รับแอปรับแอป

“สายใยรักสองแผ่นดิน” หนังสั้นที่เล่า 50 ปีไทย-จีน ให้ซาบซึ้งยิ่งกว่าหนังรัก

ภูริเดช คำทอง01-30

เมื่อปรัชญา ปิ่นแก้ว หยิบประวัติศาสตร์มาทำให้คนดูอิน

ถ้าเอ่ยชื่อ ปรัชญา ปิ่นแก้ว แฟนหนังไทยแทบทุกคนต้องคุ้นหู ตั้งแต่ยุคกำกับมิวสิกวิดีโอ คว้ารางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วน ก่อนจะมาสร้างตำนานหนังไทยแนวใหม่อย่าง “รองต๊ะแล่บแปล๊บ”

จากนั้นเขายังปลุกกระแสหนังบู๊ไทยให้โด่งดังไปทั่วโลก ผ่านผลงานระดับอินเตอร์อย่าง องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง ที่ทำให้ชื่อของเขากลายเป็น “ลายเซ็น” ทางภาพยนตร์ที่ทั้งชัดเจน โดดเด่น และการันตีคุณภาพระดับครู

คราวนี้เขากลับมาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่หนังแอ็กชันหรือหนังตลาด หากเป็นโปรเจ็กต์พิเศษที่มีความหมายมากกว่านั้น กับหนังสั้นย้อนอดีต “สายใยรักสองแผ่นดิน : 50 ปี สายใยมิตรภาพไทย-จีน” ที่ใช้ศิลปะการเล่าเรื่องมาร้อยเรียง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีน

โปรเจ็กต์ที่ยากที่สุด แต่เต็มไปด้วยหัวใจ

แม้จะผ่านงานกำกับหนังมานับไม่ถ้วน แต่ปรัชญายอมรับตรงๆ ว่า “สายใยรักสองแผ่นดิน” เป็นโจทย์โหดเอาเรื่อง เพราะต้องเล่า ประวัติศาสตร์ 50 ปี ผ่านรูปแบบหนังดราม่า-โรแมนติก ให้ทั้งดูเพลิน อิน และไม่หลุดจากข้อเท็จจริง

ความท้าทายคือ

  • ต้องทำเป็น หนังพีเรียดย้อนยุค ที่โยงมาถึงปัจจุบัน

  • ทีมงานต้องค้นคว้าข้อมูลย้อนหลังไปกว่า 50 ปี

  • ต้องคัดเลือกนักแสดงให้ถ่ายทอดยุคสมัยและความรู้สึกได้อย่างสมจริง

ทั้งหมดนี้ ทำให้โปรเจ็กต์ไม่ใช่แค่ “ทำหนัง” แต่คือการ แปลงประวัติศาสตร์ให้มีชีวิต และให้คนดูเข้าถึงความรู้สึกของสองประเทศ ที่ผูกพันกันยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

ดนตรีที่ผสมไทย-จีน-สากล ให้ไหลไปพร้อมอารมณ์

หนึ่งในหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ คือ ดนตรีประกอบ ที่ไม่ได้มีหน้าที่แค่เติมบรรยากาศ แต่ต้องเป็นตัวพาอารมณ์คนดูไปกับหนังทั้งเรื่อง

ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าว่า การทำดนตรีให้หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย เพราะต้องออกแบบให้จังหวะดนตรี “ล้อไปกับภาพยนตร์” ทุกช่วงอารมณ์

เขาต้องผสมผสาน

  • ดนตรีไทย

  • ดนตรีจีน

  • และดนตรีสากล

ให้กลายเป็นภาษาทางเสียงเพียงหนึ่งเดียว ที่ทำให้ทั้งคนดูหนังและคนฟังเพลง รู้สึกซาบซึ้งจนอินไปกับสายสัมพันธ์ของสองแผ่นดิน

จุดเริ่มต้นจากไอเดียเล็กๆ ที่อยากเล่าเรื่องใหญ่ของสองประเทศ

โปรเจ็กต์นี้ถูกจุดประกายขึ้นช่วงปลายปี 2567 โดย มูลนิธิปัญญาวุฒิ ที่อยากทำผลงานบางอย่างเพื่อเฉลิมฉลองวาระ ครบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

แนวคิดคือ อยากถ่ายทอดเรื่องราวสำคัญนี้ในรูปแบบที่ ดูสนุก เข้าถึงง่าย และเต็มไปด้วยสาระ จึงเริ่มจากการปรึกษา สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ก่อนจะนำโครงการไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

คำแนะนำที่ได้รับคือ ให้เล่าเรื่อง “50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน” ในแบบ ภาพยนตร์ที่อิงข้อมูลจริง แต่เล่าด้วยภาษาหนังที่ใครๆ ดูแล้วอินและเข้าใจ

ทีมสร้างฝัน: จากมูลนิธิ สู่ผู้กำกับ และคีตกวีระดับโลก

ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค เลขานุการมูลนิธิปัญญาวุฒิ เล่าว่า คำแนะนำจากสถานเอกอัครราชทูตจีน คือจุดกำเนิดสำคัญของหนังเรื่องนี้ ทั้งสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีนและมูลนิธิปัญญาวุฒิ จึงลงความเห็นตรงกันว่า ถ้าจะทำให้หนังเรื่องนี้ “น่าประทับใจจริงๆ” ต้องดึงคนเก่งที่สุดในแต่ละด้านมาร่วมทีม

จึงเกิดการชักชวน

  • ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของเมืองไทย

  • ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คีตกวีไทยที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ

มาร่วมกันทำให้ “สายใยรักสองแผ่นดิน” ไม่ใช่แค่หนังโปรเจ็กต์เฉลิมฉลอง แต่เป็น งานศิลปะที่ดูจบแล้วต้องยังรู้สึกอุ่นในใจ

ภาพยนตร์ที่ทำหน้าที่มากกว่าความบันเทิง

ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน มองว่าโครงการสร้างหนังเรื่องนี้ เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่ามากในการสื่อสารเหตุการณ์สำคัญ ที่ผูกความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นต่อเนื่องยาวนานถึง 50 ปี

หนังทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ถ่ายทอดว่า ทำไมสายสัมพันธ์นี้ถึงยังมั่นคง และมีแนวโน้มจะ ยืนยาวต่อไปในอนาคต ผ่านศิลปะการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ ที่เข้าถึงผู้คนได้มากกว่าข้อความในตำรา

ในงานแถลงข่าวประกาศสร้างภาพยนตร์ “สายใยรักสองแผ่นดิน : 50 ปี สายใยมิตรภาพไทย-จีน” ยังมีอีกหนึ่งตัวละครสำคัญในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-จีนมาร่วมเล่าความทรงจำ นั่นคือ กร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน

เขาย้อนเล่าเหตุการณ์วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ) และได้อยู่ในวันลงนามแถลงการณ์ร่วม ว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไทย กับ นายกรัฐมนตรีโจว เอิน ไหล แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ความทรงจำนั้นยังชัดเจนจนถึงวันนี้ และกำลังถูกถ่ายทอดต่อผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้

จากแถลงการณ์ร่วม สู่สายใยของประชาชนสองประเทศ

กร ทัพพะรังสี เล่าต่อว่า ในฐานะที่เคยอยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เขาพูดได้เต็มปากว่า รัฐบาลจีนให้เกียรติและเป็นกันเองกับรัฐบาลไทยอย่างสูง

นายกรัฐมนตรีโจว เอิน ไหล เคยบอกกับพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศในขณะนั้นว่า การลงนามในแถลงการณ์ร่วม คือ พันธสัญญาระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล แต่ความสัมพันธ์นี้ ไม่ควรหยุดอยู่แค่นั้น

รัฐบาลจีนจึงสนับสนุนให้จัดตั้ง สมาคมมิตรภาพจีน-ไทย ในประเทศจีน ขณะเดียวกัน พล.อ.ชาติชาย ก็ผลักดันการสถาปนา สมาคมมิตรภาพไทย-จีน ในประเทศไทย

แนวคิดนี้ คือการขยายความสัมพันธ์จากระดับรัฐบาล ลงสู่ระดับประชาชน เพื่อให้สายใยของทั้งสองชาติแน่นแฟ้นและจับต้องได้จริงในชีวิตประจำวัน

“สายใยรักสองแผ่นดิน” : ดราม่าโรแมนติกที่ห่อหุ้มประวัติศาสตร์ 50 ปี

ตลอดระยะเวลาที่ไทยและจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันจนถึงทุกวันนี้ สายสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเติบโตและพัฒนาไปไกล ครอบคลุมทุกมิติ

  • ตั้งแต่ระดับราชวงศ์

  • ภาครัฐและการเมือง

  • เศรษฐกิจ การค้า การศึกษา

  • ไปจนถึงประชาชนในหลากหลายอาชีพ

ทั้งหมดนี้คือ เรื่องราวดีๆ ที่ควรถูกเล่าให้คนรุ่นหลังได้เห็นภาพ ไม่ใช่แค่ผ่านตัวหนังสือ แต่ผ่านอารมณ์ความรู้สึก

ภาพยนตร์ดราม่า-โรแมนติกเรื่อง “สายใยรักสองแผ่นดิน” จึงถูกตั้งใจเจียระไนให้เป็นงานที่

  • ดูสนุก ซาบซึ้ง และเข้าถึงง่าย

  • สื่อสารความประทับใจของความสัมพันธ์ไทย-จีนให้คนทั้งโลกได้เห็น

  • เป็นของขวัญในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่มีทั้งความหมายและความรู้สึก

นี่ไม่ใช่แค่ “หนังหนึ่งเรื่อง” แต่คือบทบันทึกทางอารมณ์ของสองแผ่นดิน ที่ถูกเล่าใหม่ในภาษาของศิลปะภาพยนตร์