รับแอปรับแอป

DeepMind ย้ำชัด Gemini ยังไร้โฆษณา เซอร์ไพรส์ ChatGPT ใส่โฆษณาเร็วเกินคาด ชี้ต้องระวังความน่าเชื่อถือของ AI

อรรถพล วงศ์เจริญ01-27

ในช่วงที่ผู้ช่วย AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น คำถามสำคัญไม่ได้อยู่แค่ว่า “ฉลาดแค่ไหน” แต่รวมถึง “เชื่อถือได้หรือเปล่า” ล่าสุด Demis Hassabis ซีอีโอของ Google DeepMind ออกมาย้ำจุดยืนอีกครั้งว่า Google ยังไม่มีแผนใส่โฆษณาใน Gemini และยอมรับตรงไปตรงมาว่า รู้สึกแปลกใจที่ ChatGPT เลือกนำโฆษณามาใช้เร็วขนาดนี้

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความต่างเชิงกลยุทธ์ระหว่างสองยักษ์ใหญ่ AI โลก และเปิดประเด็นถกเถียงสำคัญว่า เมื่อ AI ต้องหารายได้ โฆษณาจะกระทบ “ความเป็นกลาง” และ “ความไว้วางใจ” ของผู้ใช้มากแค่ไหน


คำยืนยันจากปากซีอีโอ DeepMind

Demis Hassabis ให้สัมภาษณ์กับ Alex Heath ระหว่างงาน World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยย้ำอย่างชัดเจนว่า

Google ไม่มี “แผนใด ๆ” ในการนำโฆษณามาใส่ใน Gemini ในตอนนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google ออกมาพูดในประเด็นนี้ เพราะย้อนกลับไปในเดือนธันวาคม 2025
Dan Taylor รองประธานฝ่ายโฆษณาระดับโลกของ Google ก็เคยโพสต์ชี้แจงแล้วว่า

  • ไม่มีโฆษณาในแอป Gemini

  • และไม่มีแผนจะเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้

คำชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้บทความของ AdWeek ที่อ้างว่า Google เคยพูดคุยกับลูกค้าเรื่องการนำโฆษณาเข้า AI


มุมมองต่อ ChatGPT: “เร็วเกินไปหรือเปล่า”

หนึ่งในประโยคที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจาก Hassabis คือความคิดเห็นเกี่ยวกับ ChatGPT ที่เริ่มทดลองโฆษณา โดยเขากล่าวว่า

“มันน่าสนใจที่พวกเขาเลือกทำเรื่องนี้เร็วขนาดนี้… อาจเป็นเพราะพวกเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องสร้างรายได้มากขึ้น”

ประโยคนี้แม้จะฟังดูสุภาพ แต่ก็สะท้อนหลายชั้นความหมาย

  • ชี้ให้เห็นว่า Google มีฐานะทางการเงินแข็งแรงพอจะยังไม่พึ่งโฆษณา

  • เปรียบเทียบกลยุทธ์ทางธุรกิจระหว่าง Google กับ OpenAI

  • และเปิดช่องว่า โฆษณา “อาจมาในอนาคต” แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้


เหตุผลหลักที่ Google ยังไม่อยากแตะโฆษณา

Hassabis อธิบายว่า ในตอนนี้ Google ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า “Core Experience” หรือประสบการณ์หลักของผู้ใช้มากที่สุด

เป้าหมายคือทำให้ Gemini เป็น

  • ผู้ช่วยอเนกประสงค์ (Universal Assistant)

  • ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

  • ฉลาดขึ้นในหลายบริบท

  • และตอบโจทย์ผู้ใช้จริงในชีวิตประจำวัน

Google ยังโชว์ตัวอย่างการพัฒนาเหล่านี้ผ่านฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น Nano Banana Pro ที่เน้นประสบการณ์ใช้งานมากกว่าการหารายได้


โฆษณากับ AI ผู้ช่วย: เรื่องละเอียดอ่อนกว่าที่คิด

Hassabis ให้มุมมองที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง AI กับโฆษณา โดยเขาอธิบายว่า

หากผู้ใช้ต้องการ AI ที่

  • เป็นส่วนตัว

  • เข้าใจข้อมูลชีวิตของผู้ใช้

  • และให้คำแนะนำที่ “ดีที่สุดจริง ๆ”

ผู้ใช้ย่อมอยากมั่นใจว่า

  • คำแนะนำเหล่านั้นไม่ถูกชี้นำ

  • ไม่ลำเอียง

  • และไม่ถูก “ปนเปื้อน” ด้วยผลประโยชน์ทางโฆษณา

เขายอมรับว่า การผสม AI กับโฆษณา “อาจทำได้”
แต่ต้องระวังอย่างมาก เพราะ

  • มีหลายวิธีที่จะทำให้มันออกมาแย่

  • และกระทบความเชื่อใจของผู้ใช้ในระยะยาว


Gemini จะไม่มีโฆษณาตลอดไปหรือไม่

แม้ Google จะย้ำชัดว่า ยังไม่มีแผน ใส่โฆษณา แต่ก็ไม่ได้ปิดประตูตาย

  • ไม่มีคำยืนยันว่า Gemini จะ “ไม่มีโฆษณาตลอดไป”

  • เพียงแต่ยืนยันว่า “ไม่ใช่ตอนนี้”

ท่าทีนี้เปิดโอกาสให้ Google ปรับกลยุทธ์ในอนาคต หากสภาพการแข่งขันหรือแรงกดดันด้านรายได้เปลี่ยนไป


ความต่างเชิงกลยุทธ์: Google vs OpenAI

ภาพที่ชัดเจนจากข่าวนี้คือ

  • Google เลือกเน้นความเสถียร ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ระยะยาว

  • OpenAI / ChatGPT เริ่มขยับเข้าสู่โมเดลหารายได้เร็วกว่า

สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะ

  • Google มีธุรกิจหลักและรายได้จากโฆษณามหาศาลอยู่แล้ว

  • OpenAI ต้องหาทางสร้างรายได้โดยตรงจากผลิตภัณฑ์ AI

นี่ทำให้ทิศทางของ AI ผู้ช่วยเริ่มแยกออกเป็นสองแนว

  • แนวที่พยายาม “ไร้โฆษณาให้นานที่สุด”

  • แนวที่ยอมแลกประสบการณ์บางส่วนเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ


ผู้ใช้ควรมองข่าวนี้อย่างไร

ผู้ใช้ทั่วไป

  • ระยะสั้น Gemini ยังใช้งานได้แบบไม่มีโฆษณารบกวน

  • ความเป็นกลางของคำตอบยังเป็นจุดขายหลัก

นักพัฒนาและองค์กร

  • Gemini ถูกวางตำแหน่งเป็น AI Assistant ที่เน้นความเชื่อถือ

  • เหมาะกับงานที่ต้องอาศัยข้อมูลส่วนตัวและบริบทลึก

ตลาด AI โดยรวม

  • โฆษณากำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่

  • โมเดลธุรกิจของ AI ยังอยู่ในช่วงทดลองและแข่งขันสูง


บทสรุป: Google เลือก “ช้าแต่ระวัง”

การที่ Demis Hassabis ออกมาย้ำอีกครั้งว่า Gemini ยังไม่มีแผนใส่โฆษณา คือการส่งสัญญาณชัดว่า Google ต้องการรักษาภาพลักษณ์ของ AI ผู้ช่วยที่เชื่อถือได้ก่อนเรื่องรายได้

ในขณะที่ ChatGPT เลือกทดลองเส้นทางใหม่เร็วกว่า Google เลือกเดินแบบระมัดระวัง และยอมรับว่า หากวันหนึ่งโฆษณาจะเข้ามา มันต้องถูกออกแบบอย่างรอบคอบมากที่สุด

สุดท้ายแล้ว คำถามไม่ใช่ว่า
“AI จะมีโฆษณาหรือไม่”
แต่คือ
“จะมีโฆษณาแบบไหน ที่ไม่ทำลายความไว้วางใจของผู้ใช้”

ซึ่งดูเหมือนว่า Google ยังเลือกใช้เวลาเพื่อหาคำตอบนั้นต่อไป

ที่มา 9to5google