ปล่อยตัวไปกับจังหวะของ AA & MARCKRIS
เรื่องราวของเอเอและมาร์คคริส คือภาพของการ ค้นหา เติบโต และซื่อสัตย์กับตัวเอง ในฐานะศิลปินที่กำลังเดินไปตามจังหวะชีวิตของตัวเองอย่างจริงใจ
ทั้งการลองทำสิ่งใหม่ การกล้ารับตัวตน และการไม่หยุด explore โลก ทั้งบนเวทีและนอกเวที คือเสน่ห์ที่ทำให้แฟนๆ รู้สึกอยากลุกขึ้นไปดูคอนเสิร์ตของ BUS ให้ได้สักครั้ง
BB: บีทที่ชวนให้โยกทั้งฮอลล์
เพลงใหม่อย่าง BB ไม่ได้เป็นแค่ซิงเกิลต่อไปของ BUS แต่เป็นเหมือนการเปิดโหมดใหม่ที่ทั้งสองคนอินมากเป็นพิเศษ
เอเอมองว่า BB เป็นแนวเพลงที่สดใหม่ในวงการนี้ มีความเซ็กซี่และโทนชวนเต้นชัดมาก ทั้งดนตรี เนื้อร้อง และท่าเต้นถูกออกแบบมาให้ทุกคนลุกขึ้นโยก
สำหรับเขา BB คือเพลงที่ตัวเองหลงรักทั้งภาพรวมและดีเทล โดยเฉพาะความรู้สึกว่า “แปลกใหม่แต่ฟังแล้วติด” จนอยากให้ทุกคนลองฟังแล้วเต้นไปด้วยกัน
มาร์คคริสเล่าว่า ดนตรีของ BB แอบมีกลิ่นละตินหน่อยๆ ซึ่งเป็นโซนที่เขาชอบอยู่แล้ว เลยยิ่งถูกจริตเป็นพิเศษ
BB ยังเหมือนการเปิดเผยอีกเวอร์ชันของ BUS ที่แฟนอาจยังไม่ค่อยเห็นมาก่อน เป็นด้านที่ทั้งสนุก เซ็กซี่ และมั่นใจมากขึ้น
BB ในแบบที่สะท้อนตัวตน
สำหรับเอเอ BB คือการสะท้อนรสนิยมทางดนตรีของตัวเองชัดๆ มีความอิเล็กทรอนิกส์ และฮุกที่ดรอปลงให้ช้าแบบเท่ๆ ทำให้เขารู้สึกว่า “นี่แหละแนวที่ชอบ”
ชื่อเพลง BB ยังเล่นกับชื่อของเขาเองแบบขำๆ ว่าเอเอเจอ BB เลยยิ่งจำง่ายและรู้สึกผูกพันมากขึ้น
ด้านมาร์คคริส BB คือเวอร์ชันที่ต่างออกไปจากที่คนเคยเห็นใน BUS เป็นฟีลใหม่ที่แฟนน่าจะเซอร์ไพรส์และสนุกไปด้วยกันได้
การเป็นศิลปินกับการรู้จักตัวเองให้ลึกขึ้น
คำถามสำคัญของชีวิตศิลปินคือ “บนเวที เราเป็นตัวเองมากขึ้น หรือกำลังเป็นใครสักคนที่ถูกสร้างขึ้นมา?”
เอเอ: เวทีทำให้เจอตัวเองเวอร์ชันที่ไม่คิดว่าจะมี
เอเอยอมรับตรงๆ ว่า การมาเป็นศิลปินทำให้เขาได้ explore ตัวเองแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน
ถ้าไม่ได้ขึ้นเวที เขาเชื่อว่าจะไม่มีวันได้ลองทั้งร้องและเต้นจริงจังขนาดนี้
แรกๆ เขารู้สึกว่าการยืนต่อหน้าผู้คนเต็มฮอลล์ “ไม่ใช่ตัวเองเลย” แต่พอได้ลองทำ กลับกลายเป็นความสนุกที่ไม่อยากหยุด
การเป็นศิลปินจึงไม่ใช่แค่รู้จักตัวเองมากขึ้น แต่คือการค้นพบเซลฟ์ใหม่ๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน
มาร์คคริส: เราเป็นคนชอบตั้งคำถามกับตัวเองอยู่แล้ว
ในอีกมุมหนึ่ง มาร์คคริสรู้สึกว่า การมาเป็นศิลปินไม่ได้ทำให้เขา “รู้จักตัวเองมากขึ้น” เท่าไหร่ เพราะปกติเป็นคนที่ถามตัวเองบ่อยอยู่แล้ว
สิ่งที่อาชีพนี้ให้เขามากกว่า คือ
โอกาสได้ลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบแบบลึกขึ้น
การได้ไปเจอคน กลุ่มผู้ชม และสถานที่ที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะได้ไป
การ confirm ว่าสิ่งที่ทำอยู่คือสิ่งที่ตัวเองอินจริงๆ ไม่ใช่แค่ลองเล่นๆ
ถ้าไม่เดินบนทางศิลปิน… ชีวิตอีกแบบจะเป็นยังไง
บนเวทีทั้งคู่คือศิลปินเต็มตัว แต่ถ้าไม่มีคำว่าศิลปิน ตอนนี้ชีวิตพวกเขาน่าจะอยู่ไกลจากสปอร์ตไลต์มาก
เอเอ: สถาปัตย์ เมืองนอก และชีวิตวัยรุ่นธรรมดาๆ
เอเอเชื่อว่าถ้าไม่ได้เดบิวต์ เขาน่าจะกำลังใช้ชีวิตนักศึกษาต่างประเทศอยู่
สายที่อยากเรียนจริงๆ คือ สถาปัตยกรรม เพราะชอบงานเกี่ยวกับดีไซน์บ้าน อินทีเรีย และโครงสร้างสวยๆ
แพลนในหัวคืออยากเรียนสถาปัตย์ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศสักแห่ง แล้วใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา เรียน เที่ยว ทำโปรเจกต์
การกลายเป็นศิลปินจึงเหมือนการ เปลี่ยนเส้นทางชีวิตครั้งใหญ่ ที่ทำให้เขาเดินมาอีกทางที่ไม่เคยคิดมาก่อน
มาร์คคริส: ยังอยู่ต่างประเทศ และอาจกำลังทำงานในสายที่วางแผนไว้
สำหรับมาร์คคริส ภาพตัวเองในจักรวาลที่ไม่มีคำว่าศิลปินคือ
น่าจะยังไม่กลับมาไทยในตอนนี้
เรียนจบด้านสถาปัตย์หรือสายใกล้เคียง และอาจเริ่มต้นทำงานหรือต่อยอดเรียนเพิ่ม
ในอนาคตอาจกลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัว แต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน
ชีวิตอีกแบบของพวกเขาอาจดูนิ่งกว่า แต่ก็เต็มไปด้วยเส้นทางที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
ถ้าไม่มีข้อจำกัด… จะขอใช้ชีวิตแบบไหน
นักร้องที่คุณเห็นบนเวที อาจเป็นคนที่โหยหาวันหยุดมากกว่าที่คิด
เอเอ: ขอปีละสี่เดือนเพื่อออกเดินทาง
แผนในฝันของเอเอเรียบง่ายแต่ฟังแล้วอยากแพ็กกระเป๋าตาม
ถ้าปีนึงมี 12 เดือน เขาอยากขอ เที่ยวให้ได้อย่างน้อย 4 เดือนเต็ม
ทุกช่วงปิดเทอม เขาอยากออกไปต่างประเทศ ไปสำรวจโลกที่ตัวเองยังไม่เคยเห็น
พอเป็นศิลปิน วันหยุดกลับตรงกับช่วงงานเทศกาลและโชว์ ทำให้เวลาพักจริงๆ กลายเป็นของหายาก
เขาอยากมีเวลา
เที่ยวกับครอบครัว
ใช้เวลากับเพื่อนๆ
ไปประเทศที่ไม่ค่อยมีคนไป หรือที่ตัวเองไม่เคยไปมาก่อน
ใน bucket list ของเอเอมีทั้ง
ไอซ์แลนด์ – เพื่อดูแสงเหนือสักครั้งในชีวิต
อเมริกา โดยเฉพาะนิวยอร์ก – เมืองที่เขาเห็นผ่านหน้าจอมาบ่อยจนอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองสักที
มาร์คคริส: ขอเวลานอนและใช้ชีวิตให้หัวกลับมาครีเอทีฟ
ขณะที่อีกคนอยากบินไปไกลทั่วโลก มาร์คคริสกลับขอสิ่งใกล้ตัวที่สุดอย่าง การได้นอนให้พอ
เขารู้สึกว่าช่วงนี้เวลาพักผ่อนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น จนร่างกายเริ่มประท้วง
งานที่ทำต้องใช้ความครีเอทีฟสูง แต่ถ้าไม่ได้ใช้ชีวิต ได้ออกไปเจอโลกข้างนอก ไอเดียก็เริ่มนิ่ง
สิ่งที่เขาอยากได้จึงไม่ใช่แค่เวลาอยู่บ้าน แต่คือ เวลาไปใช้ชีวิตจริงๆ เพื่อให้สมองได้เติมเชื้อไฟใหม่ๆ กลับมา
เราอยากให้คุณจำ AA & MARCKRIS แบบไหน
ไม่ใช่ทุกศิลปินที่จะพูดตรงๆ ว่าอยากให้คนจำตัวเองยังไง แต่ทั้งคู่ตอบคำถามนี้แบบจริงใจมาก
เอเอ: อยากเป็นคนเก่งที่นิสัยดีในความทรงจำของทุกคน
เอเออยากให้คนจำเขาในฐานะ
ศิลปินที่ดี ทั้งเรื่องทัศนคติและพฤติกรรม
เป็นคนไนซ์ ไม่มีพิษมีภัย ตรงไปตรงมา และอยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายใจ
เก่งในงานของตัวเอง สามารถทำผลงานออกมาได้ด้วยตัวเอง และทำออกมาได้ดีจริงๆ
เขาไม่ได้อยากให้คนรักแค่ภาพลักษณ์ แต่อยากให้ทุกคน รักทั้งตัวตนและผลงานที่ตั้งใจทำ
มาร์คคริส: อยากเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้ใครสักคน
ด้านมาร์คคริสโฟกัสไปที่คำว่า “คุณภาพ” และ “กำลังใจ”
เขาอยากให้คนตามเพราะชอบผลงาน ถ้าอินในตัวเขาก็อยากให้เป็นการชอบในแบบที่เขาเป็น
อยากเป็นศิลปินที่เห็นแล้วทำให้คนดูอยากลุกไปทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจอยู่
แม้จะเป็นแค่หนึ่งพาร์ทเล็กๆ ในชีวิตใครสักคน แต่ถ้าทำให้เขามีกำลังใจลุกขึ้นไปต่อได้ เขาก็แฮปปี้แล้ว
ศิลปินในฝันที่อยากร่วมงานด้วย
ในฐานะคนทำเพลง แน่นอนว่าความฝันอีกอย่างคือการได้ร่วมงานกับคนที่ตัวเองชื่นชม
เอเออยากร่วมงานกับ NJZ เพราะชอบเพลงมากๆ และอยากลองร้องเต้นในเพลงของเขาดู เชื่อว่าถ้าได้คอลแลบกันจะต้องสนุกสุดๆ
มาร์คคริสบอกว่าคำถามนี้ยาก เพราะเขาอยากร่วมงานกับแทบทุกคนที่มีโอกาสได้เจอ
ศิลปินต่างชาติที่เขาฟังบ่อยช่วงนี้ก็มีทั้ง
Justin Bieber
Harry Styles
Keshi
Conan Gray
Olivia Rodrigo
ถ้าสักวันหนึ่งมีชื่อ BUS หรือ AA & MARCKRIS ไปโผล่ในเครดิตร่วมงานกับใครสักคนในลิสต์นี้ แฟนๆ คงได้กรี๊ดกันลั่นไทม์ไลน์แน่นอน
มองกันและกันผ่านสายตาเพื่อนร่วมวง
อีกมุมที่น่ารักคือการให้ทั้งสองคนเล่าถึงลุคของอีกฝ่ายในวันที่มาถ่ายภาพ
ลุคของมาร์คคริสในสายตาเอเอ
วันนี้เอเอได้อยู่หลังกล้อง ช่วยพี่มาร์คเลือกลุคด้วยตัวเอง
เขารู้สึกว่าลุคที่ออกมาทั้งเท่และเจ๋ง มีความเป็นตัวมาร์คคริสสูงมาก
ลูกโป่งที่อยู่ในเฟรมช่วยเพิ่มความสนุกและความแฟนซีให้ภาพดูมีชีวิต
สำหรับเอเอ นี่คือลุคที่ “ใช่” กับมาร์คแบบเต็มๆ
ลุคของเอเอในสายตามาร์คคริส
ส่วนลุคของเอเอ มาร์คคริสบอกว่าเป็นสไตล์ชิลๆ แอบแกลมเล็กน้อย
ความหรูหราแบบไม่ต้องตะโกนให้ดังไปทั้งห้อง
เรียบง่ายในแบบ casual everyday look ที่ยังคงดูดีมาก
ในสายตามาร์คคริส คำสรุปง่ายที่สุดคือ “หล่อมาก และเหมาะกับเอเอสุดๆ”
หนึ่งประโยคสรุปลุคของตัวเอง
บางครั้งลุคที่เราใส่ในวันหนึ่ง สามารถเล่าเรื่องราวของเราได้ในประโยคเดียว
เอเออธิบายสไตล์ตัวเองว่า เรียบแต่โก้ ไฮแฟชั่น ชิ้นไม่เยอะ อาจมี 1–2 เลเยอร์ แต่ผลลัพธ์ออกมาดูสวย เท่ และเขารู้สึกว่ามันเป็นตัวเองมากๆ เป็นแบบที่ถ้าให้เลือกเองก็พร้อมแต่ง
มาร์คคริสสรุปลุคตัวเองสั้นๆ ว่า “วันนี้เป็นคนคลูๆ ครับ” ประโยคเดียวแต่เห็นภาพชัด
ไอเท็มที่เหมาะที่สุดเวลาไปดูคอนเสิร์ต BUS
ในฐานะคนที่ชอบเที่ยวดูคอนเสิร์ต นี่คือพาร์ทที่สายคอนต้องจดเช็กลิสต์ไว้ก่อนออกจากบ้าน
เอเอเลือก กระเป๋าใบเล็กของ Marc Jacobs เป็นไอเท็มที่เหมาะกับการไปดูคอนสุดๆ เพราะเวลาไปงานแบบนี้ไม่มีใครอยากสะพายกระเป๋าหนัก
ใบเล็กพอใส่ของจุกจิกได้ครบ
ดูดี น่ารัก และไม่เกะกะเวลาโยกตามเพลง
มาร์คคริสเลือก กางเกงยีนส์ Marc Jacobs ที่ด้านหน้าพิมพ์คำว่า “มาร์ค มาร์ค มาร์ค มาร์ค” เหมือนเป็นชิ้นที่เลือกให้ตัวเองมากกว่าคนดู แต่ก็เป็นไอเท็มเด่นที่ช่วยเติมคาแรกเตอร์ให้ลุคเวลาไปคอนเสิร์ตได้ดีมาก
สายเที่ยวดูคอน… ถึงเวลาจองบัตรแล้วหรือยัง
สำหรับคนที่หลงรักการดูคอนเสิร์ต การได้เห็นตัวตนของศิลปินนอกเหนือจากบนเวที คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราอินกับการแสดงของพวกเขามากขึ้น
AA & MARCKRIS คือศิลปินที่
จริงใจกับสิ่งที่ทำ
ไม่หยุดค้นหาตัวเอง
อยากให้ผลงานของตัวเองเป็น แรงบันดาลใจและกำลังใจเล็กๆ ให้กับใครสักคน
ครั้งหน้าถ้า BUS มีคอนเสิร์ตหรือโชว์ที่ไหนสักแห่ง
หยิบกระเป๋าใบเล็กที่พกของพอดีมือ
ใส่ยีนส์ตัวโปรดที่ทำให้รู้สึกคลูที่สุด
แล้วไปปล่อยตัว ปล่อยใจ ลอยไปกับบีทของ BB แบบเต็มที่สักครั้ง
อาจจะเป็นคืนที่ทำให้คุณกลับมารู้จักตัวเอง… มากขึ้นอีกนิดก็ได้เหมือนกัน

