ย้อนเวลาเข้าสู่กรุสมบัติอยุธยา
เมื่อพูดถึง “อยุธยา” ภาพแรกที่ลอยมาในหัวของใครหลายคน คงหนีไม่พ้นราชธานีเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าและซากประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่
และถ้าคุณเป็นสายเดินเที่ยวในเมืองที่อินกับเสน่ห์อดีต “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” คือจุดหมายที่พลาดไม่ได้จริงๆ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ แต่คือ คลังสมบัติของอาณาจักรอยุธยา ที่ยังหายใจอยู่
ที่นี่คือประตูบานใหญ่ที่จะพาคุณเดินย้อนกลับไปสู่ยุคที่อยุธยารุ่งโรจน์ ทั้งความเชื่อ ศิลปะ วิถีชีวิต และอำนาจที่สะท้อนผ่าน “ของจริง” ที่เคยอยู่ในมือคนโบราณมาก่อน
ทำไมต้องมาเจ้าสามพระยาให้ได้สักครั้ง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา เป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกของไทย ที่ออกแบบตามมาตรฐานสากล สร้างขึ้นเพื่อจัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดได้จากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ และวัดมหาธาตุ
พูดง่ายๆ คือ ที่นี่คือจุดรวมของของล้ำค่าระดับชาติ ทั้งด้าน ประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และความเชื่อของผู้คนในยุคอยุธยา
การมาเดินชมที่นี่ จึงไม่ใช่แค่การดูของเก่า แต่คือการต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ของอาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้
อาคารเครื่องทองอยุธยา ไฮไลต์ที่ต้องแวะ
ตอนนี้ตัวอาคารหลักด้านหน้ากำลังอยู่ระหว่างการบูรณะปรับปรุง แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินเที่ยวไม่เต็มอิ่ม เพราะมีการจัดนิทรรศการใน “อาคารเครื่องทองอยุธยา” ซึ่งเป็นอาคารใหม่ที่เน้นการแสดงโบราณวัตถุประเภทเครื่องทองเป็นหลัก
ที่นี่จัดแสดงโบราณวัตถุมากกว่า 2,200 รายการ ในรูปแบบที่ทันสมัย เข้าใจง่าย และเดินสนุก ไม่ได้ให้ฟีลพิพิธภัณฑ์น่าเบื่อเลย
แรกๆ คนส่วนใหญ่อาจคิดเหมือนกันว่า “ก็แค่มาดูของเก่า” แต่พอเดินเข้าไปจริงๆ จะรู้เลยว่าคิดผิด เพราะบรรยากาศภายในอาคาร ทั้งแสง สี การจัดวาง และความอลังการของสมบัติโบราณที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า ทำให้ตื่นตาและทึ่งแบบไม่ทันตั้งตัว
ไฮไลต์เด็ดคือสมบัติโบราณที่ได้คืนมาจากกรุวัดราชบูรณะที่เคยถูกขุดและลักลอบนำออกไปเมื่อปี พ.ศ. 2500 ซึ่งรวมถึงของสำคัญอย่าง พระแสงขรรค์ชัยศรี, พระคชาธารจำลอง และพระสุวรรณมาลา ฯลฯ ที่พอได้เห็นของจริงแล้ว ต้องยอมรับเลยว่า อาณาจักรนี้ไม่ธรรมดา
เดินลงกรุจำลอง วินาทีขนลุกของทริปนี้
อีกมุมที่เรียกได้ว่า อเมซิ่งสุดๆ คือโซนจำลองบรรยากาศภายในกรุวัดราชบูรณะ ที่เคยขุดพบโบราณวัตถุจำนวนมากในอดีต
หนึ่งในดาวเด่นของโซนนี้ คือ พระปรางค์จำลองทองคำจากกรุชั้นที่ 2 ซึ่งถ้าไม่ถูกลักลอบขโมยไปก่อนในอดีต เชื่อกันว่าจะเป็นหนึ่งในกรุทองคำที่สมบูรณ์และยิ่งใหญ่ที่สุดของวัดราชบูรณะเลยทีเดียว
แม้วันนี้จะเหลือเพียงบางชิ้นส่วน แต่ก็ถูกนำมาประกอบสร้างใหม่เป็นแบบจำลองให้เราได้เห็นภาพใกล้เคียงความจริงมากที่สุด
มันไม่ใช่แค่สวย แต่ยังทำให้รู้สึกเสียดาย ปนกับความประทับใจในฝีมือและความรุ่งเรืองของคนในยุคนั้นแบบจับใจ
ไฮไลต์ที่ต้องหยุดมองนานๆ
โซนเด็ดที่ห้ามเดินผ่านแบบไม่สนใจ มีดังนี้:
เครื่องทองราชกกุธภัณฑ์และเครื่องราชูปโภค
ชุดเครื่องทองคำระดับราชสำนัก ที่ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ทั้งพระแสงขรรค์ชัยศรี สุพรรณภาชน์ และเครื่องประดับอีกมากมาย ทุกชิ้นสะท้อนฐานะ อำนาจ และชนชั้นของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ในยุคนั้นได้อย่างชัดเจนพระพุทธรูปทองคำ
พระพุทธรูปทองคำแท้ อายุหลายร้อยปี ที่ทำให้เห็นทั้งความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และฝีมือเชิงช่างที่ละเอียดอ่อนของชาวอยุธยาเครื่องประดับและอัญมณี
สร้อย สังวาล กำไล ตุ้มหู และเครื่องประดับจากทองคำผสมอัญมณีนานาชนิด ซึ่งบอกเล่าความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของอาณาจักรได้แบบไม่ต้องอ่านป้ายอธิบายเยอะก็เข้าใจพระพิมพ์และพระเครื่อง
อีกหนึ่งหลักฐานชั้นดีที่สะท้อนความศรัทธาและความเชื่อของผู้คนในอดีต ผ่านรูปแบบ ลวดลาย และกรรมวิธีการสร้างที่แตกต่างกันไปโบราณวัตถุอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน
ทั้งเครื่องถ้วยชาม อาวุธ เครื่องมือเครื่องใช้สารพัดอย่าง ที่ช่วยให้เราจินตนาการภาพวิถีชีวิตของชาวอยุธยาได้แบบมีมิติ ไม่ได้รู้จักแค่ว่าพวกเขา “เคยยิ่งใหญ่” แต่ได้เห็นว่าพวกเขา “เคยใช้ชีวิตอย่างไร” ด้วย
เดินสบาย แอร์เย็น ภาพสวย ความรู้แน่น
ประสบการณ์การเดินเที่ยวในอาคารเครื่องทองอยุธยา บอกเลยว่า สบายเกินคาด เพราะภายในเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ เดินชมได้นานๆ แบบไม่เหนื่อย ไม่ร้อน ไม่หงุดหงิด
มากกว่าการเดินดูของ คือการได้ เรียนรู้ผ่านการเผชิญหน้ากับวัตถุจริง แต่ละชิ้นเคยเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ไม่ใช่แค่ภาพในหนังสือเรียน
พอได้เห็นของจริงใกล้ๆ ทำให้จินตนาการตามได้เลยว่า ครั้งหนึ่งอยุธยาเคยยิ่งใหญ่แค่ไหน ผู้คนแต่งตัวอย่างไร ใช้อะไรบ้างในชีวิตประจำวัน และให้คุณค่ากับอะไรในโลกใบนี้
ที่สำคัญ ที่นี่ยังเหมาะมากสำหรับสายถ่ายรูป เพราะมีการจัดแสดงโบราณวัตถุอย่างเป็นระเบียบ แบ่งโซนชัด แสงดี มุมดี ถ่ายออกมาแล้วภาพดูแพงแบบไม่ต้องพยายามเยอะ
ทำเลและการเดินทาง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ตั้งอยู่ใจกลางเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ใกล้กับทั้งวัดมหาธาตุ และวัดราชบูรณะ
ข้อดีคือ สามารถจัดทริปเดินเที่ยวในเมืองแบบ One Day Trip ได้สบายๆ แวะพิพิธภัณฑ์ก่อน แล้วค่อยต่อไปวัดใกล้เคียง หรือจะกลับกันก็ยังได้ ทุกที่เดินทางเชื่อมต่อกันง่ายและสะดวก
วันเวลาเปิดให้เข้าชม
เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์
เวลา 09.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม
คนไทย 30 บาท
ชาวต่างประเทศ 150 บาท
นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ / ภิกษุสามเณร และนักบวชในศาสนาต่างๆ
ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม
ปักหมุดทริปหน้า เพิ่มความอินให้เมืองเก่า
ถ้าคุณกำลังวางแผนไปอยุธยา อย่าให้ทริปนี้มีแค่วัดกับคาเฟ่ ลองเพิ่ม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา” ลงในแผนด้วย
แล้วคุณจะได้สัมผัสอีกมุมของอยุธยาที่ไม่ใช่แค่ซากกำแพงเก่า แต่คือ สมบัติจริงๆ ที่เคยประดับอยู่ในอดีต
ที่นี่จะทำให้คนที่หลงเสน่ห์เมืองเก่าอยู่แล้ว ยิ่งรักอยุธยามากขึ้นไปอีก ส่วนใครที่ยังไม่เคยอินกับประวัติศาสตร์มาก่อน ก็อาจจะเริ่มรู้สึกว่า “ของเก่า” นี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้เมืองหนึ่งมีเสน่ห์ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ

