รับแอปรับแอป

ASML เตรียมดันกำลังผลิตชิปเพิ่ม 50% ภายในปี 2030 อัปเกรดพลังแสง EUV แตะ 1 กิโลวัตต์ หวังคลายคอขวด AI

Phanuphong.T02-24

ในช่วงที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเข้าสู่ “ซูเปอร์ไซเคิล” จากแรงหนุนของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่ดีมานด์ แต่คือ “กำลังผลิตไม่พอ” ล่าสุด ASML บริษัทผู้ผลิตเครื่องจักร EUV รายใหญ่ของโลก ประกาศความคืบหน้าสำคัญที่อาจเปลี่ยนเกมทั้งอุตสาหกรรม

บริษัทเผยว่าสามารถเพิ่มกำลังแหล่งกำเนิดแสง EUV จาก 600 วัตต์ เป็น 1 กิโลวัตต์ (1,000 วัตต์) ได้สำเร็จ และตั้งเป้าให้โรงงานผลิตชิป (fabs) เพิ่มผลผลิตได้มากกว่า 50% ภายในปี 2030 โดยไม่ต้องขยายคลีนรูมหรือเพิ่มเครื่องจักรใหม่จำนวนมาก

นี่อาจเป็นหนึ่งในคำตอบของปัญหาคอขวดชิปที่กระทบตลาด AI ทั่วโลก


เกิดอะไรขึ้นกับเทคโนโลยี EUV?

EUV (Extreme Ultraviolet Lithography) คือหัวใจของการผลิตชิปขั้นสูง เช่น 3nm, 2nm และโหนดถัดไป เทคโนโลยีนี้ใช้แสงความยาวคลื่นสั้นมากในการแกะลายวงจรบนเวเฟอร์ซิลิคอน

ปัจจุบัน เครื่อง EUV หลายรุ่นทำงานที่กำลังแสงประมาณ 600 วัตต์ แต่ ASML ระบุว่าสามารถผลักดันพลังแสงขึ้นไปถึง 1,000 วัตต์ได้ โดยยังคงมาตรฐานการทำงานในระดับโรงงานจริง

Michael Purvis จาก ASML ยืนยันว่า ไม่ใช่แค่การสาธิตระยะสั้น แต่เป็นระบบที่สามารถทำงานได้ภายใต้เงื่อนไขลูกค้าจริง


เพิ่มผลผลิตเวเฟอร์ต่อชั่วโมงจาก 220 เป็น 330 แผ่น

การเพิ่มกำลังแสงมีผลโดยตรงต่อความเร็วการผลิต

ตัวเลขที่ถูกเปิดเผยระบุว่า:

  • จาก 220 เวเฟอร์ต่อชั่วโมง

  • เพิ่มเป็น 330 เวเฟอร์ต่อชั่วโมง

คิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 50% โดยยังคงต้นทุนต่อเวเฟอร์ในระดับใกล้เคียงเดิม

หากทำได้จริงในวงกว้าง จะช่วยลดแรงกดดันด้านซัพพลาย โดยเฉพาะในยุคที่ชิป AI และ GPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์มีดีมานด์สูงมาก


ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อ AI?

ปัจจุบัน TSMC และโรงงานผลิตรายใหญ่อื่น ๆ เผชิญข้อจำกัดกำลังผลิตอย่างหนักจากคำสั่งซื้อชิป AI

แม้หลายบริษัทกำลังสร้างโรงงานใหม่ แต่การสร้าง fab ใช้เวลาและเงินมหาศาล

หากสามารถเพิ่มผลผลิตต่อเครื่องได้ 50% โดยไม่ต้องสร้างโรงงานใหม่ นั่นหมายถึง:

  • เพิ่มกำลังผลิตเร็วกว่า

  • ลดต้นทุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

  • คลายคอขวดตลาด AI ได้ไวขึ้น


ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่หรือไม่?

ASML มีโซลูชันที่เรียกว่า Productivity Enhancement Packages (PEPs) สำหรับอัปเกรดเครื่องเดิมในสนามจริง

อย่างไรก็ตาม เครื่องรุ่นเก่าบางรุ่น เช่น NXE:3400C/D มีข้อจำกัดด้านความร้อน ทำให้รองรับพลัง 1,000 วัตต์ได้ยาก

แนวทางใหม่จึงน่าจะมุ่งเป้าไปที่:

  • รุ่น NXE:3800E

  • รุ่น High-NA รุ่นใหม่ EXE:5000/5200


ความท้าทายใหม่: พลังงาน ความร้อน และไฮโดรเจน

การเพิ่มกำลังแสงไม่ได้มีแค่ข้อดี

ยังมีคำถามเกี่ยวกับ:

  • การจ่ายไฟที่เสถียร

  • ระบบระบายความร้อน

  • การไหลของไฮโดรเจนในระบบ

แต่เมื่อเทียบกับปัญหาซัพพลายที่รุนแรงในปัจจุบัน โรงงานผลิตชิปน่าจะมองความเสี่ยงเหล่านี้เป็นความท้าทายที่คุ้มค่า


ASML กำลังสร้างกำแพงการแข่งขันให้สูงขึ้น

นอกจากการแก้ปัญหากำลังผลิต การพัฒนา EUV รุ่นใหม่ยังช่วยให้ ASML:

  • รักษาความเป็นผู้นำเทคโนโลยี

  • ป้องกันการแข่งขันจากจีน

  • รับมือสตาร์ตอัปอย่าง Substrate ในสหรัฐฯ ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี X-ray lithography

ตลาดเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงมีผู้เล่นน้อยมาก และ ASML ถือไพ่เหนือกว่ามายาวนาน


สรุป: จุดเปลี่ยนใหญ่ของซัพพลายชิป?

ASML ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตชิปได้ 50% ภายในปี 2030 ด้วยการอัปเกรดแหล่งกำเนิดแสง EUV เป็น 1 กิโลวัตต์

หากนำไปใช้งานได้จริงในวงกว้าง จะช่วย:

  • คลายคอขวดชิป AI

  • เพิ่มผลผลิตโดยไม่ต้องสร้าง fab ใหม่

  • เปลี่ยนสมการต้นทุนในอุตสาหกรรม

ในยุคที่ AI ขับเคลื่อนทุกอย่างตั้งแต่คลาวด์ไปจนถึงสมาร์ตโฟน การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรผลิตชิปอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยชี้ขาดทิศทางเทคโนโลยีโลกในทศวรรษนี้