เส้นผมคือมงกุฎ ถ้าจะดูแพง…ต้องเริ่มที่ออยล์ผม
ผมสวยไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่นหอม หรือขวดแพงๆ เท่านั้นนะคะ แต่คือการเลือก Texture ที่ไม่ถ่วงผม และ สารสกัดที่ตรงกับสภาพเส้นผมจริงๆ
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายผมทำสีหนักๆ ผมแห้งฟูจัดทรงยาก หรือผมธรรมดาที่อยากเพิ่มความเงาให้ดูแพงขึ้นนิด…เลือกออยล์ถูกตัว ชีวิตผมเปลี่ยนได้เลย
8 Hair Oil ตัวดังที่สาวผมสวยทั่วโลกยกให้เป็น “ของมันต้องมี”
ด้านล่างนี้คือ 8 ออยล์บำรุงผมตัวดังที่ถูกพูดถึงบ่อยมากในวงการคนรักผม ใครกำลังหาไอเท็มกู้ผมเสียแบบไม่ต้องง้อซาลอน ลองไล่ดูทีละตัวแล้วเลือกให้เหมาะกับผมของตัวเองได้เลย
1. L’Oreal Paris Elseve Extraordinary Oil Serum
ราคาประมาณ: 429 บาท
ออยล์สามัญประจำโต๊ะเครื่องแป้งที่แทบทุกบ้านต้องเคยเห็น ด้วยสารสกัดจากดอกไม้ 6 ชนิด เนื้อเซรั่มบางเบา ไม่ถ่วงโคน ไม่ทำให้ผมลีบแบน ช่วยให้ผมแห้งเสียกลับมานุ่มลื่น ดูสุขภาพดีแบบรวดเร็ว ใช้แล้วได้ฟีลผมนุ่มลื่นพร้อมกลิ่นหอมสไตล์ฝรั่งเศสที่ดูแพงเกินราคา
เหมาะสำหรับ: ทุกสภาพผม โดยเฉพาะคนที่อยากได้ความนุ่มลื่นในงบสบายกระเป๋า
2. Raip R3 Argan Hair Oil ELEGANCE
ราคาประมาณ: 350 บาท
ออยล์สายเกาหลีที่รีวิวแน่นมาก จุดเด่นคือสารสกัดจาก Argan Oil บริสุทธิ์ เนื้อออยล์เบาบาง ซึมไว ไม่ทิ้งความเหนอะบนมือหรือเส้นผม กลิ่น ELEGANCE จะให้ความรู้สึกหรูหรา อบอวลเหมือนเพิ่งออกจากสปาผมใหม่ๆ
เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสีย และคนที่ชอบออยล์เนื้อสัมผัสบางเบาไม่หนักผม
3. Kérastase Gloss Absolu Glaze Drops Hair Oil
ราคาประมาณ: 1,590 บาท
ตัวแทนสาย Hi-end ที่เน้นงานผมเงาวิ้งโดยเฉพาะ สูตรนี้เกิดมาเพื่อคนที่คลั่งรักลุคผมเงาแบบ Glossy Finish ช่วยเคลือบและปกป้องเส้นผมจากความร้อนและมลภาวะ พร้อมเติมความฉ่ำวาวให้ผมดูแพงเหมือนเพิ่งทำทรีตเมนต์จากซาลอนดังทุกวัน
เหมาะสำหรับ: ผมทำสี และคนที่ต้องการความเงางามขั้นสุดแบบเห็นตั้งแต่ระยะสองเมตร
4. Olaplex No.7 Bonding Oil™
ราคาประมาณ: 1,490 บาท
ออยล์ตัวนี้ไม่ได้แค่มาเคลือบผมให้ดูดีชั่วคราว แต่ช่วย ซ่อมแซมพันธะเส้นผมที่ถูกทำลาย จากการทำเคมีและความร้อนโดยตรง เนื้อออยล์สีทองใส บางเบา ไม่เหนียว ช่วยลดผมชี้ฟู (Frizz) และป้องกันความร้อนได้สูงถึง 232°C สายทำสี ดัด ยืด ไดร์จัดหนักบ่อยๆ ต้องมีไว้ติดโต๊ะเครื่องแป้งจริงจัง
เหมาะสำหรับ: ผมแห้งเสียรุนแรง ผมทำสี และผมที่โดนความร้อนบ่อย
5. Sol de Janeiro Brazilian Glossy™ Nourishing Hair Oil
ราคาประมาณ: 1,490 บาท
ใครเป็นแฟนกลิ่นวานิลลา คาราเมล ผสมความละมุนของถั่วพิสตาชิโอ ห้ามมองข้ามตัวนี้ เพราะนอกจากกลิ่นจะเอกลักษณ์มากแล้ว ยังช่วยล็อกความชุ่มชื้นบนเส้นผมได้นานถึง 72 ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยีช่วยลดผมแตกปลาย ทำให้ผมดูอิ่มน้ำ เปล่งประกายเวลาต้องแสง
เหมาะสำหรับ: ผมแห้งชี้ฟู ที่อยากได้ทั้งความหอมฟุ้งและความชุ่มชื้นยาวๆ
6. Lucido-L Hair Treatment Argan Rich Oil Moisture
ราคาประมาณ: 330 บาท
ออยล์สายญี่ปุ่นที่ใช้เทคโนโลยีแรงดันสูงในการสกัด จนได้เนื้อสัมผัสที่บางเบาเป็นพิเศษ เกลี่ยบนเส้นผมได้ดี ไม่จับตัวเป็นก้อน ช่วยให้ผมเรียบลื่น พริ้วสวย ดูเป็นธรรมชาติ เป็นหนึ่งในลิสต์ ของถูกและดี ที่พลาดแล้วจะเสียดาย เพราะหาซื้อง่ายและคุณภาพเกินราคา
เหมาะสำหรับ: ผมธรรมดาถึงผมแห้ง ที่อยากให้ผมพริ้วสวย ดูเป็นทรงทั้งวัน
7. Fino Premium Touch Hair Oil
ราคาประมาณ: 499 บาท
จากมาส์กกระปุกแดงในตำนาน สู่เวอร์ชันออยล์ที่ให้การบำรุงแน่นไม่แพ้กัน จุดเด่นคือการฟื้นฟูผมเสียแบบลงลึกถึงแกนผม ช่วยปิดเกล็ดผมให้เรียบเนียนขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่ผมพังจากการทำเคมีหนัก หรือผมแตกปลายเยอะ พอใช้ต่อเนื่องจะรู้สึกได้เลยว่าผมนุ่มลื่นขึ้นจนสางด้วยนิ้วก็ไม่สะดุด
เหมาะสำหรับ: ผมเสียมาก และผมแตกปลายชัดเจน
8. &HONEY DEEP MOIST HAIR OIL
ราคาประมาณ: 550 บาท
ออยล์ขวดน่ารักที่มาพร้อมส่วนผสมจากน้ำผึ้งธรรมชาติถึง 3 ชนิด แค่แพ็กเกจก็ชนะใจไปครึ่งแล้ว แต่พอใช้จริงพลังการกักเก็บความชุ่มชื้นคือไม่ธรรมดา ช่วยให้ผมดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี มีความเงาแบบนุ่มละมุน พร้อมกลิ่นหอมหวานจากน้ำผึ้งบัลแกเรียที่ทำให้การบำรุงผมกลายเป็นโมเมนต์แสนเพลินในทุกวัน
เหมาะสำหรับ: ผมแห้งกร้าน ที่ต้องการการบำรุงแบบล้ำลึกและอยากได้กลิ่นหวานละมุน
เลือกออยล์ให้ “ใช่” แล้วผมสวยไม่แพ้นางแบบก็ทำได้
ผมสวยไม่ใช่เรื่องฟลุค แต่คือการเลือกไอเท็มที่ ตรงกับปัญหาเส้นผมของเรา และใช้ให้สม่ำเสมอ
ลองสังเกตสภาพผมตัวเองก่อนว่าแห้ง ฟู ทำสี แตกปลาย หรือโดนความร้อนหนักๆ แล้วเลือก Hair Oil จาก 8 ตัวนี้ให้เข้ากับสไตล์และงบของคุณ
ถ้าเจอออยล์ที่ใช่เมื่อไร คุณจะรู้เลยว่า ผมสวยนุ่มลื่น เงางามแบบในโฆษณา ก็ไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อมอีกต่อไปค่ะ

