รับแอปรับแอป

ทะลุมิติจากครัวเรือนถึงวังหลวง: เมื่อ “Bon Appétit, Your Majesty” ปะทะ “บุพเพสันนิวาส”

ธนพล กิตติศักดิ์01-30

ทะลุมิติเข้าครัว: ทำไมสองเรื่องนี้ถึงชวนให้คิดถึงกัน

ใครกำลังอินกับซีรีส์เกาหลีทะลุมิติเรื่องใหม่อย่าง Bon Appétit, Your Majesty บน Netflix อยู่บ้าง? ดูไปดูมาแล้วอดนึกถึงตำนานละครไทยอย่าง บุพเพสันนิวาส ไม่ได้เลย เพราะโครงพล็อตใหญ่เหมือนกันเป๊ะ: สาวยุคใหม่ดันทะลุไปโผล่ในยุคอดีต

แต่พอซูมลึกลงไป โดยเฉพาะเรื่อง “อาหาร” บอกเลยว่าโทนคนละจักรวาล!

ปรากฏการณ์พล็อต ทะลุมิติ กลายเป็นสูตรเล่าเรื่องที่ทรงพลังในวงการบันเทิงเอเชียแบบยืนหนึ่ง ไทยก็มี บุพเพสันนิวาส ที่เคยปลุกกระแส “ออเจ้า” ให้ดังทั้งเมือง ในขณะที่ฝั่งเกาหลีก็ส่ง Bon Appétit, Your Majesty (폭군의 셰프) ขึ้นเทรนด์บน Netflix แบบร้อนแรง

แม้ทั้งสองจะเกิดคนละประเทศ คนละคัลเจอร์ แต่กลับมี สูตรสำเร็จบางอย่างที่เหมือนกันจนน่าสนใจ และในขณะเดียวกันก็ยังโชว์เสน่ห์เฉพาะตัวได้แบบชัดมาก บทความนี้เลยขอพาทุกคนไปนั่งจับเข่าคุย เจาะทั้งความเหมือน ความต่าง และเสน่ห์ลึกๆ ที่ทำให้ทั้งสองเรื่องครองใจคนดูทั่วเอเชีย

จุดร่วมปังๆ: สูตรลับของพล็อตทะลุมิติ

1. สาวยุคใหม่หลงทางในอดีต

ทั้ง การะเกด (ในร่างเกศสุรางค์) และ ยอนจียอง คือภาพแทนของผู้หญิงยุคนี้ที่ทั้งเก่ง มั่น และมีความรู้เต็มกระเป๋า แต่ต้องหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเก่าที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและธรรมเนียมโบราณ

ความ “ไม่เข้าพวก” ของพวกเธอนี่แหละที่ทำให้เกิดทั้งมุกขำ สร้างเสน่ห์ และกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนให้โลกอดีตต้องขยับตาม

2. ใช้สกิลจากอนาคตพลิกเกม

  • เกศสุรางค์: พึ่งความรู้ด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และวิธีคิดแบบคนปัจจุบัน มาช่วยเอาตัวรอดและเข้าใจบริบทยุคอยุธยาได้เหนือกว่าคนในยุคนั้น

  • ยอนจียอง: ใช้สกิลเชฟระดับท็อปเป็นอาวุธหลัก ทุกจานที่เธอทำคือการเดิมพันทั้งชีวิตและเกียรติยศ

พล็อตเลยน่าสนใจตรงที่ทั้งคู่เอา “ความรู้จากอนาคต” มา สร้างคุณค่าใหม่ในโลกอดีต แทนที่จะเป็นแค่ผู้หลงยุคที่ต้องรอให้คนช่วย

3. ความรักที่เดินข้ามเวลา

จุดขายอีกอย่างที่เหมือนกันคือ โรแมนซ์ข้ามกาลเวลา

  • ฝั่งไทย: การะเกด–หมื่นสุนทรเทวา

  • ฝั่งเกาหลี: ยอนจียอง–กษัตริย์อีฮอน

ช่วงแรก พระเอกทั้งสองเรื่องมักจะมองนางเอกด้วยความระแวง ไม่เชื่อใจ หรือไม่เข้าใจในความแปลกของเธอ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น แพ้เสน่ห์ ความจริงใจ และความแตกต่างแบบไม่ตามสูตรผู้หญิงในยุคนั้น กลายเป็นความรักที่ลึกและมีน้ำหนัก

4. ซีรีส์-ละครที่เป็น Soft Power เต็มตัว

ทั้งสองเรื่องทำหน้าที่เป็น Soft Power แบบจัดเต็ม

  • บุพเพสันนิวาส พาคนดูย้อนกลับไปสนใจประวัติศาสตร์อยุธยามากขึ้น ทำให้คนรู้สึกผูกพันกับอดีตของตัวเองแบบไม่ต้องนั่งอ่านตำรา

  • Bon Appétit, Your Majesty เปิดโลกวัฒนธรรมอาหารชาววังเกาหลีให้ดูล้ำ ละเอียด และงดงาม จนอยากรู้ต่อว่าภายในราชสำนักเกาหลีในอดีตมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง

สองเรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิง แต่คือ งานเล่าประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในคราบซีรีส์/ละคร ที่ทรงพลังมาก

ครัวสองโลก: เมื่ออาหารกลายเป็นภาษาของหัวใจและอำนาจ

สิ่งที่เชื่อมโลกของสองเรื่องไว้อย่างน่ารักคือ “อาหาร” แต่แม้จุดตั้งต้นจะคล้ายกัน ทิศทางกลับต่างกันสุดขั้ว

การะเกด: ครัวคือบ้านและความผูกพัน

ใน บุพเพสันนิวาส อาหารของการะเกดคือภาพแทนของ ความอบอุ่น ความเป็นครอบครัว และความเป็นตัวตน

การทำเมนูอย่าง กุ้งเผาน้ำปลาหวาน หรือการโผล่มาเสนอไอเดียเมนู “หมูกระทะ” ให้คนในบ้าน ไม่ได้ทำเพื่อเอาตัวรอด แต่คือการ

  • สร้างเสียงหัวเราะและความสุข

  • ผูกใจบ่าวไพร่และคนรอบตัว

  • แสดงให้ทุกคนเห็นตัวตนของเกศสุรางค์ที่มาจากอีกยุคหนึ่ง

อาหารของเธอเลยมีฟีล “บ้านๆ แต่ฮีลใจ” เป็นเครื่องมือทลายกำแพงชนชั้น ทำให้เรือนที่เคยเคร่งครัดกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความทรงจำดีๆ

ยอนจียอง: ครัวคือสมรภูมิอำนาจ

ฝั่ง Bon Appétit, Your Majesty นั้นต่างออกไปแบบสุดขั้ว อาหารของ ยอนจียอง คือ อาวุธทางการเมือง ที่ใช้ในสนามรบชื่อว่าราชสำนัก

ทุกเมนูที่ออกจากครัวหลวง “ซูราซัง” ไม่ได้มีแค่รสชาติ แต่อัดแน่นไปด้วย

  • นัยทางการเมือง

  • การเอาตัวรอดในระบบลำดับชนชั้น

  • การช่วงชิงความไว้ใจจากกษัตริย์

ทุกจานจึงเต็มไปด้วย แรงกดดัน ความเป๊ะ และเดิมพันชีวิต ทำดีคือขึ้นสู่จุดสูงสุด ทำพลาดคืออาจถึงขั้นพังทั้งชีวิต

ถ้ามองให้ชัด จะเห็นว่า

  • ครัวของการะเกด = พื้นที่แห่งความสุขและความทรงจำ

  • ครัวของยอนจียอง = สนามรบที่ใช้รสชาติเป็นดาบและโล่

ความต่างนี้สะท้อน โทนของเรื่องทั้งสองแบบชัดเจน: เรื่องหนึ่งพาเรายิ้มผ่านมุมมองครอบครัวและวัฒนธรรม อีกเรื่องพาเราเกร็งไปกับเกมอำนาจในวังหลวง

แก่นลึกของเรื่อง: ซีรีส์อยากบอกอะไรกับเรา

บุพเพสันนิวาส: รากเหง้าคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นเรา

แก่นของ บุพเพสันนิวาส คือการชวนให้เราหันกลับมา เห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์และรากเหง้าของตัวเอง

ละครไม่ได้เล่าอดีตให้ดูน่าเบื่อแบบในห้องเรียน แต่ทำให้เห็นว่า

  • ประวัติศาสตร์คือสิ่งที่หล่อหลอมปัจจุบัน

  • วัฒนธรรมที่เราเผลอมองข้ามในชีวิตประจำวัน แท้จริงแล้วมีความหมายลึกกว่าที่คิด

มันทำให้คนดูรู้สึก ภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านการเล่าเรื่องที่ทั้งสนุก หวาน ฟีลกู้ด และแอบแทรกความรู้แบบแนบเนียน

Bon Appétit, Your Majesty: ความสามารถเปลี่ยนชะตาได้จริง

ด้าน Bon Appétit, Your Majesty โฟกัสไปที่แก่นเรื่อง “พลังของความสามารถและหัวใจที่มั่นคง”

ซีรีส์พาเราเห็นว่า แม้จะอยู่ในยุคที่ชนชั้นสำคัญกว่าแทบทุกอย่าง แต่คนธรรมดาที่มีสกิลจริงและใจไม่ยอมแพ้ก็ยัง

  • ทลายกำแพงชนชั้นได้

  • เปลี่ยนมุมมองของคนที่อยู่สูงสุดอย่างกษัตริย์

  • สร้างที่ยืนของตัวเองในระบบที่ไม่เป็นธรรม

มันคือการบอกเราตรงๆ ว่า “ความสามารถและจิตใจที่ดี คืออาวุธที่ไม่มีใครแย่งไปได้”

บทสรุป: ทำไมสองเรื่องนี้ถึงครองใจทั้งไทยและเอเชีย

บุพเพสันนิวาส และ Bon Appétit, Your Majesty คือหลักฐานชัดๆ ว่า พล็อตทะลุมิติยังไม่หมดมนต์ขลัง ตราบใดที่คนเล่าเรื่องยังกล้าหยิบ “ของเดิม” มาปรุงใหม่ให้มีกลิ่นอายไม่เหมือนใคร

ทั้งสองเรื่องใช้ “อาหาร” เป็นส่วนผสมสำคัญของการเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาด แต่ต่างกันตรงที่ว่า

  • ฝั่งไทย ใช้อาหารเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวและทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิต

  • ฝั่งเกาหลี ใช้อาหารเป็นอาวุธในเกมการเมืองสุดกดดันในราชสำนัก

หนึ่งเรื่องทำให้เรายิ้มอบอุ่น คิดถึงบ้านและรากเหง้า
อีกเรื่องทำให้เราลุ้นหายใจไม่ทั่วท้องไปกับชะตากรรมของเชฟในวังหลวง

และนั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้ผลงานทั้งสองเรื่องเดินทางจากหน้าจอไปนั่งสง่างามอยู่ในใจผู้ชมทั่วเอเชียได้อย่างไม่ยากเลย