รับแอปรับแอป

จากร้านกาแฟเกือบไปไม่รอด สู่จักรวาลสตรีทฟู้ด: แผนใหญ่ ‘พันธุ์ไทย’ ปั้นเครื่องยนต์โตยุคใหม่

อดิศร วัฒนะ01-29

จากร้านกาแฟเกือบเจ๊ง สู่จุดสตาร์ตธุรกิจสตรีทฟู้ดส์

เมื่อย้อนกลับไป 8 ปีก่อน ‘พันธุ์ไทย’ เคยเป็นร้านกาแฟที่ต้องลุ้นทุกสิ้นเดือนว่าจะอยู่รอดไหม เพราะขาดทุนต่อเนื่อง จนเกือบต้องปิดกิจการ แต่หลังจากนั้นในปีที่ 9 ก็สามารถพลิกเกมกลับมาทำกำไร และเติบโตแบบก้าวกระโดด กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองในตลาดกาแฟไทย

วันนี้พันธุ์ไทยไม่ได้หยุดแค่การขายกาแฟอีกต่อไป แต่กำลังเดินหน้าเปิดเครื่องยนต์การเติบโตรอบใหม่ที่มีขนาด ใหญ่กว่าธุรกิจร้านกาแฟหลายเท่า ด้วยการลุยอย่างจริงจังใน ธุรกิจสตรีท ฟู้ดส์

คำถามคือ อะไรทำให้พันธุ์ไทยกล้ากระโดดเข้าสู่สนามสตรีทฟู้ดส์ที่ทั้งโหด ทั้งแข่งเดือดแบบนี้?

แม้ธุรกิจสตรีท ฟู้ดส์ จะมีการแข่งขันสูง ผู้เล่นเยอะ ตัวเลือกหลากหลาย แต่ตัวเลขก็ชัดเจนว่าตลาดนี้ยังน่าสนใจมาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินมูลค่าตลาดร้านอาหารสตรีทฟู้ดส์ที่มีหน้าร้านไว้ราว 261,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4.7% จากปีก่อน และมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าหลายเซ็กเมนต์ของร้านอาหารอื่น ๆ

คนไทยยุคนี้ทำอาหารกินเองน้อยลง ชอบอาหารที่กินง่าย สะดวก และเข้าถึงเร็ว ซึ่งสตรีทฟู้ดส์ตอบโจทย์พฤติกรรมนี้อย่างชัดเจน ทำให้พันธุ์ไทยเห็นโอกาสและเริ่มคิดว่า จะใช้ทรัพยากรและ eco-system ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร ทั้งในมุมของการขยาย และการต่อยอดธุรกิจ

พลังผสมผสาน: กาแฟ + สตรีทฟู้ดส์ = แรงส่งสองทาง

หากมองเส้นทางของลูกค้าที่เข้าร้านกาแฟจริง ๆ จะพบว่า คนส่วนใหญ่ ไม่ได้เข้ามาเพื่อกาแฟอย่างเดียว แต่ยังอยากได้ความหลากหลาย ทั้งเบเกอรี่ และอาหารจานง่าย ๆ

การเพิ่มตัวเลือกด้านอาหาร จึงไม่ใช่แค่การขายของเพิ่ม แต่คือการ ขยายฐานลูกค้า จากเดิมที่โฟกัสแค่คอกาแฟ ให้กลายเป็นคนที่ “อยากหาอะไรกินง่าย ๆ” ด้วย

การบุกธุรกิจสตรีท ฟู้ดส์ ของพันธุ์ไทยจึงไม่ได้มองแบบแยกขาด แต่ใช้กลยุทธ์ Brand Extension ดึงพลังของชื่อเสียงและการรับรู้แบรนด์ที่สะสมมาในธุรกิจกาแฟ ให้ไหลต่อไปในสนามใหม่

หัวใจสำคัญคือการหยิบเอาสตรีทฟู้ดส์แบบไทย ๆ มาต่อยอดให้มีความครีเอทีฟ ภายใต้ Brand Idea ของพันธุ์ไทยที่ว่า

“Creative Thai Taste – พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้”

พูดง่าย ๆ คือจะเล่าเรื่องความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ชัดเจนในทุกเมนูและประสบการณ์

อีกด้านหนึ่ง พันธุ์ไทยยังพยายามออกแบบให้ทั้งธุรกิจร้านกาแฟและสตรีทฟู้ดส์กลายเป็น “แรงส่งซึ่งกันและกัน” ผ่าน eco-system ภายใต้เครือ PTG โดยเฉพาะ บัตรสมาชิก Max Card ที่มีฐานสมาชิกกว่า 25 ล้านคน ซึ่งสามารถใช้เป็นฐานในการขยายลูกค้าใหม่ และช่วยดันยอดขายทั้งสองธุรกิจไปพร้อมกัน

‘ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย’: โปรเจกต์ทดลองที่กลายเป็นธุรกิจจริงจัง

จุดเริ่มธุรกิจสตรีทฟู้ดส์ของพันธุ์ไทย เริ่มชัดในช่วงต้นปี 2568 กับการทดลองเปิด ‘ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย’ สาขาแรกที่รังสิตคลอง 3 ซึ่งได้รับการตอบรับดีเกินคาด จนจากโปรเจกต์ทดลอง กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่บริษัทพร้อมเดินหน้าเต็มกำลัง

เพื่อให้การขยายตัวชัดเจนและจริงจัง พันธุ์ไทยจึงตั้งบริษัทย่อยชื่อ บริษัท ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย จำกัด ขึ้นมาโดยเฉพาะ พร้อมวางแนวทางเป็นโมเดล “ครบจบในที่เดียว” ที่คิดทั้งแบรนด์ เมนู ประสบการณ์ และระบบหลังบ้านให้ไปด้วยกัน

ตามแผนปลายปีนี้ จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทยครบ 5 สาขา และในปี 2569 มีเป้าหมายขยายเป็น 50 สาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยวางโครงสร้างร้านไว้ทั้งในและนอกปั๊มในสัดส่วน 50:50

  • สาขาในปั๊ม: ใช้ประโยชน์จากทราฟฟิกเดิมของปั๊มน้ำมัน

  • สาขานอกปั๊ม: เน้นทำเลในเมือง แหล่งชุมชน ออฟฟิศ และย่านศูนย์กลางธุรกิจ

ธุรกิจกาแฟยังไม่แผ่ว พร้อมสู้ศึก Mass Coffee เต็มตัว

แม้จะลุยสตรีทฟู้ดส์เต็มแรง แต่ธุรกิจร้านกาแฟยังเป็นเสาหลักที่พันธุ์ไทยไม่คิดจะปล่อยมือ แผนขยายสาขายังเดินหน้าต่อเนื่อง

  • สิ้นปี 2568: ตั้งเป้ามี 2,600 สาขา

  • ปี 2569: เพิ่มอีก 1,000 สาขา

  • เป้าหมายใหญ่: ให้ครบ 5,000 สาขา ภายในปี 2571

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่นิ่ง แต่ตลาดกาแฟไทยยังเดินหน้าอยู่ ตีมูลค่าตลาดราว 65,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 8-9% และยังมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันถูกมองว่าเป็น “เรื่องปกติ” ของธุรกิจนี้

เมื่อมีรายใหม่เข้ามาในตลาด Mass Coffee หลายคนกังวลว่ายอดขายจะตก แต่ตัวเลขกลับสะท้อนตรงกันข้าม ยอดขายไม่ลด แถมยังเติบโต แปลว่าดีมานด์การดื่มกาแฟในชีวิตประจำวันของคนไทยกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมเฉลี่ยราว 180 แก้ว/คน/ปี กลายเป็นประมาณ 340 แก้ว และไม่แน่ว่าอนาคตอาจพุ่งไปแตะ 400–500 แก้วต่อปี เหมือนบางประเทศอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลีที่กาแฟแทบจะกลายเป็นเครื่องดื่มประจำแทนน้ำ

เทรนด์กาแฟเปลี่ยน เกมการแข่งขันก็เปลี่ยน

หนึ่งในเทรนด์สำคัญของตลาดกาแฟคือ ผู้บริโภค รู้เรื่องกาแฟมากขึ้น ทั้งในแง่สายพันธุ์ แหล่งปลูก และวิธีชง เซ็กเมนต์อย่าง Specialty Coffee และ Premium mass จึงเติบโตแรง ขณะเดียวกันก็มีแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาในตลาดมากขึ้น

สิ่งนี้ทำให้รูปแบบการแข่งขันเปลี่ยนไปจากเดิมที่แข่งกันแค่ราคา หรือโลเคชั่น เพราะลูกค้าวันนี้ต้องการทั้ง

  • ของดีมีคุณภาพ

  • ราคาจับต้องได้จริง

ผู้เล่นในตลาดจึงถูกบังคับให้ต้องพัฒนาแบบยกมาตรฐาน

ราคากาแฟต่อแก้วที่มากกว่า 100 บาทอาจอยู่ยากขึ้น เพราะผู้บริโภควันนี้มีตัวเลือกเพียบ ทางฝั่งพันธุ์ไทยจึงเลือกตอบโจทย์ด้วยการเปิดตัวเมนู ‘ไทยริกาโน’ ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกคุณภาพในแม่ฮ่องสอน แต่ตั้งราคาไว้ที่แก้วละ 65 บาท ทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย และผลตอบรับก็ดี จนมีแผนจะต่อยอดด้วยเมนูใหม่ ๆ โดยเฉพาะสายผสมนม เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ดื่มกาแฟดำเพียว ๆ เสมอไป

Gen Z ดันเทรนด์: กาแฟต้องอร่อยและถ่ายรูปสวย

อีกเทรนด์ที่น่าจับตาคือ วัยของคนดื่มกาแฟกำลัง “ลดลง” โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เริ่มดื่มกาแฟตั้งแต่อายุยังน้อย และมองกาแฟเป็นทั้งไลฟ์สไตล์ เครื่องดื่มเติมพลัง และพร็อพประกอบรูปลงโซเชียล

อินไซต์ของกลุ่มนี้ชัดมากว่า

  • ชอบความแปลกใหม่

  • สนใจเมนูที่มีเรื่องราว

  • ต้อง ถ่ายรูปสวย ลงโซเชียลได้

พันธุ์ไทยจึงออกเมนูที่ตอบโจทย์ เช่น

  • กาแฟส้ม มะปี๊ด – สายเปรี้ยวซ่า สดชื่น

  • ทิงซ่าโดดกำแพง – เครื่องดื่มที่ผสมสปาร์คกลิ้งโซดา มะนาวสด และกระทิงแดงครึ่งขวด เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ ‘ดีดศาสตร์’ ที่พันธุ์ไทยทำร่วมกับกระทิงแดง

นอกจากเมนูแล้ว พันธุ์ไทยยังทดลองโมเดลร้านรูปแบบใหม่อย่าง ‘ร้านกาแฟพันธุ์ไทย 24 ชั่วโมง’ เพื่อเปิดรับลูกค้าทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ต้องการที่นั่งทำงานตอนดึก กลุ่มนักศึกษา ฟรีแลนซ์ หรือคนที่อยากหาที่พักระหว่างการเดินทาง โดยเริ่มต้นนำร่อง 6 สาขา

Brand Extension + Eco-system: อาวุธลับของพันธุ์ไทย

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่า พันธุ์ไทยกำลังใช้สองอาวุธหลักในการขยายธุรกิจคือ

  • กลยุทธ์ Brand Extension – ใช้พลังแบรนด์จากธุรกิจกาแฟต่อยอดสู่สตรีทฟู้ดส์ และเมนูใหม่ ๆ

  • Eco-system ภายใต้เครือ PTG – โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผ่าน Max Card ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้กว้างและลึกขึ้น

เป้าหมายไม่ใช่แค่โตในระยะสั้น แต่คือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง และมีหลายเครื่องยนต์เติบโตที่หนุนกันไปเรื่อย ๆ

ในมุมของสตรีทฟู้ดส์ พันธุ์ไทยมองว่า นี่คือโอกาสในการสร้าง เครื่องยนต์เติบโตรอบใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าธุรกิจกาแฟ ซึ่งตอนนี้เริ่มเห็นรูปเป็นร่างผ่านแบรนด์ ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหอกบุกตลาด

คำถามที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ

  • หลังจากก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย จะมีสตรีทฟู้ดส์แบรนด์ไหนตามมาอีก?

  • พันธุ์ไทยจะต่อยอด “Creative Thai Taste” ให้กลายเป็นจักรวาลสตรีทฟู้ดส์แบบไหน?

สิ่งที่ชัดเจนแล้วในตอนนี้คือ พันธุ์ไทยไม่ได้เป็นแค่ร้านกาแฟอีกต่อไป แต่กำลังค่อย ๆ กลายเป็น แบรนด์ไลฟ์สไตล์อาหารและเครื่องดื่มของคนไทยยุคใหม่ ที่พร้อมจะทำให้คำว่า “พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้” เกิดขึ้นจริงในตลาด.