รับแอปรับแอป

11 ทริคใช้ Apple Watch ให้คุ้มสุด! จากนาฬิกาธรรมดา สู่นาฬิกาเพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์

นรินทร์ ชัยกิจ01-31

ปรับ Apple Watch จากแค่นาฬิกา ให้กลายเป็นผู้ช่วยรอบตัว

Apple Watch ไม่ได้เป็นแค่นาฬิกาข้อมือสวย ๆ แต่คือผู้ช่วยอัจฉริยะที่คอยดูแลทั้งเรื่องสุขภาพ การแจ้งเตือน งานประจำวัน ไปจนถึงการใช้ชีวิตให้สะดวกขึ้นแบบแทบไม่ต้องหยิบ iPhone ออกมาเลย

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มใช้ หรือเพิ่งซื้อมาแล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหน มาลอง 11 ทริคพื้นฐานนี้ ที่ทำให้การใช้ Apple Watch ง่ายขึ้นเยอะ และช่วยดูแลไลฟ์สไตล์และสุขภาพไปพร้อมกัน

1. กดทีเดียวหา iPhone ที่หายไป

ช่วงไหนหา iPhone ไม่เจอ แต่มั่นใจว่าอยู่แถว ๆ นี้ Apple Watch ช่วยได้แบบไม่ต้องเดินหาวนเป็นสิบรอบ

  • กดปุ่มด้านข้างบน Apple Watch เพื่อเปิดศูนย์ควบคุม

  • แตะไอคอนที่อยู่ใกล้สัญลักษณ์ Wi‑Fi

  • iPhone ของคุณจะส่งเสียงดัง ช่วยให้ตามหาได้ง่ายขึ้น

ใครใช้ Apple Watch Series 9, Series 10 หรือ Apple Watch Ultra 2 ยังสามารถดูทิศทางคร่าว ๆ และระยะทางไปยัง iPhone ได้ด้วย ช่วยประหยัดเวลาและลดอาการหัวร้อนตอนหาเครื่องไม่เจอสุด ๆ

2. เปลี่ยนหน้าปัดให้เข้ากับสไตล์และฟีลของแต่ละวัน

Apple Watch มีหน้าปัดให้เลือกเยอะมาก จะเน้นเรียบหรู ดูเวลาอย่างเดียว หรือเน้นสุขภาพ เห็นแคลอรี่ กิจกรรม หัวใจ เต็มหน้าจอ ก็เลือกได้ตามใจ

วิธีเพิ่มหน้าปัดใหม่:

  • แตะหน้าจอที่หน้าปัดปัจจุบันค้างไว้

  • ปัดไปทางซ้ายจนสุด

  • แตะปุ่ม + เพื่อเพิ่มหน้าปัดใหม่

  • หมุน Digital Crown เพื่อเลือกฟังก์ชันและดีไซน์ที่ถูกใจ

  • แตะ “เพิ่ม” เพื่อใช้งาน

ทริคเล็ก ๆ: ตั้งหลายหน้าปัดไว้สำหรับสถานการณ์ต่างกัน เช่น หน้าปัดสายเฮลธ์เน้นการเคลื่อนไหว และหน้าปัดสายทำงานเน้นปฏิทินและการแจ้งเตือน

3. ใช้ Apple Watch ปลดล็อค Mac แบบไม่ต้องพิมพ์รหัส

ใครใช้ Mac อยู่ด้วย บอกเลยว่าฟีเจอร์นี้ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะมาก

  • แค่ใส่ Apple Watch ไว้บนข้อมือ

  • ปลุก Mac ขึ้นมา

  • Mac จะปลดล็อคให้อัตโนมัติ ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่าน

นอกจากนี้ ยังใช้ Apple Watch แทนการกรอกรหัสผ่านเวลามีคำขออนุมัติบางอย่างได้ด้วย แค่กดปุ่มด้านข้างบน Apple Watch สองครั้ง ระบบก็จัดการให้ทันที สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

4. เปิดใช้แอปบน Apple Watch เหมือนมีมินิคอมอยู่บนข้อมือ

Apple Watch มาพร้อมแอปที่ช่วยได้หลายด้าน ทั้งเรื่องสุขภาพ ออกกำลังกาย การหายใจ การตามข้อมูล หรือใช้แอปเสริมต่าง ๆ ได้ทันทีจากข้อมือ

  • กดปุ่ม Digital Crown เพื่อเข้าสู่หน้าจอโฮมของแอป

  • แตะเลือกแอปที่ต้องการใช้งาน

  • ถ้าอยากเพิ่มแอปใหม่ สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store บน Apple Watch โดยตรง

จัดหน้าจอแอปให้เหมาะกับตัวเองได้ เลือกวางแอปสุขภาพ แอปออกกำลังกาย หรือแอปที่ใช้บ่อยไว้แถวหน้า ช่วยให้กดใช้งานได้เร็วขึ้นมาก

5. ตั้งค่าต่าง ๆ ได้ในไม่กี่วินาทีจากศูนย์ควบคุม

ศูนย์ควบคุมบน Apple Watch ใช้งานง่ายคล้าย ๆ กับบน iPhone ทำให้สลับโหมดต่าง ๆ ได้เร็วมาก

ฟีเจอร์ที่เข้าถึงได้จากศูนย์ควบคุม เช่น

  • โหมดปิดเสียง

  • ห้ามรบกวน หรือโหมดโฟกัส

  • เปิด–ปิด Wi‑Fi

  • ไฟฉาย

  • ฟังก์ชันอื่น ๆ ตามรุ่นที่ใช้

วิธีเปิดศูนย์ควบคุม:

  • กดปุ่มด้านข้างหนึ่งครั้ง

  • เลื่อนดูและแตะเลือกสัญลักษณ์ที่ต้องการปรับ

6. ใช้ Digital Crown ให้คล่อง แล้วจะรู้ว่ามันโคตรดี

ปุ่ม Digital Crown เป็นเหมือนเม้าส์ + ปุ่มโฮมในตัวเดียว ถ้าใช้คล่อง ๆ จะทำให้การควบคุม Apple Watch ลื่นขึ้นเยอะมาก

รูปแบบการใช้งาน Digital Crown ที่ควรรู้:

  • กดหนึ่งครั้ง: กลับไปที่หน้าปัดนาฬิกา

  • จากหน้าปัดนาฬิกา กดหนึ่งครั้ง: เปิดหน้าจอโฮมรวมแอป

  • คลิกสองครั้ง: เปิดแถบสลับแอปที่ใช้ล่าสุด

  • กดค้าง: เรียกใช้ Siri

  • หมุนขณะอยู่บนหน้าปัด: ใช้สแต็คอัจฉริยะ ดูวิดเจ็ตและข้อมูลสั้น ๆ

  • หมุนเพื่อซูม เลื่อน หรือปรับค่าที่แสดงบนหน้าจอในแต่ละแอป

  • กดค้างหลังออกกำลังกายทางน้ำ: ใช้ปลดล็อคหน้าจอและไล่น้ำออกจากลำโพง

ลองฝึกใช้ Digital Crown คู่กับการแตะหน้าจอไปเรื่อย ๆ แล้วจะเริ่มรู้จังหวะของนาฬิกาตัวเองมากขึ้น

7. ใช้ปุ่มด้านข้างให้เป็น คุมเครื่องได้อีกหลายอย่าง

ปุ่มด้านข้างของ Apple Watch ก็สำคัญไม่แพ้ Digital Crown เพราะรวมฟังก์ชันที่ใช้บ่อยไว้เหมือนกัน

วิธีใช้งานปุ่มด้านข้าง:

  • กดหนึ่งครั้ง: แสดงหรือซ่อนศูนย์ควบคุม

  • กดค้าง: ใช้สำหรับการโทรฉุกเฉิน SOS

  • กดสองครั้ง: เรียกใช้ Apple Pay เพื่อจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว

  • กดค้างยาว: ใช้เปิดหรือปิดเครื่อง

ปุ่มเล็ก ๆ แต่ควบคุมได้ทั้งความปลอดภัย การจ่ายเงิน และการตั้งค่าทั่วไปในชีวิตประจำวัน

8. แชร์โลเคชั่นจากข้อมือ ให้คนสำคัญรู้ว่าคุณอยู่ไหน

เวลานัดเพื่อน นัดครอบครัว หรืออยากให้คนที่ห่วงคุณรู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน Apple Watch ก็แชร์ตำแหน่งให้ได้ทันทีแบบไม่ต้องหยิบโทรศัพท์

ขั้นตอนการแชร์ตำแหน่ง:

  • เปิดแอปข้อความบน Apple Watch

  • เริ่มสนทนาใหม่ หรือเปิดบทสนทนาที่มีอยู่แล้ว

  • แตะปุ่ม +

  • เลือก “ตำแหน่งที่ตั้ง”

  • เริ่มแชร์โลเคชั่นของคุณให้คู่สนทนาได้เลย

เหมาะมากสำหรับคนชอบเดิน วิ่ง หรือออกกำลังกายข้างนอก แล้วอยากให้คนที่บ้านติดตามได้แบบสบายใจ

9. ตั้งแจ้งเตือนสุขภาพหัวใจ ดูแลตัวเองแบบไม่ต้องเดา

Apple Watch เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่เด่นเรื่องสุขภาพหัวใจมาก ๆ โดยเฉพาะใครที่อยากเริ่มดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง

คุณสามารถเปิดการแจ้งเตือนจากแอปอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อให้ Apple Watch คอยเตือนเมื่อมีความผิดปกติ เช่น

  • หัวใจเต้นเร็วเกินไปทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ออกแรง

  • หัวใจเต้นช้าผิดปกติ

  • ตรวจพบจังหวะหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะอย่าง AFib

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณสังเกตสัญญาณเสี่ยงได้เร็วขึ้น และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพระยะยาว

10. ไม่ลืมกินยา วิตามิน หรืออาหารเสริมอีกต่อไป

สำหรับคนที่ต้องกินยาตามเวลา หรือเน้นกินวิตามินและอาหารเสริมเป็นประจำ Apple Watch ช่วยเตือนให้ไม่พลาดได้ง่าย ๆ

  • เพิ่มข้อมูลการทานยา วิตามิน หรืออาหารเสริมในแอปสุขภาพบน iPhone

  • ซิงก์ข้อมูลมายัง Apple Watch

  • ใช้การแจ้งเตือนบนข้อมือเพื่อเตือนเวลาในการทาน

ประโยชน์คือช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ต่อเนื่อง ไม่ลืม ไม่ขาดช่วง และสามารถดูประวัติการทานย้อนหลังได้

11. โทร–แชทจากข้อมือ แบบไม่ต้องควานหาโทรศัพท์

Apple Watch ช่วยให้คุณติดต่อสื่อสารได้แม้ไม่ได้ถือ iPhone อยู่ในมือ โดยเฉพาะเวลาถือของ ทำอาหาร หรือกำลังออกกำลังกาย

  • เมื่อเชื่อมต่อกับ Wi‑Fi หรือรุ่นที่รองรับเซลลูลาร์ สามารถโทรออกจาก Apple Watch ได้โดยตรง

  • ใช้ Siri ช่วยโทรออก หรือส่งข้อความด้วยการพูดคำสั่ง

  • ยกข้อมือขึ้นแล้วพูดกับ Siri เพื่อสั่งการได้ทันที

สะดวกมากในจังหวะที่มือไม่ว่าง แต่ต้องรีบตอบกลับ หรือโทรหาคนสำคัญ

สรุป: ใช้ Apple Watch ให้คุ้ม ต้องมากกว่าดูแค่เวลา

ถ้าลองใช้ทั้ง 11 ทริคนี้ คุณจะเห็นเลยว่า Apple Watch เป็นมากกว่าแค่อุปกรณ์เสริม แต่มันคือผู้ช่วยด้านสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

  • ใช้ดูแลหัวใจและสุขภาพระยะยาว

  • ช่วยเตือนยา วิตามิน และเป้าหมายด้านสุขภาพ

  • ลดการพึ่งพาโทรศัพท์ แต่ยังเชื่อมต่อโลกได้ครบ

แค่เริ่มปรับทีละฟีเจอร์ ใช้ให้เข้ากับชีวิตประจำวันของเรา Apple Watch ก็จะกลายเป็นไอเทมประจำตัวที่ขาดไม่ได้ทั้งเรื่องสุขภาพและการใช้ชีวิต