รับแอปรับแอป

ซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัย แบบไหนเหมาะกับคุณ

ZestBuy AI02-19

ซื้อหรือเช่าบ้าน แบบไหนคุ้มกว่าในยุคนี้?

การมี “ที่อยู่ของตัวเอง” เป็นคำถามใหญ่ของหลายคน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพสูง และไลฟ์สไตล์คนเมืองเปลี่ยนเร็ว ระหว่างการ ซื้อบ้าน ที่ต้องผ่อนยาวหลายสิบปี กับการ เช่าบ้าน ที่จ่ายเบากว่าแต่ไม่มีทรัพย์สินติดมือ สุดท้ายอะไรคุ้มกว่ากันในภาพรวม?

จากข้อมูลในบทความต่าง ๆ ที่พูดถึงพฤติกรรมคนไทยยุคใหม่ ทั้งเรื่องซื้อ–เช่าบ้าน การลงทุนปล่อยเช่า รวมถึงเทรนด์ “เช่าใช้แทนการซื้อ” สามารถสรุปเป็นประเด็นหลัก ๆ เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

1. มองภาพรวม: ซื้อหรือเช่า ขึ้นกับโจทย์ชีวิต

ข้อมูลจาก SCB EIC ชี้ว่า คนไทยส่วนใหญ่ ยังอยากเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย เพราะมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ฐานะทางสังคม และความสำเร็จในชีวิต ขณะเดียวกัน กลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุต่ำกว่า 45 ปี) เริ่มให้ความสำคัญกับ

  • ความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต

  • การไม่อยากแบกหนี้ระยะยาว

  • การควบคุมค่าใช้จ่ายให้คาดการณ์ได้

จึงทำให้การ เช่าที่อยู่อาศัย ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีทางเลือกที่พักหลากหลายและย้ายที่อยู่ตามงานได้ง่าย

สรุปคือ ปัญหา “ซื้อดีหรือเช่าดี” ไม่ได้มีคำตอบเดียว แต่ขึ้นกับว่าเราต้องการ ความมั่นคงระยะยาว หรือ ความยืดหยุ่นของชีวิต มากกว่ากัน

2. วิเคราะห์ข้อดีของการ “เช่าอยู่”

จากหลายแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเช่า ทั้งที่อยู่อาศัยทั่วไปและที่อยู่อาศัยผู้สูงวัย จะเห็นจุดเด่นร่วมกันของการเช่า คือ

2.1 ความยืดหยุ่นสูง

  • เหมาะกับคนที่ยังไม่ลงหลักปักฐาน หรืออาจต้องย้ายเมือง ย้ายงาน

  • สามารถย้ายทำเลได้ตามโอกาสงานหรือไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ

  • ในกรณีผู้สูงวัย หลายครอบครัวเลือก “เช่าที่อยู่” เพื่อทดลองอยู่ก่อนซื้อจริง หรือเพื่อไม่ต้องผูกพันระยะยาว

2.2 ไม่ต้องรับภาระหนี้ระยะยาว

  • ไม่มีภาระผ่อนบ้าน 20–30 ปี

  • ไม่ต้องแบกดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย

  • ลดแรงกดดันเรื่องการต้องรักษารายได้ให้พอส่งงวดตลอดเวลา

2.3 สภาพคล่องทางการเงินดีกว่า

  • ค่าเริ่มต้นในการเช่าต่ำกว่า เพราะไม่ต้องจ่ายเงินดาวน์ ค่าจดจำนอง หรือค่าโอนเหมือนตอนซื้อบ้าน

  • เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มทำงาน หรือรายได้ยังไม่มั่นคง

  • เงินสดก้อนใหญ่ยังสามารถเก็บไว้สำรองฉุกเฉิน หรือนำไปลงทุนด้านอื่น

2.4 ภาระดูแลน้อยกว่า

  • ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายซ่อมใหญ่ ๆ ของตัวบ้าน เช่น หลังคารั่ว ระบบโครงสร้าง

  • ไม่ต้องจัดการเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของตัวทรัพย์

ในตลาดเฉพาะอย่าง ที่อยู่อาศัยผู้สูงวัยแบบเช่า ยังพบว่า

  • อัตราการเช่าสูงถึงระดับที่ REIC มองว่า “ตลาดเช่าโตเร็วกว่าซื้อ”

  • เหตุผลหลักของการเลือกเช่าในกลุ่มนี้ คือ ไม่อยากมีข้อผูกพันระยะยาว และไม่อยากสร้างภาระทรัพย์สินให้ลูกหลาน

3. วิเคราะห์ข้อดีของการ “ซื้อขาด”

แม้เทรนด์การเช่าจะโตขึ้น แต่ข้อมูลหลายชิ้นยังยืนยันว่า การซื้อบ้านยังถูกมองเป็น การสร้างสินทรัพย์และความมั่นคงระยะยาว โดยมีจุดเด่นสำคัญดังนี้

3.1 ได้ทรัพย์สินเป็นของตัวเอง

  • เมื่อผ่อนบ้านครบ บ้านจะเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณทันที

  • เป็นทรัพย์สินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายทาง เช่น อยู่อาศัยเอง มอบให้ลูกหลาน หรือใช้เป็นหลักทรัพย์

3.2 โอกาสมูลค่าเพิ่มในอนาคต

  • หากเลือกทำเลดี ใกล้ระบบขนส่งมวลชน แหล่งงาน หรือเขตเศรษฐกิจใหม่ ๆ บ้านมีโอกาส เพิ่มมูลค่า ในระยะยาว

  • สามารถ ขายต่อ หรือ ปล่อยเช่า เพื่อสร้างรายได้แบบ Passive Income

ตัวอย่างจากบทความลงทุนปล่อยเช่าแนะนำให้คิด อัตราผลตอบแทนจากค่าเช่า (Rental Yield) เช่น

Rental Yield (%) = (ค่าเช่ารายปี ÷ ราคาซื้อบ้าน) x 100

โดยเป้าหมายที่มองว่า “คุ้ม” มักอยู่ในช่วงประมาณ 5–8% ต่อปี

3.3 อิสระในการปรับแต่ง

  • เจ้าของบ้านสามารถรีโนเวท ต่อเติม ปรับฟังก์ชันบ้านให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ได้เต็มที่ ซึ่งผู้เช่ามักทำไม่ได้ หรือถูกจำกัด

3.4 ลดภาระค่าเช่าในระยะยาว

  • แม้ช่วงแรกจะต้องผ่อนหนัก แต่เมื่อผ่อนหมดแล้วจะไม่มีภาระค่าเช่ารายเดือน

  • ไม่ต้องกังวลเรื่องเจ้าของบ้านขึ้นค่าเช่าหรือไม่ต่อสัญญา

4. มองตัวเลข “ค่าใช้จ่ายแฝง”: ผ่อนบ้าน vs ค่าเช่า

เมื่อเปรียบเทียบเชิงการเงิน แนวคิดสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายที่ไม่เห็นชัดในเดือนแรก ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งซื้อหรือเช่า

4.1 ฝั่ง “ซื้อบ้าน” มีภาระอะไรบ้าง

จากโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินขนาดใหญ่ในหลายบทความ สามารถสรุปภาระหลัก ๆ ได้ว่า

  • ค่างวด + ดอกเบี้ยธนาคาร เป็นภาระรายเดือนที่แน่นอนระยะยาว

  • ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง เช่น ซ่อมโครงสร้าง ดูแลส่วนที่เสื่อมตามอายุการใช้งาน

  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในกรณีถือครองหลายหลัง หรือใช้เชิงพาณิชย์

  • ค่าโอกาสของเงินดาวน์ เงินก้อนที่นำไปดาวน์บ้านไม่สามารถนำไปลงทุนอย่างอื่นได้ในช่วงหนึ่ง

ในมุมของผู้ลงทุนซื้อบ้านปล่อยเช่า ยังต้องเผื่อ

  • ค่าส่วนกลาง

  • ค่าประกันภัยบ้าน

  • ค่าโฆษณา/บริหารหาผู้เช่า

4.2 ฝั่ง “เช่าบ้าน” จ่ายอะไรบ้าง

เวลาพูดถึงการเช่า หลายคนจะคิดว่าเป็น “ค่าเช่าจ่ายทิ้ง” แต่ถ้ามองเชิงกระแสเงินสด

  • ค่าเช่ารายเดือนคือค่าใช้จ่ายค่อนข้างแน่นอน คาดการณ์ได้

  • ไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมใหญ่ของตัวบ้าน (ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่เจ้าของ)

  • ไม่มีดอกเบี้ยธนาคาร และไม่ต้องใช้เงินดาวน์ก้อนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ค่าเช่ามี ความเสี่ยงขึ้นราคา ตามรอบสัญญา และไม่มีทรัพย์สินกลับคืนมาหลังจ่ายครบหลายปี ซึ่งแตกต่างจากการผ่อนซื้อที่จบแล้วได้สินทรัพย์

5. เช็กลิสต์สำรวจตัวเองก่อนตัดสินใจ

เพราะคำตอบของ “ซื้อหรือเช่า” ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ลองใช้เช็กลิสต์นี้ช่วยประเมินความพร้อมจากข้อมูลในบทความต่าง ๆ

5.1 ความพร้อมทางการเงิน

ถามตัวเองว่า

  • มีเงินสำรองฉุกเฉินกี่เดือน ถ้าซื้อบ้านแล้วกระทบสภาพคล่องหรือไม่

  • รายได้มั่นคงแค่ไหน สามารถรับภาระผ่อนต่อเนื่องระยะยาวได้หรือเปล่า

  • หากเป็นการลงทุนปล่อยเช่า ได้ลองคำนวณ Rental Yield และรวมต้นทุนแฝงแล้วหรือยัง

ถ้ารายได้ยังไม่นิ่ง การเช่าอาจช่วยลดความเสี่ยงได้ดีกว่าในช่วงแรก

5.2 ความมั่นคงในหน้าที่การงานและทำเล

  • งานของคุณมีโอกาสย้ายเมือง ย้ายประเทศใน 3–5 ปีข้างหน้าหรือไม่

  • คุณมั่นใจแค่ไหนว่าจะอยู่ในทำเลนี้อย่างน้อย 5–10 ปี

ถ้า ยังไม่แน่ใจว่าชีวิตจะยึดกับพื้นที่เดิมนาน ๆ การซื้อบ้านอาจกลายเป็นภาระในการขายต่อหรือปล่อยเช่าภายหลัง ในขณะที่การเช่าทำให้เคลื่อนย้ายง่ายกว่า

5.3 แผนชีวิตในอีก 5–10 ปี

  • มีแผนสร้างครอบครัวหรือไม่ ต้องการพื้นที่ใหญ่ขึ้นในอนาคตไหม

  • มีโอกาสต้องดูแลพ่อแม่สูงวัย ต้องย้ายใกล้โรงพยาบาล หรือโครงการ Senior Residence หรือไม่

ในหลายครอบครัว จะเลือก

  • ช่วงแรก “เช่าบ้าน” เพื่อยืดหยุ่นไปกับงานและไลฟ์สไตล์

  • เมื่อแผนชีวิตชัดเจนขึ้นจึงค่อย “ซื้อบ้าน” ในทำเลที่คิดว่าจะอยู่ระยะยาวจริง ๆ

6. สรุปวิธีคิด: ไม่มีคำตอบตายตัว มีแต่คำตอบที่ตรงกับคุณที่สุด

จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปภาพกว้างได้ดังนี้

  • หากคุณให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงระยะยาว การสร้างทรัพย์สิน และการมีบ้านเป็นของตัวเอง การซื้อบ้านในทำเลที่เหมาะสม และถือครองระยะยาวมีโอกาสคุ้มมากกว่า ทั้งในมุมมูลค่าทรัพย์สินและการใช้ชีวิต

  • หากคุณให้ความสำคัญกับ ความยืดหยุ่น ไม่อยากมีหนี้ก้อนใหญ่ และยังไม่มั่นใจทิศทางชีวิต การเช่าบ้านคือทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ช่วยให้ใช้ชีวิตได้อิสระ ควบคุมค่าใช้จ่าย และเลี่ยงความเสี่ยงจากภาระผ่อนที่ยาวนาน

แนวโน้มในตลาดยังสะท้อนว่า

  • คนไทยจำนวนมากยังอยาก “เป็นเจ้าของบ้าน”

  • แต่ในขณะเดียวกัน พฤติกรรม “เช่าใช้แทนการซื้อ” ก็กำลังเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้สูงวัย

ดังนั้น คำตอบที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่ว่า ซื้อดีกว่าเช่า หรือ เช่าดีกว่าซื้อ เสมอไป แต่คือการเลือกแบบที่ สอดคล้องกับฐานะการเงิน แผนชีวิต และไลฟ์สไตล์ของคุณจริง ๆ แล้วใช้ข้อมูลตัวเลข ทั้งค่าใช้จ่ายระยะยาวและความเสี่ยง ประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ