แม้ตลาดอุปกรณ์สุขภาพในปี 2026 จะมีตัวเลือกมากกว่าที่เคย ทั้งสมาร์ตริง สายรัดสุขภาพไร้หน้าจอ และอุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกายเฉพาะทาง แต่การทดสอบล่าสุดของ The Wall Street Journal พบว่า Apple Watch Series 11 ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ให้ข้อมูลสุขภาพแม่นยำที่สุดโดยรวม เมื่อเทียบกับ Oura Ring 5, Fitbit Air และ Whoop MG
นักข่าวสายเทคโนโลยี Nicole Nguyen สวมอุปกรณ์ทั้ง 4 รุ่นพร้อมกันเป็นเวลาสามสัปดาห์ รวมถึงเข้ารับการตรวจการนอนหลับในห้องปฏิบัติการเพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลทางการแพทย์จริง ผลลัพธ์พบว่า Apple Watch สามารถเก็บข้อมูลการนอนและอัตราการเต้นหัวใจได้ใกล้เคียงค่ามาตรฐานมากที่สุด
Apple Watch ชนะเรื่องความแม่นยำ
ในการทดสอบการนอนหลับ Apple Watch Series 11 สามารถวัดระยะเวลาการนอนได้ตรงกับผลการตรวจในห้องปฏิบัติการแบบนาทีต่อนาที และยังระบุช่วงการนอนหลับแต่ละประเภทได้ใกล้เคียงผลทางคลินิกมากที่สุด
ด้านการวัดอัตราการเต้นหัวใจระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ Apple Watch ก็ยังทำผลงานได้ดีที่สุด โดยเฉพาะสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ปั่นจักรยานบนถนนขรุขระหรือเดินเข็นรถเด็ก ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เซ็นเซอร์แบบออปติคัลมักทำงานได้ยาก
WSJ ระบุว่า Apple Watch เป็นอุปกรณ์เพียงตัวเดียวที่ยังรักษาความแม่นยำได้ดีในทุกกิจกรรมที่ทดสอบ ขณะที่ Oura และ Fitbit เริ่มมีความคลาดเคลื่อนมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
Whoop ยังแข็งแกร่งสำหรับสายออกกำลังกายจริงจัง
แม้ Apple Watch จะชนะด้านความแม่นยำโดยรวม แต่ Whoop ยังมีจุดเด่นเฉพาะตัวในกลุ่มนักกีฬาและคนที่เน้นการฟื้นฟูร่างกาย
WSJ พบว่า Whoop สามารถให้ข้อมูลใกล้เคียง Apple Watch ได้ หากสวมเซ็นเซอร์บริเวณต้นแขนแทนข้อมือ ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของมือระหว่างออกกำลังกาย
จุดแข็งของ Whoop คือระบบวิเคราะห์ Recovery, Strain และภาระการฝึกซ้อมแบบละเอียด รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้หลายวันต่อเนื่อง ต่างจาก Apple Watch ที่ยังต้องชาร์จค่อนข้างบ่อย
Oura ยังคงเด่นเรื่องการนอนและความสบาย
สำหรับ Oura Ring 5 จุดแข็งยังคงอยู่ที่รูปแบบสมาร์ตริงที่สวมใส่สบาย โดยเฉพาะตอนนอนหลับ หลายคนมองว่าสะดวกกว่าใส่นาฬิกาตลอดคืน
ผลการทดสอบของ WSJ พบว่า Oura ทำผลงานด้านการติดตามการนอนได้ดี เป็นรอง Apple Watch เพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเข้าสู่กิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวมาก ความแม่นยำของการวัดหัวใจจะลดลงกว่าสมาร์ตวอทช์และสายรัดข้อมือทั่วไป
อย่างไรก็ตาม Oura ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ใช้ที่ต้องการติดตามสุขภาพแบบไม่รบกวนชีวิตประจำวัน และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่านาฬิกาอัจฉริยะหลายเท่า
Fitbit Air เน้นความคุ้มค่า
Fitbit Air เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาถูกที่สุดในกลุ่มที่นำมาทดสอบ โดยเน้นความเรียบง่ายและการติดตามสุขภาพพื้นฐาน
ผลการทดสอบพบว่าทำผลงานได้ดีในการติดตามการนอนและอัตราการเต้นหัวใจขณะพัก แต่ยังไม่แม่นยำเท่า Apple Watch เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวหนักหรือออกกำลังกายจริงจัง
แล้วรุ่นไหนเหมาะกับใคร?
จากผลทดสอบของ WSJ หากต้องเลือกเพียงเครื่องเดียว Apple Watch Series 11 ถือเป็นอุปกรณ์ที่สมดุลที่สุด เพราะให้ทั้งความแม่นยำด้านสุขภาพ ฟีเจอร์สมาร์ตวอทช์ GPS ระบบความปลอดภัย และไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนเพื่อปลดล็อกข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติม
ส่วน Whoop เหมาะกับนักกีฬาและผู้ที่จริงจังกับการวิเคราะห์การฟื้นตัวของร่างกาย ขณะที่ Oura เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับการนอนและต้องการอุปกรณ์ที่สวมใส่สบายที่สุด ส่วน Fitbit Air ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการติดตามสุขภาพพื้นฐานในราคาประหยัด
สิ่งที่น่าสนใจคือแม้การแข่งขันในตลาด Wearable จะรุนแรงขึ้นทุกปี แต่ผลการทดสอบครั้งนี้สะท้อนว่า Apple Watch ยังรักษาตำแหน่งผู้นำด้านความแม่นยำของข้อมูลสุขภาพได้อย่างแข็งแกร่ง และยังเป็นมาตรฐานที่คู่แข่งรายอื่นต้องพยายามไล่ตามต่อไปในปี 2026
ที่มา 9to5mac


ความคิดเห็น