้ยนที่ไม่เคยลดลง เช่น อยู่ริมแม่น้ำแอมะซอนแล้วสงสัยว่ารสชาติเป็นยังไง เลยวักน้ำขึ้นมาชิมเฉยๆ แบบไม่กลัวเชื้อโรค
ทั้งหมดนี้รวมออกมาเป็นทัศนคติแบบ Kianesque (คีอันเอสค์) ที่เชื่อว่าเบื้องหลังกำแพงแคบๆ ของชีวิตยังมีทุ่งกว้างรออยู่เสมอ
ถ้าไม่มีบันไดให้ปีน ก็ปีนกำแพงมันเลย
ถ้าปีนเองไม่ไหว ก็ไปตามเพื่อนมาอุ้มตูดขึ้นไปด้วยกัน
Kian’s Bizarre B&B: โฮสเทลหรือค่ายฝึกเอาชีวิตรอด?
มาถึงไฮไลต์ของความ Kianesque – Kian’s Bizarre B&B ที่พักบนแพกลางทะเลที่เข้าออกได้แค่ทางเรือเท่านั้น แถมพอไปถึงก็ยังงงต่อ เพราะมองหาทางเข้ายังไงก็ไม่เจอ
คำตอบคือ… ต้องปีนผนังขึ้นไปเหมือนนักปีนผา เพื่อไปยังประตูชั้น 2
เมื่อเข้าไปแล้ว คุณจะได้เจอกับกติกาชีวิตแบบใหม่ที่คีอันตั้งใจออกแบบให้ทุกคนต้อง “เหนื่อยไปด้วยกัน” มากกว่าจะสบายใครสบายมัน
อยากลงมากินข้าว? ต้องรูดเสาลงไปชั้นล่าง
ห้องครัวอยู่ข้างล่าง มีจิน BTS เป็นผู้จัดการคอยทำอาหารให้อร่อยจนลืมความลำบาก
อยากเข้าห้องน้ำ? ต้องไหลตัวลงสไลเดอร์ออกไปข้างนอก
ง่วงนอน? ต้องปีนออกไปนอนบนเตียงที่แขวนอยู่ตามผนังด้านนอก เห็นดาวชัดเต็มตา แต่ถ้าฝนตกก็…เปียกทั้งหัว
อ่านเผินๆ นี่มันไม่ใช่โฮสเทลแล้ว แต่เหมือนค่ายฝึกไตรกีฬา!
แต่คีอันไม่ได้ดีไซน์เพื่อแกล้งคน เขาจงใจสร้างสถานที่ที่บังคับให้ทุกคนต้องพึ่งพากันและกันอย่างแท้จริง
แขกคนที่ 1 ต้องช่วยจับเชือกปีนผาให้แขกคนที่ 2 ปีนเข้าไปยังตัวที่พัก
แขกคนที่ 3 และ 4 ต้องช่วยกันดันเท้าของแขกคนที่ 5 ให้ปีนเสาจากครัวขึ้นมาชั้นบนได้
ทุกคนต้องคอยเตือนกันให้คาดเข็มขัดนิรภัยเวลานอนกันกลิ้งตกเตียง (ซึ่งเท่ากับตกจากตึกสองชั้น)
คืนไหนฝนตก ใครตื่นก่อนต้องปลุกคนอื่นให้ลุกหนีฝนด้วย
ที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้ใครแกล้งทำเป็นอยู่ได้คนเดียว เพราะถ้าไม่ขอให้เพื่อนช่วย คุณอาจทั้งหิวตายและฉี่ไม่ทันจริงๆ
คีอันเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไร เขาแอบไปร้องไห้เพราะรู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนลำบาก แต่จิน BTS กลับเตือนให้เขาจำไว้ว่า ที่พักสบายๆ หาได้ทั่วไป แต่ประสบการณ์สไตล์คีอัน…มีที่นี่ที่เดียวในโลก
เมื่อความลำบาก กลายเป็นการพักจากความเดียวดาย
สิ่งน่าแปลกคือ พอทุกคนต้องเหนื่อยและลำบากไปพร้อมกัน กลับเกิดความรู้สึกแบบใหม่ขึ้นมา – แขกแต่ละคนค่อยๆ ทิ้งแบบแผนชีวิตเดิมๆ ที่คุ้นเคย แล้วก้าวเข้าสู่โลกของคีอันเต็มตัว
โลกที่ไม่มีใครได้ทำตัวเป็นผู้ชม ทุกคนต้องลงไปเล่นจริง เจ็บจริง เหนื่อยจริง และช่วยกันจริงๆ
ค่ำคืนหนึ่งใต้แสงดาว แขกทั้งหมดนั่งล้อมวงคุยกันอย่างเปิดใจ ก่อนจะสรุปร่วมกันว่า
“ที่นี่เหมือนอยู่ในความฝัน”
และเป็น ความฝันที่ไม่มีใครอยากตื่น
เพราะถึง Kianesque จะพาเราไปเจอถนนลูกรังบ้าง ลื่นล้มบ้าง เปียกฝนบ้าง แต่ก็พาเรา หัวเราะออกมาท่ามกลางความบัดซบของชีวิต ทำให้ความรู้สึกแปลกแยกที่เคยหนักอึ้งอยู่ในใจ เบาลงไปอย่างประหลาด
อย่างน้อย มันก็ช่วยให้ในเช้าวันทำงานถัดไป เราไม่อยากลุกขึ้นมาแล้วพบว่า ตัวเองกลายเป็นแมลงไปเสียก่อน
ท่องเที่ยวสไตล์ Kianesque: แผนพังได้ แต่หัวใจอย่าดับ
สำหรับสายท่องเที่ยวที่เริ่มเบื่อทริปเนี๊ยบๆ ตามแพลนเป๊ะทุกนาที โลกแบบ Kianesque อาจเป็นแรงบันดาลใจชั้นดี
ไม่ต้องมีแพลนทุกชั่วโมง แต่อย่ากลัวที่จะลองออกนอกเส้นทาง
ไม่ต้องแต่งภาพให้สวยจนไม่เหลือความจริง แค่เก็บ “โมเมนต์ที่ได้ช่วยเหลือกัน” ไว้ให้ครบก็พอ
ไม่ต้องเดินทางเพื่ออวดใคร แค่เดินทางเพื่อจำได้ว่า เรายังรู้สึกมีชีวิตอยู่
บางที ทริปที่พังกว่าที่คิด ก็อาจเป็นทริปที่เยียวยาเรามากกว่าที่วางแผนไว้ก็ได้
และถ้าชีวิตประจำวันมันชวนให้รู้สึก Kafkaesque จนแทบหายใจไม่ออก การได้แอบใช้หัวใจแบบ Kianesque สักทริปสองทริป อาจเป็นที่พักชั่วคราวจากความอึนของโลกใบนี้ โดยไม่จำเป็นต้องบินไปถึงแพกลางทะเลของคีอันจริงๆ ก็ได้

