ภาวะสมองเสื่อม ภัยเงียบที่มากับวัย
ภาวะสมองเสื่อมกำลังกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก จากการที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น โรคที่เกี่ยวข้องกับอายุจึงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะภาวะเสื่อมถอยทางสติปัญญาและภาวะสมองเสื่อมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ภาวะสมองเสื่อมเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของมนุษย์ทั่วโลก หลายประเทศพัฒนาแล้วยังพบว่าโรคนี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้น ๆ อีกด้วย

ท่ามกลางตัวเลขที่น่ากังวล งานวิจัยวิทยาศาสตร์ยุคใหม่กลับชี้ให้เห็นความหวังจากกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน นั่นคือ การฟังเพลง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่ยังอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีนัยสำคัญ
ฟังเพลงสม่ำเสมอ ลดเสี่ยงสมองเสื่อมได้จริงแค่ไหน?
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Monash ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2025 ทำการสำรวจกลุ่มผู้สูงอายุอายุ 70 ปีขึ้นไป จำนวน 10,893 คน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการฟังเพลงหรือเล่นดนตรี กับโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อม
ผลที่น่าสนใจคือ
การฟังเพลงเป็นประจำ ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมลงได้ถึง 39%
ลดความเสี่ยงภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้ 17%
ผู้ที่ทั้งฟังและเล่นดนตรีเป็นประจำ ลดความเสี่ยงสมองเสื่อมได้ 33% และลดภาวะบกพร่องทางสติปัญญาได้ 22%

นักวิจัยอธิบายว่า ดนตรีสามารถกระตุ้นสมองหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ การคิด การรับรู้อารมณ์ และการประมวลผลเสียง จึงช่วยให้สมองยังทำงานอย่างกระฉับกระเฉงในระยะยาว
แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ให้หายขาด แต่หลักฐานจำนวนมากชี้ว่า วิถีชีวิต มีบทบาทสำคัญต่อการเสื่อมถอยของสมอง ไม่ได้ขึ้นกับอายุหรือพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว กิจกรรมอย่างเช่นการฟังเพลงหรือการเล่นดนตรีจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับดูแลสุขภาพสมองที่เข้าถึงได้ง่ายและต้นทุนต่ำ
เมื่อเครื่องช่วยฟัง คือสะพานเชื่อมโลกดนตรีกับผู้สูญเสียการได้ยิน
สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน ภาวะสูญเสียการได้ยินถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะสมองเสื่อม เพราะเมื่อไม่ได้ยินชัด การมีส่วนร่วมในสังคมลดลง การกระตุ้นสมองจากเสียงและภาษาเริ่มหายไป และความเพลิดเพลินจากการฟังเพลงก็ลดลงตาม

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังจึงกลายเป็นตัวเชื่อมโลกเสียงดนตรีกลับคืนมา
ช่วยให้ได้ยินบทสนทนาชัดขึ้น
ทำให้กลับมาฟังเพลงโปรดได้อีกครั้ง
กระตุ้นประสาทการได้ยินและการรับรู้
ลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมจากการถูกตัดขาดทางเสียง
การที่ผู้ที่เคยสูญเสียการได้ยินกลับมาฟังเพลงผ่านเครื่องช่วยฟัง เปรียบเสมือนการออกกำลังกายให้ระบบประสาท กระตุ้นสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟัง ภาษา และอารมณ์อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวคิดด้านวิถีชีวิตที่เน้นการกระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอเพื่อดูแลสุขภาพการรับรู้
ภาวะสมองเสื่อม น่ากลัวกว่าที่คิด
ภาวะสมองเสื่อมคือกลุ่มอาการที่ส่งผลต่อ
ความจำ
ความคิดและการตัดสินใจ
ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน
เมื่อเวลาผ่านไป อาการจะรุนแรงขึ้นจนผู้ป่วยไม่สามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง ต้องพึ่งพาผู้อื่นในหลาย ๆ ด้าน ทั้งผู้ป่วย ครอบครัว ผู้ดูแล และสังคมรอบข้างล้วนได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจ

สัญญาณและอาการเริ่มต้นที่ควรระวัง
ลืมเรื่องราวหรือเหตุการณ์ล่าสุดบ่อยครั้ง
ทำของหาย หรือวางของผิดที่เป็นประจำ
หลงทิศทาง ขณะเดินหรือขับรถ
สับสน แม้อยู่ในที่คุ้นเคย
ลืมวัน เวลา หรือช่วงเหตุการณ์สำคัญ
แก้ปัญหาหรือการตัดสินใจได้ยากขึ้น
ติดตามบทสนทนาไม่ได้ หรือมักนึกคำพูดไม่ออก
ทำกิจวัตรที่เคยทำได้คล่อง กลับทำได้ลำบาก
ประเมินระยะห่างด้วยสายตาได้ไม่แม่นยำ
การเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และพฤติกรรม
วิตกกังวล เศร้า หรือหงุดหงิดจากการสูญเสียความทรงจำ
บุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม
แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมโดยไม่รู้ตัว
หลบเลี่ยงงานหรือกิจกรรมทางสังคม
ใส่ใจความรู้สึกคนอื่นน้อยลง
ยิ่งสังเกตพบได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสจัดการ วางแผน และใช้กลยุทธ์ป้องกันหรือชะลออาการได้มากขึ้นเท่านั้น
ดนตรี: เครื่องมือราคาย่อมเยาในการดูแลสมอง
แม้จะยังไม่สามารถยืนยันแบบเด็ดขาดว่าดนตรีช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ 100% แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ไม่มีข้อเสีย มีแต่ได้กับได้
ได้ทั้งความสุขทางอารมณ์
ได้การผ่อนคลาย
ได้การกระตุ้นสมองอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่กำลังเผชิญกับการสูญเสียการได้ยิน การเปิดโอกาสให้ตัวเองกลับมาอยู่ในโลกแห่งเสียงดนตรี ผ่านการใช้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะสม จึงเปรียบเสมือนการดูแลสมองไปพร้อมกับดูแลหัวใจ
โลกของเสียงเพลงเต็มไปด้วยความทรงจำ ภาพในอดีต ความรู้สึกผูกพัน และอารมณ์ดี ๆ ที่คอยกระตุ้นสมองอยู่ตลอดเวลา เพราะเสียงดนตรีไม่ใช่แค่การบันเทิง แต่มันคือ การลงทุนระยะยาวในสุขภาพสมองและคุณภาพชีวิต

5 ประโยชน์ของการฟังเพลงสำหรับผู้ใช้เครื่องช่วยฟัง
เมื่อเปิดเพลงโปรด สมองของคุณไม่ได้แค่เพลิดเพลิน แต่กำลังออกกำลังกายไปพร้อมกันด้วย ลองมาดูทีละข้อว่าดนตรีช่วยอะไรบ้าง
1. สุขภาพจิตสดใส อารมณ์ดีขึ้น
การฟังเพลงเป็นวิธีสร้างความสุขที่ง่ายและรวดเร็ว เสียงดนตรีสามารถช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และสร้างความสงบภายในใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อสุขภาพจิตดี แนวโน้มที่สุขภาพร่างกายจะดีตามก็สูงขึ้น ทั้งการนอนหลับ การย่อยอาหาร และระบบภูมิคุ้มกันล้วนได้รับผลดีไปด้วย
2. ฝึกทักษะการฟังให้คมชัดขึ้น
การฟังเพลงผ่านเครื่องช่วยฟังช่วยให้สมองได้ทบทวน
เสียงคำพูด
เสียงพยัญชนะ
เสียงที่เคยเลือนหายไป
สำหรับผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตอยู่บ้านคนเดียว การเปิดเพลงฟังคือวิธีฝึกสมองด้านการฟังที่ทำได้ง่าย ๆ ทุกวันโดยไม่ต้องมีคู่สนทนา แต่สมองยังคงได้ทำงานกับเสียงและภาษาอย่างต่อเนื่อง
3. ช่วยฝึกการพูดผ่านการร้องตาม
ผู้ที่สูญเสียการได้ยินมานานมักเผชิญปัญหา พูดไม่ค่อยชัด เพราะไม่ได้ยินเสียงของตัวเองและผู้อื่นอย่างครบถ้วน
การร้องเพลงตามทำนองและเนื้อร้อง ช่วยให้
ฝึกการออกเสียงคำพูดให้ชัดเจนขึ้น
ควบคุมจังหวะ น้ำเสียง และระดับความดัง
กลับมารู้สึกมั่นใจเวลาพูดคุยกับคนรอบตัวมากขึ้น
จึงไม่ใช่แค่สนุก แต่คือการบำบัดเบา ๆ ให้กับระบบการพูดของร่างกายด้วย

4. ฝึกสมองให้แยกแยะเสียงและความหมาย
การสูญเสียการได้ยินไม่ได้ทำให้เสียงเบาลงอย่างเดียว บางคนได้ยินเสียงเพี้ยนไปจากเดิม ทำให้สมองตีความผิดหรือเข้าใจไม่ตรงกับที่ได้ยิน
การฟังเพลงอย่างสม่ำเสมอช่วยให้สมอง
ค่อย ๆ จดจำเสียงที่ถูกต้อง
เชื่อมโยงเสียงกับคำพูดและความหมาย
ฝึกการประมวลผลเสียงที่ซับซ้อนมากกว่าการได้ยินเสียงเรียบ ๆ
นั่นหมายความว่า สมองกำลังใช้พลังในการรับรู้ วิเคราะห์ และจดจำอยู่ตลอดเวลา
5. ให้ร่างกายได้ขยับ หัวใจได้สูบฉีด
ดนตรีไม่ได้ปลุกแค่สมอง แต่ยังปลุกให้ร่างกายอยากขยับตามจังหวะ
ไม่ว่าจะเป็น
เต้นเบา ๆ ตามเพลง
ฟังเพลงไปด้วย ทำงานบ้านไปด้วย
รดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน ถูบ้าน หรือออกกำลังกายพร้อมเปิดเพลง
กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้
การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ อย่างเพียงพอ
ร่างกายแข็งแรงควบคู่ไปกับสมองที่กระฉับกระเฉง
ดนตรีกับค่า S.D. Score: ไม่ใช่แค่ฟังเพลิน แต่ช่วยเรื่องการเข้าใจคำพูด
สำหรับผู้ใช้เครื่องช่วยฟัง มีค่าหนึ่งที่หลายคนอาจเคยได้ยินจากการตรวจการได้ยิน นั่นคือ S.D. Score (Speech Discrimination Score)
ค่า S.D. Score คือค่าที่ใช้วัด
ความสามารถในการแยกแยะเสียงพูด
ระดับความเข้าใจความหมายของคำที่ได้ยิน
บางคนแม้จะได้ยินเสียงดังชัด แต่กลับฟังไม่รู้เรื่องเพราะแยกแยะคำพูดไม่ได้ หรือบางครั้งพูดเสียงดังมากก็ทำให้เสียงเพี้ยนจนเข้าใจยาก การฝึกฟังเพลงและเสียงพูดอย่างสม่ำเสมอจึงมีส่วนช่วยให้สมองคุ้นเคยกับเสียงภาษา ส่งผลดีต่อค่า S.D. Score ในระยะยาว
การตรวจการได้ยินประจำปีและติดตามความก้าวหน้าการใช้เครื่องช่วยฟัง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้รู้ว่าการได้ยินของเราพัฒนาไปในทิศทางไหน และจำเป็นต้องปรับการใช้งานหรือไม่
ฟังเพลงวันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตระยะยาว
ภาวะสมองเสื่อมอาจเป็นเรื่องที่หลายคนกลัว แต่การเริ่มลงมือดูแลตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่ยุ่งยากเสมอไป
การฟังเพลงคือกิจกรรมเล็ก ๆ ที่มีพลังใหญ่
ช่วยเยียวยาอารมณ์
กระตุ้นสมองหลายส่วนพร้อมกัน
เสริมการฟัง การพูด และการคิด
สำหรับผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน การตรวจการได้ยินเมื่อถึงเวลา และใช้เครื่องช่วยฟังเมื่อจำเป็น คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ยิ่งผสานเข้ากับการฟังเพลงอย่างสม่ำเสมอ ผลดีต่อสมองและใจยิ่งทวีคูณ
เปิดเพลงที่คุณรัก ใส่เครื่องช่วยฟังให้พร้อม แล้วปล่อยให้ดนตรีเป็นเพื่อนคู่ใจและผู้ช่วยดูแลสมองของคุณในทุก ๆ วัน

