รับแอปรับแอป

ลุยงานแฟร์สิงคโปร์ 2025: จองคิวตั้งแต่วันนี้ ใครช้าคือตกขบวนโอกาสทอง

พงษ์เทพ อินทรชัย01-31

สิงคโปร์ 2025: ปีที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักล่าดีลและเจ้าของแบรนด์

สิงคโปร์ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวสุดฮิต แต่คือ “สี่แยกธุรกิจของเอเชีย” ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกใช้เป็นฐานบุกตลาดอาเซียนและเอเชียแปซิฟิกมาอย่างยาวนาน

ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านงานแสดงสินค้ามาตรฐานระดับโลก แถมยังมีการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างจริงจัง บวกกับฐานผู้ซื้อหลากหลายชาติ ทำให้ทุกปีมีผู้แสดงสินค้าต่างชาตินับหมื่นคนบินมาปิดดีลที่นี่

ปี 2025 จึงไม่ใช่แค่ปี “ควรมา” แต่คือปีที่ ถ้าคุณอยากโตในระดับภูมิภาค คุณห้ามหลุดจากลิสต์งานเหล่านี้เด็ดขาด

บทความนี้จะพาคุณไล่ดู ตารางนิทรรศการหลักของสิงคโปร์ 2025 แบบโฟกัสทีละงาน พร้อมแนวทางการเตรียมตัวที่เอาไปใช้ได้จริง เพื่อเปลี่ยนค่าใช้จ่ายออกบูธให้กลายเป็นผลลัพธ์เชิงตัวเลขจับต้องได้

ปักหมุดงานเด่นสิงคโปร์ 2025: จัดเวลาถูก งานเดียวก็คุ้ม

ไตรมาสที่ 1: เทคโนโลยี นวัตกรรม และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม

1. Singapore Tech Week – เวทีของสาย Tech และนวัตกรรมตัวจริง

  • ช่วงจัดงาน: 10–14 มีนาคม 2025

  • สถานที่: Singapore Expo

  • โฟกัสอุตสาหกรรม: ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Big Data, FinTech, Smart City

นี่คืองานเทคโนโลยีระดับชั้นนำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ดึงดูดตั้งแต่สตาร์ตอัป นักพัฒนานวัตกรรม ไปจนถึงนักลงทุนและผู้นำองค์กรใหญ่ หากคุณอยู่ในสายเทค นี่คือ เวทีโชว์วิสัยทัศน์และหา Partner ที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของปี

2. FHA-Food & Beverage Asia – ศูนย์รวมธุรกิจอาหารและจัดเลี้ยงของทวีป

  • ช่วงจัดงาน: 8–11 เมษายน 2025

  • สถานที่: Singapore Expo Centre

  • โฟกัสอุตสาหกรรม: อาหารและเครื่องดื่ม, โรงแรมและแคเทอริง, เทคโนโลยีค้าปลีก

งานนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายด้านอาหารและจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ใครทำแบรนด์อาหาร เครื่องดื่ม ซัพพลายให้โรงแรม ร้านอาหาร หรือระบบหลังบ้านสาย F&B ต้องมองงานนี้เป็น “ด่านบังคับผ่าน” ของการขยายตลาด

3. IFFS / AFS – Singapore Furniture Fair: งานเฟอร์นิเจอร์และดีไซน์ที่สายดีไซเนอร์ต้องมา

  • ช่วงจัดงาน: 6–9 มีนาคม 2025

  • สถานที่: Marina Bay Sands Expo & Convention Centre

  • โฟกัสอุตสาหกรรม: เฟอร์นิเจอร์ไฮเอนด์, อินทีเรียร์ดีไซน์, ของแต่งบ้าน

ใครทำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรือออกแบบตกแต่งภายใน งานนี้คือเวทีโชว์ของให้ผู้ซื้อระดับบนจากทั่วโลกเห็นในครั้งเดียว ไม่ได้มาเท่ากับปล่อยให้คู่แข่งได้พื้นที่สื่อฟรี

ไตรมาสที่ 2: อุตสาหกรรมหนัก โลจิสติกส์ และทรัพยากรน้ำ

4. Singapore International Water Week (SIWW) – เวทีระดับโลกของเทคโนโลยีน้ำ

  • ช่วงจัดงาน: 18–20 มิถุนายน 2025

  • สถานที่: Marina Bay Sands Expo & Convention Centre

  • โฟกัสอุตสาหกรรม: เทคโนโลยีบำบัดน้ำ, การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

นี่คืองานที่หลายประเทศและองค์กรใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนโซลูชันด้านน้ำและสิ่งแวดล้อม ใครที่อยู่ในสายสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน หรือเทคโนโลยีด้านน้ำ มีโอกาสได้คุยตรงกับผู้มีอำนาจตัดสินใจและหน่วยงานภาครัฐจากหลายประเทศ

5. Posidonia Asia (ตัวอย่างหมวด Maritime & Offshore) – ด้านขนส่งและเทคโนโลยีทางทะเล

  • ช่วงจัดงาน: 23–25 เมษายน 2025

  • สถานที่: Marina Bay Sands Expo & Convention Centre

  • โฟกัสอุตสาหกรรม: การขนส่งทางเรือ, ท่าเรือ, เทคโนโลยีทางทะเล, วิศวกรรมนอกชายฝั่ง

งานในหมวดนี้เป็นตัวแทนของ อุตสาหกรรมทางทะเลชั้นนำในเอเชีย เหมาะกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ทางทะเล ระบบพอร์ต หรือโซลูชันสำหรับออฟชอร์ที่ต้องการพบผู้เล่นรายใหญ่ในห่วงโซ่เดียวกัน

ไตรมาสที่ 3–4: สื่อ ดิจิทัลคอนเทนต์ และไลฟ์สไตล์ครบวงจร

6. BroadcastAsia Singapore – ใจกลางของอุตสาหกรรมสื่อและเอ็นเตอร์เทนเมนต์แห่งเอเชีย

  • ช่วงจัดงาน: 11–13 มิถุนายน 2025

  • สถานที่: Singapore Expo Centre

  • โฟกัสอุตสาหกรรม: Content Creation, Media Tech, Streaming, Digital Entertainment

นี่คือเวทีรวมคนทำสื่อ โปรดักชันเฮาส์ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ใครทำคอนเทนต์หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลแล้วอยากเชื่อม Ecosystem ของทั้งภูมิภาค ห้ามมองข้ามงานนี้

ลงสนามสิงคโปร์ให้คุ้ม: กลยุทธ์ออกบูธแบบ “มืออาชีพตัวจริง”

ตารางงานแน่นอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่แยก “ผู้มาร่วมเฉยๆ” ออกจาก “ผู้เก็บดีลกลับบ้าน” คือ การวางแผนและลงมือทำอย่างเป็นระบบ

3.1 ก่อนงาน: ชนะตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเครื่อง

การเตรียมตัวก่อนงานคือจุดที่หลายบริษัทพลาด ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นช่วงที่ คุณสามารถกำหนดผลลัพธ์ของงานได้ล่วงหน้า

  • โฟกัสเป้าหมายให้ชัด อย่าพยายามขายทุกอย่างในบูธเดียว
    หลายองค์กรเคยพยายามยัดสินค้า 4–5 ไลน์เข้ามาในบูธเดียว ผลคือผู้ซื้อมืออาชีพ “งงและเดินหนี” เพราะไม่รู้คุณเก่งจริงเรื่องไหน
    เลือกโชว์เฉพาะ ผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีที่เป็น “จุดแข็งที่สุด” และนิยามให้ชัดว่า ลูกค้าเป้าหมายในงานนี้คือใคร

  • วีซ่า–ที่พักต้องวางแผนแบบ Early Bird เท่านั้น
    ช่วงงานดังในสิงคโปร์ ที่พักใกล้ฮอลล์และเที่ยวบินดีๆ จะเต็มเร็วมาก
    วางแผนยื่นวีซ่าธุรกิจล่วงหน้าอย่างน้อย 3–4 เดือน และจองโรงแรมใกล้ศูนย์ประชุมไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงทั้งเรื่องราคาแรงและหาห้องไม่ได้

  • อุ่นตลาดล่วงหน้าด้วยคอนเทนต์ที่ Local จริง
    ใช้ LinkedIn และสื่ออุตสาหกรรมท้องถิ่นในการปล่อยข่าว–ปล่อยคอนเทนต์ถึงกลุ่มเป้าหมาย
    เนื้อหาที่ถูก Localize ให้เข้ากับบริบทอาเซียนมักให้ผลลัพธ์ดีกว่ามาก โดยมีรายงานว่าคอนเทนต์ที่ปรับให้ตรงกับภาษาวัฒนธรรมท้องถิ่น สามารถดัน CTR เพิ่มได้เกือบครึ่งหนึ่ง

3.2 ระหว่างงาน: ทำให้ทุกนาทีในบูธ “มีมูลค่า”

อยู่ในงานแล้ว อย่าปล่อยให้บูธกลายเป็นแค่ “จุดวางโบรชัวร์” เพราะ การออกแบบประสบการณ์ในบูธคือหัวใจของการปิดดีล

  • ออกแบบบูธให้เล่าเรื่องจบใน 5 วินาที
    ดีไซน์ที่ซับซ้อนใช่ว่าจะดีเสมอไป สิ่งสำคัญกว่าคือ คนเดินผ่านต้องเข้าใจภายในไม่กี่วินาทีว่าคุณแก้ปัญหาอะไรให้เขาได้
    รักษา Key Message ให้อยู่ในสายตา และเผื่อพื้นที่เจรจาอย่างเป็นสัดส่วน ไม่ให้บูธแน่นจนคุยธุรกิจจริงจังไม่ได้

  • เปลี่ยนทีมขายให้กลายเป็น “ที่ปรึกษาแก้ Pain Point”
    แทนที่จะยืนท่องสเปกสินค้าแบบหุ่นยนต์ ควรเทรนทีมให้ถามและฟังเป็นหลัก เพื่อเจาะ Pain Point ของลูกค้า
    เตรียมเครื่องมือสื่อสารหลายภาษา เช่น เครื่องแปล วัสดุ 2 ภาษา เพื่อให้คุยกับลูกค้าหลายชาติได้ไหลลื่น

  • จัดการรายชื่อลูกค้าแบบ Real-time
    ใช้ระบบ CRM หรือเครื่องสแกนนามบัตรอิเล็กทรอนิกส์เก็บข้อมูลทันทีที่จบการสนทนา
    จากนั้นให้ทีมจัดกลุ่ม Lead เป็น ร้อน / อุ่น / เย็น และรีวิวทุกเย็น วางแผนว่าพรุ่งนี้ควรลุยต่อกับใครเป็นพิเศษ

3.3 หลังงาน: เปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นคำสั่งซื้อ

จบงานไม่ใช่ตอนจบ แต่คือตอนเริ่ม เก็บเกี่ยวผลลัพธ์จริง

  • Golden 72 Hours – ห้ามปล่อยให้ความทรงจำเย็นตัว
    ภายใน 3 วันหลังจบงาน ควรมีการติดตามรอบแรกแบบเฉพาะเจาะจง ทั้งทางอีเมลหรือโทรศัพท์
    เน้นอ้างอิงบทสนทนาที่เกิดขึ้นในงาน เพื่อให้ลูกค้านึกภาพออกชัดเจน การทิ้งช่วงนานเกินไปจะทำให้ความทรงจำของลูกค้าลดลงอย่างรุนแรง

  • ใช้กลยุทธ์ “ดูแลตามระดับความร้อน” ของ Lead

    • Lead ร้อน: ส่งข้อเสนอหรือโซลูชันเจาะลึก เคสที่เกี่ยวข้องโดยตรง

    • Lead อุ่น: ส่งรายงานอุตสาหกรรม เคสศึกษา เพื่อค่อยๆ สร้างความเชื่อมั่น

    • Lead เย็น: ใส่ไว้ในลิสต์เพาะปลูกระยะยาว ผ่านจดหมายข่าวหรืออัปเดตอย่างสม่ำเสมอ

  • วัดผลอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ “รู้สึกว่าคุ้ม”
    จดบันทึกทั้งต้นทุน (ค่าเช่าบูธ งานก่อสร้าง บิน–ที่พัก ค่าเดินทางในเมือง ฯลฯ) เทียบกับผลลัพธ์ (ยอดสั่งซื้อที่ปิดได้จริง มูลค่าดีลที่อยู่ระหว่างเจรจา จำนวน Lead คุณภาพสูง)
    ตัวเลขเหล่านี้จะกลายเป็นฐานข้อมูลชั้นดีสำหรับการตัดสินใจว่าจะ “กลับมาซ้ำ หรือขยับไปงานอื่น” ในปีถัดไป

3.4 สรุป: สิงคโปร์ 2025 คือเวทีทอง ถ้าเตรียมตัวเป็น คุณได้มากกว่าทริปทำบูธ

ปี 2025 สิงคโปร์กลายเป็น ฮับงานแสดงสินค้าที่เชื่อมทุกอุตสาหกรรมสำคัญของภูมิภาค ตั้งแต่เทคโนโลยีล้ำสมัย การผลิตดั้งเดิม โลจิสติกส์ทางทะเล ไปจนถึงอาหาร การจัดเลี้ยง และงานดีไซน์ระดับไฮเอนด์

ถ้าคุณวางแผนล่วงหน้า เลือกงานให้ตรงเป้าหมาย และลงมือทำอย่างมีระบบ

  • คุณจะ คว้าโอกาส ได้ก่อนคู่แข่ง

  • ลดการลงทุนที่สูญเปล่า และโฟกัสไปที่ Lead ที่มีศักยภาพจริง

  • เปลี่ยนค่าใช้จ่ายออกบูธให้กลายเป็น ผลตอบแทนทางธุรกิจที่นับเป็นตัวเลขได้

สิงคโปร์ในปี 2025 ไม่ได้เป็นแค่เมืองจัดงานแฟร์ แต่คือ เวทีต่อยอดธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ถ้าคุณพร้อมวางหมากให้ดี งานเหล่านี้อาจกลายเป็นจุดพลิกเกมธุรกิจของคุณได้เลยทีเดียว