ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ใช้บัตรสวัสดิการรัฐ 2569 ลดค่าครองชีพให้คุ้มสุด

ใช้บัตรสวัสดิการรัฐ 2569 ลดค่าครองชีพให้คุ้มสุด
ความสนใจ|ความรู้การเงิน

ภาพรวมสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ช่วยลดค่าครองชีพอะไรบ้าง

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ยังคงเป็นเครื่องมือหลักของรัฐในการช่วย “กลุ่มรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง” ให้พอหายใจหายคอได้ท่ามกลางค่าครองชีพและพลังงานที่แพงขึ้นต่อเนื่อง สิทธิหลัก ๆ ที่ช่วยลดรายจ่ายประจำเดือนมีดังนี้

  • วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาท/คน/เดือน (ช่วงมิ.ย.–ก.ย. 2569 เพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน จากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส”) ใช้รูดซื้อของจำเป็นได้ที่ร้านธงฟ้าและร้านค้าที่ร่วมโครงการเท่านั้น ไม่สามารถกดเป็นเงินสด และไม่สะสมข้ามเดือน

  • วงเงินค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน ใช้กับ บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่ร่วมโครงการ

  • ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/ทุก 3 เดือน ช่วยลดต้นทุนทำอาหารในครัวเรือน

  • ช่วยค่าไฟฟ้า สูงสุด 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน ตามเงื่อนไขการใช้ไฟ

  • ช่วยค่าน้ำประปา สูงสุด 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน ตามเงื่อนไขการใช้น้ำ

  • เงินเพิ่มสำหรับผู้พิการที่มีบัตรสวัสดิการฯ 200 บาท/เดือน (โอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์/บัญชีรับเบี้ยความพิการ)

  • ผู้สูงอายุที่ถือบัตร ได้รับสิทธิพื้นฐานเหมือนผู้ถือบัตรทั่วไปครบทุกส่วน วงเงินจะโอนเข้าทุกวันที่ 1 ของเดือน (และเงินเพิ่มบางรายการตามวันที่กำหนด)

เมื่อรวมสิทธิประจำเดือนหลัก ๆ (ไม่รวมผู้พิการ/สิทธิพิเศษอื่น) ผู้ถือบัตรสามารถได้ประโยชน์เป็นมูลค่ากว่า 1,745 บาท/เดือน หากใช้สิทธิครบทุกส่วน และเพิ่มเป็น 1,830 บาทในเดือนที่มีโปรโมชั่นพิเศษ (เช่น มิ.ย. 2569 ที่วงเงินซื้อสินค้าเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือน)


เจาะลึกสิทธิส่วนลดค่าไฟฟ้า: เงื่อนไข วงเงิน และวิธีใช้ให้คุ้ม

สิทธิช่วยค่าไฟฟ้า (ค่าไฟประชารัฐ) เปิดให้เฉพาะ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไปลงทะเบียนกับการไฟฟ้า แล้วเท่านั้น โดยให้สิทธิ 1 ครัวเรือน/1 หมายเลขผู้ใช้ไฟ/1 บิลต่อเดือน รูปแบบการช่วยเหลือแบ่งตามพฤติกรรมการใช้ไฟดังนี้

  1. ใช้ไฟไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ต่อเนื่อง 3 เดือน

    • ได้สิทธิ ค่าไฟฟรี 50 หน่วย ตามมาตรการเดิม ถือเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุด หากควบคุมการใช้ให้ต่ำต่อเนื่อง

  2. ใช้ไฟเกิน 50 หน่วย แต่ยอดบิลไม่เกิน 315 บาท/เดือน

    • ได้รับการสนับสนุน ไม่เกิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน

    • ถ้าบิลไฟเท่ากับหรือต่ำกว่า 315 บาท จะถูกคืนให้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง (ไม่เกินเพดาน 315 บาท)

  3. ใช้ไฟเกิน 315 บาท/เดือน

    • ไม่ได้รับส่วนลด ใด ๆ ต้องจ่ายค่าไฟเต็มจำนวนเองทั้งบิล

เงื่อนไขสำคัญของการรับเงินช่วยค่าไฟ

  • ผู้ใช้ไฟ ต้องชำระค่าไฟเต็มจำนวนตามบิลก่อน

  • ภายหลังกรมบัญชีกลางจึงจะ โอนเงินคืนเข้าระบบบัตรสวัสดิการฯ ไม่ใช่การหักส่วนลดหน้าใบแจ้งหนี้

เทคนิคใช้สิทธิให้คุ้ม (บนฐานข้อมูลที่มี)

  • พยายามควบคุมการใช้ไฟให้บิลต่อเดือน ไม่เกิน 315 บาท เพื่อให้ยังได้สิทธิสนับสนุนเต็มเพดาน

  • หากบ้านมีผู้อยู่อาศัยไม่มากและใช้ไฟน้อย สามารถวางแผนการใช้ให้ ไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน 3 เดือนติด เพื่อรับสิทธิไฟฟรี 50 หน่วย ซึ่งจะคุ้มที่สุดสำหรับกลุ่มบ้านเล็ก

เปรียบเทียบตัวอย่างก่อน–หลังใช้สิทธิ (เชิงหลักการตามเงื่อนไข)

  • กรณีบิลไฟ 280 บาท/เดือน และลงทะเบียนใช้สิทธิแล้ว

    • ก่อนใช้สิทธิ: จ่าย 280 บาทเต็ม

    • หลังใช้สิทธิ: จ่ายไปก่อน 280 บาท แต่รัฐคืนกลับเข้าในระบบบัตรไม่เกินเพดาน 315 บาท เท่ากับภาระสุทธิของครัวเรือนลดลงเทียบเท่า 280 บาท

  • กรณีบิลไฟ 400 บาท/เดือน

    • ก่อนใช้สิทธิ: จ่าย 400 บาทเต็ม

    • หลังใช้สิทธิ (บิลเกิน 315 บาท): ตามเงื่อนไข ผู้ถือบัตรต้องรับภาระเองทั้งหมด ไม่ได้รับเงินคืน


สิทธิค่าประปาและค่าน้ำ: วงเงิน กลุ่มผู้มีสิทธิ และวิธีจ่ายให้ประหยัด

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ ลงทะเบียนกับการประปา แล้ว จะได้รับสิทธิช่วยค่าน้ำประปา สูงสุด 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้

  • กรณียอดค่าน้ำเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท

    • รัฐช่วยไม่เกิน 100 บาท ส่วนที่เกิน 100 บาทต้องชำระเอง

  • กรณียอดค่าน้ำเกิน 315 บาท

    • ผู้ถือบัตรต้องจ่ายค่าน้ำเองทั้งหมด ไม่ได้รับสิทธิส่วนลดใด ๆ

ขั้นตอนลงทะเบียนรับสิทธิค่าน้ำประปา (ตามพื้นที่)

  • ผู้ใช้น้ำใน กทม., สมุทรปราการ, นนทบุรี ลงทะเบียนที่ การประปานครหลวง

  • ผู้ใช้น้ำในต่างจังหวัด ลงทะเบียนที่ การประปาส่วนภูมิภาค

เมื่อผ่านการลงทะเบียนแล้ว ระบบจะใช้เงื่อนไขด้านบนเป็นเกณฑ์ในการคำนวณวงเงินสนับสนุนอัตโนมัติ โดยผู้ถือบัตรยังต้องจ่ายค่าน้ำตามใบแจ้งหนี้ตามปกติ จากนั้นรัฐจึงช่วยภายใต้เพดานที่กำหนดผ่านระบบบัตรสวัสดิการฯ

แนวทางใช้สิทธิให้คุ้ม

  • วางแผนการใช้น้ำให้อยู่ในระดับที่ทำให้ยอดบิล ไม่เกิน 315 บาท เพื่อยังได้สิทธิ 100 บาทเต็มเพดาน

  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำสูญเปล่า เพราะถ้าบิลเกิน 315 บาท จะเสียสิทธิทั้งก้อน ต้องจ่ายเองทั้งหมด


ค่าเดินทาง รถเมล์–รถไฟ–ขนส่งสาธารณะ: สิทธิปี 2569 และวิธีวางแผน

ในปี 2569 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับ วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน โดยใช้ได้กับ

  • รถเมล์ ขสมก.

  • รถไฟฟ้า (เช่น BTS, MRT, ARL ตามที่ระบุในบทความอ้างอิง)

  • รถไฟ

  • บขส.

  • รถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

วงเงินส่วนนี้

  • โอนเข้าระบบในวันที่ 1 ของทุกเดือน

  • ไม่สามารถถอนเป็นเงินสด

  • ไม่สะสมข้ามเดือน หากเดือนนั้นใช้ไม่หมด วงเงินจะหมดอายุ

เทคนิควางแผนเดินทางให้ประหยัด

  • หากต้องเดินทางประจำทุกวัน (เช่น ไปทำงาน) สามารถจัดสรรให้ใช้ขนส่งสาธารณะที่ร่วมโครงการเป็นหลัก เพื่อใช้วงเงิน 750 บาทให้หมดในเดือนนั้น ลดภาระค่ารถจากเงินสดตัวเอง

  • ถ้าเดินทางไม่ประจำ ควรวางแผนใช้งานช่วงที่ต้องเดินทางไกลหรือตั๋วราคาแพง (เช่น รถไฟ / บขส.) เพื่อดึงมูลค่าจากวงเงินให้ได้สูงที่สุดในเดือนนั้น


เปรียบเทียบช่องทางจ่ายบิล: แบบไหนช่วยรักษาสิทธิและลดภาระได้ดีกว่า

จากข้อมูลในเอกสารอ้างอิง ช่องทางจ่ายบิลที่เกี่ยวกับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะผูกกับเงื่อนไขสำคัญคือ

  • การช่วยค่าไฟและค่าน้ำ ไม่ได้หักที่บิลทันที แต่เป็นระบบจ่ายคืนผ่านบัตรสวัสดิการฯ ภายหลัง

  • ผู้ใช้ต้อง จ่ายตามใบแจ้งหนี้เต็มจำนวน ก่อน จึงค่อยได้รับเงินช่วยเหลือภายหลังผ่านบัตร

สำหรับช่องทางต่าง ๆ ที่ใช้เช็กยอดและใช้งานสิทธิ

  • จ่ายบิลและเช็กยอดผ่าน ธนาคารกรุงไทย (สาขา/สายด่วน 02-111-1111)

  • เช็กสถานะสิทธิและการใช้สิทธิผ่านเว็บไซต์ welfare.mof.go.th และ govwelfare.cgd.go.th

  • ใช้สิทธิหน้าร้านผ่านเครื่อง EDC ของร้านค้าธงฟ้าฯ สามารถกดเมนู “ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ” ก่อนใช้วงเงินได้

เอกสารไม่ได้ระบุอัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละช่องทางโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปเชิงตัวเลขว่าแบบไหน “ถูกกว่า” ได้ แต่ในเชิงหลักการ การจ่ายผ่านช่องทางที่อยู่ในระบบการเชื่อมต่อกับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ โดยตรง (เช่น ธนาคารรัฐ การไฟฟ้า การประปา) จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องข้อมูลตกหล่นและปัญหาสิทธิไม่เข้าได้มากกว่า


กลยุทธ์บริหารสิทธิในบัตร: วางลำดับใช้สิทธิ เลี่ยงสิทธิทับซ้อน

เพื่อให้ทุกบาทที่รัฐช่วยมาลดรายจ่ายได้จริง ผู้ถือบัตรควรจัดการสิทธิอย่างเป็นระบบ ดังนี้

  1. ลำดับการใช้สิทธิรายเดือน

    • ต้นเดือน: ตรวจสอบยอดวงเงินซื้อสินค้า 1,000/300 บาท, วงเงินเดินทาง 750 บาท และสถานะสิทธิไฟ–น้ำผ่านเว็บไซต์หรือเครื่อง EDC

    • ใช้วงเงินที่ ไม่สะสมข้ามเดือนก่อน เช่น วงเงินซื้อสินค้าและค่าเดินทาง เพราะหากไม่ใช้ถือว่าหมดสิทธิ

  2. ระวังสิทธิทับซ้อนกับโครงการอื่น

    • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่มีสิทธิเข้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ซึ่งสงวนสำหรับประชาชนทั่วไปที่ ไม่มี บัตรสวัสดิการฯ ตามข้อมูลโครงการ 60/40

    • ในทางกลับกัน ผู้ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ต้อง ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่กำหนด

  3. เลือกใช้สิทธิที่ลดรายจ่ายสูงสุดก่อน

    • ถ้าเดือนนั้นค่าไฟและค่าน้ำมีแนวโน้มสูง ควรควบคุมการใช้ให้อยู่ในกรอบที่ยังได้รับสิทธิ (ไฟไม่เกิน 315 บาท / น้ำไม่เกิน 315 บาท เพื่อได้เพดานช่วยเต็ม) จะคุ้มกว่าปล่อยให้หลุดเพดานแล้วเสียสิทธิทั้งก้อน

    • วงเงินซื้อสินค้าและค่าเดินทางควรใช้กับรายการที่จำเป็นจริง เพื่อลดการควักเงินสดในหมวดอาหาร–เดินทาง ซึ่งมักเป็นต้นทุนประจำที่หนีไม่พ้น


เคสตัวอย่างคำนวณจริง: ครัวเรือนรายได้น้อยใช้สิทธิอย่างไรให้ลดรายจ่ายต่อเดือน

จากกรอบข้อมูลสิทธิที่มี สามารถเห็นภาพศักยภาพการลดรายจ่ายของครัวเรือนรายได้น้อยได้ดังนี้ (เป็นตัวอย่างคำนวณบนเงื่อนไขในเอกสาร ไม่ใช่ข้อมูลรายบุคคลจริง)

สมมติครัวเรือนหนึ่งมีสมาชิก 1 คนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้สิทธิครบทุกส่วน และมีพฤติกรรมการใช้สาธารณูปโภคอยู่ในเพดานที่ได้รับสิทธิเต็มจำนวน

  • วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค (ช่วงมิ.ย.–ก.ย. 2569): 1,000 บาท/เดือน

  • วงเงินค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ: 750 บาท/เดือน

  • ส่วนลดก๊าซหุงต้ม: 80 บาท/3 เดือน เฉลี่ย ~26–27 บาท/เดือน

  • ช่วยค่าไฟ: 315 บาท/เดือน (กรณีบิลไม่เกิน 315 บาท)

  • ช่วยค่าน้ำ: 100 บาท/เดือน (กรณียอดเข้าเงื่อนไข)

รวมศักยภาพการลดรายจ่ายต่อเดือน (โดยประมาณในช่วง มิ.ย.–ก.ย. 2569)

  • 1,000 + 750 + 315 + 100 + ~27 ≈ 2,192 บาท/เดือน

หากผู้ถือบัตรเป็นผู้พิการที่มีสิทธิรับเงินเพิ่มอีก 200 บาท/เดือน จะเท่ากับลดภาระเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,392 บาท/เดือน ในช่วงที่โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เติมเงินอยู่

ในช่วงเดือนปกติที่ไม่มีวงเงินพิเศษ 700 บาทเติมเข้ามา (เช่น ช่วงต้นปี 2569) วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจะเหลือ 300 บาท ทำให้ศักยภาพช่วยลดรายจ่ายต่อเดือนอยู่ราว ๆ

  • 300 (ของใช้) + 750 (เดินทาง) + 315 (ไฟ) + 100 (น้ำ) + ~27 (ก๊าซเฉลี่ย) ≈ 1,492 บาท/เดือน (ไม่รวมสิทธิผู้พิการ/ผู้สูงอายุอื่น ๆ)


สรุปข้อดี–ข้อจำกัดของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 พร้อมเช็กลิสต์จ่ายบิลให้ถูกลง

จากข้อมูลทั้งหมด บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 มีจุดเด่นและข้อจำกัดสำคัญดังนี้

ข้อดี

  • เป็นสวัสดิการที่ช่วยลดรายจ่ายประจำในหลายหมวดพร้อมกัน: อาหาร เครื่องใช้ เดินทาง ค่าไฟ ค่าน้ำ ก๊าซหุงต้ม

  • มีวงเงินพิเศษจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ช่วง มิ.ย.–ก.ย. 2569 ทำให้วงเงินซื้อสินค้าเพิ่มเป็น 1,000 บาท/เดือน

  • สิทธิผู้พิการและผู้สูงอายุถูกผูกเข้ากับระบบบัตรและบัญชีโดยอัตโนมัติ ทำให้เงินช่วยเหลือเข้าอย่างสม่ำเสมอตามวันที่กำหนด

  • สามารถตรวจสอบสถานะ–ยอดเงินออนไลน์ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์หลัก และผ่านเครื่อง EDC ที่ร้านค้าธงฟ้า

ข้อจำกัด

  • วงเงินทุกประเภท ไม่สามารถถอนเป็นเงินสด และใช้ได้เฉพาะร้านค้า/บริการที่เข้าร่วมโครงการ

  • สิทธิหลายรายการ ไม่สะสมข้ามเดือน หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้นถือว่าหมดสิทธิ

  • สิทธิช่วยค่าไฟ–ค่าน้ำมีเพดานและเงื่อนไข หากใช้เกินเกณฑ์ (ไฟเกิน 315 บาท/เดือน หรือค่าน้ำเกิน 315 บาท) จะไม่ได้รับสิทธิเลยทั้งก้อน

  • ผู้ถือบัตร ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ซึ่งสงวนให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เช็กลิสต์วิธีจ่ายบิลและใช้สิทธิให้ถูกลงสำหรับผู้ถือบัตร

  • [ ] ลงทะเบียนสิทธิ ค่าไฟ กับการไฟฟ้าที่รับผิดชอบพื้นที่ให้เรียบร้อย

  • [ ] ลงทะเบียนสิทธิ ค่าน้ำ กับการประปานครหลวง/การประปาส่วนภูมิภาคตามพื้นที่

  • [ ] ก่อนสิ้นเดือน เช็กยอดการใช้ไฟและน้ำให้ไม่เกินเงื่อนไขเพดานสิทธิ

  • [ ] ใช้วงเงินซื้อสินค้าและค่าเดินทางให้ครบภายในเดือน เพราะไม่สะสมไปเดือนถัดไป

  • [ ] ตรวจสอบสถานะสิทธิและยอดเงินคงเหลือเป็นประจำผ่าน welfare.mof.go.th หรือ govwelfare.cgd.go.th และเครื่อง EDC

  • [ ] หากพบปัญหาเงินไม่เข้า หรือใช้สิทธิไม่ได้ ให้เช็กสถานะในระบบก่อน แล้วค่อยติดต่อ Call Center (ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการฯ หรือกรมบัญชีกลาง/ธนาคารกรุงไทย) ตามเบอร์ที่ระบุในข้อมูลอ้างอิง

การเข้าใจรายละเอียดแต่ละสิทธิและวางแผนใช้ให้ตรงเงื่อนไข จะช่วยให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 กลายเป็นเครื่องมือลดค่าครองชีพที่เห็นผลจริงในทุกเดือน โดยไม่ทิ้งสิทธิให้หมดไปเปล่า ๆ ในระบบ.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ครีมชอบแชร์12 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

กานต์สินี เทียนทอง29 ส.ค. 2569
ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

กลัฟขายทุกอย่าง21 ส.ค. 2569
ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

กิ๊ฟจัง11 ก.ย. 2569
วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

ฐิติมา วรรณประเสริฐ11 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

กานต์สินี เทียนทอง28 ส.ค. 2569
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!