รับแอปรับแอป

รักสองรุ่น บ้านเดียวกัน แผลคนละดวงใจ : ถอดรหัสความสัมพันธ์ใน Regretting You

ธวัชชัย ศรีสุข01-30

รักจากหน้าหนังสือสู่จอภาพยนตร์

อีกหนึ่งงานเขียนชื่อดังของ คอลลีน ฮูเวอร์ ถูกยกขึ้นมาทำเป็นหนังอีกครั้ง คราวนี้คือเรื่อง Regretting You – รอยรักปมร้าว ผลงานกำกับของ จอช บูน ที่หยิบความสัมพันธ์ในครอบครัวมาขยี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

แฟนนิยายของนักเขียนหญิงชาวอเมริกันคนนี้น่าจะตั้งตารอกันอยู่แล้ว เพราะเธอขึ้นชื่อเรื่องการเล่า “บาดแผลของหัวใจ” แบบเจ็บจริง ไม่เยิ่นเย้อ

หนังเรื่องนี้ไม่ได้ดราม่าเละเทะเท่ากับกรณีที่เคยเกิดรอบ ๆ ภาพยนตร์ It Ends with Us ที่ลากเอาดราม่าหลังจอกับดารานำและผู้กำกับมาปะทุจนกลบเนื้อหาหนังไปแทบหมด แต่ Regretting You เลือกเล่าอย่างนิ่งกว่า เน้นอารมณ์มากกว่าข่าวฉาว

โครงเรื่อง: รักสองเจนฯ ที่พันกันยุ่งทั้งบ้าน

โทนของหนังคือ โรแมนติกปนดราม่า ที่เล่าเรื่องคนสองเจเนอเรชั่น – รุ่นพ่อแม่และรุ่นลูก – โดยใช้ความรักและความลับเป็นตัวขับเคลื่อน

ช่วงเปิดเรื่องจะพาเราย้อนไปยังวันวุ่น ๆ วัยรุ่นของรุ่นพ่อแม่

  • มอร์แกน แกรนท์ (รับบทโดย แอลลิสัน วิลเลียมส์)

  • คริส แกรนท์ (รับบทโดย สก็อตต์ อีสต์วูด)

ทั้งสองคนคบกันแบบชัดเจน เป็นรักวัยรุ่นที่เหมือนจะมั่นคงและกำลังไปได้สวย

ด้านเพื่อนสนิทอีกคู่คือ

  • โจนาห์ (เดฟ ฟรังโก)

  • เจนนี่ (วิลลา ฟิตซ์เจอรัลด์) ซึ่งเป็นน้องสาวของมอร์แกน

เท่ากับว่ารักสี่เส้าบ้านนี้เหมือนลงตัวเป๊ะ คนดูก็แอบรู้สึกอุ่นใจว่า “เออ นี่มันครอบครัวในฝันชัด ๆ”

แต่หนังแอบโปรยเบาะแสบางจุดให้จับได้ว่า ความผูกพันของสองสาวพี่น้องกับเพื่อนชายทั้งสอง อาจไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น และน่าจะมีอะไร “ผิดฝาผิดตัว” แอบซ่อนอยู่

แล้วหนังตัดข้ามเวลาไป 17 ปี จากวัยรุ่นสู่ช่วงที่ทุกคนโตกันเต็มตัว แต่ยังเป็นทั้งเพื่อนรักและคู่รักเช่นเดิม

ครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ…ก่อนทุกอย่างจะพัง

มอร์แกนกับคริสมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อ คลาร่า (รับบทโดย แมคเคนนา เกรซ) เด็กสาวหน้าตาน่ารัก สดใส ดูเหมือนเติบโตมาในบ้านที่เต็มไปด้วยความรัก

ส่วนเจนนี่กับโจนาห์ แม้ชีวิตรักจะมีช่วงขึ้น ๆ ลง ๆ เคยห่างกัน แต่สุดท้ายก็กลับมาคืนดีกัน มีลูกด้วยกัน และกำลังวางแผนจะแต่งงานในอีกไม่นาน

ในสายตาคนนอก บ้านนี้น่าจะเป็นภาพครอบครัวอบอุ่น ตัวอย่าง textbook ของคำว่า “เรามีกันและกัน”

กระทั่งเกิดเหตุหักมุมครั้งใหญ่ เมื่อ คริส และ เจนนี่ ประสบอุบัติเหตุรถยนต์และเสียชีวิตกะทันหัน ทุกอย่างที่เคยมั่นคงก็พังทลายลงในชั่วพริบตา

หลังความตายของสองคนที่เป็นเหมือนเสาหลัก มอร์แกนและโจนาห์กลับได้พบความจริงบางอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน เป็นความลับที่อาจเปลี่ยนความหมายของทุกความทรงจำ

ทั้งคู่ตัดสินใจ เก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ ไม่ยอมให้คลาร่ารู้ เพื่อกันไม่ให้เด็กสาวต้องเจ็บไปมากกว่านี้

เมื่อแม่เก็บงำความลับ ลูกเลยปิดประตูหัวใจ

ปัญหาคือ คลาร่าเข้าใจไปอีกแบบ เธอมองว่ามารดาไม่ได้เสียใจมากพอ ไม่ได้โศกเศร้ากับการตายของพ่อเท่าที่ควรจะเป็น

ความไม่เข้าใจกันนี้ค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นกำแพงหนา ระหว่าง “แม่ที่กำลังพยายามรับมือกับทุกอย่าง” กับ “ลูกที่กำลังจมน้ำในความสูญเสีย” โดยไม่มีใครพูดกันตรง ๆ

ในเวลาเดียวกัน คลาร่าก็เริ่มใกล้ชิดกับหนุ่มฮอตประจำโรงเรียน มิลเลอร์ อดัมส์ (รับบทโดย เมสัน เธมส์)

  • ฝั่งมอร์แกนไม่ชอบมิลเลอร์ตั้งแต่แรก เห็นเป็นตัวแปรอันตรายในชีวิตลูกสาว

  • ฝั่งคลาร่าเลยยิ่งรู้สึกว่าแม่ไม่เข้าใจ และเอาแต่ควบคุมเธอ

ท่าทีของมอร์แกนที่พยายามจัดการทุกอย่าง รวมถึงการทำเหมือนอยากลบคริสออกจากชีวิตประจำวัน ยิ่งทำให้คลาร่ารู้สึกถูกหักหลัง

จากความเสียใจ กลายเป็นความดื้อดึง และในที่สุดกลายเป็นการ “เอาคืนแม่” ด้วยการใช้มิลเลอร์เป็นเครื่องมือ โดยที่เขาเองก็อาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

คลาร่าทำหลายอย่างเพื่อประชดมอร์แกน

  • หนีออกจากงานศพพ่อกลางพิธี

  • เริ่มลองสูบกัญชา

  • หลังฟาดเข้ากับสถานการณ์ช็อกอย่างหนึ่ง เธอตัดสินใจมอบพรหมจรรย์ให้มิลเลอร์ เพื่อใช้ร่างกายของตัวเองเป็น “อาวุธ” ทำร้ายแม่ทางอ้อม

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากความเลวร้าย แต่จาก เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เจ็บเกินจะพูดออกมาตรง ๆ

จังหวะเล่าเรื่อง: ไม่ซับซ้อน แต่ค่อย ๆ นวดอารมณ์

ตัวหนังเลือกวิธีเล่าแบบ ค่อยเป็นค่อยไป ใช้บทสนทนาแน่น ๆ แทบทุกฉาก แทนที่จะพึ่งฉากดราม่าโวยวายหรือจุดหักมุมระเบิดอารมณ์

เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย ประเด็นต่าง ๆ ถูกคลี่ออกอย่างชัดเจน จนแทบไม่เหลือช่องให้คนดูต้องกลับไปตีความเยอะมากนัก ใครที่ชอบหนังปริศนาเล่นกับสัญลักษณ์อาจรู้สึกว่าตรงไปตรงมาเกินไปหน่อย

ในบางจังหวะ หนังมีกลิ่นอายแบบ ละครน้ำเน่า อยู่เหมือนกัน ทั้งความลับในครอบครัว ความเข้าใจผิด การใช้ความรักเป็นเครื่องมือลงโทษกัน

แต่ที่น่าสนใจคือ ตัวละครไม่ได้เดินไปสุดทางด้านมืด หนังไม่พาเราไปอยู่กับความสิ้นหวังจนมืดมิด ตรงกันข้ามมันค่อย ๆ ดึงทุกคนกลับสู่

  • เส้นทางที่ “ยังมีทางเลือกที่ดี”

  • ความสัมพันธ์ที่แม้เนื้อใจจะเป็นแผล แต่ก็ยังเย็บซ่อมได้

  • ความจริงที่เจ็บปวดแต่จำเป็นต้องเผชิญหน้า

Regretting You เลยกลายเป็นหนังที่พอดูจบแล้วรู้สึกเหมือนได้ปลดภาระในใจมากกว่าจะถูกถ่วงให้หนักกว่าเดิม

ดูดีไหม? เหมาะกับใคร?

ถ้าหวังจะได้ดูหนังที่หักมุมแรง หรือขยี้ด้านมืดของมนุษย์แบบสุดลิ่ม หนังเรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์ เพราะมันเลือกอยู่ในโซนปลอดภัย เน้นเยียวยามากกว่าทำร้าย

แต่ถ้าคุณกำลังมองหาเรื่อง

  • ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างแม่–ลูกที่มีบาดแผลลึก

  • ความรักของสองเจนฯ ที่สะท้อนกันไปมาเหมือนกระจก

  • ดราม่าครอบครัวดูง่าย ไม่ต้องตีความเยอะ

ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดูได้เพลิน ๆ ดำเนินเรื่องเนิบแต่ไม่ถึงกับน่าเบื่อ จบด้วยอารมณ์ ฟีลกู้ดเบา ๆ ที่ปล่อยให้คนดูหายใจโล่งขึ้นนิดหนึ่ง

สรุปคือ นี่ไม่ใช่หนังที่จะเปลี่ยนชีวิต แต่เป็นหนังที่อาจทำให้คุณอยากหันไปคุยกับคนในบ้านให้เข้าใจกันมากขึ้นสักหน่อย