รับแอปรับแอป

DPU ปั้นเชฟสายเฮลธ์ตี้-สายสวยครบเครื่อง ตอบโจทย์เทรนด์กินอย่างมีสไตล์

สุภาวดี นุ่มนวล01-29

อาหารไม่ใช่แค่เรื่องอร่อยอีกต่อไป

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลุกขึ้นมาปรับโฉมหลักสูตรศิลปะการประกอบอาหารครั้งใหญ่ หยิบคอนเซ็ปต์ “อาหารเพื่อสุขภาพและความงาม” มาเป็นหัวใจหลักของการเรียนรู้

แทนที่เชฟจะโฟกัสแค่รสชาติบนลิ้น ก็ขยับไปสู่มุมมองใหม่ที่มองอาหารแบบครบมิติ ทั้งด้านสุขภาพ ความสวยงาม ประสบการณ์การกิน และความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้ถามแค่ว่า “อร่อยไหม” แต่เริ่มถามต่อว่า

  • ดีต่อสุขภาพหรือเปล่า

  • หน้าตาจานอาหารเล่าเรื่องอะไรได้บ้าง

  • วัตถุดิบมาจากไหน เป็นมิตรกับโลกไหม

และนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ DPU หยิบมาพลิกเป็นหลักสูตรเชฟเจนใหม่

หลักสูตรใหม่ ดีไซน์มาเพื่ออนาคตสายอาหาร

DPU พัฒนาหลักสูตรศิลปะการประกอบอาหารขึ้นใหม่ เพื่อสร้างคนทำงานสายอาหารที่ตอบสนองตลาดได้จริง ไม่ใช่แค่ทำอาหารเก่ง แต่ต้อง คิดเป็น ออกแบบเป็น และบริหารเป็น

โครงสร้างหลักสูตรใหม่ถูกออกแบบบน 3 เสาหลักสำคัญที่เชื่อมโลกของวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

เสาหลักที่ 1: วิทยาศาสตร์อาหารและโภชนาการ

เสาหลักแรกคือฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารแบบลึก แต่เล่าให้จับต้องได้ นักศึกษาจะได้เรียนรู้ทั้ง

  • หลักการทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการปรุงอาหาร

  • การจัดการภาวะแพ้อาหารในรูปแบบต่าง ๆ

  • โภชนาการที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ

เชฟรุ่นใหม่จึงไม่ได้คิดแค่ทำอย่างไรให้อร่อย แต่ต้องทำอย่างไรให้อร่อยและดีต่อร่างกายในเวลาเดียวกัน

เสาหลักที่ 2: ทักษะการทำอาหารข้ามวัฒนธรรม

ในยุคที่โลกของอาหารไร้พรมแดน ทักษะการทำอาหารจึงต้องก้าวให้ทันระดับสากล

หลักสูตรนี้ครอบคลุมตั้งแต่

  • เมนูอาหารจากนานาชาติหลากหลายวัฒนธรรม

  • การสร้างสรรค์เมนูระดับ Chef’s Table ที่เล่าเรื่องได้ในทุกจาน

  • การออกแบบประสบการณ์ Fine Dining ที่เน้นตั้งแต่รสชาติไปจนถึงอารมณ์บนโต๊ะอาหาร

ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้บัณฑิตพร้อมทำงานในอุตสาหกรรมอาหารระดับนานาชาติ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการด้านอาหารรูปแบบใหม่ ๆ

เสาหลักที่ 3: การออกแบบและนำเสนออาหารแบบมืออาชีพ

หน้าตาอาหารในยุคโซเชียลมีเดียสำคัญไม่แพ้รสชาติ DPU จึงยกระดับการสอนด้าน การออกแบบอาหาร ให้ลึกกว่าแค่การจัดจานสวย ๆ

นักศึกษาจะได้ฝึกทั้ง

  • เทคนิคการจัดจานและการตกแต่งอาหารให้มีเอกลักษณ์

  • การถ่ายภาพอาหารเพื่อสื่อสารอารมณ์และสไตล์ของแบรนด์

  • การนำเสนอผลงานอย่างเป็นมืออาชีพ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แต่ละเมนู

หนึ่งจานอาหารจึงกลายเป็นทั้งงานศิลปะและงานสร้างแบรนด์ในเวลาเดียวกัน

เรียนแบบลงมือจริงตั้งแต่ปี 1

หลักสูตรศิลปะการประกอบอาหารของ DPU ไม่ปล่อยให้เด็กท่องแต่ทฤษฎีในห้องเรียน แต่เน้นให้ ลงมือทำจริงตั้งแต่ปีแรก

นักศึกษาจะค่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง ควบคู่กับความเข้าใจในศาสตร์และศิลป์ของการทำอาหารอย่างเป็นระบบ

แนวทางนี้ช่วยให้ผู้เรียนไม่ได้แค่จำวิธีทำอาหาร แต่เข้าใจ “เหตุผล” ที่อยู่เบื้องหลังทุกเทคนิค และสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเอง

ทักษะใหม่ที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

เพื่อให้เชฟยุคใหม่ไม่หลุดจากโลกการตลาดและคอนเทนต์ หลักสูตรได้เติมหัวข้อที่สอดรับกับเทรนด์สมัยใหม่เข้าไปอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น

  • การถ่ายภาพอาหารให้โดดเด่นบนโซเชียล

  • การสื่อสารเรื่องราวผ่านงานเขียนและภาพ

  • การสร้างแบรนด์อาหารด้วยการเล่าเรื่อง (Storytelling)

เมื่อทักษะเชิงเทคนิคด้านการทำอาหารมาจับคู่กับความคิดสร้างสรรค์และการสื่อสาร นักศึกษาจึงพร้อมก้าวไปไกลกว่าแค่การเป็นพนักงานในครัว สามารถต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

ไม่ได้ปั้นแค่เชฟ แต่ปั้นคนทำงานสายอาหารแบบรอบด้าน

จุดเด่นของหลักสูตรนี้คือ บัณฑิตไม่ได้ถูกจำกัดให้เดินได้แค่เส้นทางเชฟ แต่เปิดประตูไปสู่หลากหลายอาชีพในโลกอาหารและไลฟ์สไตล์

บัณฑิตหนึ่งคนสามารถต่อยอดไปเป็นได้ทั้ง

  • เจ้าของธุรกิจอาหารหรือคาเฟ่ในสไตล์ของตัวเอง

  • นักรีวิวอาหารที่เข้าใจทั้งรสชาติและเบื้องหลังการสร้างสรรค์

  • ฟู้ดสไตลิสต์ที่ทำให้อาหารทุกจานพร้อมขึ้นกล้อง

  • ที่ปรึกษาร้านอาหารที่มองเห็นภาพรวมทั้งด้านเมนูและธุรกิจ

ด้วยทักษะที่แข็งแรงและประสบการณ์จริงที่ถูกปลูกฝังตลอดหลักสูตร ทำให้ผู้เรียนมีทั้งความพร้อมและความมั่นใจในการแข่งขันในตลาดแรงงานสายอาหาร การท่องเที่ยว และการโรงแรม

เมื่อโลกเปลี่ยน การกินก็เปลี่ยน และเชฟเจนใหม่ก็ต้องเปลี่ยนตาม – DPU จึงไม่ได้แค่สอนให้ทำอาหารอร่อย แต่สอนให้สร้างอนาคตจากอาหารจานเดียวได้จริง