รับแอปรับแอป

ท่าแร่ 2025: เมื่อผีพื้นบ้านเปิดศึกศรัทธากับพระเจ้าในหนังผีไทยที่ห้ามพลาด

ลลิตา พูนผล01-29

ไปท่าแร่แบบทำใจโลว์ แต่ดันโดนหลอกให้หลงรัก

ไปดู “ท่าแร่” ที่โรงเมเจอร์บิ๊กซีปัตตานีแบบไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ตัวอย่างหนังที่ปล่อยมาก่อนหน้าคือ ตัดมาผิดซีนสุด ๆ เหมือนเอาแต่ส่วนที่ดูไม่ค่อยชวนอินมารวมกันจนคนรักหนังผีอย่างผมถึงกับต้องทำใจว่าถ้าออกมาเละ จะไม่โกรธใครทั้งนั้น

แต่พอหนังเริ่มจริง ๆ กลับกลายเป็นว่าโดนดูดเข้าไปแบบไม่รู้ตัว ทั้งบรรยากาศ เรื่องเล่า ความเชื่อ และตัวละครที่ค่อย ๆ เปิดหน้าไพ่ให้เรารู้ทีละนิด

นักแสดง: มือใหม่แต่เล่นจนลืมว่ามือใหม่

ต้องบอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้เหมือนตั้งใจปั้นหน้าใหม่ในวงการภาพยนตร์หลายคน แทบไม่มีใครที่เราเห็นกันจนชินจากหนังจอใหญ่ แต่ผลลัพธ์คือ เคมีรวมกันมันโคตรเวิร์ก

  • เจมส์ จิรายุ

    • จากพระเอกละครหลังข่าวที่เล่นมานับไม่ถ้วน เคยโผล่บนจอภาพยนตร์ใน “Timeline จดหมาย ความทรงจำ”

    • ใน “ท่าแร่” เจมส์รับบทเป็นบาทหลวง ซึ่งเป็นบทที่ต้องแบกทั้งศรัทธา ความลังเล และความกลัวในคราวเดียว

  • มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร

    • รับบทเป็นหมอเหยา ผู้สืบทอดความสามารถสื่อสารกับผีบรรพบุรุษจากยาย

    • ใช้ความสามารถนี้ทั้งในการรักษา และการไล่ผีในชุมชน

    • เป็นตัวละครที่ แย่งซีนบาทหลวงเปาโลไปหลายช่วง โดยเฉพาะไคลแมกซ์ท้ายเรื่องที่อินจัดจนลืมไปเลยว่าเขาเป็นหน้าใหม่ในโลกหนังผีฟอร์มใหญ่

  • พี่ฮง

    • หนุ่มเกาหลีที่อยู่ไทยมานานกว่า 20 ปี รับบทเป็น “เผือก” (ถ้าจำไม่ผิด)

    • เป็นญาติของมาลี คอยดูแลตอนมาลีกลับบ้านที่สกลนคร

    • เพิ่มมิติความเป็น “คนกันเองในบ้าน” ที่ต้องเผชิญกับเรื่องเหนือธรรมชาติไปพร้อมกัน

  • มาลี รับบทโดย แพรวา ณิชาภัทร

    • ตัวละครนี้คือศูนย์กลางของโศกนาฏกรรมทั้งหมด เป็นคนที่โดนผีสิงและต้องรับเคราะห์แทนพ่อแม่

    • ความน่าสงสารของมาลีคือ ถูกลากเข้าไปอยู่กลางเกมการล้างแค้นของผู้ใหญ่ ทั้งที่ตัวเองแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย

  • ป้าแสง รับบทโดย เอี้ยง สวนีย์

    • ใครเคยดู “ร่างทรง” จะจำหน้าเธอได้ทันที

    • ในเรื่องนี้ก็ยังวนเวียนอยู่กับบทที่เกี่ยวกับการเล่นของและความเชื่อพื้นบ้าน

    • ทุกซีนที่เธออยู่คือมีน้ำหนัก ไม่เคยรู้สึกว่าตัวละครนี้โผล่มาให้รกเฟรม

โดยรวมแล้ว แม้จะเป็นทีมที่ไม่ได้ถูกโปรโมตขายหน้าเหมือนหนังตลาด แต่ การแสดงคือทำให้ตัวละครรู้สึกมีเลือดมีเนื้อ ไม่ใช่แค่ตัวประกอบในพิธีกรรมไล่ผี

ท่าแร่: เมื่อชุมชนคาทอลิกต้องอยู่ร่วมกับผีพื้นบ้าน

หัวใจสำคัญของหนังอยู่ที่ฉากหลังของเรื่อง นั่นคือ “ชุมชนท่าแร่” ซึ่งเป็นชุมชนคาทอลิกดั้งเดิม นับถือศาสนาคริสต์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5

แต่ปัญหาคือ ประเทศไทยไม่เคยมีศาสนาเดียว มาก่อน เราโตมากับศาสนาผี ความเชื่อบรรพบุรุษ และของขลังสารพัดรูปแบบ การรับเอาศาสนาคริสต์เข้ามาจึงไม่ได้มาแทนของเดิม แต่กลายเป็นการเอา ความเชื่อพื้นถิ่นมาผสมกับศรัทธาสากล แบบไทยสไตล์

ผลลัพธ์คือ โลกในหนังไม่ได้มีแค่พระเจ้า เทวดา หรือซาตาน แต่ยังเต็มไปด้วยผีพื้นบ้านที่คนในถิ่นเชื่อกันมานานนับรุ่น

ผีในเรื่อง: ไม่ใช่ซาตานจากหนังฝรั่ง แต่คือผีบ้าน ๆ ที่เราคุ้นชื่อ

ความพีคของ “ท่าแร่” อยู่ตรงที่มันไม่ใช้สูตรสำเร็จหนังไล่ผีแบบฝรั่ง ที่จะต้องมีผีซาตาน ลูซิเฟอร์ หรือปีศาจในคัมภีร์เท่านั้น

ในเรื่องนี้ ผีที่ปรากฏเป็น ผีพื้นถิ่นของภาคเหนือ ที่เราคุ้นชื่อกันดี เช่น

  • ผีโพง

  • ผีปอบ

หนังพาเราไปรู้จักลักษณะคร่าว ๆ ของผีแต่ละชนิด ว่ามันคืออะไร ทำอะไรได้ และอยู่ในระบบความเชื่อของคนในชุมชนแบบไหน ทำให้ความสยองในเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แค่การตุ้งแช่ แต่คือการรู้สึกว่า ผีแบบนี้มันเคยอยู่ในเรื่องเล่าตอนเด็กของเราเอง

เมื่อพิธีกรรมพื้นบ้านจับมือกับพิธีไล่ผีของพระเจ้า

สิ่งที่ชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือการออกแบบ “การไล่ผี” ที่เอา สองระบบความเชื่อ มาชนกันแทนที่จะเลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง

ฝั่งแรกคือการไล่ผีแบบพื้นบ้านของคนในพื้นที่ ซึ่งนำโดยแม่เมืองโสภา ภาพในหนังเต็มไปด้วยรายละเอียดของวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เช่น

  • การร่ายรำ

  • การรำคาบ

  • การเป่าแคน

  • การสวดบูชาด้วยทำนองเพลงพื้นบ้าน

  • การตั้งเครื่องคาย

  • การทำนายด้วยการตั้งไข่

ทั้งหมดนี้ถูกใช้ในการไล่ผีออกจากร่างของตามิ่งและมาลีอย่างจริงจัง ไม่ได้มาเล่น ๆ เพื่อความเอ็กโซติก แต่เป็น พิธีกรรมที่มีความหมายในโลกของตัวละครจริง ๆ

จากนั้นหนังค่อยพาเราเข้าสู่การไล่ผีด้วยความเชื่อของคริสตจักร ที่มองว่าโลกนี้อยู่ภายใต้การดูแลของพระเจ้า ผีและวิญญาณทั้งหลายก็อยู่ในอำนาจของพระองค์เช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดที่ว่า แค่เรารู้ชื่อของมัน เราก็สามารถขับไล่ได้ แม้จะเป็นผีพื้นบ้านที่ไม่มีชื่ออยู่ในคัมภีร์ก็ตาม บาทหลวงเปาโลจึงไม่ได้เพียงสวดตามสูตรสำเร็จ แต่ต้องเรียนรู้ชื่อและที่มาของผีเหล่านี้ด้วย

ในจุดนี้หนังเหมือนกำลังบอกเราว่า ศรัทธาไม่จำเป็นต้องลบล้างกันเอง แต่อาจทำงานร่วมกันได้ในโลกจริงที่เต็มไปด้วยความเชื่อหลากหลาย

การสิง การล้างแค้น และความซับซ้อนของความเป็นผี

การถูกผีสิงใน “ท่าแร่” ไม่ได้ง่าย ๆ แค่ผีตัวหนึ่งเข้าร่างแล้วจบ แต่มันซับซ้อนจนเรียกว่าเป็น “สงครามเลเยอร์ของวิญญาณ” เลยก็ว่าได้

ในเรื่องเราจะได้เห็นทั้ง

  • การที่ปีศาจกัดกินร่างเดิมจนไม่เหลือ ต้องหาผีตนอื่นมาสิงเพื่อสู้กับปีศาจในร่างเก่า

  • การแต่งงานเพื่อให้ปีศาจที่สิงอยู่ได้กินบางสิ่งบางอย่าง แลกกับการปล่อยให้ลูกสาวรอด

  • การล้างแค้นผ่านการวางยาให้คนหนึ่งค่อย ๆ เสียสติ แล้วโทษว่าเป็นเพราะผีเข้า ทั้งที่เบื้องหลังคือความแค้นของมนุษย์

ทั้งหมดนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ผี” กับ “คน” มันบางลงมาก เราเริ่มตั้งคำถามว่า อะไรน่ากลัวกว่ากัน ระหว่างผีที่สิงอยู่ในร่าง หรือคนที่เลือกจะทำเลวแล้วเอาผีมาเป็นข้ออ้าง

ผีฟ้าพญาแถน: วิญญาณสูงส่งที่ถูกดึงลงมาสู่ความสกปรก

สำหรับคนที่ดูหนังจบ คงเดากันได้แล้วว่าผีที่สิงในร่างของมาลีคือ ผีฟ้าพญาแถน

ฉากที่หมอเหยาทำพิธี เป่าแคนและสวดขับไล่ผีฟ้าออกจากร่างนั้นคือหนึ่งในฉากที่ทรงพลังที่สุดของเรื่อง เพราะบทสวดไม่ได้แค่ไล่ผี แต่เหมือนกำลัง “เตือนสติ” วิญญาณตนนี้ด้วย

เนื้อหาการสวดประมาณว่าขอให้ผีฟ้ากลับขึ้นสู่สวรรค์วิมานของตนเอง ไม่ควรลดตัวลงมากินของสกปรก หรือสิงสู่ในร่างมนุษย์แบบนี้ เป็นการเอาความเชื่อเรื่องชนชั้นของวิญญาณมาเล่นได้อย่างน่าสนใจมาก

ในมุมหนึ่ง ผีฟ้าพญาแถนจึงไม่ใช่ผีร้ายธรรมดา แต่คือ วิญญาณที่ถูกดึงลงมาอยู่ในความต่ำช้าเพราะความแค้นและความผิดพลาดของมนุษย์ด้วยกันเอง

สรุป: หนึ่งในหนังผีไทยน้ำดีที่ไม่ควรพลาด

สำหรับผม “ท่าแร่” คือหนึ่งใน หนังผีไทยน้ำดีที่สุดเท่าที่เคยดูมา

มันไม่ได้ขายแต่ความตกใจ แต่ขาย

  • บรรยากาศชุมชนที่มีชีวิต

  • ความเชื่อที่ปะทะกันแต่ก็เรียนรู้จะอยู่ร่วมกัน

  • ตัวละครที่ไม่แบนราบ ทุกคนมีเหตุผลในความเชื่อของตัวเอง

  • พิธีกรรมที่ทั้งสวย สยอง และมีรากฐานจากวัฒนธรรมจริง

ถ้าคุณชอบหนังผีที่มีอะไรมากกว่าการหลอกให้สะดุ้ง “ท่าแร่” คือหนังที่ควรไปดูให้จบในโรง แล้วปล่อยให้คำถามเรื่อง ศรัทธา ผี และความเป็นคน ตามมาหลอกคุณต่อหลังเครดิตจบไปอีกนาน ๆ