รับแอปรับแอป

รวมทุกวิธีออกจากสุวรรณภูมิเข้าเมือง แบบไม่หลง ไม่งง และไม่เปลือง!

สุภาวดี นุ่มนวล01-29

เปิดทริปลงสุวรรณภูมิ จะเข้าเมืองยังไงดี?

การเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้ากรุงเทพฯ จริง ๆ แล้วง่ายกว่าที่คิดเยอะ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเที่ยวครั้งแรกในกรุงเทพฯ หรือเป็นคนกรุงเทพฯ เองที่เพิ่งกลับจากทริปยาว ๆ แค่รู้ตัวเลือกให้ครบ เลือกให้ตรงสไตล์ ก็เข้าเมืองได้แบบชิล ๆ ไม่เปลืองเวลาและงบประมาณ

ในบทความนี้จะพาไล่ดูทุกวิธีเดินทางจากสุวรรณภูมิเข้าเมือง ทั้งแบบ เร็วที่สุด ประหยัดที่สุด และสบายที่สุด ตั้งแต่รถไฟฟ้า รถบัส รถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ ไปจนถึงเช่ารถขับเองและรถรับส่งส่วนตัว พร้อมไอเดียให้เลือกให้ตรงกับแพลนเที่ยวของคุณ

ภาพรวมตัวเลือกจากสุวรรณภูมิเข้าเมือง

การออกจากสุวรรณภูมิเข้ากรุงเทพฯ มีตัวเลือกหลัก ๆ คือ

  • รถไฟฟ้า Airport Rail Link

  • รถ Shuttle Bus ภายในสนามบิน

  • รถเมล์สนามบินและรถเมล์สายปกติ

  • รถตู้โดยสารจากศูนย์ขนส่งสาธารณะ

  • แท็กซี่สนามบิน

  • เช่ารถขับเอง

  • รถรับส่งส่วนตัว (Private Transfer)

เลือกยังไงให้ตรงใจ?

  • อยากเข้าเมืองเร็วและต่อ BTS ได้เลย → เน้น Airport Rail Link ลง “พญาไท”

  • เน้นถูกสุด เข้าเมืองแบบค่อยเป็นค่อยไป → ใช้ รถเมล์สนามบิน สาย S1 ไปถนนข้าวสาร

  • ไฟลต์ดึกหลังเที่ยงคืน รถไฟฟ้ายังไม่วิ่ง → ไปต่อ แท็กซี่สนามบิน หรือ รถรับส่งส่วนตัว สบายและปลอดภัย

Airport Rail Link – สายฟ้าแลบจากสุวรรณภูมิเข้ากลางเมือง

Airport Rail Link คือทางเลือกยอดฮิตของสายรีบและสายหนีรถติด ใช้เวลาประมาณ 25–30 นาที จากสุวรรณภูมิถึงสถานี พญาไท ซึ่งต่อ BTS เข้าโซนช้อป–โซนออฟฟิศได้สบาย ๆ

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้

  • เวลาให้บริการ: 05:30 – 00:00 น.

  • ค่าโดยสาร: 15 – 45 บาท (คิดตามระยะทาง)

  • จุดขึ้นรถ: ชั้น B (ชั้นล่างสุด) อาคารผู้โดยสาร สนามบินสุวรรณภูมิ

  • ความเร็วสูงสุด: 160 กม./ชม.

เส้นทางและสถานีสำคัญ

เส้นทางวิ่งตามแนวรถไฟสายตะวันออก มีทั้งหมด 8 สถานี ได้แก่

  1. สุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi) – จุดเริ่มต้น

  2. ลาดกระบัง (Lat Krabang)

  3. บ้านทับช้าง (Ban Thap Chang)

  4. หัวหมาก (Hua Mak)

  5. รามคำแหง (Ramkhamhaeng)

  6. มักกะสัน (Makkasan) – ต่อ MRT เพชรบุรี (สายสีน้ำเงิน) ได้

  7. ราชปรารภ (Ratchaprarop) – ใกล้โซนประตูน้ำ

  8. พญาไท (Phaya Thai) – ต่อ BTS สายสีเขียว เข้าสยาม–สุขุมวิทได้เลย

ทริกใช้ ARL ให้คุ้มและเร็ว

  • ถ้าพักแถว สยาม / อโศก / สุขุมวิท → ลง พญาไท แล้วต่อ BTS เร็วและง่ายสุด

  • มีของเยอะ แนะนำเล็ง ขบวนหัว–ท้าย จะมีพื้นที่โล่งกว่าช่วงกลางขบวน

  • ช่วงเร่งด่วน 07:00–09:00 น. และ 17:00–19:00 น. คนแน่นมาก ควรเผื่อเวลา

สรุปภาพรวม ARL

รถไฟฟ้า Airport Rail Link คือวิธีที่ทั้ง เร็ว ตรงเวลา และราคาคุ้มมาก สำหรับการเข้าเมือง เหมาะทั้งนักท่องเที่ยวและคนทำงานที่ไม่อยากปวดหัวกับรถติดบนมอเตอร์เวย์

Airport Shuttle Bus – บัสฟรีวนรอบสนามบิน

ใครที่ต้องวนอยู่ในพื้นที่สุวรรณภูมิ หรือกำลังจะไปต่อเครื่องที่ดอนเมือง ต้องรู้จักตัวนี้เลย รถบัสสนามบินสุวรรณภูมิ (Airport Shuttle Bus) บริการฟรี วิ่งวนครอบคลุมจุดสำคัญรอบสนามบิน

ขึ้นรถ Shuttle Bus ได้ที่ไหนบ้าง?

รถ Shuttle Bus ฟรี วิ่งวนรับ–ส่งตามจุดหลัก เช่น อาคารผู้โดยสาร ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (Public Transportation Center – PTC) อาคารจอดรถระยะยาว และโรงแรมในสนามบิน

จุดขึ้นรถหลัก:

  • อาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 3 และ 7

  • อาคารผู้โดยสาร ชั้น 2 ประตู 3–4 (ริมถนนด้านใน)

เส้นทางสำคัญของ Shuttle Bus

มีหลายสายให้เลือก เช่น A, B, C, D, F และ Express โดยแต่ละสายวิ่งคนละโซน ตัวอย่างเช่น

  • สาย A: อาคารผู้โดยสาร ↔ ลานจอดรถระยะยาว ↔ ครัวการบินไทย ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ

  • สาย B: อาคารผู้โดยสาร ↔ โรงแรม Novotel Suvarnabhumi ↔ พื้นที่คลังสินค้า ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ

  • สาย C: อาคารผู้โดยสาร ↔ ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ↔ กรมอุตุนิยมวิทยา ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ

  • สาย D: อาคารผู้โดยสาร ↔ อาคารสำนักงานท่าอากาศยาน ↔ วิทยุการบินฯ ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ

  • สาย F: อาคารผู้โดยสาร ↔ ครัวการบินไทย ↔ คลังสินค้า ↔ ลานจอดรถโซน 6–7 ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ

  • สาย Express: อาคารผู้โดยสาร ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (วิ่งตรง ไม่แวะ)

เคล็ดลับ:

  • ถ้าไม่แน่ใจว่ารถแต่ละสายไปไหน ให้ถามเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ขนส่งสาธารณะก่อนขึ้น จะได้ไม่ขึ้นผิดคัน ไม่เสียเวลา

Airport Shuttle Bus ระหว่างสุวรรณภูมิ ↔ ดอนเมือง

สำหรับคนที่ต้องไปต่อเครื่องข้ามสนามบิน มีบริการ Shuttle Bus ระหว่างสองสนามบิน โดยเฉพาะ

  • ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 55 นาที

  • เวลาให้บริการ: 05:00 – 24:00 น.

  • จุดขึ้นรถ: อาคารผู้โดยสาร ชั้น 2 ประตู 3

  • ให้บริการเฉพาะผู้ที่ ต่อเที่ยวบิน ต้องแสดง Boarding Pass ของไฟลต์ถัดไป

สรุป Shuttle Bus

Airport Shuttle Bus คือบริการฟรีที่ช่วยให้คุณหมุนตัวไปยังจุดต่าง ๆ ในสนามบิน หรือไปยังศูนย์ขนส่งสาธารณะเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นรถเมล์ รถตู้ หรือแท็กซี่เข้าเมืองได้แบบไม่เสียเงินเพิ่ม

รถเมล์สนามบิน – สายประหยัดแต่วิ่งครอบคลุมทั่วเมือง

สำหรับสายประหยัดที่อยากเข้าเมืองแบบถูกสุด ๆ ตัวเลือกที่ต้องเล็งคือ รถเมล์สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะมีหลายเส้นทาง ครอบคลุมทั้ง ข้าวสาร รังสิต พระราม 2 มีนบุรี และอีกหลายโซน

ค่าโดยสารเริ่มต้นแค่ 20–60 บาท ก็เข้าเมืองได้แล้ว

จุดขึ้นรถเมล์สนามบิน – ต้องไปตรงไหน?

โดยหลัก ๆ มีอยู่ 2 แบบ ตามสายที่ใช้

1) สาย S1 – สุวรรณภูมิ ↔ สนามหลวง / ถนนข้าวสาร

  • จุดขึ้นรถ: ชั้น 1 ประตู 7 อาคารผู้โดยสารหลัก (ไม่ต้องนั่ง Shuttle Bus ไป PTC)

  • เวลาให้บริการ: 06:00 – 20:00 น.

  • ค่าโดยสาร: ฿60

  • เส้นทางสำคัญ: สุวรรณภูมิ → เพชรบุรี → ประตูน้ำ → อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย → ถนนข้าวสาร → สนามหลวง

  • ช่วงเย็น 16:30–18:30 น. เส้นยมราช–หลานหลวงรถอาจติดหนัก ควรเผื่อเวลา

2) รถเมล์สายปกติ – ขึ้นที่ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (PTC)

เส้นทางยอดฮิตไปโซนอื่น ๆ เช่น รังสิต พระราม 2 มีนบุรี ต้องนั่ง Shuttle Bus ฟรี (สาย Express) จากชั้น 1 ประตู 3 หรือ 7 ไปที่ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (PTC) แล้วต่อรถเมล์

ทริกเล็ก ๆ:

  • สาย 554 และ 555 เป็นขวัญใจคนใช้บ่อย เพราะวิ่งเข้าเมืองถี่และรวดเร็ว

  • บางเที่ยวของสาย 549 จะเป็นมินิบัส/รถตู้ ที่นั่งอาจจำกัดสำหรับคนสัมภาระเยอะ

เลือกสายไหนดี?

  • จะไป ข้าวสาร / ราชดำเนิน → ขึ้น S1 ที่ประตู 7 สะดวกสุด

  • จะไป รังสิต / ลำลูกกา / ดอนเมือง → เน้นสาย 554 หรือ 555

  • จะไป พระราม 2 / บางนา → ดูสาย 558

  • จะไป มีนบุรี / ร่มเกล้า / ลาดกระบัง → ใช้ 549 (มินิบัส)

รถตู้สนามบิน – ตัวเลือกกลาง ๆ ระหว่างเร็วและประหยัด

ถ้าอยากได้อะไรที่เร็วกว่าเมล์แต่ประหยัดกว่าแท็กซี่ ลองดู รถตู้สนามบินสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport Van) ที่ออกจาก ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (PTC) ไปยังหลายโซนทั่วกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง

เหมาะมากสำหรับคนที่มีสัมภาระไม่เยอะ อยากไปถึงจุดหมายแบบตรง ๆ

ขึ้นรถตู้ยังไง?

  • รถตู้ทุกสายจอดที่ ศูนย์ขนส่งสาธารณะสนามบินสุวรรณภูมิ (PTC)

  • จากอาคารผู้โดยสาร ให้นั่ง Shuttle Bus ฟรี (ประตู 3 หรือ 7 ชั้น 1) ไปลง PTC

  • มีเคาน์เตอร์และเจ้าหน้าที่คอยบอกเส้นทางและจัดคิวขึ้นรถให้

เคล็ดลับเลือกสายรถตู้

  • อยากเข้าเมืองเร็วและใกล้ BTS → เลือก สาย 552 (อ่อนนุช) แล้วต่อ BTS เข้าเมืองต่อได้ง่าย

  • จะไปสนามบินดอนเมือง → ใช้ สาย 555 สะดวกสุด

  • รถตู้ส่วนใหญ่รับเฉพาะเงินสด ควรเตรียม แบงก์ย่อยให้พร้อม

  • ตารางวิ่งของแต่ละสายอาจเปลี่ยนได้ ตรวจสอบล่าสุดที่ เคาน์เตอร์ ขสมก. ชั้น 1 ประตู 8

สรุปรถตู้สนามบิน

รถตู้สุวรรณภูมิ คือทางเลือกที่ คุ้มค่า ประหยัด และเข้าถึงง่าย เหมาะกับคนของไม่เยอะและมีจุดหมายปลายทางชัดเจน เช่น อ่อนนุช มีนบุรี หรือรังสิต

แท็กซี่สนามบิน – สบายสุด ไม่ต้องต่อรถ

ใครที่อยากลงเครื่องแล้วเข้าที่พักแบบไม่คิดมาก แท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ ยังไงก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สุด ๆ เพราะให้บริการ 24 ชั่วโมงเต็มทุกวัน

จุดขึ้นแท็กซี่

  • ขึ้นได้ที่ ชั้น 1 ประตู 4 และประตู 7

  • มีระบบ เคาน์เตอร์คิวอัตโนมัติ แค่กดรับบัตร แล้วเดินไปช่องตามหมายเลข

  • เจ้าหน้าที่ช่วยเช็กเส้นทาง และจัดรถตามจำนวนคน/สัมภาระให้

ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ

  • ในโซนในเมือง เช่น สีลม สุขุมวิท ประตูน้ำ: ประมาณ ฿300–฿450 (ยังไม่รวมค่าทางด่วนที่เลือกจ่ายเอง)

  • ค่าทางด่วน: ราว ฿25–฿70 แล้วแต่ด่านและเส้นทาง

  • ค่าธรรมเนียมสนามบิน: ฿50 บวกเพิ่มบนมิเตอร์

  • เวลาเดินทางเฉลี่ย: 30–60 นาที (ขึ้นกับรถติดมาก–น้อย)

ทริกใช้แท็กซี่ให้ลื่น

  • ช่วงคนเยอะ โดยเฉพาะ 18:00–22:00 น. ลองไปใช้ ตู้คิวฝั่งประตู 7 มักรอไม่นาน

  • ถ้าอยากจ่ายผ่านบัตรหรือแอป ให้มองหารถที่มีสัญลักษณ์ “Cashless”

  • เดินทางทั้งครอบครัวหรือมีกระเป๋าเยอะ เลือก SUV หรือ Van Taxi ที่ช่องพิเศษจะสบายกว่า

สรุปแท็กซี่สนามบิน

แท็กซี่เหมาะกับคนที่ต้องการ ความสะดวกสบายและไปถึงโรงแรมตรง ๆ ไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้า แถมมีให้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง

เช่ารถขับเอง – สายอิสระต้องจัด

ถ้าคุณเป็นสายขับรถเอง ชอบความยืดหยุ่น อยากไปทั้งกรุงเทพฯ และเมืองรอบ ๆ อย่างพัทยา หัวหิน อยุธยา การ เช่ารถจากสนามบินสุวรรณภูมิ คือคำตอบ

คุณสามารถเลือกรุ่นรถได้หลากหลาย เช่น

  • รถเล็ก–กลาง สำหรับขับในเมือง คล่องตัว

  • SUV หรือรถตู้ เหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน

  • รถหรูระดับพรีเมียม สำหรับทริปธุรกิจหรือโอกาสพิเศษ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ใบขับขี่สากล (International Driving Permit) หรือใบขับขี่ไทย

  • หนังสือเดินทาง (Passport)

เคล็ดลับสายเช่ารถ

  • จองล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รุ่นรถที่อยากได้จริง ๆ

  • อ่านเงื่อนไขให้ชัด โดยเฉพาะเรื่อง น้ำมัน, การคืนรถล่าช้า, และประกันภัยรถเช่า

  • ถ้าต้องขับเข้าเมืองช่วงเร่งด่วน แนะนำใช้ทางด่วน ศรีรัช จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ

สรุปเช่ารถ

เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ อิสระเต็มที่ จะออกจากสนามบินไปไหนต่อก็ได้ ไม่ต้องรอรถ ไม่ต้องเปลี่ยนสาย

รถรับส่งส่วนตัว – มีคนขับมารอรับถึงหน้า Arrival

ถ้าอยากเริ่มทริปแบบสบาย ๆ ไม่ต้องยืนต่อคิว ไม่ต้องลุ้นแท็กซี่ บริการ รถรับส่งส่วนตัวสนามบินสุวรรณภูมิ (Private Transfer) คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สุด โดยเฉพาะสำหรับครอบครัว นักธุรกิจ หรือคนที่พกสัมภาระเยอะ

จุดเด่นของ Private Transfer

  • คนขับรอรับที่ โถงผู้โดยสารขาเข้า (Arrival Hall) พร้อมป้ายชื่อ

  • เลือกประเภทของรถได้ เช่น Sedan, SUV, MPV หรือรถตู้

  • มีบริการ ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับทุกไฟลต์

  • จ่ายและจองล่วงหน้า ราคาชัดเจน ไม่ต้องลุ้นหน้างาน

วิธีใช้งานคร่าว ๆ

  1. เลือกต้นทางเป็น “Suvarnabhumi Airport (BKK)” และปลายทางเป็นโรงแรมหรือที่พัก

  2. ใส่รายละเอียดเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร

  3. ยืนยันการจอง จากนั้นคนขับจะติดต่อยืนยันล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง

เคล็ดลับสำหรับการใช้รถรับส่งส่วนตัว

  • เดินทางกับเด็กเล็ก สามารถแจ้งขอ ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Child Seat) ได้ล่วงหน้า (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)

  • ถ้าพักแถว สุขุมวิท / สีลม / สยาม โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 40–60 นาที จากสนามบิน

สรุป Private Transfer

เหมาะกับคนที่ต้องการ ความสะดวกสูงสุด ความเป็นส่วนตัว และบริการแบบพรีเมียม ลงเครื่องแล้วมีคนยืนรอรับ ช่วยยกกระเป๋า แล้วพาไปส่งถึงหน้าประตูโรงแรมแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ

ไปย่านช้อปยอดฮิตจากสุวรรณภูมิ

สายช้อปทั้งหลาย ถ้าจุดหมายแรกหลังลงเครื่องคือ สยาม เซ็นทรัลเวิลด์ หรือเทอร์มินอล 21 คุณมีหลายตัวเลือกให้ผสมกันได้ เช่น

  • Airport Rail Link → BTS เข้าสยาม/อโศก

  • แท็กซี่ตรงไปถึงห้าง

  • รถรับส่งส่วนตัว ถ้ามีกระเป๋าหนักหรือมาเป็นกลุ่ม

ทริกสำหรับสายช้อป

  • มีกระเป๋าใบใหญ่หลายใบ → เลือกแท็กซี่หรือ Private Transfer จะสะดวกกว่าแบกขึ้นรถไฟฟ้า

  • BTS / ARL ช่วง 07:00–09:00 และ 17:00–19:00 น. คนแน่นมาก เผื่อเวลาไปเผื่อแรงด้วย

  • ถ้าตั้งใจช้อปหลายมอลล์ในวันเดียว ลองใช้ BTS One-Day Pass จะคุ้มค่ามาก

ไฟลต์ดึก (Red-eye) จะเข้าเมืองยังไง?

หลายคนเลือกไฟลต์ดึกเพราะตั๋วมักถูกกว่า และบินข้ามคืนมาถึงกรุงเทพฯ ตอนเช้า แต่ถ้าเครื่องแตะรันเวย์ช่วงตี 2–ตี 4 ปัญหาคลาสสิกคือ “เข้าเมืองยังไงดี?” เพราะรถไฟฟ้าและรถเมล์ส่วนใหญ่ยังไม่เริ่มวิ่ง

ไม่ต้องเครียด เพราะยังมีตัวเลือก 24 ชั่วโมงรอคุณอยู่

1) แท็กซี่สนามบิน

  • ขึ้นที่ ชั้น 1 ประตู 4 และ 7

  • ค่าใช้จ่ายรวม ๆ อยู่ราว ฿300–฿450 + ค่าทางด่วน + ค่าธรรมเนียมสนามบิน 50 บาท

  • เหมาะกับคนที่อยากเข้าเมืองทันที ไม่อยากรอจนเช้า

ทริก: ช่วงเที่ยงคืน–ตี 3 คนมักไม่เยอะ คิวสั้น นั่งรถออกได้เร็วมาก

2) รถรับส่งส่วนตัว (Private Transfer)

  • เหมาะกับคนที่อยากได้ ความเป็นส่วนตัวและไม่อยากลุ้นเรื่องคิว

  • คนขับรอรับในโถงผู้โดยสารขาเข้า ช่วยขนกระเป๋าให้

  • เลือกรถได้หลายแบบ ทั้ง Sedan, SUV หรือ Van

  • เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคนของเยอะ

ข้อดีหลัก: ราคาชัดก่อนเดินทาง ไม่มีจ่ายเพิ่มหน้างาน และไม่ต้องไปต่อคิวให้เหนื่อยตอนดึก

3) พักโรงแรมใกล้สนามบิน

ถ้าลงมาดึกมากและไม่รีบเข้าเมือง การนอนพักแถวสนามบินหนึ่งคืนอาจเป็นตัวเลือกที่ดี

  • ส่วนใหญ่ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินแค่ 5–10 นาที

  • เหมาะกับคนที่มีไฟลต์ต่อเช้าวันรุ่งขึ้น หรือเดินทางกับครอบครัว

  • บางโรงแรมมีบริการรถรับ–ส่งฟรีจากสนามบิน

สรุปสำหรับคนลงไฟลต์ดึก

  • อยากเข้าเมืองเลย → เลือก แท็กซี่ หรือ Private Transfer

  • อยากพักก่อน ค่อยเข้าเมืองตอนเช้า → เลือก โรงแรมใกล้สนามบิน ทั้งสะดวกและปลอดภัย

ปิดท้าย: เลือกทางไหนให้ตรงกับสไตล์คุณ

จากสนามบินสุวรรณภูมิเข้ากรุงเทพฯ มีตัวเลือกเพียบ ตั้งแต่

  • Airport Rail Link – เร็ว ตรงเวลา เหมาะกับสายหนีรถติด

  • รถบัส–รถเมล์ – ประหยัดสุด เหมาะกับคนไม่รีบมาก

  • รถตู้ – คุ้มค่า เข้าถึงหลายย่าน

  • แท็กซี่ – สบาย ไม่ต้องต่อรถ

  • เช่ารถ – อิสระเต็มที่ จะออกนอกเมืองไปไหนก็ได้

  • Private Transfer – พรีเมียม มีคนขับรอรับถึงหน้า Arrival

แค่คุณวางแผนคร่าว ๆ ให้ตรงกับ งบ เวลา และสไตล์การเดินทาง ทริปในกรุงเทพฯ ก็จะเริ่มต้นได้อย่างลื่นไหลตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวลงจากเครื่องบินที่สุวรรณภูมิ