ญี่ปุ่นล้วน ๆ กลับมาแล้ว! แฟร์สายเจที่ใหญ่สุดในไทย
งานเที่ยวญี่ปุ่นที่หลายคนรอคอยกลับมาอีกครั้งกับ “งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง & ทัวร์ ครั้งที่ 17 (Visit Japan FIT Fair #17)” มหกรรมท่องเที่ยวญี่ปุ่นล้วน ๆ ที่จัดกันมาอย่างต่อเนื่อง และขึ้นชื่อว่าเป็นงานใหญ่สุดในไทยสำหรับคนรักแดนปลาดิบโดยเฉพาะ
ธีมปีนี้คือ “ญี่ปุ่น ‘เมืองหลัก เมืองรอง’ ที่คุณจะหลงรัก” เน้นพาเราหนีวงลูปโตเกียว–โอซาก้า ไปเปิดมุมใหม่ ๆ ของญี่ปุ่นที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก ให้ได้วางแผนทริปต่อไปแบบไม่ซ้ำเดิม แถมยังมีดีลช่วยเซฟงบให้สายเที่ยวประหยัดแบบเรา ๆ ได้ไปญี่ปุ่นง่ายขึ้นอีกเยอะ

งานนี้คืออะไร จัดที่ไหน เมื่อไหร่
รายละเอียดคร่าว ๆ ของงานปีนี้
ชื่องาน: งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง & ทัวร์ ครั้งที่ 17 (Visit Japan FIT Fair #17)
ผู้จัด: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) สำนักงานกรุงเทพฯ
สถานที่: พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ช่วงจัดงาน: วันศุกร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.
ภายในงานเต็มไปด้วยบูธจากทั้งฝั่งญี่ปุ่นและไทยที่รวมทุกอย่างเกี่ยวกับการเที่ยวญี่ปุ่นไว้ในที่เดียว ใครวางแผนจะไปปีหน้า บอกเลยว่ามางานเดียวจบ วางทริปได้ทั้งทริป

คอนเซ็ปต์ “เมืองหลัก เมืองรอง” คืออะไร
ไฮไลท์ของงานนี้คือการพาเราไปรู้จักทั้ง เมืองยอดฮิต ที่ทุกคนคุ้นเคย และ เมืองรอง จากหลากหลายภูมิภาคที่ยังไม่ค่อยดัง แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบเน้น ๆ
เป้าหมายของงานคือ
ให้คนไทยได้เจอไอเดียเส้นทางใหม่ ๆ
เปิดมุมมองเรื่อง “เที่ยวเมืองรอง” ที่ทั้งคนน้อยกว่า ฟีลท้องถิ่นกว่า และหลายที ประหยัดกว่าเมืองดัง
ช่วยให้การเที่ยวญี่ปุ่นครั้งต่อไปของเรา ไม่ซ้ำใคร และคุ้มขึ้น

บนเวทีเปิดงานยังมีตัวแทนระดับผู้บริหารจาก JNTO และสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นมาร่วมพูดถึงความตั้งใจของงาน ที่อยากให้คนไทยได้ไปค้นพบ “ญี่ปุ่นมุมใหม่” ไม่ใช่แค่เมืองยอดฮิตที่เคยไปมาแล้วหลายรอบ
ทำไมสายเที่ยวประหยัดควรมางานนี้
ปีนี้มีผู้ออกบูธจัดเต็มถึง 118 หน่วยงาน รวมกว่า 160 บูธ เรียกว่าเดินกันเพลินทั้งวันยังเก็บไม่ครบ
ภายในงานมีอะไรบ้าง
ตั๋วเครื่องบินญี่ปุ่น จากหลายสายการบิน พร้อมโปรเฉพาะในงาน
บัตรเหมารถไฟญี่ปุ่น (Rail Pass ต่าง ๆ) ที่ช่วยลดค่าเดินทางแบบเห็น ๆ
ที่พักหลายระดับ ตั้งแต่เรียวกัง ออนเซ็น จนถึงโรงแรมในเมือง
บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยวดัง ๆ และจุดลับ ๆ
บริการรถเช่า และกิจกรรมท้องถิ่น
แพ็กเกจเที่ยวเอง และกรุ๊ปทัวร์สำหรับสายไม่อยากวางแผนเอง
ประกันการเดินทาง Wi-Fi และซิมอินเตอร์เน็ต
สินค้าและบริการเกี่ยวกับการเที่ยวญี่ปุ่นอีกเพียบ
จุดแข็งของงานนี้คือ เราสามารถเดินเข้าไปคุยกับตัวแทนจากญี่ปุ่นได้โดยตรง ถามได้หมดทั้งเรื่องแพลนเที่ยว การเดินทาง หรือจุดเช็กอินลับ ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีคนไทยไป
แถมยังมีโปรพิเศษในงาน เช่น
ช้อปครบ 8,000 บาทในงาน สามารถเอาใบเสร็จไปแลกรับ หมอน “โมมิจิ-ใบไม้เปลี่ยนสี” น่ารัก ๆ กลับไปกอดคิดถึงญี่ปุ่นที่บ้าน
กิจกรรมและแคมเปญส่งเสริมการเที่ยวเมืองรอง พร้อมของที่ระลึกจาก JNTO สำหรับคนร่วมสนุก


เวทีกิจกรรม: ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ และโชว์จากญี่ปุ่น
นอกจากเรื่องโปรเที่ยวแล้ว เวทีกลางงานก็จัดเต็มตลอด 3 วัน ใครสายเอ็นเตอร์เทนต้องถูกใจ
กิจกรรมเด่น ๆ บนเวที เช่น
การขึ้นเวทีของนักแสดงชื่อดังจาก GMMTV อย่าง บุ๋น นพณัฐ
ทอล์กแชร์ประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นแบบ Unseen จาก นน ChinoToShare สายท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์
การแสดง ระบำซันสะโอโดริ ระบำพื้นบ้านสุดงดงามจากเมืองโมริโอกะ จังหวัดอิวาเตะ
การปรากฏตัวของเหล่านินจาจากจังหวัดโทชิงิ ที่จะมาช่วยเล่าคอนเซ็ปต์ “ท่องเที่ยวเชิงศิลปะการต่อสู้” ในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ
เรียกว่าไม่ได้มีแค่บูธขายของ แต่ยังได้อินสไปร์เรื่องการเที่ยวญี่ปุ่นแบบลึกและต่างออกไปจากที่เคยรู้จัก


สายควิซห้ามพลาด: แข่งชิงตำแหน่ง “กูรูเรื่องเที่ยวญี่ปุ่น”
สำหรับคนที่มั่นใจว่าตัวเองคือ เลเวลกูรูญี่ปุ่น รู้ลึกกว่าทริปทั่วไป งานนี้มีเวทีให้พิสูจน์ด้วยการร่วมแข่งตอบคำถามชิงตำแหน่ง “กูรูเรื่องเที่ยวญี่ปุ่น” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 แล้ว
ของรางวัลคือ ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ญี่ปุ่น–ไทย ฟรี! ถ้าเก่งจริงและดวงดี งานนี้มีสิทธิ์ไปญี่ปุ่นแบบไม่ต้องจ่ายค่าตั๋ว


ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทย–ญี่ปุ่นที่น่าสนใจ
เพื่อให้เห็นภาพว่าคนไทยยังรักญี่ปุ่นแค่ไหน มาดูสถิติกันสักหน่อย
ช่วงมกราคม–ตุลาคม ปี 2025 มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นประมาณ 940,000 คน เพิ่มขึ้นราว 6.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2024
ในปี 2024 คนไทยติดอันดับ ที่ 6 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น รองจากเกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน อเมริกา และฮ่องกง
ตัวเลขพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ ยิ่งยืนยันว่า ญี่ปุ่นยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของสายเที่ยวประหยัดและสายกินเที่ยวจากไทย แถมมีตัวเลือกใหม่ ๆ ให้ย้อนกลับไปซ้ำได้แบบไม่เบื่อ


สรุปภาพรวมงาน: ใครควรไป
โปรไฟล์ผู้ออกบูธในงาน
รวมทั้งหมด: 118 หน่วยงาน รวม 160 บูธ
ฝั่งญี่ปุ่น: 80 หน่วยงาน (องค์กรท้องถิ่น บริษัทขนส่ง โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ)
ฝั่งไทย: 37 หน่วยงาน
สายการบิน 9 บริษัท
บริษัททัวร์ 18 บริษัท
บริษัทอื่น ๆ เช่น ประกันภัย 10 บริษัท
จำนวนผู้เข้าชมงานคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 62,000 คน ซึ่งใกล้เคียงกับครั้งก่อน สะท้อนว่าคนไทยยังอินกับญี่ปุ่นแบบไม่มีแผ่ว

เหมาะกับใครบ้าง
งานนี้ตอบโจทย์โดยเฉพาะคนที่
อยาก เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด แต่ไม่อยากลดความฟิน
วางแผนทริปแรกไปญี่ปุ่น และอยากคุยกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
เคยไปแล้วหลายรอบ แต่อยากลองเมืองรอง มุมใหม่ ๆ ที่ไม่ซ้ำเดิม
ชอบล่าโปรตั๋วเครื่องบิน ที่พัก Rail Pass และดีลคุ้ม ๆ
อินกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น อยากดูโชว์ นินจา ระบำพื้นบ้าน และกิจกรรมเวทีตลอดวัน
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วหัวใจเริ่มอยากเปิดเว็บจองตั๋วเครื่องบิน ญี่ปุ่นคงอยู่ไม่ไกลแล้วล่ะ แต่อย่าเพิ่งรีบจองออนไลน์ ลองแวะมาเดินงานนี้ก่อน จะได้ทั้งโปร ทั้งไอเดียเที่ยวใหม่ ๆ และอาจได้ของแถมกลับบ้านแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่มด้วย
ทริคสายประหยัด: เตรียมลิสต์เมืองที่สนใจไว้ล่วงหน้า แล้วเดินไล่ถามทีละบูธ เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจให้ครบก่อนตัดสินใจ คุณอาจเจอดีลที่ไม่เคยคิดว่าจะมีในราคานี้มาก่อนก็ได้


