เปิดทริปลงสุวรรณภูมิ จะเข้าเมืองยังไงดี?
การเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้ากรุงเทพฯ จริง ๆ แล้วง่ายกว่าที่คิดเยอะ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเที่ยวครั้งแรกในกรุงเทพฯ หรือเป็นคนกรุงเทพฯ เองที่เพิ่งกลับจากทริปยาว ๆ แค่รู้ตัวเลือกให้ครบ เลือกให้ตรงสไตล์ ก็เข้าเมืองได้แบบชิล ๆ ไม่เปลืองเวลาและงบประมาณ
ในบทความนี้จะพาไล่ดูทุกวิธีเดินทางจากสุวรรณภูมิเข้าเมือง ทั้งแบบ เร็วที่สุด ประหยัดที่สุด และสบายที่สุด ตั้งแต่รถไฟฟ้า รถบัส รถเมล์ รถตู้ แท็กซี่ ไปจนถึงเช่ารถขับเองและรถรับส่งส่วนตัว พร้อมไอเดียให้เลือกให้ตรงกับแพลนเที่ยวของคุณ
ภาพรวมตัวเลือกจากสุวรรณภูมิเข้าเมือง
การออกจากสุวรรณภูมิเข้ากรุงเทพฯ มีตัวเลือกหลัก ๆ คือ
รถไฟฟ้า Airport Rail Link
รถ Shuttle Bus ภายในสนามบิน
รถเมล์สนามบินและรถเมล์สายปกติ
รถตู้โดยสารจากศูนย์ขนส่งสาธารณะ
แท็กซี่สนามบิน
เช่ารถขับเอง
รถรับส่งส่วนตัว (Private Transfer)
เลือกยังไงให้ตรงใจ?
อยากเข้าเมืองเร็วและต่อ BTS ได้เลย → เน้น Airport Rail Link ลง “พญาไท”
เน้นถูกสุด เข้าเมืองแบบค่อยเป็นค่อยไป → ใช้ รถเมล์สนามบิน สาย S1 ไปถนนข้าวสาร
ไฟลต์ดึกหลังเที่ยงคืน รถไฟฟ้ายังไม่วิ่ง → ไปต่อ แท็กซี่สนามบิน หรือ รถรับส่งส่วนตัว สบายและปลอดภัย
Airport Rail Link – สายฟ้าแลบจากสุวรรณภูมิเข้ากลางเมือง
Airport Rail Link คือทางเลือกยอดฮิตของสายรีบและสายหนีรถติด ใช้เวลาประมาณ 25–30 นาที จากสุวรรณภูมิถึงสถานี พญาไท ซึ่งต่อ BTS เข้าโซนช้อป–โซนออฟฟิศได้สบาย ๆ
ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้
เวลาให้บริการ: 05:30 – 00:00 น.
ค่าโดยสาร: 15 – 45 บาท (คิดตามระยะทาง)
จุดขึ้นรถ: ชั้น B (ชั้นล่างสุด) อาคารผู้โดยสาร สนามบินสุวรรณภูมิ
ความเร็วสูงสุด: 160 กม./ชม.
เส้นทางและสถานีสำคัญ
เส้นทางวิ่งตามแนวรถไฟสายตะวันออก มีทั้งหมด 8 สถานี ได้แก่
สุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi) – จุดเริ่มต้น
ลาดกระบัง (Lat Krabang)
บ้านทับช้าง (Ban Thap Chang)
หัวหมาก (Hua Mak)
รามคำแหง (Ramkhamhaeng)
มักกะสัน (Makkasan) – ต่อ MRT เพชรบุรี (สายสีน้ำเงิน) ได้
ราชปรารภ (Ratchaprarop) – ใกล้โซนประตูน้ำ
พญาไท (Phaya Thai) – ต่อ BTS สายสีเขียว เข้าสยาม–สุขุมวิทได้เลย
ทริกใช้ ARL ให้คุ้มและเร็ว
ถ้าพักแถว สยาม / อโศก / สุขุมวิท → ลง พญาไท แล้วต่อ BTS เร็วและง่ายสุด
มีของเยอะ แนะนำเล็ง ขบวนหัว–ท้าย จะมีพื้นที่โล่งกว่าช่วงกลางขบวน
ช่วงเร่งด่วน 07:00–09:00 น. และ 17:00–19:00 น. คนแน่นมาก ควรเผื่อเวลา
สรุปภาพรวม ARL
รถไฟฟ้า Airport Rail Link คือวิธีที่ทั้ง เร็ว ตรงเวลา และราคาคุ้มมาก สำหรับการเข้าเมือง เหมาะทั้งนักท่องเที่ยวและคนทำงานที่ไม่อยากปวดหัวกับรถติดบนมอเตอร์เวย์
Airport Shuttle Bus – บัสฟรีวนรอบสนามบิน
ใครที่ต้องวนอยู่ในพื้นที่สุวรรณภูมิ หรือกำลังจะไปต่อเครื่องที่ดอนเมือง ต้องรู้จักตัวนี้เลย รถบัสสนามบินสุวรรณภูมิ (Airport Shuttle Bus) บริการฟรี วิ่งวนครอบคลุมจุดสำคัญรอบสนามบิน
ขึ้นรถ Shuttle Bus ได้ที่ไหนบ้าง?
รถ Shuttle Bus ฟรี วิ่งวนรับ–ส่งตามจุดหลัก เช่น อาคารผู้โดยสาร ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (Public Transportation Center – PTC) อาคารจอดรถระยะยาว และโรงแรมในสนามบิน
จุดขึ้นรถหลัก:
อาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 3 และ 7
อาคารผู้โดยสาร ชั้น 2 ประตู 3–4 (ริมถนนด้านใน)
เส้นทางสำคัญของ Shuttle Bus
มีหลายสายให้เลือก เช่น A, B, C, D, F และ Express โดยแต่ละสายวิ่งคนละโซน ตัวอย่างเช่น
สาย A: อาคารผู้โดยสาร ↔ ลานจอดรถระยะยาว ↔ ครัวการบินไทย ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ
สาย B: อาคารผู้โดยสาร ↔ โรงแรม Novotel Suvarnabhumi ↔ พื้นที่คลังสินค้า ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ
สาย C: อาคารผู้โดยสาร ↔ ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ↔ กรมอุตุนิยมวิทยา ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ
สาย D: อาคารผู้โดยสาร ↔ อาคารสำนักงานท่าอากาศยาน ↔ วิทยุการบินฯ ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ
สาย F: อาคารผู้โดยสาร ↔ ครัวการบินไทย ↔ คลังสินค้า ↔ ลานจอดรถโซน 6–7 ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ
สาย Express: อาคารผู้โดยสาร ↔ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (วิ่งตรง ไม่แวะ)
เคล็ดลับ:
ถ้าไม่แน่ใจว่ารถแต่ละสายไปไหน ให้ถามเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ขนส่งสาธารณะก่อนขึ้น จะได้ไม่ขึ้นผิดคัน ไม่เสียเวลา
Airport Shuttle Bus ระหว่างสุวรรณภูมิ ↔ ดอนเมือง
สำหรับคนที่ต้องไปต่อเครื่องข้ามสนามบิน มีบริการ Shuttle Bus ระหว่างสองสนามบิน โดยเฉพาะ
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 55 นาที
เวลาให้บริการ: 05:00 – 24:00 น.
จุดขึ้นรถ: อาคารผู้โดยสาร ชั้น 2 ประตู 3
ให้บริการเฉพาะผู้ที่ ต่อเที่ยวบิน ต้องแสดง Boarding Pass ของไฟลต์ถัดไป
สรุป Shuttle Bus
Airport Shuttle Bus คือบริการฟรีที่ช่วยให้คุณหมุนตัวไปยังจุดต่าง ๆ ในสนามบิน หรือไปยังศูนย์ขนส่งสาธารณะเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นรถเมล์ รถตู้ หรือแท็กซี่เข้าเมืองได้แบบไม่เสียเงินเพิ่ม
รถเมล์สนามบิน – สายประหยัดแต่วิ่งครอบคลุมทั่วเมือง
สำหรับสายประหยัดที่อยากเข้าเมืองแบบถูกสุด ๆ ตัวเลือกที่ต้องเล็งคือ รถเมล์สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะมีหลายเส้นทาง ครอบคลุมทั้ง ข้าวสาร รังสิต พระราม 2 มีนบุรี และอีกหลายโซน
ค่าโดยสารเริ่มต้นแค่ 20–60 บาท ก็เข้าเมืองได้แล้ว
จุดขึ้นรถเมล์สนามบิน – ต้องไปตรงไหน?
โดยหลัก ๆ มีอยู่ 2 แบบ ตามสายที่ใช้
1) สาย S1 – สุวรรณภูมิ ↔ สนามหลวง / ถนนข้าวสาร
จุดขึ้นรถ: ชั้น 1 ประตู 7 อาคารผู้โดยสารหลัก (ไม่ต้องนั่ง Shuttle Bus ไป PTC)
เวลาให้บริการ: 06:00 – 20:00 น.
ค่าโดยสาร: ฿60
เส้นทางสำคัญ: สุวรรณภูมิ → เพชรบุรี → ประตูน้ำ → อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย → ถนนข้าวสาร → สนามหลวง
ช่วงเย็น 16:30–18:30 น. เส้นยมราช–หลานหลวงรถอาจติดหนัก ควรเผื่อเวลา
2) รถเมล์สายปกติ – ขึ้นที่ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (PTC)
เส้นทางยอดฮิตไปโซนอื่น ๆ เช่น รังสิต พระราม 2 มีนบุรี ต้องนั่ง Shuttle Bus ฟรี (สาย Express) จากชั้น 1 ประตู 3 หรือ 7 ไปที่ ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (PTC) แล้วต่อรถเมล์
ทริกเล็ก ๆ:
สาย 554 และ 555 เป็นขวัญใจคนใช้บ่อย เพราะวิ่งเข้าเมืองถี่และรวดเร็ว
บางเที่ยวของสาย 549 จะเป็นมินิบัส/รถตู้ ที่นั่งอาจจำกัดสำหรับคนสัมภาระเยอะ
เลือกสายไหนดี?
จะไป ข้าวสาร / ราชดำเนิน → ขึ้น S1 ที่ประตู 7 สะดวกสุด
จะไป รังสิต / ลำลูกกา / ดอนเมือง → เน้นสาย 554 หรือ 555
จะไป พระราม 2 / บางนา → ดูสาย 558
จะไป มีนบุรี / ร่มเกล้า / ลาดกระบัง → ใช้ 549 (มินิบัส)
รถตู้สนามบิน – ตัวเลือกกลาง ๆ ระหว่างเร็วและประหยัด
ถ้าอยากได้อะไรที่เร็วกว่าเมล์แต่ประหยัดกว่าแท็กซี่ ลองดู รถตู้สนามบินสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport Van) ที่ออกจาก ศูนย์ขนส่งสาธารณะ (PTC) ไปยังหลายโซนทั่วกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง
เหมาะมากสำหรับคนที่มีสัมภาระไม่เยอะ อยากไปถึงจุดหมายแบบตรง ๆ
ขึ้นรถตู้ยังไง?
รถตู้ทุกสายจอดที่ ศูนย์ขนส่งสาธารณะสนามบินสุวรรณภูมิ (PTC)
จากอาคารผู้โดยสาร ให้นั่ง Shuttle Bus ฟรี (ประตู 3 หรือ 7 ชั้น 1) ไปลง PTC
มีเคาน์เตอร์และเจ้าหน้าที่คอยบอกเส้นทางและจัดคิวขึ้นรถให้
เคล็ดลับเลือกสายรถตู้
อยากเข้าเมืองเร็วและใกล้ BTS → เลือก สาย 552 (อ่อนนุช) แล้วต่อ BTS เข้าเมืองต่อได้ง่าย
จะไปสนามบินดอนเมือง → ใช้ สาย 555 สะดวกสุด
รถตู้ส่วนใหญ่รับเฉพาะเงินสด ควรเตรียม แบงก์ย่อยให้พร้อม
ตารางวิ่งของแต่ละสายอาจเปลี่ยนได้ ตรวจสอบล่าสุดที่ เคาน์เตอร์ ขสมก. ชั้น 1 ประตู 8
สรุปรถตู้สนามบิน
รถตู้สุวรรณภูมิ คือทางเลือกที่ คุ้มค่า ประหยัด และเข้าถึงง่าย เหมาะกับคนของไม่เยอะและมีจุดหมายปลายทางชัดเจน เช่น อ่อนนุช มีนบุรี หรือรังสิต
แท็กซี่สนามบิน – สบายสุด ไม่ต้องต่อรถ
ใครที่อยากลงเครื่องแล้วเข้าที่พักแบบไม่คิดมาก แท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ ยังไงก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สุด ๆ เพราะให้บริการ 24 ชั่วโมงเต็มทุกวัน
จุดขึ้นแท็กซี่
ขึ้นได้ที่ ชั้น 1 ประตู 4 และประตู 7
มีระบบ เคาน์เตอร์คิวอัตโนมัติ แค่กดรับบัตร แล้วเดินไปช่องตามหมายเลข
เจ้าหน้าที่ช่วยเช็กเส้นทาง และจัดรถตามจำนวนคน/สัมภาระให้
ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ
ในโซนในเมือง เช่น สีลม สุขุมวิท ประตูน้ำ: ประมาณ ฿300–฿450 (ยังไม่รวมค่าทางด่วนที่เลือกจ่ายเอง)
ค่าทางด่วน: ราว ฿25–฿70 แล้วแต่ด่านและเส้นทาง
ค่าธรรมเนียมสนามบิน: ฿50 บวกเพิ่มบนมิเตอร์
เวลาเดินทางเฉลี่ย: 30–60 นาที (ขึ้นกับรถติดมาก–น้อย)
ทริกใช้แท็กซี่ให้ลื่น
ช่วงคนเยอะ โดยเฉพาะ 18:00–22:00 น. ลองไปใช้ ตู้คิวฝั่งประตู 7 มักรอไม่นาน
ถ้าอยากจ่ายผ่านบัตรหรือแอป ให้มองหารถที่มีสัญลักษณ์ “Cashless”
เดินทางทั้งครอบครัวหรือมีกระเป๋าเยอะ เลือก SUV หรือ Van Taxi ที่ช่องพิเศษจะสบายกว่า
สรุปแท็กซี่สนามบิน
แท็กซี่เหมาะกับคนที่ต้องการ ความสะดวกสบายและไปถึงโรงแรมตรง ๆ ไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้า แถมมีให้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง
เช่ารถขับเอง – สายอิสระต้องจัด
ถ้าคุณเป็นสายขับรถเอง ชอบความยืดหยุ่น อยากไปทั้งกรุงเทพฯ และเมืองรอบ ๆ อย่างพัทยา หัวหิน อยุธยา การ เช่ารถจากสนามบินสุวรรณภูมิ คือคำตอบ
คุณสามารถเลือกรุ่นรถได้หลากหลาย เช่น
รถเล็ก–กลาง สำหรับขับในเมือง คล่องตัว
SUV หรือรถตู้ เหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
รถหรูระดับพรีเมียม สำหรับทริปธุรกิจหรือโอกาสพิเศษ
เอกสารที่ต้องเตรียม
ใบขับขี่สากล (International Driving Permit) หรือใบขับขี่ไทย
หนังสือเดินทาง (Passport)
เคล็ดลับสายเช่ารถ
จองล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รุ่นรถที่อยากได้จริง ๆ
อ่านเงื่อนไขให้ชัด โดยเฉพาะเรื่อง น้ำมัน, การคืนรถล่าช้า, และประกันภัยรถเช่า
ถ้าต้องขับเข้าเมืองช่วงเร่งด่วน แนะนำใช้ทางด่วน ศรีรัช จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ
สรุปเช่ารถ
เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ อิสระเต็มที่ จะออกจากสนามบินไปไหนต่อก็ได้ ไม่ต้องรอรถ ไม่ต้องเปลี่ยนสาย
รถรับส่งส่วนตัว – มีคนขับมารอรับถึงหน้า Arrival
ถ้าอยากเริ่มทริปแบบสบาย ๆ ไม่ต้องยืนต่อคิว ไม่ต้องลุ้นแท็กซี่ บริการ รถรับส่งส่วนตัวสนามบินสุวรรณภูมิ (Private Transfer) คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สุด โดยเฉพาะสำหรับครอบครัว นักธุรกิจ หรือคนที่พกสัมภาระเยอะ
จุดเด่นของ Private Transfer
คนขับรอรับที่ โถงผู้โดยสารขาเข้า (Arrival Hall) พร้อมป้ายชื่อ
เลือกประเภทของรถได้ เช่น Sedan, SUV, MPV หรือรถตู้
มีบริการ ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับทุกไฟลต์
จ่ายและจองล่วงหน้า ราคาชัดเจน ไม่ต้องลุ้นหน้างาน
วิธีใช้งานคร่าว ๆ
เลือกต้นทางเป็น “Suvarnabhumi Airport (BKK)” และปลายทางเป็นโรงแรมหรือที่พัก
ใส่รายละเอียดเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร
ยืนยันการจอง จากนั้นคนขับจะติดต่อยืนยันล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง
เคล็ดลับสำหรับการใช้รถรับส่งส่วนตัว
เดินทางกับเด็กเล็ก สามารถแจ้งขอ ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Child Seat) ได้ล่วงหน้า (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
ถ้าพักแถว สุขุมวิท / สีลม / สยาม โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 40–60 นาที จากสนามบิน
สรุป Private Transfer
เหมาะกับคนที่ต้องการ ความสะดวกสูงสุด ความเป็นส่วนตัว และบริการแบบพรีเมียม ลงเครื่องแล้วมีคนยืนรอรับ ช่วยยกกระเป๋า แล้วพาไปส่งถึงหน้าประตูโรงแรมแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ
ไปย่านช้อปยอดฮิตจากสุวรรณภูมิ
สายช้อปทั้งหลาย ถ้าจุดหมายแรกหลังลงเครื่องคือ สยาม เซ็นทรัลเวิลด์ หรือเทอร์มินอล 21 คุณมีหลายตัวเลือกให้ผสมกันได้ เช่น
Airport Rail Link → BTS เข้าสยาม/อโศก
แท็กซี่ตรงไปถึงห้าง
รถรับส่งส่วนตัว ถ้ามีกระเป๋าหนักหรือมาเป็นกลุ่ม
ทริกสำหรับสายช้อป
มีกระเป๋าใบใหญ่หลายใบ → เลือกแท็กซี่หรือ Private Transfer จะสะดวกกว่าแบกขึ้นรถไฟฟ้า
BTS / ARL ช่วง 07:00–09:00 และ 17:00–19:00 น. คนแน่นมาก เผื่อเวลาไปเผื่อแรงด้วย
ถ้าตั้งใจช้อปหลายมอลล์ในวันเดียว ลองใช้ BTS One-Day Pass จะคุ้มค่ามาก
ไฟลต์ดึก (Red-eye) จะเข้าเมืองยังไง?
หลายคนเลือกไฟลต์ดึกเพราะตั๋วมักถูกกว่า และบินข้ามคืนมาถึงกรุงเทพฯ ตอนเช้า แต่ถ้าเครื่องแตะรันเวย์ช่วงตี 2–ตี 4 ปัญหาคลาสสิกคือ “เข้าเมืองยังไงดี?” เพราะรถไฟฟ้าและรถเมล์ส่วนใหญ่ยังไม่เริ่มวิ่ง
ไม่ต้องเครียด เพราะยังมีตัวเลือก 24 ชั่วโมงรอคุณอยู่
1) แท็กซี่สนามบิน
ขึ้นที่ ชั้น 1 ประตู 4 และ 7
ค่าใช้จ่ายรวม ๆ อยู่ราว ฿300–฿450 + ค่าทางด่วน + ค่าธรรมเนียมสนามบิน 50 บาท
เหมาะกับคนที่อยากเข้าเมืองทันที ไม่อยากรอจนเช้า
ทริก: ช่วงเที่ยงคืน–ตี 3 คนมักไม่เยอะ คิวสั้น นั่งรถออกได้เร็วมาก
2) รถรับส่งส่วนตัว (Private Transfer)
เหมาะกับคนที่อยากได้ ความเป็นส่วนตัวและไม่อยากลุ้นเรื่องคิว
คนขับรอรับในโถงผู้โดยสารขาเข้า ช่วยขนกระเป๋าให้
เลือกรถได้หลายแบบ ทั้ง Sedan, SUV หรือ Van
เหมาะกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคนของเยอะ
ข้อดีหลัก: ราคาชัดก่อนเดินทาง ไม่มีจ่ายเพิ่มหน้างาน และไม่ต้องไปต่อคิวให้เหนื่อยตอนดึก
3) พักโรงแรมใกล้สนามบิน
ถ้าลงมาดึกมากและไม่รีบเข้าเมือง การนอนพักแถวสนามบินหนึ่งคืนอาจเป็นตัวเลือกที่ดี
ส่วนใหญ่ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินแค่ 5–10 นาที
เหมาะกับคนที่มีไฟลต์ต่อเช้าวันรุ่งขึ้น หรือเดินทางกับครอบครัว
บางโรงแรมมีบริการรถรับ–ส่งฟรีจากสนามบิน
สรุปสำหรับคนลงไฟลต์ดึก
อยากเข้าเมืองเลย → เลือก แท็กซี่ หรือ Private Transfer
อยากพักก่อน ค่อยเข้าเมืองตอนเช้า → เลือก โรงแรมใกล้สนามบิน ทั้งสะดวกและปลอดภัย
ปิดท้าย: เลือกทางไหนให้ตรงกับสไตล์คุณ
จากสนามบินสุวรรณภูมิเข้ากรุงเทพฯ มีตัวเลือกเพียบ ตั้งแต่
Airport Rail Link – เร็ว ตรงเวลา เหมาะกับสายหนีรถติด
รถบัส–รถเมล์ – ประหยัดสุด เหมาะกับคนไม่รีบมาก
รถตู้ – คุ้มค่า เข้าถึงหลายย่าน
แท็กซี่ – สบาย ไม่ต้องต่อรถ
เช่ารถ – อิสระเต็มที่ จะออกนอกเมืองไปไหนก็ได้
Private Transfer – พรีเมียม มีคนขับรอรับถึงหน้า Arrival
แค่คุณวางแผนคร่าว ๆ ให้ตรงกับ งบ เวลา และสไตล์การเดินทาง ทริปในกรุงเทพฯ ก็จะเริ่มต้นได้อย่างลื่นไหลตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวลงจากเครื่องบินที่สุวรรณภูมิ

