เกิดกระแสพูดถึงในวงการเกมอีกครั้ง หลัง Chance Glasco หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Infinity Ward และทีมผู้สร้างเกม Call of Duty ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ในอดีตว่า เคยมีแรงกดดันจากบริษัทผู้จัดจำหน่าย Activision ให้สร้างเกม Call of Duty ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ สถานการณ์สมมติที่อิหร่านโจมตีอิสราเอล แต่แนวคิดดังกล่าวถูกปฏิเสธโดยทีมพัฒนา
ประเด็นนี้ถูกพูดถึงหลังจากบัญชีอย่างเป็นทางการของ ทำเนียบขาวสหรัฐ (White House) โพสต์วิดีโอบนแพลตฟอร์ม X ซึ่งมีการใช้ ฟุตเทจและอินเทอร์เฟซจากเกม Call of Duty ผสมกับภาพเหตุการณ์จริงเกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับการใช้สื่อบันเทิงและวิดีโอเกมในบริบททางการเมืองและการทหาร
จุดเริ่มต้นของประเด็น
เมื่อไม่นานมานี้ บัญชี White House บน X ได้โพสต์วิดีโอโปรโมตการโจมตีทางทหารที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
วิดีโอเริ่มต้นด้วย
ภาพจากเกม Call of Duty
อินเทอร์เฟซแบบเกมยิง
ก่อนจะตัดไปยังภาพเหตุการณ์จริงของการโจมตี
รายงานล่าสุดระบุว่าเหตุการณ์โจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ
1,230 ราย
วิดีโอนี้จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายด้าน โดยเฉพาะการใช้ภาพลักษณ์ของเกมเพื่อสื่อสารเรื่องการทหาร
ผู้ร่วมก่อตั้ง Call of Duty ออกมาแสดงความเห็น
หลังวิดีโอถูกเผยแพร่ Chance Glasco ได้แสดงความคิดเห็นบน X ว่าเหตุการณ์นี้
“ไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจ”
เขาเล่าว่าในอดีตช่วงที่ Activision เริ่มเข้ามามีบทบาทกับแฟรนไชส์ Call of Duty มากขึ้น บริษัทเคยกดดันให้ทีมพัฒนาสร้างเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ
อิหร่านโจมตีอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม Glasco ระบุว่า
“นักพัฒนาส่วนใหญ่รู้สึกรังเกียจแนวคิดนั้น และมันก็ถูกยกเลิกไปในที่สุด”

แนวคิดของทีม Infinity Ward ต่อเกมสงคราม
Glasco ยังอธิบายเพิ่มเติมว่าทีมพัฒนาดั้งเดิมของ Infinity Ward มีมุมมองเกี่ยวกับเกมสงครามที่แตกต่าง
เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การทำให้สงครามดู “เท่” หรือเป็นเพียงความบันเทิง
แต่ต้องการให้ผู้เล่นรู้สึกว่า
“สงครามคือสิ่งที่โหดร้าย”
เขาบอกว่าแนวคิดนี้ปรากฏอยู่ในเกม Call of Duty ยุคแรก ๆ
ซึ่งพยายามทำให้ผู้เล่นรู้สึก
ไม่สบายใจ
ตั้งคำถาม
หรือรู้สึกเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น

ตัวอย่างจากด่าน “No Russian”
หนึ่งในตัวอย่างที่ Glasco กล่าวถึงคือด่านชื่อดังจาก
Call of Duty: Modern Warfare 2
ที่ชื่อว่า
“No Russian”
ในด่านนี้ผู้เล่นต้องเผชิญสถานการณ์การก่อการร้ายในสนามบิน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกอึดอัดกับเหตุการณ์
Glasco เล่าว่า ก่อนเกมจะวางจำหน่าย ทีมงานได้ทำการ
ทดสอบกับผู้เล่น (focus test)
ผลที่ได้คือ
ผู้เล่นจำนวนมากหยุดเล่นทันที
บางคนวางจอยและบอกว่าไม่อยากทำภารกิจนั้น
สำหรับทีมพัฒนา นี่คือปฏิกิริยาที่ต้องการ
เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเกมสามารถทำให้ผู้เล่น
รู้สึกถึงความโหดร้ายของสงคราม
เกม วัฒนธรรม และการเมือง
Glasco ยังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า
รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐอาจใช้สื่อบันเทิง รวมถึงวิดีโอเกม เพื่อส่งผลต่อความคิดเห็นของสาธารณะ
เขาระบุว่าในประวัติศาสตร์มีแรงกดดันเกี่ยวกับความขัดแย้งกับอิหร่านมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
และสื่อรูปแบบต่าง ๆ อาจถูกใช้ในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้
Call of Duty ยังคงเป็นแฟรนไชส์ใหญ่ของวงการเกม
แม้ประเด็นดังกล่าวจะทำให้เกิดการถกเถียง แต่ Call of Duty ก็ยังคงเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์เกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เกมภาคล่าสุด
Call of Duty: Black Ops 7
แม้จะไม่ได้เป็นเกมขายดีที่สุดของปี 2025
แต่ก็ยัง
เป็นเกมขายดีที่สุดในสหรัฐช่วง เดือนธันวาคม 2025
และ เดือนมกราคม 2026
สรุป
คำเปิดเผยของ Chance Glasco ผู้ร่วมก่อตั้ง Infinity Ward ทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งของการพัฒนาเกมสงครามอย่าง Call of Duty โดยเขาระบุว่าในอดีตเคยมีแรงกดดันให้สร้างเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ อิหร่านโจมตีอิสราเอล แต่ทีมพัฒนาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยและแนวคิดดังกล่าวถูกยกเลิก
เหตุการณ์นี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง หลังจากวิดีโอของทำเนียบขาวใช้ภาพจากเกม Call of Duty ในการนำเสนอเหตุการณ์โจมตีทางทหารจริง
เรื่องดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกตัวอย่างของการถกเถียงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง วิดีโอเกม การเมือง และการสื่อสารสาธารณะ

