รับแอปรับแอป

Let It Float: ฟัง BB แล้วเก็บกระเป๋าไปดู BUS แบบใกล้ชิดถึงขอบเวที

สุพจน์ วัฒนชัย01-30

ปล่อยตัวไปกับจังหวะของ AA & MARCKRIS

เรื่องราวของเอเอและมาร์คคริส คือภาพของการ ค้นหา เติบโต และซื่อสัตย์กับตัวเอง ในฐานะศิลปินที่กำลังเดินไปตามจังหวะชีวิตของตัวเองอย่างจริงใจ

ทั้งการลองทำสิ่งใหม่ การกล้ารับตัวตน และการไม่หยุด explore โลก ทั้งบนเวทีและนอกเวที คือเสน่ห์ที่ทำให้แฟนๆ รู้สึกอยากลุกขึ้นไปดูคอนเสิร์ตของ BUS ให้ได้สักครั้ง

BB: บีทที่ชวนให้โยกทั้งฮอลล์

เพลงใหม่อย่าง BB ไม่ได้เป็นแค่ซิงเกิลต่อไปของ BUS แต่เป็นเหมือนการเปิดโหมดใหม่ที่ทั้งสองคนอินมากเป็นพิเศษ

  • เอเอมองว่า BB เป็นแนวเพลงที่สดใหม่ในวงการนี้ มีความเซ็กซี่และโทนชวนเต้นชัดมาก ทั้งดนตรี เนื้อร้อง และท่าเต้นถูกออกแบบมาให้ทุกคนลุกขึ้นโยก

  • สำหรับเขา BB คือเพลงที่ตัวเองหลงรักทั้งภาพรวมและดีเทล โดยเฉพาะความรู้สึกว่า “แปลกใหม่แต่ฟังแล้วติด” จนอยากให้ทุกคนลองฟังแล้วเต้นไปด้วยกัน

  • มาร์คคริสเล่าว่า ดนตรีของ BB แอบมีกลิ่นละตินหน่อยๆ ซึ่งเป็นโซนที่เขาชอบอยู่แล้ว เลยยิ่งถูกจริตเป็นพิเศษ

BB ยังเหมือนการเปิดเผยอีกเวอร์ชันของ BUS ที่แฟนอาจยังไม่ค่อยเห็นมาก่อน เป็นด้านที่ทั้งสนุก เซ็กซี่ และมั่นใจมากขึ้น

BB ในแบบที่สะท้อนตัวตน

  • สำหรับเอเอ BB คือการสะท้อนรสนิยมทางดนตรีของตัวเองชัดๆ มีความอิเล็กทรอนิกส์ และฮุกที่ดรอปลงให้ช้าแบบเท่ๆ ทำให้เขารู้สึกว่า “นี่แหละแนวที่ชอบ”

  • ชื่อเพลง BB ยังเล่นกับชื่อของเขาเองแบบขำๆ ว่าเอเอเจอ BB เลยยิ่งจำง่ายและรู้สึกผูกพันมากขึ้น

  • ด้านมาร์คคริส BB คือเวอร์ชันที่ต่างออกไปจากที่คนเคยเห็นใน BUS เป็นฟีลใหม่ที่แฟนน่าจะเซอร์ไพรส์และสนุกไปด้วยกันได้

การเป็นศิลปินกับการรู้จักตัวเองให้ลึกขึ้น

คำถามสำคัญของชีวิตศิลปินคือ “บนเวที เราเป็นตัวเองมากขึ้น หรือกำลังเป็นใครสักคนที่ถูกสร้างขึ้นมา?”

เอเอ: เวทีทำให้เจอตัวเองเวอร์ชันที่ไม่คิดว่าจะมี

เอเอยอมรับตรงๆ ว่า การมาเป็นศิลปินทำให้เขาได้ explore ตัวเองแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน

  • ถ้าไม่ได้ขึ้นเวที เขาเชื่อว่าจะไม่มีวันได้ลองทั้งร้องและเต้นจริงจังขนาดนี้

  • แรกๆ เขารู้สึกว่าการยืนต่อหน้าผู้คนเต็มฮอลล์ “ไม่ใช่ตัวเองเลย” แต่พอได้ลองทำ กลับกลายเป็นความสนุกที่ไม่อยากหยุด

  • การเป็นศิลปินจึงไม่ใช่แค่รู้จักตัวเองมากขึ้น แต่คือการค้นพบเซลฟ์ใหม่ๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน

มาร์คคริส: เราเป็นคนชอบตั้งคำถามกับตัวเองอยู่แล้ว

ในอีกมุมหนึ่ง มาร์คคริสรู้สึกว่า การมาเป็นศิลปินไม่ได้ทำให้เขา “รู้จักตัวเองมากขึ้น” เท่าไหร่ เพราะปกติเป็นคนที่ถามตัวเองบ่อยอยู่แล้ว

สิ่งที่อาชีพนี้ให้เขามากกว่า คือ

  • โอกาสได้ลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบแบบลึกขึ้น

  • การได้ไปเจอคน กลุ่มผู้ชม และสถานที่ที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะได้ไป

  • การ confirm ว่าสิ่งที่ทำอยู่คือสิ่งที่ตัวเองอินจริงๆ ไม่ใช่แค่ลองเล่นๆ

ถ้าไม่เดินบนทางศิลปิน… ชีวิตอีกแบบจะเป็นยังไง

บนเวทีทั้งคู่คือศิลปินเต็มตัว แต่ถ้าไม่มีคำว่าศิลปิน ตอนนี้ชีวิตพวกเขาน่าจะอยู่ไกลจากสปอร์ตไลต์มาก

เอเอ: สถาปัตย์ เมืองนอก และชีวิตวัยรุ่นธรรมดาๆ

เอเอเชื่อว่าถ้าไม่ได้เดบิวต์ เขาน่าจะกำลังใช้ชีวิตนักศึกษาต่างประเทศอยู่

  • สายที่อยากเรียนจริงๆ คือ สถาปัตยกรรม เพราะชอบงานเกี่ยวกับดีไซน์บ้าน อินทีเรีย และโครงสร้างสวยๆ

  • แพลนในหัวคืออยากเรียนสถาปัตย์ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศสักแห่ง แล้วใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา เรียน เที่ยว ทำโปรเจกต์

  • การกลายเป็นศิลปินจึงเหมือนการ เปลี่ยนเส้นทางชีวิตครั้งใหญ่ ที่ทำให้เขาเดินมาอีกทางที่ไม่เคยคิดมาก่อน

มาร์คคริส: ยังอยู่ต่างประเทศ และอาจกำลังทำงานในสายที่วางแผนไว้

สำหรับมาร์คคริส ภาพตัวเองในจักรวาลที่ไม่มีคำว่าศิลปินคือ

  • น่าจะยังไม่กลับมาไทยในตอนนี้

  • เรียนจบด้านสถาปัตย์หรือสายใกล้เคียง และอาจเริ่มต้นทำงานหรือต่อยอดเรียนเพิ่ม

  • ในอนาคตอาจกลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัว แต่ไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน

ชีวิตอีกแบบของพวกเขาอาจดูนิ่งกว่า แต่ก็เต็มไปด้วยเส้นทางที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ถ้าไม่มีข้อจำกัด… จะขอใช้ชีวิตแบบไหน

นักร้องที่คุณเห็นบนเวที อาจเป็นคนที่โหยหาวันหยุดมากกว่าที่คิด

เอเอ: ขอปีละสี่เดือนเพื่อออกเดินทาง

แผนในฝันของเอเอเรียบง่ายแต่ฟังแล้วอยากแพ็กกระเป๋าตาม

  • ถ้าปีนึงมี 12 เดือน เขาอยากขอ เที่ยวให้ได้อย่างน้อย 4 เดือนเต็ม

  • ทุกช่วงปิดเทอม เขาอยากออกไปต่างประเทศ ไปสำรวจโลกที่ตัวเองยังไม่เคยเห็น

  • พอเป็นศิลปิน วันหยุดกลับตรงกับช่วงงานเทศกาลและโชว์ ทำให้เวลาพักจริงๆ กลายเป็นของหายาก

เขาอยากมีเวลา

  • เที่ยวกับครอบครัว

  • ใช้เวลากับเพื่อนๆ

  • ไปประเทศที่ไม่ค่อยมีคนไป หรือที่ตัวเองไม่เคยไปมาก่อน

ใน bucket list ของเอเอมีทั้ง

  • ไอซ์แลนด์ – เพื่อดูแสงเหนือสักครั้งในชีวิต

  • อเมริกา โดยเฉพาะนิวยอร์ก – เมืองที่เขาเห็นผ่านหน้าจอมาบ่อยจนอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองสักที

มาร์คคริส: ขอเวลานอนและใช้ชีวิตให้หัวกลับมาครีเอทีฟ

ขณะที่อีกคนอยากบินไปไกลทั่วโลก มาร์คคริสกลับขอสิ่งใกล้ตัวที่สุดอย่าง การได้นอนให้พอ

  • เขารู้สึกว่าช่วงนี้เวลาพักผ่อนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น จนร่างกายเริ่มประท้วง

  • งานที่ทำต้องใช้ความครีเอทีฟสูง แต่ถ้าไม่ได้ใช้ชีวิต ได้ออกไปเจอโลกข้างนอก ไอเดียก็เริ่มนิ่ง

สิ่งที่เขาอยากได้จึงไม่ใช่แค่เวลาอยู่บ้าน แต่คือ เวลาไปใช้ชีวิตจริงๆ เพื่อให้สมองได้เติมเชื้อไฟใหม่ๆ กลับมา

เราอยากให้คุณจำ AA & MARCKRIS แบบไหน

ไม่ใช่ทุกศิลปินที่จะพูดตรงๆ ว่าอยากให้คนจำตัวเองยังไง แต่ทั้งคู่ตอบคำถามนี้แบบจริงใจมาก

เอเอ: อยากเป็นคนเก่งที่นิสัยดีในความทรงจำของทุกคน

เอเออยากให้คนจำเขาในฐานะ

  • ศิลปินที่ดี ทั้งเรื่องทัศนคติและพฤติกรรม

  • เป็นคนไนซ์ ไม่มีพิษมีภัย ตรงไปตรงมา และอยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายใจ

  • เก่งในงานของตัวเอง สามารถทำผลงานออกมาได้ด้วยตัวเอง และทำออกมาได้ดีจริงๆ

เขาไม่ได้อยากให้คนรักแค่ภาพลักษณ์ แต่อยากให้ทุกคน รักทั้งตัวตนและผลงานที่ตั้งใจทำ

มาร์คคริส: อยากเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้ใครสักคน

ด้านมาร์คคริสโฟกัสไปที่คำว่า “คุณภาพ” และ “กำลังใจ”

  • เขาอยากให้คนตามเพราะชอบผลงาน ถ้าอินในตัวเขาก็อยากให้เป็นการชอบในแบบที่เขาเป็น

  • อยากเป็นศิลปินที่เห็นแล้วทำให้คนดูอยากลุกไปทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจอยู่

  • แม้จะเป็นแค่หนึ่งพาร์ทเล็กๆ ในชีวิตใครสักคน แต่ถ้าทำให้เขามีกำลังใจลุกขึ้นไปต่อได้ เขาก็แฮปปี้แล้ว

ศิลปินในฝันที่อยากร่วมงานด้วย

ในฐานะคนทำเพลง แน่นอนว่าความฝันอีกอย่างคือการได้ร่วมงานกับคนที่ตัวเองชื่นชม

  • เอเออยากร่วมงานกับ NJZ เพราะชอบเพลงมากๆ และอยากลองร้องเต้นในเพลงของเขาดู เชื่อว่าถ้าได้คอลแลบกันจะต้องสนุกสุดๆ

  • มาร์คคริสบอกว่าคำถามนี้ยาก เพราะเขาอยากร่วมงานกับแทบทุกคนที่มีโอกาสได้เจอ

ศิลปินต่างชาติที่เขาฟังบ่อยช่วงนี้ก็มีทั้ง

  • Justin Bieber

  • Harry Styles

  • Keshi

  • Conan Gray

  • Olivia Rodrigo

ถ้าสักวันหนึ่งมีชื่อ BUS หรือ AA & MARCKRIS ไปโผล่ในเครดิตร่วมงานกับใครสักคนในลิสต์นี้ แฟนๆ คงได้กรี๊ดกันลั่นไทม์ไลน์แน่นอน

มองกันและกันผ่านสายตาเพื่อนร่วมวง

อีกมุมที่น่ารักคือการให้ทั้งสองคนเล่าถึงลุคของอีกฝ่ายในวันที่มาถ่ายภาพ

ลุคของมาร์คคริสในสายตาเอเอ

วันนี้เอเอได้อยู่หลังกล้อง ช่วยพี่มาร์คเลือกลุคด้วยตัวเอง

  • เขารู้สึกว่าลุคที่ออกมาทั้งเท่และเจ๋ง มีความเป็นตัวมาร์คคริสสูงมาก

  • ลูกโป่งที่อยู่ในเฟรมช่วยเพิ่มความสนุกและความแฟนซีให้ภาพดูมีชีวิต

  • สำหรับเอเอ นี่คือลุคที่ “ใช่” กับมาร์คแบบเต็มๆ

ลุคของเอเอในสายตามาร์คคริส

ส่วนลุคของเอเอ มาร์คคริสบอกว่าเป็นสไตล์ชิลๆ แอบแกลมเล็กน้อย

  • ความหรูหราแบบไม่ต้องตะโกนให้ดังไปทั้งห้อง

  • เรียบง่ายในแบบ casual everyday look ที่ยังคงดูดีมาก

  • ในสายตามาร์คคริส คำสรุปง่ายที่สุดคือ “หล่อมาก และเหมาะกับเอเอสุดๆ”

หนึ่งประโยคสรุปลุคของตัวเอง

บางครั้งลุคที่เราใส่ในวันหนึ่ง สามารถเล่าเรื่องราวของเราได้ในประโยคเดียว

  • เอเออธิบายสไตล์ตัวเองว่า เรียบแต่โก้ ไฮแฟชั่น ชิ้นไม่เยอะ อาจมี 1–2 เลเยอร์ แต่ผลลัพธ์ออกมาดูสวย เท่ และเขารู้สึกว่ามันเป็นตัวเองมากๆ เป็นแบบที่ถ้าให้เลือกเองก็พร้อมแต่ง

  • มาร์คคริสสรุปลุคตัวเองสั้นๆ ว่า “วันนี้เป็นคนคลูๆ ครับ” ประโยคเดียวแต่เห็นภาพชัด

ไอเท็มที่เหมาะที่สุดเวลาไปดูคอนเสิร์ต BUS

ในฐานะคนที่ชอบเที่ยวดูคอนเสิร์ต นี่คือพาร์ทที่สายคอนต้องจดเช็กลิสต์ไว้ก่อนออกจากบ้าน

  • เอเอเลือก กระเป๋าใบเล็กของ Marc Jacobs เป็นไอเท็มที่เหมาะกับการไปดูคอนสุดๆ เพราะเวลาไปงานแบบนี้ไม่มีใครอยากสะพายกระเป๋าหนัก

    • ใบเล็กพอใส่ของจุกจิกได้ครบ

    • ดูดี น่ารัก และไม่เกะกะเวลาโยกตามเพลง

  • มาร์คคริสเลือก กางเกงยีนส์ Marc Jacobs ที่ด้านหน้าพิมพ์คำว่า “มาร์ค มาร์ค มาร์ค มาร์ค” เหมือนเป็นชิ้นที่เลือกให้ตัวเองมากกว่าคนดู แต่ก็เป็นไอเท็มเด่นที่ช่วยเติมคาแรกเตอร์ให้ลุคเวลาไปคอนเสิร์ตได้ดีมาก

สายเที่ยวดูคอน… ถึงเวลาจองบัตรแล้วหรือยัง

สำหรับคนที่หลงรักการดูคอนเสิร์ต การได้เห็นตัวตนของศิลปินนอกเหนือจากบนเวที คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราอินกับการแสดงของพวกเขามากขึ้น

AA & MARCKRIS คือศิลปินที่

  • จริงใจกับสิ่งที่ทำ

  • ไม่หยุดค้นหาตัวเอง

  • อยากให้ผลงานของตัวเองเป็น แรงบันดาลใจและกำลังใจเล็กๆ ให้กับใครสักคน

ครั้งหน้าถ้า BUS มีคอนเสิร์ตหรือโชว์ที่ไหนสักแห่ง

  • หยิบกระเป๋าใบเล็กที่พกของพอดีมือ

  • ใส่ยีนส์ตัวโปรดที่ทำให้รู้สึกคลูที่สุด

  • แล้วไปปล่อยตัว ปล่อยใจ ลอยไปกับบีทของ BB แบบเต็มที่สักครั้ง

อาจจะเป็นคืนที่ทำให้คุณกลับมารู้จักตัวเอง… มากขึ้นอีกนิดก็ได้เหมือนกัน