เสน่ห์ตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ ที่ไม่เหมือนใคร
ตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ คือหนึ่งในงานไม้ญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ ทั้งการวาดลายและการตกแต่งที่ใช้ ฝีมือคนล้วนๆ ไม่มีอะไรสำเร็จรูปมาช่วย
จุดเด่นของตุ๊กตาสายนี้คือ หัวโต ตาแดง จมูกใหญ่ ดูแล้วทั้งดิบ ทั้งน่ารัก ไปพร้อมกัน แถมยังแตกต่างจากตุ๊กตาโคเกชิ สึจิยุ ซึ่งผลิตในเมืองใกล้เคียงในจังหวัดฟูกูชิมะ ที่จะมีรูปทรงหัวเล็กกว่า และสัดส่วนต่างกันอย่างชัดเจน
เมื่อ 2 ปีก่อน มีการจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ของตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ ยิ่งตอกย้ำว่าตุ๊กตาไม้หัวโตเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ของฝาก แต่คือประวัติศาสตร์มีชีวิตของงาน Craft ญี่ปุ่น
จุดเริ่มต้นจากบ่อน้ำพุร้อน
ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ “อิวาโมโตะ เซ็งกิจิ” ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่ง ตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ ในฐานะผู้ประดิษฐ์ตุ๊กตาตัวแรกของสายนี้
เขาเป็นช่างทำตุ๊กตาที่มีบ้านอยู่ใกล้บ่อน้ำพุร้อน แขกที่มาใช้บริการจึงมักขอให้เขาทำตุ๊กตาเป็นของขวัญกลับไปฝากลูกๆ จากคำขอเล็กๆ นี้เอง ที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของงานหัตถกรรมที่ยืนระยะมาได้กว่าศตวรรษ
ที่ผ่านมา เคยมีความเข้าใจผิดแพร่หลายในวงกว้าง ว่าตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ ก็คือสายเดียวกับตุ๊กตาโคเกชิ สึจิยุ แต่เมื่อราว 6 ปีก่อน สมาคมช่างฝีมือโคเกชิ สึจิยุ ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า ทั้งสองสาย แตกต่างกันแน่นอน ทั้งในด้านลักษณะ รูปแบบ และแนวทางการทำ

ทายาทงานไม้ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน
ปัจจุบันชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ คือ “เซยะ โคจิ” ช่างฝีมือที่อยู่กับงานนี้มานานกว่าครึ่งศตวรรษ
เขาผลิตตุ๊กตาได้ราว ปีละ 500 ตัว โดยยังคงใช้วิธีดั้งเดิมที่เรียนมาจากพ่อของเขา ซึ่งเป็นศิษย์เอกของ อิวาโมโตะ เซ็งกิจิ อีกที เรียกได้ว่าเป็นสายตรงจากผู้ให้กำเนิดรูปแบบนี้เลยทีเดียว
ทุกวันนี้ ในวงการตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ มีการพูดกันอย่างชัดเจนว่า เหลือช่างฝีมือเพียง 9 คนเท่านั้น จำนวนที่น้อยจนชวนให้ตั้งคำถามว่า งานไม้สายนี้จะไปต่อได้ไกลแค่ไหน
หนึ่งในความหวังของสายงานนี้คือ “นิชิมูระ คาซูตากะ” ผู้ฝึกหัดทำตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะคนล่าสุด เขานำตู้จำหน่ายตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ ไปตั้งไว้หน้าร้านอาหารของตัวเองในเมืองอินาวาชิโระ จังหวัดฟูกูชิมะ
ด้วยเหตุนี้เอง นิชิมูระ คาซูตากะ จึงถือเป็นลูกศิษย์ของ เซยะ โคจิ ทางอ้อม เขาเลือกเดินเส้นทางนี้ด้วยความตั้งใจว่า อยากช่วยรักษาประเพณีการทำตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะเอาไว้ให้ได้
เมื่องานหัตถกรรมต้องสู้กับต้นทุนยุคใหม่
ในมุมของช่างทำตุ๊กตารุ่นใหม่อย่าง นิชิมูระ คาซูตากะ ปัญหาสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องฝีมือ แต่คือ ต้นทุนทรัพยากรที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งไม้ สี และโดยเฉพาะ ค่าไฟ กลายเป็นภาระที่ถ่วงให้งานหัตถกรรมแบบทำมืออยู่รอดได้ยากขึ้น เพราะยิ่งทำละเอียด ยิ่งใช้เวลา ยิ่งใช้ทรัพยากรมาก แต่ราคาขายกลับไม่สามารถขึ้นได้ตามใจคิด

เซยะ โคจิ ในฐานะช่างฝีมือหลักของสายนี้ก็เห็นตรงกับลูกศิษย์รุ่นใหม่ เขายอมรับว่าการที่ นิชิมูระ คาซูตากะ ตัดสินใจนำตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะไปขายผ่านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ถือเป็นก้าวสำคัญในการหาช่องทางใหม่ให้กับงานไม้สไตล์ดั้งเดิมนี้
เขาหวังอย่างยิ่งว่า คนรุ่นใหม่จะหันมาให้ความสนใจตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะมากขึ้น ผ่านการพบเจอแบบไม่คาดคิดหน้าตู้กดอัตโนมัติ พร้อมทั้งเชื่อว่า ตู้ขายของอัตโนมัติอาจกลายเป็นประตูบานใหม่ของวงการ Craft ญี่ปุ่น
ตู้กดตุ๊กตา: ไอเดียสุดแหวกเพื่อรักษาวัฒนธรรม
ในสายตาของ “ยามางูจิ ฮิโรชิ” หัวหน้าภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดฟูกูชิมะ การนำตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะไปขายผ่านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ไม่ได้เป็นแค่ลูกเล่นทางการตลาด แต่คือ ความพยายามครั้งสำคัญในการช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น
เขามองว่าตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ กำลังเผชิญวิกฤติแบบเดียวกับงานหัตถกรรมพื้นบ้านอีกหลายแขนง ถ้าขายไม่ได้ ก็อยู่ต่อยาก ดังนั้น เขาจึงสนับสนุนแนวคิดของ นิชิมูระ คาซูตากะ ที่พยายามขยายช่องทางการขายด้วยมุมมองสดใหม่ และทดลองหาวิธีผลิตและนำเสนอรูปแบบใหม่ๆ

ในมุมมองของ ยามางูจิ ฮิโรชิ ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติไม่ได้ช่วยแค่เพิ่มยอดขายตุ๊กตาเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสทำให้ จำนวนช่างฝีมือรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น ไปพร้อมกันด้วย
ตู้กดที่เปิด 24 ชั่วโมง ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะได้ตลอดเวลา กลายเป็นเครื่องมือสร้างกระแส เพิ่มยอดขาย และที่สำคัญคือช่วยสร้างการรับรู้ว่า งานหัตถกรรมเหล่านี้ ต้องการการอนุรักษ์อย่างจริงจัง
จากหวังขายสัปดาห์ละตัว สู่ยอดขายวันละหลายชิ้น
ตอนเริ่มต้น นิชิมูระ คาซูตากะ ตั้งเป้าแบบเรียบง่ายมาก เขาคิดว่าถ้าขายได้ สัปดาห์ละ 1 ตัว ผ่านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเกินคาด ปัจจุบันตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ สามารถขายได้เฉลี่ย วันละ 1 ตัว และบางวันก็พุ่งไปถึง 2–3 ตัว เลยทีเดียว
ในตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ขณะนี้มีตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะให้เลือก 5 แบบ ผลิตโดยช่างฝีมือ 4 คน โดยมีช่วงราคาประมาณ 2,000–4,000 เยน (ราว 440–880 บาท) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ผู้สนใจงาน Craft สามารถตัดสินใจลองซื้อได้ไม่ยาก
การชนกันของโลกเก่าและโลกใหม่
ในมุมมองของ นิชิมูระ คาซูตากะ จุดที่ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจ คือภาพที่ดู “ขัดแย้งแต่ลงตัว” ระหว่าง ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในยุคใหม่ กับ งานศิลปหัตถกรรมแบบโบราณ อย่างตุ๊กตาไม้ทำมือ
คนที่ผ่านไปเห็นตู้แล้วพบว่าข้างในไม่ได้มีแค่เครื่องดื่มหรือขนม แต่กลับเป็นตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ กลับยิ่งรู้สึกทึ่งและอยากลองซื้อมาเก็บ
เขาหวังว่า ความนิยมที่เกิดขึ้นจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ จะช่วยให้ศิลปะการทำตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะที่เขารัก เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น พร้อมทั้งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมเมืองเพิ่มขึ้นในอนาคต
สรุป: งานไม้ดั้งเดิม ถ้าไม่เปลี่ยน ก็อาจหายไป
เรื่องราวของตุ๊กตาโคเกชิ นากาโนซาวะ สะท้อนภาพชัดเจนว่า งานหัตถกรรมดั้งเดิมจะอยู่รอดได้ ต้องยอมปรับตัว
ใช้ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเป็นช่องทางขายใหม่
เชื่อมคนรุ่นใหม่เข้ากับงาน Craft เก่าแก่
สร้างโอกาสให้ช่างฝีมือรุ่นใหม่เข้ามาต่อยอด
สำหรับคนรักงานไม้ นี่ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาไม้หัวโตธรรมดา แต่คือบทเรียนสำคัญว่า ถ้าอยากให้สิ่งที่เรารักอยู่กับเราไปอีก 100 ปี การรักษาวิธีทำแบบเดิม อาจต้องมาคู่กับการคิดวิธีขายแบบใหม่เสมอ

