รับแอปรับแอป

Azabudai Hills: เมืองสีเขียวกลางโตเกียวที่อยู่ดี กินดี เที่ยวได้ แถมยังพาสุนัขมาเล่นได้ด้วย

สุเมธ พรหมทอง01-29

Azabudai Hills: หมู่บ้านสีเขียวกลางเมือง โตเกียวเวอร์ชันหายใจได้

Azabudai Hills คือโครงการ Mixed-Use ใจกลางโตเกียวที่ออกแบบโดย Heatherwick Studio และพัฒนาโดย Mori Building ด้วยแนวคิด “Modern Urban Village” หรือเมืองในแบบหมู่บ้านสมัยใหม่ที่โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวทั่วทั้งโครงการ

แกนหลักของที่นี่คือการออกแบบแบบ human-centered ให้คนอยู่อาศัย ทำงาน พักผ่อน และใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลในพื้นที่เดียวกัน เสมือนเป็นเมืองขนาดย่อมที่เดินได้จริง ไม่ใช่แค่คอนเซ็ปต์บนกระดาษ

โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่รูปตัว Y มีอาคารสูง 3 แห่งที่เชื่อมโยงกันผ่านระเบียง พื้นที่สีเขียว และภูมิทัศน์แบบไล่ระดับ มีทั้งอพาร์ตเมนต์หรู สำนักงาน ร้านค้า พื้นที่ค้าปลีก อาคารวัฒนธรรมและชุมชน ทุกอย่างถูกเชื่อมด้วยทางเดินและบันไดที่ทำให้การเดินในเมืองกลายเป็นประสบการณ์มากกว่าการ “เดินทางจากจุด A ไป B”

เมืองเล็กในเมืองใหญ่: ตัวเลขที่เล่าเรื่อง

หัวใจของ Azabudai Hills คือการเปลี่ยนภาพ “เมืองคอนกรีต” ให้กลายเป็น “เมืองสีเขียวที่อยู่ได้จริง”

ภายในโครงการมีพื้นที่รวมประมาณ 81,000 ตารางเมตร และมีพื้นที่ใช้สอยถึง 860,000 ตารางเมตร แต่สิ่งที่โดดเด่นคือพื้นที่สีเขียวกว่า 24,000 ตารางเมตร ซึ่งมากกว่าพื้นที่สีเขียวเดิมในละแวกนี้ก่อนพัฒนาถึง 5 เท่า

ที่นี่ทำหน้าที่เหมือนเมืองขนาดเล็กที่มีครบทุกฟังก์ชัน เช่น

  • สำนักงาน และออฟฟิศให้เช่า

  • อพาร์ตเมนต์และที่อยู่อาศัยระดับหรู

  • ร้านค้า ร้านอาหาร และตลาดอาหาร

  • โรงแรม

  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลและหอศิลป์

  • โรงเรียนนานาชาติ

  • ศูนย์การแพทย์

ทุกองค์ประกอบผูกโยงด้วยแนวคิด Green + Wellness ทำให้ Azabudai Hills ไม่ใช่แค่โครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็น แพลตฟอร์มการใช้ชีวิตแบบใหม่ ของคนเมืองทั่วโลกที่กำลังมองหาพื้นที่สีเขียวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

กระถางยักษ์บนดาดฟ้า: สวนผักลอยฟ้าและทัวร์สีเขียว

หนึ่งในดีเทลที่น่าสนใจของ Azabudai Hills คือการใช้พื้นที่ด้านบนของอาคารให้กลายเป็น กระถางปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่ปลูกต้นไม้ประดับ แต่เป็น สวนผักจริงจัง

โครงการนี้มีพืชพรรณมากกว่า 320 ชนิด ถูกจัดเป็นกิจกรรมชื่อว่า “ทัวร์สีเขียว (Green Tour)” ซึ่งเน้นการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติในเมือง

  • พื้นที่กระถางด้านบนไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะทั่วไป แต่ใช้ในรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบนัดหมาย

  • ผู้เข้าร่วมสามารถเดินชม เรียนรู้พืชผักตามฤดูกาล และเห็นวิวเมืองไปพร้อมกับธรรมชาติ

  • พืชพรรณที่เก็บระหว่างกิจกรรมสามารถนำกลับบ้านได้ในรูปแบบที่จัดบรรจุใส่ซอง

ตรงนี้ทำให้พื้นที่สีเขียวไม่ใช่แค่ของประดับตา แต่กลายเป็น เครื่องมือเชื่อมคน-เมือง-อาหาร ให้กลับมาใกล้กันมากขึ้น

ลานกลางเมืองที่เปลี่ยนฟังก์ชันได้: จากสวนหญ้าเป็นโรงหนังเคลื่อนที่

ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าภายในโครงการ ถูกออกแบบให้เป็น ลานกิจกรรมขนาดใหญ่ ที่สามารถเปลี่ยนฟังก์ชันตามฤดูกาลได้เหมือนเป็นเวทีกลางแจ้งของเมือง

ในช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อน สนามหญ้าขนาดใหญ่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์กลางแจ้งผ่านโปรแกรม “Kino Igloo” หรือโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ที่ไปฉายหนังตามพื้นที่ต่าง ๆ ของเมือง

สำหรับที่ Azabudai Hills ได้เลือกภาพยนตร์ตามธีม “Summer Feeling” เพื่อสร้างบรรยากาศหน้าร้อนที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง

จุดเด่นของ Kino Igloo คือ

  • เปลี่ยน “การดูหนัง” จากกิจกรรมในห้องมืด ปิด-เงียบ ให้กลายเป็นประสบการณ์กลางแจ้งที่เปิดกว้าง

  • ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ทั้งการพูดคุย หัวเราะ และ “แบ่งปัน” ช่วงเวลาเดียวกัน

  • ทำให้การดูหนังกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เมือง ไม่ใช่แค่กิจกรรมในโรงภาพยนตร์เฉพาะที่

ลานหญ้าจึงไม่ใช่แค่พื้นที่สีเขียวสวย ๆ แต่มันคือ เวทีชีวิตของคนเมือง ที่เปลี่ยนบทบาทไปตามโปรแกรมที่จัดขึ้น

Wellness Program: เมืองนี้ออกแบบมาให้ร่างกาย (และใจ) แข็งแรง

พื้นที่สีเขียวเดียวกันยังถูกใช้สำหรับกิจกรรมด้านสุขภาพ (Wellness) ที่ออกแบบมาสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัย คนทำงาน และผู้มาเยือน โดยร่วมมือกับแบรนด์กีฬาอย่าง NIKE เพื่อสร้างโปรแกรมออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างกิจกรรมที่จัดในพื้นที่ ได้แก่

  • Run Session: วิ่งในเมือง ระยะทางประมาณ 3–6 กิโลเมตร โดยวิ่งผ่านจุด Landmark ต่าง ๆ รอบโครงการ

  • Fitness Session: คลาสโยคะ พิลาทิส และการฝึกแกนกลางลำตัว (core training) ในหลายจุดของพื้นที่

  • Kids Program: โปรแกรมสำหรับเด็ก ใช้บล็อกสร้างสรรค์และกิจกรรมเคลื่อนไหวให้เด็ก ๆ ได้ขยับร่างกายไปพร้อมกับจินตนาการ

  • Morning Yoga: โยคะบนลานหญ้ายามเช้า เติมพลังทั้งกายและใจให้คนเมืองเริ่มวันใหม่แบบไม่เร่งรีบ

การออกแบบกิจกรรมเหล่านี้ช่วยตอกย้ำว่า Azabudai Hills ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ “อาคาร” อย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพการใช้ชีวิตของคนในเมือง อย่างจริงจัง

เมืองที่เข้าใจคนเลี้ยงสัตว์: Dog Friendly แบบครบวงจร

อีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจมากสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่คือ การยอมรับว่าคนจำนวนมาก เลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิกในครอบครัว และต้องการพื้นที่ที่รองรับชีวิตของสัตว์เลี้ยงด้วย

ในโซนที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ Roppongi Hills มีการออกแบบให้เป็น Pet & Dog Friendly Area ที่เปิดโอกาสให้คนเมืองสามารถพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น ใช้ชีวิต และใช้บริการต่าง ๆ ได้อย่างสบายใจ

ภายในพื้นที่นี้มีทั้ง

  • ร้านอาหารที่อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้มากถึง 12 ร้าน

  • ร้าน Dog & Cat Joker ซึ่งเป็นเหมือน one-stop service สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ มีทั้ง

    • ร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง

    • โรงแรมสุนัข

    • ห้องอาบน้ำ-กรูมมิ่ง

    • โซน Puppy Run ให้ลูกสุนัขได้วิ่งเล่นอย่างปลอดภัย

  • ร้าน Nine+ คาเฟ่ที่เปิดให้สุนัขเข้าได้ภายในร้าน

    • มีเมนูสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ

    • สนามเล่นในร่ม

    • ของเล่น น้ำดื่ม และห้องส้วมสำหรับสัตว์เลี้ยงจัดเตรียมไว้ครบ

ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดชัดเจนว่า Azabudai Hills ไม่ได้มอง “สัตว์เลี้ยง” แค่เป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ แต่เห็นพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของระบบชีวิตในเมือง และออกแบบพื้นที่ให้รองรับอย่างจริงจัง

สำหรับคนรักสัตว์ Azabudai Hills จึงเป็นตัวอย่างชัด ๆ ของเมืองที่ อยู่ได้ทั้งคนและเพื่อนสี่ขา ในที่เดียวกัน

บริบทด้านการเรียนรู้และวิชาการ

โครงการ Azabudai Hills ยังถูกใช้เป็นกรณีศึกษาในเวทีวิชาการด้านภูมิสถาปัตยกรรม มรดกสถาปัตยกรรม และการอนุรักษ์ ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ The 2025 International Cultural Landscape, Architectural Heritage and Conservation Science Workshop in Japan ที่จัดขึ้นร่วมกับมหาวิทยาลัยทสึคุบะ ณ เมืองทสึคุบะและเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น

การที่โครงการถูกนำมาอยู่ในเวทีวิชาการระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นว่า Azabudai Hills ไม่ได้โดดเด่นแค่ในเชิงการตลาดหรือไลฟ์สไตล์ แต่ยังถูกมองเป็น ตัวอย่างเชิงคุณภาพของการผสานเมือง-ธรรมชาติ-สุขภาพ-วัฒนธรรม เข้าด้วยกันอย่างมียุทธศาสตร์

สรุป: เมืองแบบที่คน (และสัตว์เลี้ยง) อยากอยู่

เมื่อมองภาพรวม Azabudai Hills คือการทดลองสร้างเมืองรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์หลายมิติในพื้นที่เดียวกัน

  • มีพื้นที่สีเขียวที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขในโบรชัวร์

  • สนับสนุน Wellness ทั้งกายและใจ ผ่านโปรแกรมออกกำลังกายและกิจกรรมกลางแจ้ง

  • ใช้พื้นที่สาธารณะให้มีชีวิต ทั้งลานกิจกรรม โรงหนังกลางแจ้ง และสวนผักบนดาดฟ้า

  • เข้าใจไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เลี้ยงสัตว์ และออกแบบบริการรองรับแบบครบวงจร

นี่จึงไม่ใช่แค่โครงการอสังหาฯ แต่คือ โมเดลของเมืองในอนาคต ที่หายใจได้ เขียวได้ สนุกได้ และแบ่งปันชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างกลมกลืนในพื้นที่เดียวกัน