รับแอปรับแอป

ฟังเพลงทุกวัน สมองไม่พังง่าย ๆ : 5 พลังดนตรี ชะลอภาวะสมองเสื่อมสำหรับผู้สูงอายุ

กรกนก พันธุ์ดี01-29

ภาวะสมองเสื่อม ภัยเงียบที่มากับวัย

ภาวะสมองเสื่อมกำลังกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก จากการที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น โรคที่เกี่ยวข้องกับอายุจึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะภาวะเสื่อมถอยทางสติปัญญาและภาวะสมองเสื่อมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน

องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ภาวะสมองเสื่อมเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของมนุษย์ทั่วโลก หลายประเทศพัฒนาแล้วยังพบว่าโรคนี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้น ๆ อีกด้วย

ท่ามกลางตัวเลขที่น่ากังวล งานวิจัยวิทยาศาสตร์ยุคใหม่กลับชี้ให้เห็นความหวังจากกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน นั่นคือ การฟังเพลง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่ยังอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ฟังเพลงสม่ำเสมอ ลดเสี่ยงสมองเสื่อมได้จริงแค่ไหน?

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Monash ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2025 ทำการสำรวจกลุ่มผู้สูงอายุอายุ 70 ปีขึ้นไป จำนวน 10,893 คน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการฟังเพลงหรือเล่นดนตรี กับโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อม

ผลที่น่าสนใจคือ

  • การฟังเพลงเป็นประจำ ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมลงได้ถึง 39%

  • ลดความเสี่ยงภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้ 17%

  • ผู้ที่ทั้งฟังและเล่นดนตรีเป็นประจำ ลดความเสี่ยงสมองเสื่อมได้ 33% และลดภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้ 22%

นักวิจัยอธิบายว่า ดนตรีสามารถกระตุ้นสมองหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ การคิด การรับรู้อารมณ์ และการประมวลผลเสียง จึงช่วยให้สมองยังทำงานอย่างกระฉับกระเฉงในระยะยาว

แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ให้หายขาด แต่หลักฐานจำนวนมากชี้ว่า วิถีชีวิต มีบทบาทสำคัญต่อการเสื่อมถอยของสมอง ไม่ได้ขึ้นกับอายุหรือพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว กิจกรรมอย่างเช่นการฟังเพลงหรือการเล่นดนตรีจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับดูแลสุขภาพสมองที่เข้าถึงได้ง่ายและต้นทุนต่ำ

เมื่อเครื่องช่วยฟัง คือสะพานเชื่อมโลกดนตรีกับผู้สูญเสียการได้ยิน

สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน ภาวะสูญเสียการได้ยินถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะสมองเสื่อม เพราะเมื่อไม่ได้ยินชัด การมีส่วนร่วมในสังคมลดลง การกระตุ้นสมองจากเสียงและภาษาเริ่มหายไป และความเพลิดเพลินจากการฟังเพลงก็ลดลงตาม

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังจึงกลายเป็นตัวเชื่อมโลกเสียงดนตรีกลับคืนมา

  • ช่วยให้ได้ยินบทสนทนาชัดขึ้น

  • ทำให้กลับมาฟังเพลงโปรดได้อีกครั้ง

  • กระตุ้นประสาทการได้ยินและการรับรู้

  • ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมจากการถูกตัดขาดทางเสียง

การที่ผู้ที่เคยสูญเสียการได้ยินกลับมาฟังเพลงผ่านเครื่องช่วยฟัง เปรียบเสมือนการออกกำลังกายให้ระบบประสาท กระตุ้นสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟัง ภาษา และอารมณ์อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวคิดด้านวิถีชีวิตที่เน้นการกระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอเพื่อดูแลสุขภาพการรับรู้

ภาวะสมองเสื่อม น่ากลัวกว่าที่คิด

ภาวะสมองเสื่อมคือกลุ่มอาการที่ส่งผลต่อ

  • ความจำ

  • ความคิดและการตัดสินใจ

  • ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน

เมื่อเวลาผ่านไป อาการจะรุนแรงขึ้นจนผู้ป่วยไม่สามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง ต้องพึ่งพาผู้อื่นในหลาย ๆ ด้าน ทั้งผู้ป่วย ครอบครัว ผู้ดูแล และสังคมรอบข้างล้วนได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ

สัญญาณและอาการเริ่มต้นที่ควรระวัง

  • ลืมเรื่องราวหรือเหตุการณ์ล่าสุดบ่อยครั้ง

  • ทำของหาย หรือวางของผิดที่เป็นประจำ

  • หลงทิศทาง ขณะเดินหรือขับรถ

  • สับสน แม้อยู่ในที่คุ้นเคย

  • ลืมวัน เวลา หรือช่วงเหตุการณ์สำคัญ

  • แก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้ยากขึ้น

  • ติดตามบทสนทนาไม่ได้ หรือมักนึกคำพูดไม่ออก

  • ทำกิจวัตรที่เคยทำได้คล่อง กลับทำได้ลำบาก

  • ประเมินระยะห่างด้วยสายตาได้ไม่แม่นยำ

การเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และพฤติกรรม

  • วิตกกังวล เศร้า หรือหงุดหงิดจากการสูญเสียความทรงจำ

  • บุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม

  • แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมโดยไม่รู้ตัว

  • หลบเลี่ยงงานหรือกิจกรรมทางสังคม

  • ใส่ใจความรู้สึกคนอื่นน้อยลง

ยิ่งสังเกตพบได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสจัดการ วางแผน และใช้กลยุทธ์ป้องกันหรือชะลออาการได้มากขึ้นเท่านั้น

ดนตรี: เครื่องมือราคาย่อมเยาในการดูแลสมอง

แม้จะยังไม่สามารถยืนยันแบบเด็ดขาดว่าดนตรีช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ 100% แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ไม่มีข้อเสีย มีแต่ได้กับได้

  • ได้ทั้งความสุขทางอารมณ์

  • ได้การผ่อนคลาย

  • ได้การกระตุ้นสมองอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่กำลังเผชิญกับการสูญเสียการได้ยิน การเปิดโอกาสให้ตัวเองกลับมาอยู่ในโลกแห่งเสียงดนตรี ผ่านการใช้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสม จึงเปรียบเสมือนการดูแลสมองไปพร้อมกับดูแลหัวใจ

โลกของเสียงเพลงเต็มไปด้วยความทรงจำ ภาพในอดีต ความรู้สึกผูกพัน และอารมณ์ดี ๆ ที่คอยกระตุ้นสมองอยู่ตลอดเวลา เพราะเสียงดนตรีไม่ใช่แค่การบันเทิง แต่มันคือ การลงทุนระยะยาวในสุขภาพสมองและคุณภาพชีวิต

5 ประโยชน์ของการฟังเพลงสำหรับผู้ใช้เครื่องช่วยฟัง

เมื่อเปิดเพลงโปรด สมองของคุณไม่ได้แค่เพลิดเพลิน แต่กำลังออกกำลังกายไปพร้อมกันด้วย ลองมาดูทีละข้อว่าดนตรีช่วยอะไรบ้าง

1. สุขภาพจิตสดใส อารมณ์ดีขึ้น

การฟังเพลงเป็นวิธีสร้างความสุขที่ง่ายและรวดเร็ว เสียงดนตรีสามารถช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และสร้างความสงบภายในใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อสุขภาพจิตดี แนวโน้มที่สุขภาพร่างกายจะดีตามก็สูงขึ้น ทั้งการนอนหลับ การย่อยอาหาร และระบบภูมิคุ้มกันล้วนได้รับผลดีไปด้วย

2. ฝึกทักษะการฟังให้คมชัดขึ้น

การฟังเพลงผ่านเครื่องช่วยฟังช่วยให้สมองได้ทบทวน

  • เสียงคำพูด

  • เสียงพยัญชนะ

  • เสียงที่เคยเลือนหายไป

สำหรับผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตอยู่บ้านคนเดียว การเปิดเพลงฟังคือวิธีฝึกสมองด้านการฟังที่ทำได้ง่าย ๆ ทุกวันโดยไม่ต้องมีคู่สนทนา แต่สมองยังคงได้ทำงานกับเสียงและภาษาอย่างต่อเนื่อง

3. ช่วยฝึกการพูดผ่านการร้องตาม

ผู้ที่สูญเสียการได้ยินมานานมักเผชิญปัญหา พูดไม่ค่อยชัด เพราะไม่ได้ยินเสียงของตัวเองและผู้อื่นอย่างครบถ้วน

การร้องเพลงตามทำนองและเนื้อร้อง ช่วยให้

  • ฝึกการออกเสียงคำพูดให้ชัดเจนขึ้น

  • ควบคุมจังหวะ น้ำเสียง และระดับความดัง

  • กลับมารู้สึกมั่นใจเวลาพูดคุยกับคนรอบตัวมากขึ้น

จึงไม่ใช่แค่สนุก แต่คือการบำบัดเบา ๆ ให้กับระบบการพูดของร่างกายด้วย

4. ฝึกสมองให้แยกแยะเสียงและความหมาย

การสูญเสียการได้ยินไม่ได้ทำให้เสียงเบาลงอย่างเดียว บางคนได้ยินเสียงเพี้ยนไปจากเดิม ทำให้สมองตีความผิดหรือเข้าใจไม่ตรงกับที่ได้ยิน

การฟังเพลงอย่างสม่ำเสมอช่วยให้สมอง

  • ค่อย ๆ จดจำเสียงที่ถูกต้อง

  • เชื่อมโยงเสียงกับคำพูดและความหมาย

  • ฝึกการประมวลผลเสียงที่ซับซ้อนมากกว่าการได้ยินเสียงเรียบ ๆ

นั่นหมายความว่า สมองกำลังใช้พลังในการรับรู้ วิเคราะห์ และจดจำอยู่ตลอดเวลา

5. ให้ร่างกายได้ขยับ หัวใจได้สูบฉีด

ดนตรีไม่ได้ปลุกแค่สมอง แต่ยังปลุกให้ร่างกายอยากขยับตามจังหวะ

ไม่ว่าจะเป็น

  • เต้นเบา ๆ ตามเพลง

  • ฟังเพลงไปด้วย ทำงานบ้านไปด้วย

  • รดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน ถูบ้าน หรือออกกำลังกายพร้อมเปิดเพลง

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้

  • การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

  • หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ อย่างเพียงพอ

  • ร่างกายแข็งแรงควบคู่ไปกับสมองที่กระฉับกระเฉง

ดนตรีกับค่า S.D. Score: ไม่ใช่แค่ฟังเพลิน แต่ช่วยเรื่องการเข้าใจคำพูด

สำหรับผู้ใช้เครื่องช่วยฟัง มีค่าหนึ่งที่หลายคนอาจเคยได้ยินจากการตรวจการได้ยิน นั่นคือ S.D. Score (Speech Discrimination Score)

ค่า S.D. Score คือค่าที่ใช้วัด

  • ความสามารถในการแยกแยะเสียงพูด

  • ระดับความเข้าใจความหมายของคำที่ได้ยิน

บางคนแม้จะได้ยินเสียงดังชัด แต่กลับฟังไม่รู้เรื่องเพราะแยกแยะคำพูดไม่ได้ หรือบางครั้งพูดเสียงดังมากก็ทำให้เสียงเพี้ยนจนเข้าใจยาก การฝึกฟังเพลงและเสียงพูดอย่างสม่ำเสมอจึงมีส่วนช่วยให้สมองคุ้นเคยกับเสียงภาษา ส่งผลดีต่อค่า S.D. Score ในระยะยาว

การตรวจการได้ยินประจำปีและติดตามความก้าวหน้าการใช้เครื่องช่วยฟัง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้รู้ว่าการได้ยินของเราพัฒนาไปในทิศทางไหน และจำเป็นต้องปรับการใช้งานหรือไม่

ฟังเพลงวันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตระยะยาว

ภาวะสมองเสื่อมอาจเป็นเรื่องที่หลายคนกลัว แต่การเริ่มลงมือดูแลตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่ยุ่งยากเสมอไป

การฟังเพลงคือกิจกรรมเล็ก ๆ ที่มีพลังใหญ่

  • ช่วยเยียวยาอารมณ์

  • กระตุ้นสมองหลายส่วนพร้อมกัน

  • เสริมการฟัง การพูด และการคิด

สำหรับผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน การตรวจการได้ยินเมื่อถึงเวลา และใช้เครื่องช่วยฟังเมื่อจำเป็น คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ยิ่งผสานเข้ากับการฟังเพลงอย่างสม่ำเสมอ ผลดีต่อสมองและใจยิ่งทวีคูณ

เปิดเพลงที่คุณรัก ใส่เครื่องช่วยฟังให้พร้อม แล้วปล่อยให้ดนตรีเป็นเพื่อนคู่ใจและผู้ช่วยดูแลสมองของคุณในทุก ๆ วัน