Honda City 2026 เลือกรุ่นไหนดีระหว่าง S+ SV RS
บทความนี้โฟกัสเฉพาะไลน์ Honda City Hatchback / City Turbo 2026 ในมุมคนใช้งานจริง ว่ารุ่น S+ – SV – RS ต่างกันตรงไหน เหมาะกับใคร และควรเตรียมงบระดับไหน โดยอิงเฉพาะข้อมูลจากเอกสารและรีวิวที่มีอยู่เท่านั้น
หมายเหตุ: ข้อมูลราคาที่อ้างถึงมาจากไลน์ City / City Hatchback / City e:HEV ปี 2026–2027 ตามเอกสารอ้างอิงเดิม ซึ่งใช้โครงสร้างรุ่นย่อย S/S+/SV/RS ใกล้เคียงกัน
1. ภาพรวมไลน์ Honda City 2026: แต่ละรุ่นจับลูกค้ากลุ่มไหน
จากข้อมูลที่มี Honda City / City Hatchback ปี 2026–2027 แบ่งรุ่นย่อยหลัก ๆ เป็น
รุ่น S / S+
ราคาเปิดที่ประมาณ 599,000 บาท (City Sedan S, Hatchback S+)
วางเป็นรุ่นเริ่มต้น เข้าถึงง่ายสุด เน้น “ได้ตัวรถ ฟังก์ชันหลัก และความปลอดภัยครบพอใช้”
รุ่น V / SV
ราคาแถว 629,000 – 679,000 บาท (City Sedan V/SV, Hatchback SV)
ขยับขึ้นมาเน้นความสบาย วัสดุภายในดีขึ้น แอร์ออโต้ จอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย (ในรุ่นที่ระบุ)
จับกลุ่มคนเมืองที่อยากได้ “ฟังก์ชันพร้อมใช้ ไม่ต้องไปแต่งเพิ่มเยอะ”
รุ่น RS
ราคา 749,000 บาท (ทั้ง City Sedan RS และ City Hatchback RS)
ตัวท็อปเครื่องยนต์เทอร์โบ เน้นภาพลักษณ์สปอร์ต ชุดแต่ง RS รอบคัน ภายนอก-ภายในจัดเต็มกว่ารุ่นอื่น
เจาะกลุ่มคนที่อยากได้ซิตี้คาร์หน้าตาดุ ๆ ขับสนุก ฟังก์ชันแน่น พร้อม Honda CONNECT
รุ่น e:HEV SV / RS
ราคาประมาณ 729,000 – 799,000 บาท (Hatchback e:HEV SV/RS) และ e:HEV RS 839,000 บาท สำหรับซีดานตามรีวิว
เน้นความประหยัด น้ำมันดีสุด ระบบ Hybrid i-MMD เต็มระบบ พร้อมฟังก์ชันความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากสุด
เหมาะกับคนขับเยอะ รักความเงียบและความนุ่มนวล มากกว่าความมันส์แบบเทอร์โบ
สรุปภาพรวม:
S+ = รุ่นเริ่มต้นคุ้มค่า เน้นราคาย่อมเยา
SV = เพิ่มความสบายและเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน
RS = สายสปอร์ตและฟังก์ชันแน่นสุดในกลุ่มเครื่องเทอร์โบ
2. เครื่องยนต์และสมรรถนะ: S+ – SV – RS เน้นอะไรต่างกัน
ข้อมูลเครื่องยนต์จาก City Hatchback / City RS / City e:HEV ใช้พื้นฐานเดียวกับ City 2026:
2.1 เครื่องยนต์ 1.0 VTEC TURBO (รุ่น S+ / SV / RS)
เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว
กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที
เกียร์อัตโนมัติ CVT
รองรับน้ำมัน E20
โรงงานเคลมความประหยัด 23.3 – 23.8 กม./ลิตร (ขึ้นกับรุ่นและเงื่อนไขทดสอบ)
จากรีวิว City RS Turbo:
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ประมาณไม่เกิน 11 วินาที
เร่งแซงดี แต่มีอาการ “รอรอบ” เล็กน้อยเมื่อคิกดาวน์
แนะนำใช้ Paddle Shift ช่วยควบคุมรอบเครื่องให้ตอบสนองไวขึ้น
ความเร็วเดินทาง 80–120 กม./ชม. ทำได้สบาย แต่ช่วงล่างและพวงมาลัยถูกจูนมาทาง “นุ่มและเบา” เหมาะเมืองมากกว่าซิ่งยาว
2.2 ระบบ Hybrid e:HEV (รุ่น e:HEV SV / RS)
เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC Atkinson Cycle
98 แรงม้า
แรงบิด 127 นิวตัน-เมตร
- มอเตอร์ไฟฟ้า
109 แรงม้า
แรงบิด 253 นิวตัน-เมตร
เกียร์ E-CVT
แบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน
ประหยัดถึง 27.8 กม./ลิตร (ตามข้อมูล City e:HEV)
ปล่อย CO₂ เพียง 85 กรัม/กม.
จากการทดสอบ City e:HEV:
ช่วงต้นลื่นและเงียบมาก
ช่วงกลาง–ปลายจะไม่ “ดิบแรง” เท่า 1.0 Turbo เพราะจูนเน้นประหยัดและความนุ่มนวล
ตัวเลขใช้งานจริงทำได้ 22–26 กม./ลิตร ตามสไตล์การขับ
สรุปแนวเครื่อง
S+ / SV / RS: ใช้เครื่อง 1.0 Turbo เหมือนกัน ต่างที่อุปกรณ์และจูนภายใน
RS ได้ฟังก์ชันช่วยขับ (Paddle Shift, Cruise Control) ทำให้ใช้ศักยภาพเครื่องได้สนุกกว่า S+/SV
e:HEV = สายประหยัด – นุ่ม – เงียบ เหมาะคนขับเยอะ ไม่เน้นแรงปลาย
3. อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก–ภายใน: S+ vs SV vs RS
ข้อมูลละเอียดสุดมาจาก Honda City Hatchback 2026–2027 ซึ่งใช้โครงอุปกรณ์เดียวกันกับไลน์ City Turbo:
3.1 รุ่น S+
ภายนอก
ไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์
ไฟส่องสว่างกลางวัน LED
ไฟท้าย LED
ระบบเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
กระจังหน้าโครเมียม
มือจับ / กระจกมองข้าง สีเดียวกับตัวรถ (กระจกปรับไฟฟ้า)
เสาอากาศครีบฉลาม
ล้ออัลลอย 15 นิ้ว
ภายใน & ความสะดวกสบาย
โทนดำ, เบาะผ้า
คอนโซลตกแต่ง Piano Black
เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้
แอร์ธรรมดา
Remote Engine Start, กุญแจสมาร์ทคีย์, ปุ่มสตาร์ท One Push
ระบบ Idle Stop + ปุ่ม ECON
พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง
หน้าจอ TFT 4.2 นิ้ว
เบาะหลัง Ultra Seat แยกพับ 60:40
ลำโพง 4 ตำแหน่ง, Bluetooth, USB หน้า 1 จุด
ระบบความปลอดภัย
ถุงลมหน้า + ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
ABS / EBD, VSA, HSA, ESS
ISOFIX & Child Anchor
Walk Away Auto Lock, Immobilizer
Rear Seat Reminder
Honda SENSING ครบชุด: CMBS, ACC, LKAS, RDM with LDW, AHB, LCDN
สรุป: รุ่น S+ แม้ถูกสุด แต่ ได้ Honda SENSING ครบ และมี Remote Start ตั้งแต่โรงงาน ถือว่าให้ของพื้นฐานแน่นมาก
3.2 รุ่น SV
เพิ่มจาก S+ หลัก ๆ คือ “ความสบายและความพรีเมียม”
ภายนอก
กระจกมองข้าง ปรับ+พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
ล้ออัลลอย 15 นิ้ว แบบทูโทน
ภายใน
เบาะหนังแท้+หนังสังเคราะห์ ตกแต่งแถบสีเทา
มือจับเปิดประตูในโครเมียม
แอร์ อัตโนมัติ
พนักเท้าแขนหน้า
ระบบเครื่องเสียง
จอสัมผัส 8 นิ้ว Advanced Touch
รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย
USB หน้า 2 จุด
ความปลอดภัย
กล้องมองหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ
ระบบ Honda SENSING เหมือน S+
สรุป: SV คือ S+ ที่เพิ่ม “จอ 8 นิ้ว + แอร์ออโต้ + เบาะหนัง + กล้องหลัง” เหมาะคนที่อยากได้ฟังก์ชันพร้อมใช้ ไม่ต้องไปแต่งเพิ่ม
3.3 รุ่น RS (1.0 Turbo)
ภายนอก – สปอร์ตเต็มระบบ
ไฟหน้า LED (เฉพาะ RS)
กระจังหน้า / กันชนหน้า–หลัง / สเกิร์ตรอบคัน สไตล์สปอร์ต RS
ฝาครอบกระจกมองข้างสีดำเงา
เสาอากาศครีบฉลามสีดำเงา
ล้ออัลลอย 16 นิ้ว สีดำแบบสปอร์ต
สีตัวถังพิเศษ Ignite Red เฉพาะ RS
ภายใน – ฟีลสปอร์ต + ฟังก์ชันเพิ่ม
เบาะหนังแท้+หนังสังเคราะห์ ตกแต่งแถบแดง
พวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้ายแดง
มาตรวัด TFT 4.2 นิ้ว สไตล์ RS
Paddle Shift ที่พวงมาลัย
ลำโพง 8 ตำแหน่ง
ช่องจ่ายไฟ 12V หน้า 1 จุด + หลัง 2 จุด
พนักเท้าแขนเบาะหลังพร้อมที่วางแก้ว
Honda CONNECT
ความปลอดภัย
ถุงลม 6 ใบ (เพิ่มม่านถุงลมด้านข้าง)
กล้องหลัง 3 มุม (ในบางเอกสารระบุจาก SV ขึ้นไป)
Honda SENSING ครบชุดเหมือนรุ่นรอง
จากรีวิว RS:
เพิ่ม Cruise Control
เพิ่มฟังก์ชันที่ “ติดตั้งทีหลังไม่ได้” เช่น Paddle Shift, Honda CONNECT, ม่านถุงลม
ชุดแต่ง RS รอบคัน + ไฟหน้า LED หากไปแต่งเองค่าอุปกรณ์รวม ๆ เกิน 50,000 บาทได้
สรุป: RS คือรุ่นที่ “ฟังก์ชัน+ความปลอดภัย+ชุดแต่ง” มาเต็มสุด เหมาะคนที่อยากจบทีเดียวจากโรงงาน
3.4 รุ่น e:HEV SV / RS (อ้างอิง Hatchback)
e:HEV SV เพิ่มจากสายเทอร์โบชัด ๆ ในด้าน:
ระบบเบรกมือไฟฟ้า + Auto Brake Hold
ช่องแอร์หลัง + USB Type-C 2 จุดด้านหลัง
มาตรวัด TFT 7 นิ้ว
Deceleration Paddle Selectors (ใช้แทนเบรกด้วยมอเตอร์)
e:HEV RS เพิ่มของสปอร์ต
ชุดแต่ง RS รอบคัน + ไฟหน้า LED
Honda LaneWatch
ลำโพง 8 ตำแหน่ง + Honda CONNECT
ม่านถุงลมด้านข้าง
สรุป: ในฝั่ง Hybrid รุ่น RS จะเป็นตัว “ออปชันเต็ม+สปอร์ตเต็ม” ส่วน e:HEV SV คือเน้นความคุ้มค่าในฝั่งไฮบริด
4. ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยขับ: รุ่นไหนให้ครบสุด
จากข้อมูล City Hatchback และ City e:HEV:
4.1 Honda SENSING ใน S+ / SV / RS (เทอร์โบ)
ทุกรุ่นมีฟีเจอร์หลักเหมือนกัน:
CMBS – ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก
ACC – ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน
LKAS – ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
RDM with LDW – เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกเลน
AHB – ปรับไฟสูงอัตโนมัติ
LCDN – เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่
4.2 ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน
ถุงลมคู่หน้า + ด้านข้าง (ทุกเทอร์โบ S+/SV)
RS เพิ่มม่านถุงลม = รวม 6 ใบ
ABS / EBD / VSA / HSA / ESS
Rear Seat Reminder
ISOFIX & Child Anchor
กล้องหลัง (ตั้งแต่ SV ขึ้นไป)
4.3 รุ่นที่ “ให้ครบสุด”
ในฝั่ง เทอร์โบ:
RS = ครบที่สุด เพราะเพิ่มม่านถุงลม + Honda CONNECT + ฟังก์ชันเสริมอีกหลายรายการ
ในฝั่ง e:HEV:
e:HEV RS = เพิ่ม LaneWatch, ดิสก์เบรค 4 ล้อ, ระบบเบรกมือไฟฟ้า, Auto Brake Hold, Honda CONNECT, ถุงลม 6 ตำแหน่ง
ถ้าโฟกัส “ความปลอดภัย + เทคโนโลยีช่วยขับ” รุ่นที่ให้เต็มสุดจากข้อมูลคือ RS (เทอร์โบ) และ e:HEV RS (ไฮบริด)
5. ความคุ้มค่าราคา–ออปชัน: แต่ละรุ่นเหมาะกับงบระดับไหน
ยึดราคาที่ปรากฏในข้อมูล:
- City / Hatchback 1.0 Turbo
S / S+ : 599,000 บาท
V / SV : 629,000 – 679,000 บาท
RS : 749,000 บาท
- City e:HEV
e:HEV SV : 729,000 บาท
e:HEV RS : 799,000 – 839,000 บาท (ตามตัวถัง)
จากโปรโมชัน City Turbo 2026 (ยูไนเต็ด ฮอนด้า):
ส่วนลดสูงสุด 85,000 บาท ทำให้ราคาหลังหักส่วนลดลงมา เช่น
S: จาก 599,000 เหลือ 514,000 บาท
SV: จาก 679,000 เหลือ 594,000 บาท
RS: จาก 749,000 เหลือ 664,000 บาท
ระดับงบที่เหมาะ
งบ 5 แสนกลาง–ปลาย (หลังส่วนลด)
เน้นได้รถใหม่ ระบบความปลอดภัย Honda SENSING ครบ
→ เหมาะกับ รุ่น S / S+
งบ 6 แสนกลาง–ปลาย
อยากได้จอ 8 นิ้ว, แอร์ออโต้, เบาะหนัง, กล้องหลัง, ความสบายเพิ่ม
→ เหมาะกับ SV
งบ 7 แสนต้น–กลาง
เน้นความสปอร์ต, Paddle Shift, ล้อ 16 นิ้ว, Honda CONNECT, ม่านถุงลม
→ เหมาะกับ RS
งบ 7 แสนปลาย–8 แสนต้น
เน้นประหยัดสุด, ขับเยอะ, ชอบความเงียบ, เทคโนโลยี Hybrid
→ เหมาะกับ e:HEV SV / RS (ขึ้นกับว่าต้องการชุดแต่ง RS หรือไม่)
6. แนะนำรุ่นตามสไตล์การใช้งานจริง
จากข้อมูลรีวิว City 2026, City vs Civic, City e:HEV vs Hatchback:
6.1 คนเมือง เน้นคล่องตัว–ประหยัด
- คุณลักษณะการใช้:
ขับในเมืองทุกวัน รถติดบ่อย
ต้องการบริหารค่าใช้จ่ายรายเดือน
ไม่ต้องการแรงมากแต่เน้นประหยัด
รุ่นแนะนำ
S / S+
ราคาต่ำสุด แต่ได้ Honda SENSING ครบ
เครื่อง 1.0 Turbo ประหยัดและพอใช้งานในเมืองสบาย
ถ้าอยากได้จอ+แอร์ออโต้ → SV
6.2 สายสปอร์ต ชอบฟีลขับและหน้าตา
อยากได้รถเล็ก แต่หน้าตาดุ ๆ พร้อมชุดแต่งจากโรงงาน
ใช้รถทั้งในเมืองและวิ่งต่างจังหวัดบ้าง
ชอบเล่น Paddle Shift สนุก ๆ
รุ่นแนะนำ
RS 1.0 Turbo
ชุดแต่ง RS รอบคัน + ไฟหน้า LED + ล้อ 16 นิ้ว
Paddle Shift, Cruise Control, Honda CONNECT
จากรีวิว City RS: “แรงแบบสั่งได้” ในระดับซิตี้คาร์ แต่ต้องระวังช่วงล่างและเบรกที่ยังจูนมาแนวนุ่มและดรัมหลัง
6.3 สายประหยัด–เงียบ–นุ่ม เน้น Hybrid
ขับเยอะ ระยะทางไกลบ้าง
อยากได้ความนุ่มเงียบในเมือง
ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อค่าเชื้อเพลิงระยะยาวที่ต่ำลง
รุ่นแนะนำ
City e:HEV SV / RS
ความประหยัดสูงสุดในกลุ่ม City (ตัวเลข 22–27 กม./ลิตร จากการทดสอบ)
ช่วงล่างนุ่มกว่า 1.0 Turbo
ได้เทคโนโลยีเพิ่มเติม เช่น Electric Parking Brake, Auto Brake Hold, LaneWatch (ใน RS)
6.4 เน้นความปลอดภัยสูงสุด
มีครอบครัวเล็ก
ให้ความสำคัญกับถุงลม, ระบบช่วยขับ, กล้อง, CONNECT
รุ่นแนะนำ
ในฝั่งเทอร์โบ → RS
เพิ่มม่านถุงลม = 6 ใบ
Honda SENSING ครบ
Honda CONNECT ช่วยติดตามสถานะรถ
ในฝั่ง Hybrid → e:HEV RS
เพิ่ม LaneWatch + ดิสก์เบรก 4 ล้อ + ฟังก์ชันความปลอดภัยเสริมอีกหลายรายการ
7. ออปชันเสริมและของแต่งที่ควรพิจารณา
จากข้อมูลชุดแต่ง Modulo และรีวิวของแต่ง City Hatchback/RS:
7.1 ชุดแต่งภายนอก Modulo
ชุดสปอยเลอร์หลัง (~5,500 บาท)
คิ้วซุ้มล้อหน้า (~1,700 บาท)
แผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ (~900 บาท)
สติ๊กเกอร์ติดล้อ (~320 บาท/ชุด)
ไฟตัดหมอก LED (~5,500 บาท)
กล้องหน้ารถ (~3,850 บาท)
แพ็กเกจ
- Modulo Aero Package (~16,900 บาท)
สเกิร์ตหน้า (2 ชิ้น), สเกิร์ตข้าง, สเกิร์ตหลัง (2 ชิ้น)
- Modulo Aero Sport Package (~21,500 บาท)
เพิ่มสปอยเลอร์หลังเข้าไปด้วย
เหมาะกับ:
รุ่น S+ / SV ที่อยากได้ความสปอร์ต แต่ไม่อยากจ่ายถึง RS
คนที่เน้นปกป้องตัวรถ เช่น ครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ, กล้องหน้า
7.2 ของแต่งและออปชันภายใน
จากรีวิว City RS / Hatchback:
ระบบเครื่องเสียงรองรับ Apple CarPlay / Android Auto
Honda CONNECT (ในรุ่น RS) ให้ฟังก์ชันติดตามรถ, ตรวจประวัติ, สั่งล็อก/สตาร์ท ฯลฯ
พนักเท้าแขนหลัง + ช่องจ่ายไฟ 12V ด้านหลัง (RS)
หากเลือกรุ่น S+/SV และชอบใช้งานสไตล์ RS (ฟังเพลงเยอะ, ใช้แผนที่, ต้องการกล้องหน้า) การเพิ่มชุดแต่งและอุปกรณ์เหล่านี้จากศูนย์จะช่วยให้เข้าใกล้ RS โดยยังคุมงบได้
8. สรุปเลือก Honda City 2026 รุ่นไหนดี + เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
8.1 เลือกรุ่นไหนดี ถ้าโฟกัสใช้งานจริง
งบจำกัด แต่อยากได้ความปลอดภัยเต็ม
→ เลือก S / S+
ได้ Honda SENSING ครบ, Remote Start, ฟังก์ชันหลักครบ เหมาะเป็นรถคันแรก ขับในเมือง ประหยัดและค่าดูแลต่ำอยากได้ออปชันพอดี ๆ ใช้งานสบาย
→ เลือก SV
แอร์ออโต้, จอ 8 นิ้ว, กล้องหลัง, เบาะหนัง ใช้ได้ทั้งงานประจำวันและทริปต่างจังหวัดสายสปอร์ต – อยากจบทีเดียวจากโรงงาน
→ เลือก RS (1.0 Turbo)
ชุดแต่ง RS รอบคัน, ไฟหน้า LED, Paddle Shift, ลำโพง 8 ตัว, Honda CONNECT และถุงลม 6 ใบ คุ้มสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับหน้าตาและฟีลขับขับเยอะ เน้นประหยัดและความนุ่มเงียบ
→ เลือก e:HEV SV / RS
ถ้าเน้นคุ้มค่า → SV
ถ้าอยากได้ทั้งสปอร์ต+ความปลอดภัย+เทคโนโลยีเต็ม → RS
8.2 เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนจอง
งบประมาณรวม
ราคาตัวรถ + ประกัน + ค่าจดทะเบียน + ชุดแต่ง (ถ้ามี)
สไตล์การใช้งานหลัก
เมืองล้วน / เมือง+ต่างจังหวัด / ขับเยอะวันละกี่กิโล
ถ้าขับเยอะ > เลือก Hybrid จะคุ้มเชื้อเพลิงกว่า
ความสำคัญด้านความปลอดภัย
ต้องการถุงลม 6 ใบไหม
ใช้ Honda SENSING / LaneWatch บ่อยแค่ไหน
อยากได้ความสปอร์ตแค่ไหน
ถ้าชอบชุดแต่ง RS ชัดเจน → ไป RS เลยคุ้มกว่าติดเพิ่มทีหลัง
ถ้าชอบเรียบ ๆ → SV + Modulo บางชิ้นก็เพียงพอ
ของแต่งและออปชันเสริม
ต้องการสปอยเลอร์, กล้องหน้า, กล้องหลัง, Honda CONNECT หรือไม่
โปรโมชันและเงื่อนไขไฟแนนซ์
ตรวจโปรส่วนลด, ดอกเบี้ย, Honda Ultimate Care, แคมเปญช่วยผ่อน ฯลฯ ตามช่วงเวลา
หากจัดลำดับความสำคัญได้จากเช็กลิสต์ด้านบน จะช่วยให้เลือก Honda City 2026 รุ่น S+ / SV / RS ได้ชัดเจน และตรงกับการใช้งานจริงมากที่สุด โดยไม่ต้องจ่ายเกินสิ่งที่ตัวเองใช้จริง


ความคิดเห็น